ตอนที่9 วีรบุรุษช่วยสาวงาม
แสงแดดสาดส่อง ย้อมเมืองหนานจิงในยามบ่ายแก่ ๆ ทำให้เปล่งประกายสีทองวาววับ กลางวันอากาศเย็นสบายใบหน้าของพวกเขาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เด็กๆ วิ่งเล่นไล่จับกัน เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่ว บรรยากาศตลาดบ่ายแก่ ๆ เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นธูปหอมลอยมาจากศาลเ้า ผู้คนแต่งกายด้วยชุดจีนโบราณ หลากสีสันทหารยามเดินตรวจตราความเรียบร้อย สร้างความมั่นใจให้กับผู้คนในตลาดยามนี้ชั่งเป็เวลาที่คึกคักจริงๆ
"วันนี้ข้าจะพาคุณชายเดินชมบรรยากาศในเมืองหนานจิงท่านคงอยากเห็นว่าคึกคักแค่ไหน”
เมื่อิซัวหลงได้ฟังแววตาของเขาวาววับเขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นตลาดโบราณจริงๆ
“ขอบคุณคุณหนูจ้าว"ชายหนุ่มตอบ
"อาหลงเ้าตาม หยางหลิง หยางเฟิง และคนของเราไปด้วยกัน และหาเสื้อผ้าชุดใหม่คุณชายหยวนลู่ด้วย"
นางบอกอาหลง เพราะตอนนี้ิซัวหลงยังคงแต่งกายด้วยชุดที่เขามา จึงดูแปลกประหลาดสำหรับคนที่นี้มาก เมื่อสั่งอาหลงเสร็จนางก็หันมาบอกิซัวหลงอีกทีว่า
"ท่านไปเปลี่ยนชุดก่อน ข้าเกรงว่าชุดที่ท่านใส่อยู่เกรงจะเป็ที่สนใจของผู้คนจนเกินไปแล้ว แล้วเจอกันที่หน้าจวนตระกูลจ้าวนะเ้าคะ”
เมื่อสั่งเสร็จนางก็เดินออกไปทันที ส่วนิซัวหลงก็เดินตามอาหลงไปที่ห้องอีกครั้ง
เมื่อจ้าวลู่ซื่อเดินมารอิซัวหลงที่หน้าจวน หยางหลิงสาวได้ยืนรออยู่แล้ว นางคือสาวสวยคม มากฝีมือที่เป็ทั้งลูกน้องและเพื่อนสนิทของจ้าวลู่ซื่อ ซึ่งบุคลิกของนางค่อนข้างที่จะแข็งกร้าว แข็งแกร่ง หากว่าจะเทียบกับสตรีในยุคนี้ แต่ทว่านางหาได้สนใจความคิดของคนอื่นไม่ เพราะตัวนางนั้นชอบการต่อยตี ฝึกอาวุธมากนั้นเอง เมื่อทางตระกูลจ้าว้าคนคุ้มกันคุณหนูนางจึงได้มาสมัครและแน่นอนว่านางได้ตำแหน่งผู้ดูแลนั้นไป
“คุณหนูวันนี้ทำไมท่านดูสดใสและสวยเปล่งประกายเช่นนี้เ้าคะ"
นางเอ่ยชื่นชมคุณหนูของตัวเอง
"นี่ถ้าให้ข้าเดา….คงจะเป็เพราะคุณชายหยวนลู่ใช่มั้ยเ้าคะ เพราะว่าเขากลับมาแล้วนั้นเอง "
จ้าวลู่ซื่อหน้าแดงขึ้นทันใดและในตาของเธอเปล่งประกายและเขินอายเล็กน้อย
"เ้าก็พูดมากเกินไปแล้ว ข้าก็เหมือนเดิมแหละ"
นางพูดพร้อมกับดึงแขนเสื้อมาบิดม้วนเล็กน้อยจน
หยางหลิงมองพลางส่ายศีรษะไปมาและคิดว่าหากบิดมากกว่านี้เสื้อตัวนี้คงจะขาดแน่แล้ว ..หึหึหึ นี่ยังบอกว่าเหมือนเดินอีกนะ…
เมื่อทุกคนมาเจอกันที่หน้าจวนตระกูลจ้าว หยางหลิง หยางเฟิง อาหลง จ้าวลู่ซื่อ ิซัวหลงและลูกน้องผู้ติดตามอีก3คนพร้อมอาวุธแล้วพวกเขาทั้งหมดก็ออกไปชมเมือง ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย กลิ่นหอมจากอาหารลอยเตะจมูก เสียงพ่อค้าแม่ค้าะโเรียกลูกค้าเสียงต่อรองราคาสินค้า แผงขายเครื่องประดับหลายร้าน มีแผ่นหยกที่สวยงามในแผงขายเครื่องประดับ ปิ่นปักผม โคมไฟ ขนมหวาน ต่าง ๆ เ่าั้ ทั้งหมดผสมผสานกันกลายเป็เอกลักษณ์ของตลาดในเมืองหนานจิง ิซัวหลงถึงกับรำพึงในใจ นี่มันคือภาพเหมือนในหนังย้อนยุคที่เขาเคยเห็นจนชินตาในละครย้อนยุคในโลกที่เขาจากมา แต่ตอนนี้ที่ตื่นเต้นคือเขารู้สึกว่าตัวเขากำลังยืนอยู่ในฉากใหญ่ ของหนังย้อนยุคระดับฮอลลีวู้ดอะไรอย่างนั้นเลยเขาคิด ในขณะที่เดินชมเมือง
ชายหนุ่มกับหญิงสาวต่างมีความสุขกับ่เวลานี้แบบนี้ สายตาของิซัวหลงไม่เคยห่างออกมาจากร่างที่แสนจะงามสง่าของคุณหนูจ้าวเลย เขาเฝ้าแต่มองตามว่านางชอบดูอะไร ชิมอะไร หรือพูดคุยต่อรองราคาของอย่างไร ตอนนี้หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มอย่างไรอย่างนั้น ส่วนจ้าวลู่ซื่อก็รับรู้สายตานั้นตลอดเวลาเช่นกัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนางรู้สึกถึงความปลอดภัยและความห่วงใยที่ถูกส่งมาจากเขาตลอดเวลา อาจจะเป็เพราะพวกเขาต่างคนต่างขาดหายจากคนรักมาแสนนาน ครั้งนี้์คงให้พรแก่พวกเขาได้มาเจอกัน เขาทั้งคู่ทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา พวกเขาต่างคน ต่างแสวงหาความสุขในตอนนี้เพียงเท่านั้น รอยยิ้มของจ้าวลู่ซื่อสว่างไสว ดวงตาเปล่งประกายเต็มไปด้วยด้วยความสุข
ขณะที่เดินดูของในตลาด มือของนางััมือิซัวหลงอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งคู่หันมองตากันเหมือนประหนึ่งคู่รักที่จากกันมานานแสนนานได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ทั้งสองคนเดินเล่นในตลาดท่ามกลางผู้คนมากมาย ลูกน้องคนสนิทของจ้าวลู่ซื่อ ต่างมองตากันแล้วให้โอกาสพวกเขาได้อยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางที่เสียงอึกทึกครึกโครมของผู้คนในตลอด แต่ชายหนุ่มหญิงสาวต่างกลับรู้สึกสงบราวกับว่า โลกทั้งใบหยุดหมุนไว้เพียงนางกับเขาเท่านั้น
และด้วยใบหน้าของทั้งคู่ เธอเหมือนกับคนรักของเขา และเขาก็เหมือนคนรักของนาง อย่างกับคนคนเดียวกัน อย่างอื่นพวกเขาแค่ไม่อยากคิด แค่อยากจะหยุดเวลาใน่นี้เอาไว้.....ในที่สุดิซัวหลงก็ทนไม่ได้อีกต่อไปเขาค่อยๆ ยื่นไปและจับมือของหญิงสาวเอาไว้ในที่สุด จ้าวลู่ซื่อมองมือของตัวเองที่ถูกเขาจับเอาไว้จากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลาของเขา ก่อนจะก้มหน้าลงมุมปากของนางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะปล่อยเลยตามเลย ในยามนี้นางรู้สึกมีความสุขอบอุ่นและปลอดภัย และนางรู้ว่านางจะไม่มีวันปล่อยมือเขาไปอีกแล้วหากว่าเขา้าที่จะอยู่ที่นี้ ท่ามกลางเสียงพ่อค้าแม่ค้าะโเรียกลูกค้ากันอื้ออึง แต่เสียงที่พวกเขาได้ยิน กลับกลายเป็เสียงบทเพลงแห่งความรักหวานอันแสนหวานดังเกสรดอกไม้ในฤดูหนาว.....
..แต่ทันใดนั้นเอง!!
“หลบไป!! หลบไป!!”
เสียงแผดร้องของผู้คนก็ดังขึ้น เมื่อรถเข็นคันใหญ่บรรทุกของมาเต็มคันและดูเหมือนว่ามันจะหนักมากทีเดียว มันพุ่งเข้าหาทั้งคู่ด้วยความเร็ว!!!.
“.ระวัง!! ระวัง!! ระวัง!!”
ชายคนหนึ่งพยายามควบคุมรถเข็นที่เสียหลักและร้องะโออกมา...แต่ก็ไม่สามารถควบคุมรถเข็นได้ เสียงะโร้อง ให้หลีกทางดังสนั่นหวั่นไหวในที่สุดมันก็พลิกคว่ำลงและเลื่อนไถลไป…
ในขณะนั้น อาหลง หยางหลิง หยางเฟิง และคนของเขาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลแต่ก็มองออกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นตรงที่นายหญิงของพวกเขายืนอยู่ ทุกคนใและรีบวิ่งเข้าใส่เหตุการณ์นั้นทันที
ิซัวหลงเห็นอันตรายที่ใกล้เข้ามา ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขารีบคว้าตัวจ้าวลู่ซื่อ หลบรถเข็นที่กำลังพลิกคว่ำสามตลบและหมุนคว้าง พุ่งเข้าใส่ทั้งคู่!!!..
“ระวัง….กรีด!!”
เสียงกรีดร้องดังไปทั่วบริเวณนั้น
วงล้อขนาดใหญ่กระแทกลงพื้นดังตึง ตึง แล้วเด้งตรงเข้าหาจ้าวลู่ซื่อ!!
"จ้าวลู่ซื่อระวัง!!."
ิซัวหลงะโพร้อมทั้งกระชากตัวนางเข้ามาในอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว ล้อรถเข็นพุ่งเฉียดผ่านนาง!!..ก่อนจะพุ่งกระแทกเข้าที่หลังของิซัวหลงที่เอาตัวบังนางเอาไว้!!!เสียงะโของจ้าวลู่ซื่อดังออกมาสุดเสียง
เขาหมุนเอาตัวเองบังจ้าวลู่ซื่อเอาไว้.!!รถเข็นหลังจากที่กระแทกโดนหลังของเขามันก็เข้าใส่ร้านค้าทันที ดังโครม!!!
“ตึ้ง!! ตึง!!!”
“โครม!!!”
ของตกแตกกระจายและเสียงดังสนั่นหวั่นไหว..ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ิซัวหลงกอดจ้าวลู่ซื่อเอาไว้แน่น ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกับพื้นพลิกไปหลายตลบ..จนทุกอย่างสงบฝุ่นควันจางลง แขนของเขาโอบกอดเธอไว้แน่เขาใช้ตัวเองเป็เกราะกำบังให้นางด้วยความห่วงใย
“คุณเจ็บตรงไหนมั้ย!!?”
เสียงของเขาพูดกับ จ้าวลู่ซื่อแต่นางยังคงตกตะลึง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทันตั้งตัว หัวใจเต้นรัวนางกอดิซัวหลงแน่น รู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยนางไว้ได้ทัน ิซัวหลงปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่เป็ไรคุณปลอดภัยแล้ว"
เขาพูดกับนางพลางมองไปรอบๆ เห็นผู้คนต่างใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางคนก็รีบมาช่วยเก็บของที่กระจัดกระจาย บางคนก็ช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับาเ็ิซัวหลงรู้สึกโล่งใจที่จ้าวลู่ซื่อไม่ได้รับาเ็ใดๆ แต่ด้วยความที่เขาคือนักรบมาก่อนเขาคิดว่าเหตุการณ์นี้ไม่ปกติเสียแล้ว เพราะจ้าวลู่ซื่อเคยกังวลเกี่ยวกับเื่ความปลอดภัยอยู่ก่อนแล้ว เขาไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากอุบัติเหตุหรือไม่ ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายช่วยเหลือคนอื่นอยู่ ด้วยสัญชาตญาณเขามองเหตุการณ์รอบๆ ทันที และเห็นมีกลุ่มคนกำลังยืนดูเหตุการณ์แล้วกระซิบให้อีกคน จากนั้นพวกเขาก็เดินหายไปในฝูงชนแบบมีพิรุธ
หลังจากทุกอย่างเริ่มสงบนางหันไปมองเขา แต่ิซัวหลงนั้นตอนนี้ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่คนกลุ่มนั้นก่อนจะละสายตามาที่นาง
“หยวนลู่ท่านไม่เป็ไรใช่มั้ย? เจ็บมากหรือเปล่า”
ในขณะที่ไหล่ของเขามีเืออกเป็ทางยาว
“ผมไม่เป็ไรแล้วคุณเจ็บตรงไหน?"
"ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ” นางเอ่ยตอบพลางมองไปที่แผลของเขาอย่างเป็หว่ง
"คุณหนูๆ ท่านเป็ไงบ้าง!!"
ลูกน้องทั้งหมดวิ่งกรูเข้ามาถึงตัวเ้านายในวินาทีต่อมา หยางเฝิงหันหลังให้เ้านายเป็แนวป้องกัน แล้วมองไปรอบๆ เหมือนเขาไม่เชื่อว่านี่เป็แค่อุบัติเหตุ
"หยางหลิงพาคุณหนูและทุกคนไปพักที่โรงน้ำชาข้างหน้าก่อน"
หยางเฟิงพูดในขณะที่เห็นเืไหลเป็ทางจากเสื้อที่ฉีกขาดของท่านหยวนลู่
"ท่านไม่เป็ไรใช่มั้ย" เขาเอ่ยถามขึ้นมา
"ผม…ข้าไม่เป็ไร"
ิซัวเลงเอ่ยตอบ ตอนนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยเขาคิดว่าควรจะเปลี่ยนการพูดให้เหมือนกับพวกเขาแล้วหล่ะ จากนั้นทั้งหมดก็รีบเดินออกจากตรงนั้นทันที...
****ต้องปรับตัวแล้วนะพี่ิ..****