“วันนี้หนูทานข้าวหรือยังล่ะ”
“ยังค่ะ กำลังหิวพอดี” หล่อนทำเสียงอ่อย คุณหญิงพิมใจมองหญิงสาวด้วยความสงสาร จนต้องออกไปสั่งสาวใช้ให้เตรียมอาหารให้
เมื่ออาหารมาถึง หล่อนก็ลงมือกินข้าว ขณะที่สายตาคุณหญิงมองหล่อน ด้วยความเอ็นดู
“แล้วหนูจะพักที่นี่อีกกี่วัน” หล่อนมองตาคุณหญิง สิ่งที่อยู่ในใจของปรียานีย์ เวลานี้คือกลับบ้าน! หล่อนคิดถึงคุณปู่และพี่ชาย
“ดิฉันอยากกลับบ้านค่ะ ถ้ามีคนไปส่ง”
“ได้สิ แต่หนูต้องรอตานนท์กลับมาก่อน ฉันจะถามตานนท์ว่าทำไมถึงจับหนูมาที่นี่ รอได้ใช่ไหม”
ปรียานีย์ กำลังใช้ความคิดถ้าหากรอภานนท์กลับมามีหวัง หล่อนไม่ได้กลับบ้านแน่! หนำซ้ำแม่ของเขาต้องรู้ความจริงแน่นอน
“เดี๋ยวฉันจะย้ายหนูไปอยู่อีกห้อง ที่ดีกว่านี้ หนูไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย พอตานนท์กลับมาเราเจอกันอีกครั้ง”
คุณหญิงพิมใจเดินออกไป ไม่เปิดโอกาสให้ปรียานีย์พูดอะไรต่อ หลังจากกินข้าวเสร็จ ปรียานีย์ก็ถูกส่งตัวมาพักอีกห้อง ที่มีของใช้อุปกรณ์ครบครัน ภายในห้องก็มีเฟอร์นิเจอร์ ตู้ เตียง เสื้อผ้าเตรียมไว้ให้ ปรียานีย์เดินมาเปิดตู้เสื้อผ้า เห็นเสื้อยืดสองตัว กางเกงขาสั้น และชุดชั้นในยังใหม่ อยู่ในตู้
หญิงสาวจึงอาบน้ำตามที่คุณหญิงบอก ใช้เวลาไม่นาน หล่อนก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จจากนั้น ก็มองหาโทรศัพท์ของภานนท์ที่หล่อนยึดเอาไว้ ใช้เวลามองหาอยู่นาน แต่ก็หาไม่เจอจึงคิดขึ้นได้ว่า หล่อนคงลืมไว้สักที่ ปรียานีย์เดินกลับมาที่ห้องเดิม ที่ภานนท์เคยขังหล่อนไว้ เพื่อจะไปหาโทรศัพท์ …
แต่ปรากฏว่า โทรศัพท์ถูกภานนท์ถือไว้ หล่อนขยับมาใกล้ๆ เห็นภานนท์กำลังใช้โทรศัพท์คุยงาน ปรียานีย์ยืนอยู่ไม่ห่างนัก หล่อนต้องหนีไปให้ได้! แต่ก่อนไปหล่อนต้องเอาโทรศัพท์ไปด้วย เพื่อติดต่อกับพี่ชาย ปรียานีย์ค่อยๆ เดินไปหยิบถังที่มีน้ำเต็มราดลงบนพื้น... จากนั้นหล่อนก็พุ่งเข้ามาแย่งโทรศัพท์ในมือภานนท์
“นี่ปรียานีย์ ปล่อยนะ คุณทำอะไรของคุณ”
“คุณเอากระเป๋าของฉันไป คุณยึดโทรศัพท์ฉันไว้ ยังไงฉันก็ต้องเอาของของคุณให้ได้”
ปรียานีย์เอื้อมมือมาแย่งโทรศัพท์ของภานนท์ ขณะที่ภานนท์ชูโทรศัพท์ขึ้นสูง ปรียานีย์เอื้อมมือตาม จังหวะที่กำลังเอื้อมหล่อนถือโอกาส ผลักภานนท์ซาถลาลงพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ ปรียานีย์เหลียวไปเห็นกระถางที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ หล่อนผลักกระถางหมายให้กลิ้งไปโดนภานนท์ ภานนท์ทำท่าหลบ ทว่าด้วยความลื่นจึงเสียหลักล้มลงพร้อมๆ กับกระถางกลิ้งมาทับที่เท้าของเขาพอดี
“โอ๊ย!”
ภานนท์ร้องโอดครวญสีหน้าไม่สู้ดี ปรียานีย์รีบคว้าโทรศัพท์ของเขามาถือไว้ หล่อนใที่เห็นเขาแสดงอาการเ็ป พรางคิดในใจไม่สนหรอก ว่าเขาจะเป็ตายร้ายดียังไง... นอกจากจะหนีไปให้ได้ หล่อนรีบเอาโทรศัพท์ซุกไว้ในกระเป๋าหันหน้าสู่ถนน เพื่อจะวิ่งหนี ทันทีที่หล่อนวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว บอดี้การ์ดที่เขาเตรียมเฝ้าหล่อนไว้สองนายก็เดินเข้ามาขวางไว้
“จะคิดหนีไปไหน!” หนึ่งในบอร์ดี้การ์ดเอ่ยขึ้นมา ปรียานีย์มองชายสองคนตรงหน้าด้วยสายตาหวาดหวั่น จนหล่อนต้องค่อยๆ เดินถอยหลังอย่างช้าๆ เหลียวมาทางภานนท์ ชายอีกคนรีบเดินมาผลักกระถางออกช่วยพยุงตัวภานนท์ ส่วนอีกคนก็ยึดตัวปรียานีย์ไว้
“ไม่รู้ว่ากระดูกจะหักไหม ไปโรงพยาบาลนะครับคุณนนท์” ภานนท์มีสีหน้าซีดลง เพราะความเ็ปจากเท้าที่เสียหลักล้ม หนำซ้ำยังถูกกระถางต้นไม้ทับอีก ปรียานีย์มองเขา ใจหนึ่งก็นึกสมน้ำหน้า... แต่เมื่อมองหน้าตาซีดเซียวของเขา หล่อนก็รู้สึกไม่ดี ความจริงหล่อนไม่ได้ตั้งใจอยากให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น หล่อนแค่้าโทรศัพท์ก่อนจากไปเท่านั้น!
“ฉันขอไปโรงพยาบาลด้วยคน” หล่อนร้องขออย่างคนรู้สึกผิด ชายที่พยุงภานนท์พยักหน้าตอบแทนเขา ก่อนพากันขึ้นรถเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล
ในวันรุ่งขึ้นวีรดาตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้ปู่ของเขา ตามที่หล่อนได้สัญญากับพิบูลแล้วว่า หล่อนจะอยู่ที่บ้านหลังนี้จนกว่า ปรียานีย์จะกลับมา หล่อนจึงเข้ามาในครัวเตรียมอาหารเช้าแทนแม่บ้านที่ยังทำงานบ้านไม่เสร็จ... ไม่นานนักพิบูล ก็เดินออกมาจากห้องนอนร่วมรับประทานอาหารเช้ากับหล่อน
“วันนี้เ้าปรัชหายไปไหนหนูดา ไม่มานั่งกินข้าวด้วยกัน”
“ดาไม่ทราบค่ะ”
“ถ้างั้นเรากินข้าวกันเถอะ” พิบูลตักข้าวเข้าปาก เมื่อลองข้าวต้มคำแรกก็ติดใจฝีมือของหล่อนพร้อมเอ่ยปากชม
“รสชาติอร่อยมากหนูดา ถ้าหนูดาทำอาหารให้ปู่กินทุกวัน สงสัยปู่เจริญอาหารแน่”
“ได้ค่ะ ต่อไปดาจะทำอาหารเย็นให้คุณปู่ทาน แต่มื้อเช้าอาจจะไม่ทัน เพราะดาต้องทำงานแทนปรียา” หล่อนเสนอให้เสียงใส ต่อไปทุกเย็นคนที่อยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน คงมีแต่หล่อนกับปู่ของเขา... ส่วนเขาหล่อนก็คงไม่เห็นหน้าตามเคย
“ดีเลย ปู่จะรอกินข้าวเย็นกับหนู ถ้าเ้าปรัชไม่อยู่กินด้วยปู่จะบังคับ”
“อย่าไปฝืนใจเขาเลยค่ะ คุณปู่”
“ไม่ได้หรอก แต่งงานกันแล้ว ต้องกินข้าวด้วยกัน อยู่พร้อมหน้ากันถึงจะถูก” หล่อนพยักหน้า อย่างกล้ำกลืน
“ตอนที่ปรียาอยู่ เขาเป็ผู้จัดการฝ่ายขาย ปู่จะให้หนูดาเป็ผู้จัดการฝ่ายขายแทนปรียา”
“ดา ขอเป็แค่พนักงานขายก็พอค่ะ เพราะดาคิดไว้ว่า จะทำจนกว่า ปรียาจะกลับมา เท่านั้นค่ะ”
“หนูต้องเป็ผู้จัดการถึงจะถูก หนูจะได้มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ” หญิงสาวจึงพยักหน้ารับปาก แม้อยากจะปฏิเสธก็ตาม
พอรับประทานอาหารเสร็จ ชายชราก็โทรหาหลานชาย เพื่อให้มารับหล่อนเข้าบริษัทพร้อมกัน แต่ปลายสายตอบกลับมาว่าไม่ว่าง...
.....
ขอบคุณ ที่ติดตามจ้ะ