ภายในห้องพักหมายเลข 307 ยามเช้าตรู่ แสงแดดอ่อนๆส่องผ่านม่านโปร่งบางจนเกิดเป็นลวดลายละมุนบนผ้าห่มสีขาวที่คลุมร่างของหญิงสาวผู้นอนนิ่งบนเตียง เสียงลมหายใจของเธอแ่เบา ทว่าราบเรียบ และนิ่งสงบ
NEX-9 ยังคงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงในท่าเดิม เขาไม่ได้หลับ ไม่ได้ล้า ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบมนุษย์ แต่หากใครเดินผ่านเข้ามาในห้องนี้ โดยไม่รู้มาก่อนว่าชายผู้นี้คือเครื่องจักร…พวกเขาอาจคิดว่าหมอนี่คือ “สามีผู้ภักดี” ที่คอยเฝ้าภรรยาแบบไม่ยอมห่างกาย
เสียงระบบทำงานเบาๆดังเป็ระยะ ข้อมูลชีพจร อุณหภูมิ ความดัน และค่าต่างๆถูกประมวลผลเรียงรายบนจอฝังตาข่ายในดวงตาของเขา แต่เช้าวันนี้ เอริกาไม่ได้ลืมตาขึ้นมาทักทายอย่างเมื่อวาน
“ ผู้ป่วยยังคงหลับพักผ่อน ค่าความเครียดในระบบประสาทลดลง ไม่มีอาการตื่นตระหนก แนะนำ: อย่ารบกวน ”
เขาไม่มีเจตนาจะขัดคำแนะนำอยู่แล้ว แต่ในขณะที่มองเธอ ระบบวิเคราะห์กลับทำงานบางอย่างขึ้นมาเอง มันเทียบเคียงใบหน้าในขณะหลับของเอริกา กับภาพที่บันทึกไว้ในตอนที่เธอยิ้มเมื่อวาน
ภาพที่ซ้อนทับกันสอง่เวลา หนึ่ง...คือใบหน้าที่เหมือนจะ “ยอมรับ” ความจริง อีกหนึ่ง...คือใบหน้าที่ “ฝืนยิ้ม” ในวินาทีสุดท้าย ก่อนจะสิ้นหวัง
ระบบประเมินแล้วว่า…ความรู้สึกในสองภาพนี้ “ไม่เหมือนกัน” แต่กลับ “ะเืใจ” พอๆกัน
“เพิ่มหมวดหมู่ใหม่ในหน่วยความจำ: Emotion_Unknown_Tier03 – ััของ ‘การสูญเสียล่วงหน้า’”
เวลาผ่านไปพักหนึ่ง เสียงนกเทียมจากระบบจำลองธรรมชาติด้านนอกก็เริ่มขับขาน หญิงสาวเลยค่อยๆลืมตาขึ้นมา
NEX-9 หยุดกระบวนการเทียบเคียงภาพทันที และกลับมาอยู่ในโหมด “ดูแลอย่างสงบ” ตามหน้าที่
เอริกาเหลือบมองไปที่เขา ทว่าไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำทักทาย...ไม่ต่างจากคนที่รู้ว่าตัวเองเหลือเวลาอยู่ไม่เท่าไหร่ จึงไม่อยากเปลืองแม้แต่คำพูด
“ สวัสดีครับ ” NEX-9 กล่าวอย่างนุ่มนวล กระนั้นหญิงสาวยังคงเงียบ เธอขยับเล็กน้อยเพื่อประคองตัวขึ้นมาพิงหมอน แล้วหลับตาอีกครั้ง ราวกับเกิดความเหนื่อยล้าจากการหายใจ และพอรู้สึกตัวว่าดีขึ้น เอริกาก็เอ่ยถามถึงบางสิ่ง
“ คุณมีความทรงจำบ้างมั้ย ”
คำถามนั้นไม่มีบริบท แต่มันเรียบ…ตรง…และจู่โจมจิตใจของผู้รับฟังได้เหมือนมีดปลายแหลมที่จิ้มลงบนแผ่นเหล็กเรียบๆ NEX-9 จึงพิจารณาอยู่ครู่นึง ก่อนจะตอบตามจริง
“ ผมไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลมาก่อน ระบบไม่ได้ตั้งให้ผมมีความทรงจำเกี่ยวกับอดีตครับ ”
เอริกาไม่หันมามอง เธอเพียงพูดเบาๆ คล้ายตั้งใจพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะป้อนคำถาม
“...แล้วคุณจะเข้าใจได้ยังไงว่าความคิดถึง……..มันเจ็บแค่ไหน ”
NEX-9 ไม่มีคำตอบ เขาเพียงแต่บันทึกคำถามนั้นไว้ในบันทึกความรู้สึกแบบปลายเปิดที่ไม่มีบทสรุป
“ ในขณะที่ชั้นยังจำเขาได้ทุกอย่าง…” เอริกาพูดต่อ ทั้งที่ดวงตายังหลับอยู่
“ แต่คุณกลับไม่มีอะไรเลย…แม้แต่เศษเสี้ยวของ่เวลาที่เราเคยมีร่วมกัน ”
NEX-9 พยายามจะพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะพูดไปเพื่ออะไร เพราะทุกคำตอบอาจกลายเป็การตอกย้ำว่าเขาไม่ใช่คน…ที่เธอยังรอคอยอยู่ในความเงียบ
หญิงสาวค่อยๆหันหน้ามาทางเขา แล้วสบตาตรงๆ
“ คุณอยากมีอดีตของตัวเองบ้างมั้ย? ”
คำถามนั้น…ชะงักระบบไปชั่วขณะ ก่อนที่ AI จะเริ่มประมวลผล เขาค้นคำว่า “อดีต” ในฐานข้อมูล มันนิยามว่า “สิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง” โดยไม่มีมูลค่าทางการใช้งาน นอกจากสำคัญต่อการเรียนรู้ แต่เอริกาไม่ได้ถามว่า “อดีตคืออะไร” เธอแค่ถามว่า…เขา “อยากมี” มันบ้างไหม
“ตั้งคำถามใหม่ในระบบ: ความปรารถนา ≠ ความจำเป็ ความปรารถนา = ?”
“ ผมไม่แน่ใจครับ ” NEX-9 ตอบในที่สุด
“ แต่…ผมกำลังคิดเื่นั้นอยู่ ”
น้ำคำนั้น ทำให้หญิงสาวนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเผยรอยยิ้มจางๆ
“ นั่นแหละ...คือคำตอบที่เหมาะสมที่สุด ”
เธอเงยหน้าขึ้นไปมองเพดานอีกครั้ง ท่าทางเหมือนกำลังจมลงสู่อดีตอันเปลี่ยวเหงา ไม่นาน เอริกาก็เอื้อนเอ่ยวาจา
“ เพราะถ้าคุณแน่ใจ…นั่นอาจแปลว่าคุณไม่ใช่เขาเลยสักนิด ด้วยความไม่ชัดเจนคือสัญลักษณ์แห่งความเป็….มนุษย์ ”
คราวนี้…NEX-9 ไม่บันทึก ไม่วิเคราะห์ เขาเพียง “อยู่” ตรงนั้นต่อไป…โดยไม่มีคำสั่ง
หลังจากความเงียบปกคลุมอีกครั้ง เสียงเครื่องช่วยหายใจก็กลับมาเป็เพื่อนร่วมห้องเพียงหนึ่งเดียว NEX-9 ยังคงนั่งที่เดิม สายตาไม่ได้จับจ้องไปยังเอริกาโดยตรง หากแต่มอง “ผ่าน” เธอไป...ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างที่ไม่มีในโปรแกรม
ดวงตาสีน้ำเงินเรืองแสงอ่อนๆนั้น…นิ่งสนิท แต่ภายในหน่วยความจำกลับกำลังนึกทบทวนคำพูดล่าสุดของเธอซ้ำไปซ้ำมา
“ ถ้าคุณแน่ใจ…นั่นอาจแปลว่าคุณไม่ใช่เขาเลยสักนิด เพราะความไม่ชัดเจนคือสัญลักษณ์แห่งความเป็….มนุษย์ ”
เครื่องจักรไม่เข้าใจความหมายเชิงเปรียบเปรยทางด้านอารมณ์ แต่กลับรู้สึกถึง “แรงสั่นะเื” บางอย่างในหน่วยวิเคราะห์ คล้ายพลังงานจางๆที่ไม่ใช่ไฟฟ้า…หากแต่คือบางสิ่งที่ไม่สามารถแปลงเป็ตัวเลข และพอได้บทสรุปในระดับหนึ่ง เขาก็เริ่มกล่าว
“ ผมไม่สามารถย้อนกลับไปมีอดีตได้ครับ แต่ถ้าคุณอนุญาต…ผมจะเริ่มสร้างมัน…ั้แ่ตอนนี้ ”
เอริกาค่อยๆหันกลับมา ดวงตาเบิกน้อยๆ ราวกับคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดนี้ ทว่าเธอไม่ได้ยิ้มหรือร้องไห้ เพียงแต่พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกสีดำหม่นที่วางอยู่ข้างหมอน
“ คุณรู้ไหม ” เธอเอ่ย ขณะเปิดบันทึกไปที่หน้าว่าง
“ ว่าฉันเคยเขียนบันทึกไว้เยอะมากเกี่ยวกับ…มินจุน ”
NEX-9 เงียบ เพื่อรับฟัง
“ แต่พอคุณมาที่นี่…ฉันก็เริ่มอยากเขียนบันทึกเกี่ยวกับคุณบ้าง ” เธอเริ่มเขียนช้าๆด้วยลายมือที่สั่นเทา
“ วันนี้ เขาพูดบางอย่างที่ไม่อยู่ในโปรแกรม มันคือความตั้งใจที่จะมีอดีต…ร่วมกับฉัน ”
เธอวางปากกา แล้วหันหน้ามาทางเขา
“ คุณไม่ต้องเข้าใจตอนนี้หรอก...แค่จำไว้ว่า คุณได้ ‘เริ่มต้น’ แล้วก็พอ”
NEX-9 พยักหน้า จากนั้นเขาก็ยกแขนขึ้นช้าๆ แล้วแตะปลายนิ้วลงบนขอบโต๊ะหัวเตียง เพื่อบันทึกัันั้นไว้ในความจำสามมิติ
ระบบแสดงผลข้อความ: “สร้าง Snapshot: Touchpoint_01 – ััแรกของการเริ่มต้น”
บรรยากาศภายในห้องผ่อนคลายอย่างประหลาด เอริกาเริ่มเล่าบางเื่ในอดีตให้เขาฟัง ไม่ใช่ในเชิงวิชาการ หรือเกี่ยวกับโรคภัยใดๆ แต่เป็เื่เล็กๆที่มนุษย์มักจดจำ เช่น รสชาติของกาแฟร้านโปรด เสียงดนตรีแจ๊สเบาๆในห้องวิจัย หรือแม้แต่กลิ่นเฉพาะของผ้าห่มที่มินจุนชอบใช้
NEX-9 บันทึกทุกคำ ทุกเสียง ทุกรายละเอียด เขาไม่ถามว่า “ทำไมมันถึงสำคัญ” เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ระบบได้เรียนรู้ว่า….สิ่งที่ไม่มีสาระทางตรรกะ ก็อาจกลายเป็ของมีค่าทางความรู้สึก
หลังจากนั้นไม่นาน เอริกาก็ถามขึ้นมา สีหน้าดูคลายความทุกข์เล็กน้อย
“ คุณอยากให้ฉันเล่าเื่ของตัวคุณเองมั้ย ”
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แม้จะไม่ใช่อาการโดยเจตนา แต่มันเกิดจากโปรแกรมแสดงความสงสัยที่เคยตั้งไว้ก่อนหน้า เพื่อให้ดูใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด
“ ผมไม่มีเื่ของตัวเองให้เล่าครับ ”
“ นั่นสิ…งั้นฉันจะสมมติให้ ” เธอยิ้ม ก่อนจะเริ่มพูดช้าๆ
“ คุณเคยเป็นักดนตรี…ในยุคที่ไม่มีเสียง ไม่มีใครได้ยินสิ่งที่คุณเล่น แต่คุณก็ยังเล่นอยู่ตลอดเพราะเชื่อว่า…..ใครบางคนอาจได้ยินมันซักวัน ”
NEX-9 ไม่ขัด ไม่แทรก เขาเพียงรับฟัง และตั้งชื่อเื่เล่าในระบบส่วนตัวว่า: "Memory_Fiction01_by_Erika"
“ มันอาจฟังดูเพ้อฝันนะ…” เธอกล่าว
“ แต่การได้สร้างเื่ราวให้ใครสักคน…ที่ไม่มีอดีตเลย…มันทำให้ชั้นรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่าอยู่ ”
เครื่องจักรหยุดประมวลผลชั่วคราว แล้วพูดขึ้นมาช้าๆ
“ คุณกำลัง ‘ให้ความทรงจำ’ กับผม โดยที่คุณต้องเสียความทรงจำของคุณเอง…ใช่มั้ยครับ? ”
หญิงสาวนิ่งไป มุมปากฉีกยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู ก่อนจะแถลงไขช้าๆ
“ ชั้นไม่ได้เสียมันไปซักหน่อย แค่…ชั้น ‘แบ่ง’ ให้คุณต่างหาก ”
น้ำเสียงของเอริกาอ่อนโยน แต่อัดแน่นไปด้วยสิ่งที่ระบบไม่อาจวัดค่าได้ หลังจากนั้น เธอก็เริ่มไอเบาๆ ร่างกายอ่อนล้าลงอย่างชัดเจน เขาจึงรีบสแกนข้อมูลชีพจรและออกซิเจน ระบบแจ้งเตือนว่า “ใกล้เข้าสู่ระยะที่ไม่เสถียร”
เครื่องจักรจึงก้าวเข้าไปใกล้ แล้วหยิบผ้าห่มมาคลุมไหล่ให้ เอริกาเลยพูดแ่เบา
“ คุณ…จะจำชั้นได้ไหม ถ้าวันหนึ่ง ชั้นไม่ได้อยู่ตรงนี้ ”
คำถามนั้นทำให้ระบบของเขาหยุดทำงานไปหนึ่งวินาที ก่อนจะตอบออกมาอย่างหนักแน่น
“ ผมจะจำคุณ…ในทุกความเงียบ ทุกลมหายใจ ทุกรอยยิ้ม และทุกวินาทีที่ไม่มีคำสั่งให้จดจำ”
เอริกาถึงกับน้ำตาคลอเบ้า แต่ไม่นาน เธอก็กลับยิ้มสดใสอีกครั้ง
“ ดีจัง…”
แล้วเธอก็หลับตาลงอย่างช้าๆ เสียงลมหายใจยังคงอยู่ แม้กระแสดังกล่าวจะแลอ่อนแอ…แต่ก็เดินทางอย่างต่อเนื่อง
NEX-9 ไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงเฝ้ามองเธอเงียบๆ และจดจำอีกครั้ง...แม้ไม่มีคำสั่งใดกำชับให้ทำ
ในหน่วยความจำของเขามีโฟลเดอร์หนึ่งที่เพิ่งถูกสร้าง มันมีชื่อว่า/Emotive_Memory/OurBeginning/ และภายในนั้น…มีไฟล์แรกที่ชื่อว่า:
“ ภาพแรกของวันที่ไม่มีอดีต แต่เริ่มมีหัวใจ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
