เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่55 พัฒนาการท่ามกลางความตาย

    ไอสังหารสีม่วงเข้มจากบอสนาคราชสามเศียร ย่างกายไปเยือน แผ่ซ่านพลังทั่วทิศบริเวณนั้นจนดูน่าอึดอัด…เชนสัมผัสได้ถึงกระแสมานาของพวกหัวหน้าฉานเฟิง ที่เริ่มอ่อนแรงลงจากการต้านทานการโจมตีบอสยักษ์ เริ่มขยายเกตแตกให้กว้างขึ้น

     

    ทว่าในวินาทีที่วิกฤตที่สุดเช่นนี้ พลังปราณที่เคยพลุ่งพล่าน ในร่างของเชน กลับมอดดับลง ดื้อๆ เมื่อครบเวลา3นาที

     

    [ระบบแจ้งเตือน ระยะเวลาสกิลติดตัว 'กลืนเลือด' ของคุณสิ้นสุดลงแล้ว]

     

    เสียงหัวเราะอีกด้าน ดังขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้ามใจได้ จากช่วงเวลาบีบคั้น ที่กำลังจะฆ่าสังหารกันอยู่แล้ว "ฮ่าๆๆ!" มาซวย หมาบ้าไฮอีนา ที่ฮันเตอร์คนไทยหลายคนเรียกฉายา เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ จ้องมองเชนราวกับมองลูกไก่ ในกำมือเมื่อเอ่ยประโยคเสียงเรียบ แฝงด้วยแรงกดดันยกยิ้มมุมปาก

     

    “ดูเหมือนขีดจำกัดของเจ้าจะเผยออกมาให้ข้าเห็นแล้วนะเจ้าหนู... พลังที่ยืมคนอื่นมา มันก็อยู่ได้แค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นแหละ!"

     

    เชนหอบหายใจหนัก ใบหน้าซีดเผือด ขาดสีเลือดบนใบหน้าเล็กน้อย พลางสบตากับ ลุงราชสีห์ ปราการด่านสุดท้ายของประเทศไทย ที่ยังคงยืนหยัดด้วยสภาพเลือดท่วมตัว

     

    ทั้งสองต่างรู้ ความคิดกันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก หากไม่ฝ่าหมาบ้าตัวนี้ไปช่วยทีมวีแลน ฮันเตอร์คนอื่นๆ ทุกอย่างที่อยากปกป้อง จะกลายเป็นสูญเปล่า

     

    พริบตานั้นเอง เสียงที่เชนรอคอยมาตลอด ก็ดังขึ้นในโสตประสาท! เสี้ยวขณะ ที่เขาหรี่ดวงตาจนแหลมคม เหมือนใบมีด

     

    [ระบบแจ้งเตือน: จากการต่อสู้เสี่ยงตายต่อเนื่อง ศักยภาพพื้นฐาน ถูกกระตุ้นถึงขีดสุด]  

     

    [เลเวลของคุณเพิ่มขึ้นเป็น 40 ปลุกพลังขั้นที่สองสำเร็จ]

     

    ในสภาวะไร้ทางเลือก เชน จู่ ๆ ก็คลี่ยิ้มเยาะกับตนเอง

     

    เขาตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่ เมื่อเปิดหน้าต่างระบบและเท 'แต้มสกิลพอยต์' ทั้งหมดที่มีเพื่ออัพเกรดสกิลที่ทรงพลังที่สุดของเขาในตอนนี้

     

    [ปลดล็อกเงื่อนไข สกิลติดตัวกลืนเลือด ถึงเลเวล40 อัพเกรดสกิลสำเร็จ]

     

    เชนไม่ลังเล เขาใช้ใบมีด ปาดเข้าที่แผลเดิมบนแขนของลุงราชสีห์อีกครั้ง ของเหลวสีแดงฉาน ถูกดูดซับผ่านคมมีด เข้าสู่ร่างเด็กหนุ่ม

     

    แม้ S ข้างๆ จะทำหน้าตื่นกล่าวด้วยความเป็นห่วง “เจ้าหนู…!” แต่หมดคำจะพูดออกมาในตอนท้าย

     

    เชน คล้ายสติจะเริ่มพร่าเลือน จากภาระของร่างกายที่แบกรับพลังเกินตัว แต่แววตาของเชน กลับลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้

     

    "ไปกันเถอะครับ... ลุง!"

     

    ร่างสองร่างพุ่งทะยานออกไปพร้อมกัน! เชนควงมีดสั้นที่เริ่มมีรอยร้าวปะทะกับ มาซวย S เพื่อนบ้านอย่างดุเดือด ซึ่งมันเปลี่ยนอาวุธเป็น โล่เหล็กสีทองโบราณ ในเสี้ยววินาที

     

    เคร้ง! เปรี้ยง! ราวกับตบแมลงวัน แมลงหวี่กวนใจ แรงปะทะทำให้มีดสั้นของเชนปริแตก จนประกายไฟสาดกระจาย

     

    ไม่ต่างอะไรจาก ลุงราชสีห์ แบกค้อนใหญ่ ร่างผลักกระเด็น เซ ถอยหลังไปหลายก้าว

     

    มาซวย มัน แสยะยิ้มพลางสัมผัสได้ถึง จังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว ผิดปกติของเด็กหนุ่มผมขาว เหมือนยมทูต ควงมีดฟาดฟันด้วยความคล่องแคล่ว ให้เส้นผมของมันขาดกระจาย ที่เอียงคอหลบเลี่ยง "หือ? ฝืนใช้สกิลต่อเนื่องงั้นรึ? ร่างกายเจ้าจะพังทลายเสียก่อน สิ เจ้าหนู!"

     

    ทั้งสองคำรามแผดเสียงร้อง ย๊าก! ไม่ได้สนใจ เข้าต่อสู้สุดชีวิตดังก้อง ขนาดรุมทิ้งจัดการอีกฝ่าย ยังยากลำบาก เห็นความห่างชั้นหนึ่งก้าวใหญ่ ระหว่างพวกเขากับศัตรู

     

    มาซวย พลิ้วกายหลบเลี่ยงฝ่าเท้าเบาหวิว เซถอยหลัง กล่าวอย่างกับผู้ชนะ “หากเจ้าใช้เลือดข้า อาจจะพอต่อสู้ได้ สูสี”

     

    เชนยิ้มมุมปาก ที่ตวัดมีดสั้น เคลือบเปลวเพลิงดำ ความมืด ฉิ้ง! “พอดีข้าไม่กินเลือดสุนัข”

     

    ลุงราชสีห์หัวเราะคำราม ปากเปื้อนเลือดอย่างชอบใจ “ฮ่าๆ พูดได้ดีเจ้าหนู” มาพร้อมค้อนยักษ์ ในมือแบก ฟาดทุ่มใส่พื้นดัง ตู้ม!

     

    S เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ คนนั้น เผยความโหดร้ายอันตรายที่แฝงไว้ในแววตา “ปากดีนัก งั้นพวกเจ้าก็ตายไปเสีย!”

     

    มาซวย ไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูที่เขาหยอกล้อ พักหายใจ เขาคำรามลั่น พร้อมเปิดใช้งาน  [สกิล คลื่นสายฟ้าทะลวง]  สายฟ้าสีครามควบแน่นรอบ อาวุธเปลี่ยนรูปร่างในเสี้ยวฉับพลัน ที่แผ่ไอสังหารคมหอกรุนแรง พุ่งออกหลายสาย

     

    เปรี้ยง!!! วูม!

     

    หอกสายฟ้าพุ่งแหวกอากาศประดุจมังกรคลั่ง เชนยกมีด ขึ้นป้องกันจุดตาย มีด มีรอยร้าวหักพังกระจาย ออก ทันที เมื่อเสียงโลหะ หักดังสะท้อนกึกก้อง

     

    ร่างของเชน กระอักเลือด สด ออกจากปาก ร่างกระเด็นถอยหลังกรูด จนพื้นดินเป็นรอยไถลทางยาว ขณะที่ลุงราชสีห์ ต้องใช้มือเปล่าคว้าจับคมหอกที่พุ่งเข้ามาจนเลือดอาบร่าง ฝ่ามือดูหวาดเสียว

     

    ทั้งคู่ตอนนี้ถูกกดดันจนถึงขีดสุด ยิ่งเวลาไหลไปมากเท่าใด สกิลกลืนเลือดของเชนก็จะหมดไวขึ้นเท่านั้น

     

    ทว่าท่ามกลางความเพลี่ยงพล้ำ ทั้งสองกลับส่งสัญญาณ ผ่านสายตาเสี้ยวแวบหนึ่ง

     

    ลุงราชสีห์รวบรวมปราณมานาธาตุดินมหาศาลไว้ที่ค้อนยักษ์ พลางพยักหน้าให้เชนหนึ่งครั้ง  [สกิล คลื่นระเบิดกัมปนาท!]

     

    ตู้มมมมมม!!!

     

    แผ่นดินพุ่งผ่าแยกออกเป็น เสี่ยง ๆ แรงสั่นสะเทือนมหาศาล ส่งผลให้มาซวยต้องชะงัก แต่มันกลับคลี่ยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า เมื่อเตรียมจะรับการโจมตีจากค้อนยักษ์ที่พุ่งเข้ามาจากใต้ดิน งัดร่างมันให้ลอยขึ้นสู่ฟ้า

     

    “ทำอะไรงี่เง่าจริง!” ทว่ามันกลับต้องเบิกตากว้างจนหางตากระตุก! ถี่ๆ

     

    ด้วยความสามารถใหม่ของสกิลกลืนเลือดเลเวล 40 เชนได้ทำการ 'ก๊อบปี้' สกิลผู้ถูกกลืนเลือด ใช้งานสกิลอีกฝ่ายได้

     

    "รับไปซะ!" เชนคำรามลั่น [สกิล คลื่นระเบิดกัมปนาท!]

     

    ปราณธาตุมืดและเพลิงดำระเบิดออกจากฝ่ามือของเชน ควบแน่นเป็นรูปทรง 'ค้อนยักษ์ทมิฬ' ขนาดมหึมาที่แผ่กลิ่นอายทำลายล้าง ค้อนทั้งสองฝั่ง (ดินและมืด) พุ่งเข้าปะทะมาซวยจากสองทิศทางพร้อมกัน!

     

    ตึง!

     

    "อย่าได้ใจไปนัก!" มาซวยสบถลั่น สะบัดผ้าคลุมชุดโมบิลสูท พลางยกมือทั้งสองข้างขึ้น ระเบิดธาตุสายฟ้าอันตรายในตัวไม่เก็บออม เพื่อหยุดยั้งค้อนยักษ์ทั้งสอง

     

    เปรี้ยง! วูมมมมม!

     

    คลื่นพลังหักล้างชนกันอย่างรุนแรง จนเกิดพายุหมุนวน ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วด้วยอายปราณมานา

     

    มาซวยพยายามดันพลังทั้งหมด เพื่อสลายปราณของพวกเชนทิ้ง ย๊าก! “หายไปเสีย!”

     

    แต่ในจังหวะที่มันเสียสมาธิไปกับการป้องกันนั้นเอง…

     

    ฟุ่บ!

     

    ร่างของเชนอาศัยแรงระเบิดพุ่งทะยาน ข้ามหัว ‘มาซวย’ ออกไปอย่างรวดเร็ว

     

    เป้าหมายเขาเป็นบอส ปกป้องทีมวีแลนกำลังวิกฤต ทิ้งให้มาซวยคำรามด้วยความฉุนเฉียวอยู่เบื้องหลัง “ช่างโอหังนัก กล้าเมินข้าเชียวไอ้เด็กนี่”

     

    แต่ความดีใจก็อยู่ได้ไม่นาน... เมื่อเชนมองไปที่บอส นาคราชสามเศียร เขาก็ต้องหยุดชะงัก

     

    เสียงคำรามที่สั่นประสาทกว่าเดิมดังขึ้น พร้อมกับออร่าภายในตัวบอสที่ปะทุขึ้นจนกลายเป็นสีม่วงแดงที่เข้มข้นจนน่ากลัว... บอสเกตแตกกำลังจะ 'วิวัฒนาการ' เข้าสู่ระดับที่เหนือกว่า…