ท่ามกลางดินแดนอันแสนสงบสุข หลังจากการเปิดรับอารยธรรมจากภายนอกเข้ามาก็ผ่านมาหลายปีแล้ว มิคาเอลเองก็ทำงานหนักเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็การช่วยเหลือประชาชน และต้อนรับพันธมิตรต่างแดนที่มักจะเข้ามาติดต่อค้าขาย
แต่ที่แปลกที่สุดก็คือดินแดนที่มีชื่อว่าสาธารณรัฐ แพนล่า ดินแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในมิติที่สี่ และเป็ดินแดนของเหล่ามนุษย์ที่มีเครื่องจักรเป็อาวุธ เรียกอีกอย่างว่าหุ่นกระป๋องเดินดิน เป็อาวุธทำลายล้างที่สาธารณรัฐ แพนล่า ภาคภูมิใจ
นารุคามิมองเห็นดินแดนนั้นแล้วก็พบว่า พวกเขาติดต่อค้าขายกับชาวมิติที่สี่ฝ่ายล่าง เป็ฝ่ายที่คอยสร้างความเดือดร้อนให้กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่มิติต่ำกว่า พวกเขามีชื่อว่าแรฟทีเลี่ยน และอานุนากิ
ั้แ่ที่พวกเขามักจะเอากองกำลังเข้ามาล้อมรอบชายแดนดวงดาว พร้อมกับเอาหุ่นรบเข้ามาในประเทศเพื่อโชว์ศักยภาพ และโชว์ว่าตนเองเหนือกว่าดินแดนต้อยต่ำอย่างเทอร์ร่า ถึงแม้ว่าผู้นำมิคาเอลจะเป็คนขี้เกรงใจ แต่สำหรับนารุคามิมันไม่ต่างอะไรกับการเข้ามาแทรกแซงภายในเลย
นารุคามิตัดสินใจเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ แต่ไม่นานก็เกิดเื่ขึ้น สาธารณรัฐแพนล่าใส่ร้ายป้ายสีว่าัในดินแดนเทอร์ร่าทำร้ายนักท่องเที่ยวจากดินแดนของพวกเขา โดยที่ความจริงแล้วัดินแดนเทอร์ร่าแทบจะกินมังสวิรัติ
ด้วยความเกรงอกเกรงใจของมิคาเอล จึงยอมรับผิด และจ่ายเงินชดเชย การกระทำของพวกเขาหนักข้อขึ้นไปอีก โดยที่เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือยึดครองพื้นแผ่นดินของเทอร์ร่า เนื่องจากเทอร์ร่าเป็ดินแดนที่ยังไม่มีการขุดห่ทรัพยากรมากนัก ทำให้มีทรัพยากรที่หายากอยู่เต็มไปหมด
อีกทั้งพวกเขายังนำกองกำลังเข้ามาอวดโอ้ให้ประชาชนเห็น การนำกองกำลังเข้ามาในประเทศของคนอื่นนับว่าเหมือนกันประกาศาทางอ้อม แต่ด้วยความหวังดีของมิครเอล เขานั้นก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร
มิคาเอลเรียกผู้นำของสาธารณรัฐแพนล่าเข้าเจรจาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็ผล พวกเขา้าเงินทอง และ้าอำนาจความเป็ใหญ่เพียงหนึ่งเดียวในจักรวาล
“พวกเราสาธารณรัฐแพนล่า จะขอขุดน้ำมันบนดินแดนของเ้า เพื่อแลกกับเทคโนโลยีอันมหาศาล และค่าตอบแทนเป็เงินหนึ่งเหรียญทองต่อน้ำมันครึ่งลิตร”
สีหน้าของผู้นำสาธารณรัฐแพนล่านั้นมีความเ้าเล่ห์ แต่ก็แฝงไปด้วยความหย่อนยานของิัใต้ตา บ่งบอกถึงอายุที่มาก น่าจะหกสิบปีได้แล้ว
“พวกเราไม่ได้้าให้ทรัพยากรของพวกเราไปอยู่ในมือของพวกคุณหรอก เราขออย่างอื่นที่ไม่ใช่ทรัพยากรได้หรือไม่”
มิคาเอลต่อรองทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้พวกเขามาขุดน้ำมันบนดินแดนของเทอร์ร่า แต่ก็พบกับคำต่อรองอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็คำต่อรองที่มิคาเอลยอมไม่ได้
“ถ้าไม่ได้งั้นก็ขอตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ดาวของคุณก็แล้วกันนะ หวังว่าโรงไฟฟ้านี้จะช่วยผลิตเม็ดเงินให้กับคุณและทำให้คุณรู้ซึ้งถึงบุญคุณของเรา ฮ่า ๆ “
มิคาเอลได้แต่ยิ้ม เพราะรู้ดีว่ากองกำลังของตัวเองในตอนนี้ไม่อาจต่อกรกองกำลังที่อยู่ในระดับอวกาศได้
“พวกเราขอปฏิเสธคำขอของท่าน เนื่องจากดาวของพวกเรายังเป็ดาวที่กำลังพัฒนา ไม่อาจจะตั้งโรงไฟฟ้าของท่านที่ดาวของเราได้”
หลังจากการประชุมสิ้นสุด ผู้นำของสาธารณรัฐแพนล่าก็ได้เดินออกไปจากห้องประชุมก่อนที่จะขึ้นยานกลับไปบนดาวของตนเอง มิคาเอลถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะจะได้ไม่ต้องพูดคุยต่อรองเื่ไร้สาระแบบนี้อีก
เวลาผ่านไปหลายวัน อยู่ ๆ ก็มีคำประกาศาจากสาธารณรัฐ แพนล่า พวกเขา้าน้ำมัน และทรัพยากรบนดวงดาวที่ไม่มีการพัฒนา ถึงขั้นที่พวกเขาเอาดาวของพวกเราขึ้นเป็บทเรียนซึ่งในบทเรียนนั้นก็บ่งบอกถึงดาวเทอร์ร่า ที่ประชาชนไร้การพัฒนามาก
คำประกาศานี้ทำให้มิคาเอลรู้สึกหวั่นใจ หากเป็าในดาวของตนเองก็พอได้ แต่นี่เป็าจากนอกโลกและพวกอวกาศจะเข้ามาบุกดินแดนของพวกเรา
นารุคามิรู้ถึงการมาของพวกสาธารณรัฐ แพนล่า ผ่านการตรวจจับแห่งแสงบริสุทธิ์ โดยที่พวกเขาแหวกว่ายมิติเข้ามา พร้อมกับยิงทำลายดาวเคราะห์ต่าง ๆ ในระบบเซเลสทาราไปด้วย
“เหมือนกำลังสนุกกันอยู่เลยนะ…เ้าพวกนี้ สุขสำราญกับเื่ความเป็ความตายสิน้า อืม ๆ เข้าใจอยู่บ้างล่ะน้า”
สาธารณรัฐ แพนล่า ได้บุกเข้ามาในวงโคจรของเทอร์ร่า ก่อนที่จะเปิดฉากยิงลำแสงทำลายล้างไปที่ดาวเคราะห์ แต่ก็ถูกบาเรียป้องกันเอาไว้ได้
ประชาชน เทอร์ร่า รู้สึกแตกตื่นและยืนมองเหตุการณ์บนฟ้าราวกับไม่เคยเห็นเหตุการณ์นี้มาก่อน ถึงแม้ว่าสาธารณรัฐ แพนล่า จะพยายามทะลวงบาเรียมากแค่ไหนแต่ก็ไม่สามารถทำลายได้
“ทำไมทำลายมันไม่ได้เลย นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างอันบริสุทธิ์นับพันพุ่งเข้ามาสกัดยานรก หุ่นรบของสาธารณรัฐ แพนล่า จนะเิเป็จุล
ยานรบระดับแม่ทัพของแพนล่าสั่นะเือย่างรุนแรง หน้าจอโฮโลแกรมฉายสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานพร้อมเสียงหวีดร้องของระบบปฏิบัติการที่กำลังล้มเหลว ลำแสงบริสุทธิ์เ่าั้ไม่ได้แค่ทะลวงเกราะเหล็ก แต่ยังแผดเผาพลังงานควอนตัมของยานให้สูญสลายไปในระดับอะตอม
“รายงานสถานการณ์ นั่นมันอาวุธประเภทไหนกัน”
ผู้บัญชาการฝ่ายบุกรุกะโลั่น ฟันสีกรามเหี้ยมเกรียมด้วยความตกตะลึง
“ไม่พบข้อมูลคลื่นพลังงานในฐานข้อมูลครับท่านมัน…มันไม่ใช่ทั้งพลาสมาหรือเลเซอร์ แต่มันคือ มวลสารแห่งแสงบริสุทธิ์ ที่มีสภาวะจิตเป็ตัวขับเคลื่อน”
เ้าหน้าที่เทคนิคตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงเพราะยานถูกเกลียวแสงปริศนาเจาะทะลุห้องควบคุม
นารุคามิยิ้มบาง ๆ สายตาจ้องลึกเข้าไปในห้วงอวกาศพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ “แพนล่าคิดว่าความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีจะยึดครองได้ทุกสิ่ง แต่นี่คือบทเรียนแรกของพวกมิติระดับล่าง พลังงานทางจิติญญาและความถี่ที่สูงกว่า ย่อมทะลุผ่านมิติวัตถุได้อย่างสมบูรณ์”
ยานใหญ่กางเกราะมหาแม่เหล็กกล หวังปดบี้บาเรียให้พังพินาศ หมายสยบเทอร์ร่าด้วยอำนาจ ระดมยิงปืนยุทธศาสตร์กระหน่ำลง ยังไม่ทันน้าวไกในห้วงอวกาศ สายแสงทองพร่างปราชญ์พุ่งตรงส่ง ทะลวงผ่านใจกลางยานอย่างมั่นคง สลายสิ้นคลื่นผจงกดดันรอน
นับร้อยยานยุคอวกาศหยุดนิ่ง ระบบดับลับจริงไร้สัญญาณซ่อน ดั่งเครื่องจักรลืมวิธีรบเมื่อก่อน สลายอิทธิฤทธิ์รอนลงทันใด เสียงนารุคามิก้องสะท้อนจิต เตือนพวกเสพความตายมิติจิตหวังใหญ่ จงเผชิญความเงียบอนันต์ทันทีไป หรือจะให้จิตย่อยคืนสู่จุดเดิม
เกราะป้องกันขยายแ่งกว้าง มิใช่เพียงขวางทางเข้าส่งเสริม แต่โอบล้อมกองทัพเข้ามารวมเติม เตรียมบดขยี้ไร้เหลื่อมดับพริบตา คลื่นแสงทองโอบล้อมดั่งข่ายฟ้า บดขยี้สสารกลายสภาพ สลายเรือนเรือนกายและคราบบาป หลอมละลายไร้รอยคราบในมืดมน
ยานแม่ั์พังพินาศในพริบตา สิ้นศักดาผู้บุกรุกทุกแห่งหน สลายสิ้นแรงกดดันอันมืดมน หลงเหลือเพียงความสงบเหนือชั้นฟ้า ชาวเทอร์ร่ายืนตื่นตะลึงจ้อง มองละอองแสงทองกระจายหล้า จากความกลัวเปลี่ยนเป็ศรัทธา กราบภักดีต่อสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ มิคาเอลตระหนักแจ้งในสัจจะ ไร้ซึ่งพันธะอาวุธไหน จักรวาลวัดกันด้วยจิต ความถี่สูงย่อมชนะภัยมิติเบื้องล่างเอย
แสงสีทองอันบริสุทธิ์ค่อย ๆ ผลักหุ่นรบและยานรบของแพนล่าให้ถอยออกไปจากระบบดาว โดยที่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะอำนาจแห่งแสงสว่างอันบริสุทธิ์เอาชนะทุกสรรพสิ่งได้
“เราต้องถอย พวกมันมีสิ่งที่เราไม่เข้าใจ นี่มันพลังอะไรกันเนี่ย แย่แล้วสิ จะให้พวกมันมาทำลายดาวพวกเราได้ รีบขอสงบศึกเร็วเข้า”
“พลังนั่นพวกเราไม่เคยเห็นมาก่อน แปลกจัง ผู้บังคับบัญชาทำยังไงดี”
“ห๋า ! เป็ไปไม่ได้ ทำไมอารยธรรมชั้นต่ำถึงมีอาวุธตรงอนุภาคแบบนี้ได้ มันเกิดอะไรขึ้น เ้านั้นเป็ใคร’’
ผู้นำของแพนล่ากำหมัดแน่น พร้อมกับนั่งอยู่บนบัลลังก์ของยานรบ ก่อนที่จะส่งสัญญาณขอสงบศึกกับสิ่งที่พวกเขาไม่อาจอธิบายได้ แต่เมื่อกลุ่มควันหายไปกลับพบเรือนร่างของหญิงสาวที่ปกป้องเทอร์ร่าเอาไว้
นั่นคือนารุคามิ ผู้ปกป้องเทอร์ร่าจากผู้มาเยือนจากมิติต่ำ เธอได้หรี่ตามองก่อนที่จะรับรู้ถึงเจตจำนงที่จะยุติา จึงได้ส่งสัญญาณให้ยุติาได้และวาร์ปพวกเขากลับไปยังกลุ่มดาวของพวกเขาทันที
แต่สิ่งที่พวกแพนล่าเห็น คือเรือนร่างของหญิงสาวที่โปร่งแสงเรากับแก้วเพชร และไม่สามารถเห็นตัวจริงของเธอได้เพราะอยู่ในมิติที่สูงเกินไปจนตาเนื้อแทบจะมองไม่เห็นอยู่แล้วหรือบางทีตาเนื้อก็อาจจะบอดได้เลย
ในระหว่างนั้นมิคาเอลก็กำลังจิบชาอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถติดต่อกลับนารุคามิได้ แต่ก็ไว้วางใจในเทพเ้าของตนเองจึงไม่ได้ร้อนรนอะไร แถมาในครั้งนี้ก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรด้วย
ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เสียงสวดมนต์และละอองพลังงานทิพย์ภายใน ดินแดนสุขาวดี ทำหน้าที่เป็ปราการชีวภาพ คอยแผ่ซ่านคลื่นความถี่สูงเพื่อเยียวยาจิตใจของเหล่าประชาชนเทอร์ร่า
แม้ว่าาล้างผลาญที่ปะทุขึ้นภายนอกจะไม่อาจเจาะทะลุข่ายพลังเข้ามาทำลายทรัพย์สินหรือคร่าชีวิตใครได้ แต่รอยแผลเป็ทางจิติญญาได้เกิดขึ้นแล้ว
สายตาของชาวเทอร์ร่าที่เคยเต็มไปด้วยความเมตตากลับเริ่มฉาบทาด้วยความหวาดระแวง พวกเขาเริ่มสะท้อนคลื่นความไม่ไว้วางใจต่อสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตที่มาจากภายนอกมิติ
ในขณะเดียวกัน นารุคามิ ได้ถอดจิตและใช้ดวงตาแห่งแสงสว่างอันบริสุทธิ์ แทรกซึมผ่านมิติความถี่ที่สามและสีาเพื่อสอดส่องการเคลื่อนไหวของ แพนล่า
ภาพที่นารุคามิเห็น คือแพนล่าที่กำลังรวบรวมพันธมิตรกองทัพต่างดาวจากมิติเบื้องล่างมาถล่มดาวของเทอร์ร่าอีกครั้ง ด้วยความแค้นและไฟความโกรธจากพลังที่มิอาจหาคำตอบได้ จึงอยากจะบดขยี้ให้แหลกเป็จุน
พันธมิตรที่แพนล่าเดินทางไปขอความช่วยเหลือ คือ กลุ่มมนุษย์มิติที่สี่ผู้สังกัดอยู่ใต้การบัญชาของ กลุ่มดาวแรฟทีเลี่ยนพวกเขาคือกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ผสมผสานความโลภเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง
ยานแม่ขนาดมหึมาทรงลูกบากษ์ และอาวุธคลื่นความถี่ทำลายล้างจำนวนมหาศาลนับไม่ถ้วนกำลังถูกลำเลียงออกจากอู่ต่อยาน แสงเลเซอร์และพลังงานพลาสมาจ่อรอการยิงทะลุมิติอย่างพร้อมเพรียง
ดินแดนสุขผู้บุกรุกย่อมอยากได้ มุ่งเข้ายึดหวังครองไว้ในหัตถา แผ่อำนาจกวาดล้างกิเลสตระการตา กักขังตนในมายาสารพัน แลกชีวิตแย่งชิงสมบัติโลก แปรความรักเป็ความโศกซ่อนขีดขั้น ตื่นมาพบเพียงความว่างในสักวัน เพราะสุขนั้นมิอาจครองด้วยกำลัง
ผู้บุกรุกมัวแต่หาโลกภายนอก ติดหลุมพรางคำลวงหลอกหมดความหวัง วิ่งไล่ล่าภาพลวงตาจนหมดพลัง ทิ้งจิตเดิมให้คลั่งและมืดมน สลัดทิ้งถอนกิเลสสิ้นทุกหน หยุดไขว่คว้าหยุดยึดติดในตัวตน หลุดพ้นจากสังสารวัฏกวน ์แท้คือปัญญาสว่างไสว มิใช่ดินแดนไหนที่กำเริบส่วน เมื่อตื่นรู้ใจนิ่งสงบไม่แปรปรวน คืนสู่ความว่างแท้นิรันดร์กาล
ทว่า ในบรรดากองทัพยานรบอันมืดมนและเต็มไปด้วยจิตอาฆาต นารุคามิกลับสังเกตเห็นพื้นที่มิติหนึ่งที่แปลกแยก มันคือดินแดนของเหล่ามนุษย์อีกกลุ่มหนึ่ง ที่อพยพมาตั้งรกรากในอาณาบริเวณใกล้เคียง แม้จะอยู่ในเขตพลของมิติที่สี่ แต่โครงสร้างของเมืองพวกเขากลับมีแต่ความเมตตาต่อกัน
“ช่างน่าแปลก พวกเขามีเทคโนโลยีแต่กลับใช้เพื่อความยุติธรรม ไม่เหมือนอารยธรรมทั้งสองที่ใช้อาวุธเพื่อทำลายล้าง และข่มให้คนอื่นกลัวงั้นเหรอ
พวกเขาไร้ซึ่งจิตมุ่งร้าย และดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงเจตนาการล้างแค้นของแพนล่าเลยแม้แต่น้อย นารุคามิยังคงทอดสายตามอง ฝั่งหนึ่งคือาที่กำลังก่อตัวด้วยอาวุธอันตรายระดับล้างจักรวาล ส่วนอีกฝั่งคือแสงสว่างเล็ก ๆ ของมนุษย์ที่เลือกเดินในเส้นทางแห่งสันติ
“น่าสนุกดี….”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เป็รอยยิ้มที่ปนไปด้วยความสนุกและความอยากรู้อยากเห็น ถึงแม้ว่าตัวเธอจะไม่ได้เป็ที่รู้จักมากนัก แต่ในฐานะผู้สร้างระบบดาวแห่งนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะนึกเล่นสนุก
หลังจากนั้นไม่นานแพนล่าก็ได้เข้าเจรจาเป็พันธมิตรกับเทอร์ร่าอีกรอบ ด้วยความหวังดีและความบริสุทธิ์ของมิคาเอล เขาก็ยอมเป็พันธมิตรกันอีกครั้ง
สืบสัมพันธ์พันธมิตรอีกครั้งหนึ่ง หวังลึกซึ้งดึงมิตรแท้กลับคืนเหย้า ด้วยใจบริสุทธิ์ยื่นมิตรภาพอันงดงามแด่ผู้เย้า ยอมหลงเชื่อรอยยิ้มเก่าอันลวงตา แพนล่าซ่อนเขี้ยวเล็บเก็บความโลภ รอเวลาตะครุบโอบในความเงียบ มิคาเอลถอดเกราะวางดาบลงไร้เหลี่ยม หารู้ไม่ว่ากำลังเหยียบย่ำดงหนาม
เมื่อไร้ปัญญาเท่าทันกลคนชั่ว ความเมตตาจึงมืดมัวและตกต่ำ พันธมิตรคือฉากหน้าลวงให้จดจำ แต่เื้ัเตรียมกระทำยึดครองเมือง ชาวเมืองเริ่มแบ่งฝ่ายและระส่ำ เพราะโดนปั่นหัวทำด้วยคำลวงเหลือ ความบริสุทธิ์ไร้เกราะกลายเป็เหยื่อ เืที่ซึมลงเนื้อคือปัญญาที่ตื่นช้า
“มิคาเอลเอ๋ย เ้าจะใสซื่อเกินไปแล้วนะ”
สหพันธรัฐ เทอร์ร่าได้เป็พันธมิตร์กับนานาประเทศเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็ดินแดนโลนิเซีย ดินแดนลัมพุจิ และอื่นๆ อีกมากมาย สหพันธ์กาแล็คติกกำลังเฝ้ามองดินแดนแห่งนี้อยู่