เมื่อได้เงินมาครบหมดแล้ว ซูลี่รีบแอบเก็บทุกอย่างเข้าในมิติชิปมหัศจรรย์ของตนทันที เหลือไว้เพียงเงินอีแปะและเงินตำลึงเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยไม่อยากถูกคนฉกชิงเอาไปได้โดยง่าย หากมีคนรู้ว่านางมีเงินตำลึงติดตัวมากมายเช่นนี้ย่อมไม่ดีแน่
ตลอดทางที่เดินออกมาจากโรงรับฝากเงินซูลี่รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาที่ตน จึงได้แต่เก็บอาการไว้ อาจจะมีคนประสงค์ร้ายต่อตนเองเป็แน่ สองเท้ารีบย่างก้าวแม้จะมองดูบริเวณสองข้างทางที่เดินผ่านอยู่ตลอดเวลาเพื่อสำรวจดูสิ่งของที่พ่อค้าแม่ค้าเอามาค้าขาย
ในใจเริ่มคิดว่าจะซื้อข้าวสารกับธัญพืชกลับไปอย่างไร หรือต้องมีรถม้าสักคันไว้ขนของดีนะ ตอนนี้หยางหลงก็ยังเดินไม่ค่อยได้ หากมีรถม้าสักคันไว้ให้เขาไปไหนมาไหนกับนางได้คงดี ทั้งยังเดินทางได้ไวกว่ารถเกวียนวัวมากนัก อย่างน้อยก็คงรู้สึกอุ่นใจที่มีเพื่อนร่วมทาง ไปไหนมาไหนคนเดียวในโลกโบราณเช่นนี้แล้วรู้สึกไม่คุ้นเคยและแปลกที่แปลกทางอยู่บ้าง
คิดได้ดังนั้นซูลี่จึงลองไปสอบถามชาวบ้านแถวนั้นว่ามีที่ใดขายรถม้าบ้าง เมื่อได้ความแล้วจึงเดินไปยังแหล่งค้าขายรถม้าและเกวียนวัวที่อยู่ลึกเข้าไปทางด้านหลังตลาด
ซูลี่ไม่มีความรู้เื่รถม้าเลยจึงให้ชิปมหัศจรรย์ของตนช่วยเลือก โดยสั่งการผ่านสมองออกไปทันที
ช่วยเลือกเป็ม้าที่แข็งแรงวิ่งเร็ว รถม้าใช้งานง่ายขนของได้เยอะ
ตามที่แสกนดูผ่านม่านตาและเอ็กซเรย์ดูภายในของม้ามี 2 ตัวสีดำทางฝั่งขวาแข็งแรงที่สุด วิ่งเร็วที่สุด ส่วนรถม้าเลือกคันที่ทำจากไม้สีเข้มด้านใน เป็ไม้เนื้อดี รูปแบบใช้งานง่ายที่สุดและจุได้มากกว่าคันอื่น…ตรู๊ดดด จบภารกิจ
เมื่อได้ข้อมูลครบแล้วซูลี่ก็ไม่ลังเลเดินตรงไปชี้เลือกม้า 2 ตัว ที่สั่งการให้ระบบชิปมหัศจรรย์เลือกให้และไปเลือกรถม้ามาเทียมเข้ากับม้าทั้งสองตัวทันที ซูลี่ไม่รู้วิธีควบคุมรถม้าจึงต้องเรียนรู้อยู่พักใหญ่จนควบคุมได้ดีขึ้น ดีที่มีครูผู้ฝึกสอนให้ผู้ซื้อทุกคน
ตอนนี้ซูลี่มีรถม้าแล้วจึงตั้งใจขับออกไปซื้อข้าวสารและธัญพืชไปไว้ที่เรือนของหยางหลง เพราะของทุกอย่างใกล้หมดแล้ว ก่อนหน้านี้ซูลี่พยายามหาอาหารจากในป่ามาทำให้หยางหลงทานทุกวันเพราะไม่อยากให้สิ้นเปลืองจ่ายค่าอาหารในส่วนของเขาและเธอให้ป้าหลี่กวงทุกวัน มันช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้หยางหลงได้เพียงแค่ชั่วคราว แต่หากหาเงินใช้เองได้คงดีกว่านี้ ตอนนี้แม้จะมีเงินทุนจากการขายทองคำแต่หากใช้จ่ายไปทุกวันเช่นที่หยางหลงเคยทำย่อมมีวันหมด
หลังจากนี้คงต้องไปปรึกษาหารือกันอีกทีว่าจะค้าขายสิ่งใด ขณะที่ซูลี่บังคับรถม้าออกมาบนท้องตลอาดเพื่อจะไปซื้อข้าวของเพิ่มเติม มีชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่โต 3 คน มายืนขวางรถม้าของตนเองไว้ ในใจเริ่มรู้สึกถึงลางร้าย
“พวกเ้ามาขวางทางข้าทำไม หลบไป!”
“แม่นางน้อยเดินทางคนเดียวเช่นนี้ไม่ดีนะ สนใจให้พวกข้าช่วยเหลือหรือไม่ พวกเรายังไม่มีภรรยา หากเ้าพึงใจคนใดสามารถเลือกได้เลยนะ ข้าจะติดตามดูแลเ้าเป็อย่างดี”
ซูลี่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าคนเหล่านี้น่าจะเป็คนที่ลอบตามมาั้แ่ที่โรงรับฝากเงิน ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้ว่านางเดินทางมาคนเดียว ขนาดขับรถม้ามาเช่นนี้ก็น่าจะคิดได้ว่าอาจจะมีคนนั่งอยู่ด้านในก็ได้ แต่ดูความมั่นใจนี้แล้วคงรู้ว่านางเดินทางคนเดียวมาั้แ่ต้น คนพวกนี้เข้าใจว่านางตัวคนเดียวไม่มีสามีก็คิดจะข่มเหงรังแก คนสมัยโบราณคงเป็เช่นนี้กันหมด มิน่าล่ะหยางหลงจึงอยากให้นางแต่งให้เขา อย่างน้อยก็ขจัดปัญหาเื่จุกจิกกวนใจจากคนภายนอกได้เยอะ
“ข้ามีสามีแล้ว ตอนนี้เขากำลังรอข้าอยู่ หากพวกเ้าไม่กลัวว่าเขาจะกลับมาเอาเื่พวกเ้าที่กล้ามาก่อกวนข้าก็ลองดู”
ซูลี่ลองข่มขู่คนพวกนี้ดู หากรู้ว่านางมีสามีจะเกรงกลัวบ้างหรือไม่
“ตอนนี้สามีเ้าเขาไม่อยู่ที่นี่สักหน่อย อย่างไรแม่นางคนงามเดินทางผู้เดียวคงเหงา ให้พวกเราร่วมทางได้หรือไม่?”
“เห็นทีจะไม่ได้ ข้าต้องซื้อเสบียงสิ่งของอีกมาก หากพวกเ้าไปด้วยคงไม่มีที่วางของ หลีกทางได้แล้ว ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่เกรงใจพวกเ้าแล้ว!”
ชาย 3 คนเห็นท่าทีไม่โอนอ่อนของซูลี่จึงเลิกพูดโอ้โลมต่อ ทำหน้าตาดุดันขึ้นกว่าเดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว
ในมือของซูลี่มีแส้สำหรับไว้เฆี่ยนม้าพอดีจึงตวัดออกไปเบื้องล่างตรงเท้าของชาย 3 คนเพื่อข่มขู่และจงใจให้พวกเขารู้ว่านางไม่ยินยอมให้เข้ามาใกล้กว่านี้ นางฝึกวิชาต่อสู้มามากมายหลายแขนง แม้กับคนตัวโตกว่าก็ล้มคว่ำมาแล้ว เพียงชาย 3 คนไม่คณามือนางหรอก
“หากยังกล้าก้าวเข้ามาอีก ต่อไปแส้ของข้าจะฟาดลงบนตัวพวกเ้า!”
ชายทั้ง 3 หยุดชะงักเมื่อเห็นแส้ของซูลี่ฟาดลงมาเกือบถึงเท้าของตนพอดี ก่อนจะมองหน้ากันอย่างชั่งใจว่าจะทำอย่างไรดี แต่สตรีตัวนิดเดียวจะสู้พวกเขา 3 คนได้อย่างไร พวกเขาเดินผ่านโรงรับฝากเงินเห็นนางเอาทองคำแท่งไปขายในโรงรับฝากเงินได้ตั๋วแลกเงินมามากมายจึงอยาก่ชิงมาเป็ของตน จึงได้ลอบติดตามั้แ่นางเดินออกมาจากโรงรับฝากเงินแล้ว
ตอนนี้เป็โอกาสดีของพวกเขาเพราะคนไม่พลุกพล่าน ทั้งยังอยู่ท้ายตลาด พวกเขาต้องแย่งชิงของๆ นางมาให้ได้ ก่อนนางจะหนีไป
“เ้าเป็เพียงสตรีจะสู้พวกข้า 3 คนได้อย่างไร คิดว่าข่มขู่แค่นี้พวกข้าจะกลัวรึ!”
เมื่อเห็นท่าทีของชาย 3 คนนี้ไม่ยอมปล่อยตนเองไปง่ายๆ ซูลี่จึงได้แต่ตั้งท่ารอรับศัตรูตรงหน้า นางค่อยๆ ยืนขึ้นบนรถม้า มือข้างหนึ่งถือแส้ไว้พร้อมใช้งาน
“เช่นนั้นก็เข้ามา ข้าจะสั่งสอนพวกเ้าให้รู้ว่าสตรีเช่นข้าจะทำอะไรพวกเ้าได้หรือไม่”
ชายทั้ง 3 ไม่รีรออีกต่อไปพุ่งเข้าใส่รถม้าอย่างรวดเร็ว ซูลี่ฟาดแส้ไปที่ตัวชายคนหนึ่งอย่างแรงจนเสื้อของเขาขาดออกเป็รอยแส้ มีเืไหลออกมาซิบๆ จนชายผู้นั้นร้องออกมาด้วยความเ็ป และทยอยฟาดใส่คนถัดไปทันทีจนล้มลงไป ส่วนชายอีกคนมาถึงตัวนางแล้ว ซูลี่จึงใช้เท้าถีบไปที่หน้าอกเขาอย่างแรง แต่ดูเขาไม่สะทกสะท้านกลับยืนนิ่งเฉย จนซูลี่ต้องะโลงมาจากรถม้าไปตั้งหลักที่ข้างรถม้าก่อน
ดีที่ซูลี่เคยเรียนกังฟูและมวยไทยมาจนชำนาญ ทั้งยังมียูโดที่นางเป็นักกีฬาด้วยจึงไม่กลัวเื่ของขนาดตัวที่ต่างกัน
นางตั้งใจใช้ความรวดเร็วหยุดคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่านางผู้นี้ ดีที่เหลือเพียงแค่ 1 คน ส่วน 2 คนที่ถูกนางฟาดแส้ไปอย่างแรงล้วนยังร้องเ็ปกับาแของตนอยู่ จึงต้องรีบจัดการชายคนที่ 3 ก่อน 2 คนนั้นจะหันกลับมารุมนาง
ซูลี่ไม่รอช้ารีบจู่โจมก่อนทันทีเมื่อชายร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้นาง นางะโเหยียบหัวเข่าเขาก่อนจะเตะก้านคออย่างแรงจนเขาล้มฟุบไปทันทีอย่างไม่รู้ตัว
เขาไม่คิดว่าสตรีตัวเล็กเช่นนี้จะมีเรี่ยวแรงมากพอจะล้มเขาได้ แต่เมื่อโดนฟาดเข้าที่ลำคอเพียงครั้งเดียวอย่างแรก สติเขาก็ดับวูบไปทันที ส่วนชาย 2 คนที่มองเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าและยังเ็ปกับาแจากแส้ของนางจึงรีบลุกขึ้นวิ่งหนีไปทันที
ซูลี่เห็นว่าทุกอย่างจบลงแล้วจึงได้กลับมาขึ้นรถม้าของตนและรีบไปซื้อข้าวของเพื่อจะได้เดินทางกลับไปหาหยางหลง ตอนนี้บ่ายคล้อยแล้วเพราะมัวเสียเวลากับคนเหล่านี้ไปมากแล้ว