*gif นี้ใช้เพื่อปรุงจินตนาการเท่านั้นจร้า~*
ส่วนตรงด้านข้างของตัวบ้าน ถ้าจะเอาไผ่ตรงมาลงให้แน่นเพื่อทำเป็แนวรั้วบ้านไปในตัว .. ส่วนเนื้อที่ที่ว่างตรงกลางระหว่างบ้านกับรั้วไผ่ หากได้หินสีขาวโรยไว้ให้เต็ม เอาเก้าอี้สนามมาตั้งวางไว้ใช้นั่งพักยามบ่าย ..นิ่งฟังเสียงเพลงใบไผ่..ดีไหม
เอ๋?...ด้านหน้าบ้าน เขาทำระเบียงเอาไว้ดูดาวกับคนรักหรือเปล่าน่ะ
ถ้าเป็อย่างที่เธอคิดไว้ ...แหม... เ้าของบ้านคงต้องเป็คนที่โรแมนติกไม่เลวเลย ... ^^
ร้อยตะวันเผลอยิ้มจนตาหยี ให้กับความคิดอันเป็ตุเป็ตะของตัวเอง
จากความอ่อนโยนของแสงอาทิตย์ยามอัสดงที่กำลังจะจูบลาขอบเขาไกล ๆ กับสายลมเย็นที่พัดผ่าน ความสงบเงียบที่ได้รับ ทำให้เธอนึกอยากจะหาซื้อที่ปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ แบบนั้นไว้สักหลังหนึ่งเพื่อเอาไว้สำหรับพักผ่อนซะแล้วซิ ..แต่คงยังอีกนาน...นานมาก ๆ เลยแหละ
หญิงสาวอมยิ้มให้กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่จะได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่ทิ้งเอาไว้ในรถดังเป็เพลงโปรดของเธอ
กวินนั่นเองล่ะที่เป็ผู้โทรเข้ามา
"ตะวัน..เป็อะไรหรือเปล่า? ตอนนี้อยู่ที่ไหนน่ะ .. ทำไมยังไม่ถึงบริษัทฯเสียที"
คำถามที่ยิงใส่มาเป็ชุด เรียกรอยยิ้มได้อีกครา แม้กระนั้นก็ยังทำให้คนฟังรู้สึกผิดไม่น้อยที่วันนี้เผลอเพลินกับงาน แถมยังเถลไถลชมบรรยากาศอยู่จนลืมโทรหาเพื่อนรักไปซะสนิทเลย
"ขอโทษจ้ะกวิน พอดีเราทำงานเพลินน่ะ กว่าจะออกมาจากไร่ก็ปาเข้าไปเกือบสี่โมงเย็นแล้วล่ะ" เสียงหญิงสาวที่ตอบกลับจึงอ่อนโยนลง
"กวินมีอะไรจะคุยกับเราด้วยหรือเปล่า"
"เปล่าหรอก เราแค่เป็ห่วงน่ะ แล้วก็แค่กะว่าจะทำเซอร์ไพรส์ รอดินเนอร์แบบโรแมนติกด้วยกันเสียหน่อย" เขามักจะพูดเล่นแบบนี้กับเธอได้เสมอ "ก็ั้แ่ร่วมบริษัทฯกันมา เห็นแต่ตะวันทำงานหามรุ่งหามค่ำจนแทบจะไม่มีเวลาให้กับเพื่อนฝูงเลยน่ะสิ .. ดูเถอะ ขนาดวันนี้เรารอจะทานข้าวด้วยกันก็ยังพลาด" เสียงสวดบ่นปนมา
"งั้นเป็วันอาทิตย์นี้เน๊อะ .. งานเราคงเสร็จพอดี"
ตอบด้วยน้ำเสียงสดใสให้คนฟังสบายใจขึ้น ... ขัดกับสายตาหมองที่ทอดมองไปยังบ้านหลังน้อยไกลออกไปตรงปลายเนิน
"อื้ม!..เยี่ยมเลย...และยินดีด้วยจ้า ถือเป็การเลี้ยงฉลองไปในตัวเลย ...ว่าแต่... ต้องเลี้ยงเราร้านหรู ๆ เลยนะ" เสียงตอบโต้มาตามสายเริ่มดีขึ้น
"ได้สิ...ร้านลาบกะส้มตำหน้าซอยบ้านเราเลยนะ รสแซ่บ ๆ" อำเพื่อนที่ขี้ตะกละมาั้แ่เด็กเล่น
"แหมะ!... น้ำลายสอเลยเชียว แถมแหนมเนืองให้เราด้วยใช่ปะ?"
"ตะกละอะ!... เงินเรางวดแรกหมดเลยนะน่ะ" โอดโอยเสียงละห้อย
"งกน่า!... ได้เงินงานแรกมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ยังจะขี้เหนียวกับเพื่อนรักได้นะ แล้วนี่ออกจากไร่มาแล้วใช่ไหม?"
"จ้ะ...เผลอแวะชมวิวนิดนึ่ง.. เราเพิ่งเห็นน่ะว่าวิวตรงนี้สวยดี แล้วก็ว่ากำลังจะกลับอยู่พอดีเลย"
คนตอบ...ยกมือเสยผมที่หยักหยิก แต่นุ่มอ่อนจนพลิ้วไหวได้ตามแรงลม
"โอเค...ถ้างั้น...ขากลับขับรถดี ๆ นะจ๊ะ"
เสียงสุดท้ายยังฟ้องนัยแห่งความเป็ห่วงไม่วาย
"อื้มมม...จ้ะ" ร้อยตะวันตอบรับในลำคอ ก่อนจะแตะจอวางสาย .. พร้อมๆ กับเื่ราวในอดีตก็ฟื้นตื่นมายั่วเย้าอีกครา ..
………………..
"รถเสียหรือครับ?"
คำถาม ดังขึ้นจากเื้ัของสาวน้อยร่างบางระหงในชุดนักศึกษา ผมยาวหยิกสีอ่อนถูกรวบเป็เปียหลวม ๆ มีไรเหงื่อชื้นเกาะที่ตีนผมอยู่เล็กน้อย เพราะ่เธอเดินออกมาเจอกับอากาศที่แม้จะเป็เวลาบ่ายจัดแล้ว แต่ความร้อนที่สะสมอยู่ตลอดทั้งวันก็ไม่เคยยอมผ่อนปรนให้กับกรุงคอนกรีตเช่นประเทศไทยเอาเสียด้วยซิ
แค่ก้มๆ เงยๆ ดูไปงั้นแหละ! เพราะไม่ได้มีความรู้เื่เครื่องยนต์อยู่แล้ว แต่เมื่อครู่ลองโทรไปที่อู่ประจำของครอบครัว หากวันนี้ก็เป็อะไรไม่ทราบ โทรทั้งร้านทั้งมือถือ กลับไม่มีผู้รับโทรศัพท์เธอสักที กะไว้ว่าอีกสักสิบห้านาทีจะลองโทรใหม่ เผื่อที่อู่จะมีธุระยุ่งกันอยู่ ก็เลยเถลไถลออกมาก้มเงยมอง ๆ เครื่องเล่นฆ่าเวลา เพราะไม่อยากจะนั่งอารมณ์เสียอยู่ในรถคนเดียว ... กวินก็ดันไปเข้าค่ายอาสาเสียอีกนะวันนี้!