ตอนที่ 20เกมชิงบัลลังก์ของจ่าฝูง!
เสือน้อยเงยหน้ามองเขารู้อยู่แล้วว่าต้องมีเื่ทำนองนี้ สำหรับเสือน้อยที่เป็พวกบ้ากำลังถ้าจะพูดถึงใครในห้องที่ชื่นชอบใช้ความรุนแรงคงไม่พ้นเขา หากแต่เขาเรียนรู้ที่จะเก็บงำประกายไม่ให้มันเด่นสะดุดตาก็เท่านั้น!
เพราะว่าไม้ที่เด่นเกินพงไพรย่อมต้องต้านทานรับแรงลมฝน หรือจะกล่าวได้อีกอย่างว่า อย่าเด่นจะเป็ภัยนั้นเหมาะกับเขานักแล
“เอ่อ…ก็พอตัวนะ!”เสือน้อยยิ้มตอบแบบกวน ๆ คนรอบข้างสะดุ้ง บรรยากาศเริ่มระอุขึ้นมาทันที
เสือน้อยลุกขึ้นยืน“กูก็ได้ยินมาบ้างนะว่าพวกมึงไม่ชอบกู…แต่ว่ากูก็อยู่ของกูเฉย ๆไปหาเื่พวกมึงตอนไหนวะ?”
เปรมตอบ“แค่ไม่ชอบขี้หน้ามึงแค่นี้พอไหม ถ้าจะให้หาเหตุผลก็เป็เพราะมึงขี้เก๊กอะ!”อีกเหตุผลหนึ่งก็คือพวกเขาร้องเหมียว ๆ ยั่วอีกฝ่ายอีกฝ่ายไม่สนใจทั้งยังส่งยิ้มกลับคืนมาให้
“และที่กูไม่ชอบที่สุดก็คือเวลาที่มึงยิ้มบอกตรง ๆ”
เสือน้อยเลิกคิ้วข้างหนึ่งพูด“แค่เนี่ย…?” ภายในใจของเขาก็ไม่เข้าใจจริง ๆว่าตนได้ทำผิดตรงไหน
จึงตอบไปตามสัตย์จริง“กูยิ้มให้พวกมึงก็ดีเท่าไหร่แล้วถ้าเอารองเท้าปามันจะเป็ยังไงวะ...พวกมึงบ้าหรือเปล่า?” เขาพยายามอธิบาย
“ถ้าปารองเท้าใส่พวกกูมึงก็คงได้เละคาตีนของพวกกูนี่แหละ!?”น้ำเสียงดุดันของเปรมเริ่มดังขึ้น
“เละคาตีนพวกมึง?”เสือน้อยหัวเราะ “ยังไม่ลองจะรู้ได้ไงวะ…ว่าใครเป็หมู่ใครเป็จ่า?”
เสือน้อยไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป“เอาไงดีล่ะ? จะเอาตรงนี้เลยหรือที่ไหนดีพวกมึงเข้ามาพร้อมกันสองคน เลยกูต่อให้” เขาฉีกยิ้มสองมือกอดอก
เพื่อน ๆ ร่วมห้องก็สงสัยไอ้หมอนี่มันไปเอาความกล้ามาจากไหน? มันไปกินดีหมีหัวใจเสือมาหรืออย่างไร?
เสือน้อยตัดบท“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน...พวกมึงไปเจอกันซอยข้างโรงเรียน เดี๋ยวเรียนเสร็จไปกันเลย!”เสือน้อยหันไปมองเพื่อน ๆ ร่วมห้อง
สองเด็กหนุ่มเมื่อได้ยินดังนั้นจึงโกรธเพราะคำว่า“เข้ามาพร้อมกันสองคน!”
นี่มันไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเลยนี่หว่า!“ได้...เดี๋ยวมึงเจอกู” ก่อนจะหันไปขู่ใส่เพื่อนร่วมห้อง“ใครปากดีเอาไปฟ้องครู...เจอกูแน่!” วาสุเทพพูดจาข่มขู่
หลังจากได้เวลานัดหมายทั้งสองฝ่ายก็เดินตามกันมาฝ่ายเพื่อนร่วมห้องที่อยากรู้อยากเห็นก็ตามมาด้วยกันเกือบทั้งห้อง เสือน้อยได้บอกให้เพื่อนช่วยยืนกระจายๆ ตัวกัน เพื่อที่จะได้บังไม่ให้คนอื่นเห็นเหตุการณ์
เสือน้อยแสยะยิ้ม “มาเลย…เข้ามาพร้อมกันเลยพวกมึงอะ!”เขาบอกพวกมันตามตรง
“นี่มึงพูดเองนะ”จากนั้นเปรมก็พุ่งปรี่เข้าไปหาเสือน้อยก่อนแต่คาดไม่ถึงว่าจะถูกเสือน้อยถีบกระเด็นออกมา
ส่วนทางด้านวาได้เตรียมจะเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้ากลับถูกเสือน้อยเบี่ยงตัวหลบได้ทันท่วงที ก่อนจะถูกสับศอกย้อนกลับเข้าที่ลำตัวอีกฝ่าย
วาสุเทพจุกจนเอามือกุมท้องไว้เพราะตอนนี้ตัวเขาแทบจะสำรอกออกมา
“นี่มันเรี่ยวแรงราวกับควายชัดๆ” มีคนบ่นขึ้น
พอเปรมลุกขึ้นได้ก็เดินตั้งท่าเข้ามาหาเขา…อย่างพอจะมีชั้นเชิงอยู่บ้าง
แต่เสือน้อยก็กลับรุกเข้าหาประดุจหมาป่ากระโจนใส่เหยื่อ เขาจับแขนที่พึ่งออกหมัดมาของอีกฝ่ายกำไว้แน่นก่อนจะปล่อยหมัดเสยเข้าที่ปลายคาง ทำเอาเืซึมออกจากจมูกและก็ปาก
ทางด้านวาที่โดนสับศอกไว้ยังไม่ทันหายดีเขาเจ็บจริง ๆ ที่บริเวณชายโครงกระดูก
เสือน้อยยังเตะข้อพับที่ขาขวาของอีกฝ่ายอย่างแรงจนร่วงลงไป ตัวเขาเองอารมณ์ไม่ดีและก็เขาไม่เคยปรานีคู่ต่อสู้ จึงได้เตะเข้าชายโครงอีกฟากหนึ่งของวา พร้อมพูดเสียงดังขึ้นว่า“ลุกขึ้นมา!”
……
หนุ่มน้อยเดินวนรอทั้งสองฟื้นตัวอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่เห็นทำทีจะลุก จึงกระทืบซ้ำเข้าที่ท้อง ส่วนของเปรมเขาก็จับแขนของอีกฝ่ายขึ้นมาดึงกระชากจนแขนหลุด เสือน้อยยังไม่ลืมกระทืบซ้ำจนอีกฝ่ายน่วมจนไม่รู้จะน่วมยังไงแล้ว!
ั้แ่ต้นจนจบ ดูว่าเหมือนเสือน้อยจะไม่เหนื่อยเลยซึ่งบรรดาเพื่อนร่วมห้องจึงมองเขาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
ส่วนทางด้านเสือน้อยนั้นเขาก็จงใจไม่เล่นงานบริเวณใบหน้า เพราะมันมีเหตุผลสำคัญคือ ใบหน้ามันปกปิดไม่ได้หากบอบช้ำมากจนเกินไป เพราะเดี๋ยวอีกฝ่ายหาทางลงไม่ได้
ก่อนจะก้มลงไปบีบปาก“เอาไงดีนะ นี่จะไปฟ้องพ่อฟ้องแม่มั้ยนะ? อุ๊ย!ถ้ามึงฟ้องก็คือไอ้ลูกแหง่ ว้าย…ไอ้ลูกแหง่…ไอ้ลูกแหง่” เขาได้พูดดักทางอีกฝ่ายไว้
และถ้าอีกฝ่ายทำอย่างนั้นศักดิ์ศรีที่ได้สั่งสมมาก็คงจะมลายหายหมด และคนก็จะเลิกคบพวกเขาอีกด้วย
เสือน้อยก็ยิ้มหันไปมองเพื่อนๆ รอบข้าง “เห็นว่ามีบางคนไม่ชอบใจกู ไม่สู้เข้ามาทีเดียวเลยดีกว่ามั้ย? มันจะได้ไม่ต้องเสียเวลานัดชกกันใหม่” เขายังไม่สาแก่ใจจริง ๆ เพราะอีกฝ่ายมันกระจอกเกินไปอวดดีเกินไป
จึงพยายามหาเหยื่อใหม่ๆ ก่อนชี้ไปที่เพื่อนร่วมกลุ่มของไอ้สองตัวนี้ “มึงอะ…ไอ้สาม เอามั้ย? เข้ามาเลย กล้า ๆ หน่อยสิวะเพื่อน!?” เสือน้อยโบกมือเชื้อเชิญพร้อมทำสีหน้าดูถูก
เมื่ออยู่ท่ามกลางสายตาเพื่อนๆ ย่อมทำเอาเด็กหนุ่มทำสีหน้าไม่ถูก จึงเกิดอาการหัวร้อนขึ้นมาทันทีวางกระเป๋าก่อนพุ่งเข้าใส่ พยายามที่จะลากอีกฝ่ายให้ลงนอนปลุกปล้ำบนพื้นให้จงได้
แต่ดันถูกเข่าของเสือน้อยกระทุ้งเข้าที่ท้องน้อยจนลอยตัวขึ้นมาเล็กน้อย สามทนไม่ไหวจึงสำรอกออกมาทันที
หลังจากรออีกฝ่ายอ้วกเสร็จเสือน้อยก็เตะเข้าที่น่องอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้องโหยหวน และยังไม่ลืมแถมให้อีกสองคนที่อยู่ตรงนั้น…
“ใครฟ้องพ่อฟ้องแม่ฟ้องครูเป็ลูกหมาบ๊อก ๆ” เสือน้อยมองสามคนนั้น และหันไปมองเพื่อน ๆ ของสามคนก่อนบอกว่า “ต่อไปนี้ใครข่มขู่ไถตังค์เพื่อนโดนกูแน่!ใครโดนแกล้งมาบอกได้เลย…เดี๋ยวไอ้เสือน้อยคนนี้ปกป้องเอง”
เสือน้อยไม่ลืมซื้อใจเพื่อนในห้องที่ถูกแกล้งมาหลายสัปดาห์ตัวเขาได้ตบอกสัญญาบอกเป็มั่นเป็เหมาะ ก่อนที่จะพาเพื่อน ๆ ร่วมกลุ่มเดินจากไปและปล่อยให้ทั้งเ้าสามคนนอนจมกองอ้วกอยู่ตรงนั้น
……
เช้าวันรุ่งขึ้นเสือน้อยที่ไม่เคยกลัวการมีเื่จึงมาเรียนปกติกลับกลายเป็ทั้งสามคน ที่กลัวหัวหดอีกทั้งยังเจ็บไปทั้งตัว จึงได้อ้างพ่ออ้างแม่บอกไม่สบายขอลาป่วย
สายตาของบรรดาเพื่อนๆ ที่จับจ้องเสือน้อย ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็ความเคารพยำเกรงอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่นับถือบูชาการใช้กำลังยิ่งแล้วใหญ่กลุ่มทั้งกลุ่มของเปรม-วาก็สลายตัวกระจัดกระจาย
สมชายหลังจากเห็นเสือน้อยที่ต่อยเพื่อนร่วมห้องสามคนเสร็จก็เดินจากไปจึงอดนึกถึงคำของเพื่อนอย่างไอ้เข้มที่พูดเอาไว้ไม่ได้
ในวันนั้นเข้มพูดว่า“นี่มึงรู้ไหมที่โรงเรียนเก่าของกู ทั้งพวกครูรวมไปถึง ‘พระครู’และเพื่อนร่วมโรงเรียนรู้จักไอ้เสือแม่งแทบทุกคน พระครูที่โรงเรียนบอกประโยคหนึ่งที่จำขึ้นใจกูได้เลย…แค่มันไม่ไปหาเื่ใครก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว!”
และอีกประโยคหนึ่ง“อยู่ ๆ กันไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ เออแต่เตือนพวกเอ็งก่อนนะอย่าไปหาเื่มันจะดีที่สุด!”
เขาจึงโทรไปหาไอ้เข้มถามเื่เกี่ยวกับเสือน้อยในทันทีและพอเข้มได้รู้ข่าวก็หัวเราะร่าดูไม่ยี่หระ แถมยังไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมสมชายพยายามชวนถามโน่นนี่ แต่เข้มก็ตอบส่ง ๆ
สิงหา : วันนี้มึงว่าพวกมันจะมาเรียนหรือเปล่า?
เอส :ถ้ามันมาไหวก็แปลกแล้ว…
ต่าย :แล้วถ้ามันไปฟ้องพ่อฟ้องแม่ขึ้นมาจะทำยังไง?
เสือน้อย :สามรุมหนึ่ง มึงคิดว่ายังไงอะ? ไหนจะเื่ไถตังค์เพื่อนอีกแกล้งเพื่อนอีก วัวสันหลังหวะ ทำได้แค่รอโดนเชือดเท่านั้น
สี่หนุ่มครุ่นคิด...
สมชาย :และพวกมันกลับมาเรียนจะทำยังไงกับพวกมัน?
เสือน้อย :เอ่อ...ต่างคนต่างอยู่ หรือไม่ก็ดูท่าทีของมันก่อน
......
หลายวันต่อมาพ่อพาเพื่อนที่เป็สัตวแพทย์มาบ้านขอให้ช่วยสอนพวกเขาเลี้ยงควาย เสือน้อยเคยเจอหน้าลุงแกมาก่อน เป็เพื่อนเก่าพ่อชื่อลุงพุ้ยเปิดคลินิกรักษาสัตว์อยู่...
ลุงพุ้ยก็มาตรวจอาการเ้าควายเบื้องต้นลุงเองก็รับตรวจดูแลวัวควายให้ฟาร์มใหญ่ ๆ อยู่แล้ว สำหรับแกแล้วแค่นี้เื่จิ๊บๆ ยิ่งไปกว่านั้น
พอเพื่อนบอกว่าโดนเชิดเงินไปจึงสงสารเห็นใจจึงมาถ่ายทอดประสบการณ์เลี้ยงควายให้ เช่น ควายชอบที่แฉะ ชอบกินอะไรควรให้มันกินอะไร ฯลฯ
ลุงพุ้ยก็พูดแนะนำว่าถ้าเลี้ยงเป็สัตว์เลี้ยงก็ให้ดูแลแบบนี้แต่ถ้าหากจะเลี้ยงมันเพื่อขุนก็จะกลายเป็อีกแบบเลย และทิ้งท้ายด้วยว่า“หากมีอะไรก็โทรไปถามแกได้ตลอด…”
หลังจากตรวจอาการควายและให้คำแนะนำคนทั้งครอบครัว และแม่บ้านทั้งสองแถมลุงก้านด้วยที่มานั่งฟังเอาความรู้ เอาประสบการณ์
แม่บ้านทั้งสองพี่แหม่มกับพี่นางดูเหมือนจะมีงานเพิ่มขึ้นมาใหม่ และนี่รวมไปถึงช่วยเลี้ยงควายด้วย
แม่บ้านทั้งสองนั้นมีรายได้เสริมเสมอทั้งช่วยแม่เตรียมอาหารไปขาย และเตรียมวัตถุดิบไปทำอาหาร แม่ชบาจะแยกรายได้ส่วนนี้ออกจากเงินเดือนประจำ
เธอคิดว่าไม่ควรเอาเปรียบลูกจ้างเหมือนครั้งที่เธอเคยโดน
ส่วนมากแม่บ้านทั้งสองจึงอยากช่วยเตรียมวัตถุดิบช่วยแม่ชบารอบหนึ่งก่อน ส่วนลูกน้องแม่ที่ร้านก็แยกเป็อีกชุดพวกเธอจึงรู้จักมักจี่กันเป็อย่างดี
แม่ชบาเตรียมกับข้าวไว้รับรองแเื่อย่างถึงใจเสมอ เื่ของธรรมเนียมไทยแท้ ที่ต้อนรับขับสู้แเื่เธอไม่เคยขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย
ลุงพุ้ยกินอาหารเสร็จก็ชมจากใจจริง“แม่ชบานี่ก็รสมือไม่ตกจริง ๆ สงสัยต้องหาข้ออ้างมาตรวจควายเสียบ่อย ๆ แล้ว”
พ่อผันก็หันไปพูด“เอาจริง ๆ นะโว้ย มาหากูได้เลยกูเหงา ๆ อยู่่นี้” เขาอยากให้เพื่อนมาจริง ๆอย่างน้อยก็แค่แวะมาหากัน
พุ้ยก็พูดขึ้น“กูเห็นมึงออกต่างจังหวัดเป็ประจำ เที่ยวไปหาคนโน้นทีคนนี้ที วันก่อน ‘ไอ้ทบ’ ยังโทรมาบอกกูอยู่เลยว่ามึงไปหามันถึงโรงเรียนจปร.”
“กูก็ออกไปหาแรงบันดาลใจไงเพื่อนส่วนทางไอ้ทบก็เพราะคิดถึงมัน แถมมันอยู่แต่โรงเรียนจปร. นาน ๆทีมันถึงจะกลับมาบ้าน และยิ่ง่นี้แม่ของมันก็ป่วยกระปอดกระแปดมันยังฝากคนไปดูเลย แถมยังฝากน้องสาวถ้าที่บ้านมีอะไรฉุกเฉิน ก็ให้กูช่วยเหลือหน่อยเท่าที่ทำได้!”
พุ้ยผงกศีรษะรับ“เออ…มันก็มาฝากฝังกูไว้เหมือนกัน มีอะไรก็ช่วย ๆ กัน เพื่อนไม่ทิ้งกันโว้ย!”ก่อนที่พุ้ยจะเกี่ยวคอผันเพื่อนสนิทสมัยมัธยมมากอดคอ
ผันหันไปพูดกับพุ้ย“เอาอย่างนี้สิ ถ้ามึงอยากกินของดี ๆ แบบนี้ ต่อไปก็แวะมาเดือนละครั้งหรือไม่ก็สองเดือนครั้ง แล้วแต่มึงเลยเพื่อน”
ผันตบที่ไหล่เบา ๆยิ้มด้วยความจริงใจที่สะท้อนผ่านแววตาหลังคุยกันอยู่นานพุ้ยก็ได้ขอแยกย้ายกลับบ้านไป
เสือน้อยมานั่งนอนเปลที่บ้านสวน เขาได้ตั้งชื่อให้บ้านที่ได้มาหลังนี้ใหม่เ้าทองสุขก็เดินช้า ๆมานั่งนอนข้าง ๆ มือหนึ่งก็ลูบหัวมันไปพลาง อีกมือก็เปิดการ์ตูนอ่าน
เ้าทองสุข ก็เริ่มอยู่ดีกินดีั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา ว่าง ๆ ลุงก้านก็จะพามันไปเที่ยวออกกำลังกาย บางทีพี่นางก็จะมาอาบน้ำให้มันอย่างมากก็ฉีดน้ำ
นาน ๆ จึงจะถูตัว ส่วนมากเสือน้อยจะเป็คนทำเองเพราะว่าเ้าควายตัวนี้ มันติดเสือน้อยอย่างกับกะละแม และยิ่งถ้าได้เจอกับแม่ชบาก็ยิ่งวิ่งเข้าไปออดอ้อนยกใหญ่