“พบว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง”ชายวัยกลางคนจ้องเขม็งแล้วถามต่อว่า “เป็นใคร”
“หลานสาวตระกูลเซี่ย”
“ตระกูลเซี่ย!” ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว
“ใช่ ผมแน่ใจว่าเป็นหลานสาวตระกูลเซี่ยเซี่ยหลิง ผมยังเห็นเธอพูดคุยสั้นๆ กับฉินลู่ด้วย"
“อืม” ชายวัยกลางคนพยักหน้า และพูดต่อว่า “สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง”
“ตอนนี้ฉินลู่และคนทั้งสี่ที่ผมหามาถูกขังอยู่ในสถานีตำรวจทั้งหมด”
“ฉินลู่คนนั้นถูกขังด้วยหรือเกิดอะไรขึ้น” ชายวัยกลางคนถามด้วยความสงสัย
ปลายสายเงียบไปสักพักจากนั้นพูดว่า “ผมยังคงตรวจสอบสถานการณ์ที่แท้จริงอยู่แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น น่าจะเป็นฉินลู่ล้มทั้งสี่คนลงได้ก็เลยถูกตำรวจเข้าใจว่าเป็นผู้ต้องหา”
“เป็นแบบนี้ได้ยังไง!”ชายวัยกลางคนพิจารณาสักพักแล้วพูดว่า “สำนักงานตำรวจที่ไหนแกส่งข้อความหาฉันเดี๋ยวนี้ ส่งที่อยู่อย่างละเอียดมาให้ฉัน”
“เข้าใจแล้วเจ้านาย”
พอวางสายชายวัยกลางคนก็วางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปจ้องหยางซวี่ตงแล้วพูดว่า “ลงมือโดยไม่สืบประวัติเบื้องหลังอีกฝ่ายให้ชัดเจนเห็นหรือยังว่าตอนนี้ลำบากแค่ไหน!”
ผู้หญิงที่คว่ำหน้าอยู่บนตัวหยางซวี่ตงเหยียดตัวขึ้นแล้วพูดกับชายวัยกลางคนว่า "ตระกูลเซี่ยสอดมือเข้ามายุ่งใช่ไหม"
ชายวัยกลางคนพยักหน้า“จากสถานการณ์ตอนนี้ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น”
“ถ้างั้น...แบบนี้จะทำยังไงดีล่ะ”หญิงสาวหันกลับมาอย่างร้อนรน
“จะรนทำไมแม้ว่าตระกูลเซี่ยจะปกป้องมันก็ไร้ประโยชน์” ดวงตาของชายวัยกลางคนฉายแววสังหารแวบหนึ่ง
“กล้าทำร้ายลูกชายของหยางจวินฉันไม่สนว่าเขาจะเป็นตระกูลเซี่ยหรือตระกูลตง!"
เมืองจิงเฉิงสำนักงานตำรวจเขตหนานเฉิน ห้องสอบสวน
ฉินลู่นั่งอยู่ในห้องสอบสวนมือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจมือ มองดูตำรวจสองคนที่อยู่ข้างหน้าเขาอย่างไร้เดียงสาแล้วอธิบายว่า "คุณจับผิดแล้วจริงๆ ผมเป็นเหยื่อ คุณควรสอบปากคำสี่คนนั้นไม่ใช่ผม ผมเป็นหมอที่มีคุณธรรมดีคนหนึ่ง ถ้าพวกคุณไม่ปล่อยผม วันนี้ไปทำงานสายแน่ความเสียหายที่เกิดขึ้นพวกคุณชดใช้ได้ไหมล่ะ”
ฝั่งตรงข้ามฉินลู่คือตำรวจหนุ่มคนหนึ่งเขาตบโต๊ะอย่างรุนแรงทีหนึ่งจนเกิดเสียงดัง "ปัง" แล้วพูดอย่างเคร่งขรึม“ไม่ต้องบอกเรื่องพวกนี้กับพวกเรา มันไร้ประโยชน์คุณยังไม่ทราบสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองใช่มั้ย อย่ามาเล่นตลกกับผมพวกเราถามอะไรคุณก็ตอบแค่นั้น สารภาพเรื่องจริงอย่างซื่อสัตย์”
“ได้” ฉินหลู่พยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นคุณตำรวจทั้งหลายพวกคุณถามมาเลย”
“เหอะ” ตำรวจหนุ่มส่งเสียง แล้วหยิบถุงพลาสติกออกมาจากที่ไหนสักแห่งในถุงมีปืนพก เขาเขย่าถุงใบนี้ใส่ฉินลู่แล้วพูดว่า “บอกความจริงมาปืนกระบอกนี้คุณรู้จักไหม”
“ปืนกระบอกนี้....”
“ผมถามอะไรคุณก็ตอบมาสิ!”ตำรวจพูดซ้ำอีกรอบ จากนั้นก็ถามต่อว่า "ผมถามว่าปืนกระบอกนี้ คุณรู้จักไหม”
ฉินลู่ได้แต่พยักหน้าแล้วพูดว่า"รู้จัก”
“โอเค” ตำรวจบันทึกคําพูดของฉินลู่ลงบนกระดาษ จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า"แล้วปืนกระบอกนั้นล่ะ" ตำรวจหนุ่มพูดแล้วดึงถุงอีกใบออกมาภายในถุงมีกองชิ้นส่วนปืนกระจัดกระจายอยู่
ฉินลู่จ้องไปที่ชิ้นส่วนปืนอยู่พักหนึ่งพูดว่า “อันนี้ผมก็รู้จัก”
“อืม” ตำรวจหนุ่มพอใจกับคำตอบของฉินลู่มากแล้วถามต่อว่า"แล้วใครเป็นคนถอดปืนกระบอกนี้"
“ตอนที่พวกเขาถือปืนกระบอกนี้...”
“ผมถามคุณว่าใครถอดมันออก”ดวงตาของตำรวจหนุ่มวาววับขึ้น
“ผมถอดมันเอง” ฉินลู่ยักไหล่
ตำรวจหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาของฉินลู่หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็พูดว่า "ก็แค่นั้นแหละ ผมถามอะไรคุณก็ตอบแค่นั้นไม่ต้องพูดเรื่องอื่นกับผม คุณอยากพูดอะไรสักหน่อยไหม ให้โอกาสพูด”
“ถ้างั้นคุณถามมาผมค่อนข้างยุ่ง รีบๆ หน่อย”
ตำรวจหนุ่มไม่ได้ใส่ใจกับคําพูดของฉินลู่แต่กลับเอนตัวมาที่โต๊ะสอบปากคำ จ้องไปที่ดวงตาของฉินลู่แล้วพูดว่า
“คุณชื่ออะไร”
“ฉินลู่”
“อายุ”
“เหมือนจะเป็น 26”
“ผมดูในบัตรประชาชนของคุณคุณอายุ 25”
ฉินลู่สีหน้าทะมึนแล้วพูดว่า”คุณรู้แล้วจะมาถามผมทำไมล่ะ”
“พูดไร้สาระมามากแล้วผมถามอะไรคุณก็ตอบแค่นั้น!”
“ปัง!”ตำรวจหนุ่มตบโต๊ะอีกครั้ง
“ได้ๆ คุณถาม”ฉินลู่รู้สึกว่าเขาไม่สามารถกวนลุงพวกนี้ได้
“เพศ”
“ชาย”
“อาชีพ”
“หมอ”
“ทำงานที่ไหน”
“ที่ห้องพยาบาลมหาวิทยาลัยหวาชิง”
“อืม” ตำรวจหนุ่มพยักหน้า จากนั้นเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปทันทีและถามว่า"คุณเป็นแค่หมอประจำมหาลัย ทำไมถึงถอดปืนกระบอกนี้ได้”
ฉินหลู่ตะลึงค้างจากนั้นพูดว่า "เพราะผมเจ๋งไง"
“ปัง!” ตำรวจหนุ่มตบโต๊ะ ลุกขึ้นยืนแล้วพูดอย่างกรุ่นโกรธว่า"สารภาพความจริงมา!”
ฉินลู่อยากจะโบกมือแต่พบว่ามือถูกใส่กุญแจมืออยู่ ทำได้แค่ยักไหล่แล้วพูดว่า"ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบอาวุธทางการทหาร ชอบปรับเปลี่ยนปืนพวกนี้ ดังนั้นผมเลยถอดปืนพกพวกนี้เป็น”
“แต่เราไม่พบอะไรเกี่ยวกับปืนหรือโมเดลพวกนี้ในบ้านของคุณเลยคุณจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง” ในตอนนี้ตำรวจวัยกลางคนที่ไม่ได้พูดอะไรสักคําด้านข้างก็เอ่ยถามขึ้นมา
ฉินลู่หันไปมองตำรวจวัยกลางคนแล้วพูดว่า"ผมเล่นเมื่อนานมาแล้ว นานแล้วที่ไม่ได้เล่น"
“คุณรู้หรือไม่ว่าเหตุผลของคุณเต็มไปด้วยช่องโหว่”ตำรวจวัยกลางคนกล่าว
“เหรอ” ฉินลู่ขำแล้วขำอีก ตอบกลับไป “ฉันยังรู้สึกจริงจังมากไปด้วยซ้ำ”
“นี่คุณ!” ตำรวจหนุ่มต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกตำรวจวัยกลางคนห้ามไว้จากนั้นถามฉินลู่ว่า “คำถามนั้นค่อยคุยกันอีกทีผมอยากถามคุณถึงสาเหตุของเหตุการณ์นี้ บอกพวกเรามาให้หมดจะช่วยให้พ้นข้อกล่าวหาว่าคุณเป็นผู้ต้องหาได้”
“เมื่อไหร่กันที่ผมกลายเป็นผู้ต้องหาผมเป็นเหยื่อมาโดยตลอด” ฉินลู่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม
ตำรวจวัยกลางคนพยักหน้ากล่าวว่า"งั้นโปรดพิสูจน์ว่าคุณเป็นเหยื่อ ไม่ใช่ผู้ต้องหา"
“ได้” ฉินลู่พยักหน้า จากนั้นพูดว่า "สิ่งต่างๆ เริ่มขึ้นจากเมื่อวาน"
“ว่ามา” ตำรวจวัยกลางคนผายมือออกมา จากนั้นมองไปยังตำรวจหนุ่มข้างๆสื่อว่าให้เขาจดบันทึก
“เมื่อวานนี้ในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยหวาชิงเพราะว่าทะเลาะกับคนชื่อหยางซวี่ตง ดังนั้น พวกเราจึงตกลงกันว่าจะสู้กันที่ชมรมเทควันโดในช่วงเย็น”
“หยางซวี่ตงคือใคร”ตำรวจหนุ่มเอ่ยถาม
“น่าจะเป็นรุ่นที่สองของตระกูลเศรษฐีดูเหมือนว่าจะเป็นทายาทของหยางกรุ๊ป ฝั่งนั้นดูอ่อนหัด ดูแล้วเหมือนไม่เคยต่อยตีมาก่อน”ฉินลู่ตอบกลับ
“หยางกรุ๊ป” เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มหยุดจดบันทึกทันทีจากนั้นมองหน้ากันกับตำรวจวัยกลางคน
“ใช่หยางกรุ๊ปในเมืองจิงเฉิงหรือไม่ประธานชื่อว่าหยางจวิน”
ฉินลู่ส่ายหัว “ผมไม่รู้เกี่ยวกับกองทัพตระกูลหยาง[1] กองทัพม้า กองทัพลา แค่รู้ว่าหยางซวี่ตงเป็นคนของหยางกรุ๊ป”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่ม"..."
เจ้าหน้าที่ตำรวจวัยกลางคน"...."
ฉินลู่กระแอมไอแล้วพูดว่า “ยังให้พูดต่อไหม”
[1] หยาง เป็นแซ่ แต่พ้องเสียงกับคำว่าหยางอีกตัวที่แปลว่า แพะ ในที่นี้พระเอกเล่นมุก