อากาศยามเช้าที่แสนสดชื่น เสียงนกน้อยขับขาแว่ววานมาตามสายลม ที่กำลังพัดโชยหอบเอากลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณ ผ่านบานหน้าต่างที่เปิดรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า ชวนให้สดชื่นและอบอุ่นจนร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของสวามี บิดตัวไปมาอย่างี้เี ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าคมของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็สามีอย่างเต็มตัว ดวงตาสวยสำรวจใบหน้าคมคายอย่างละเอียดอีกครั้ง
"หล่อสัส" บอกได้คำเดียว
"แล้วจะใจเต้นแรงไปทำไมวะ ชักจะเพี้ยนใหญ่แล้ว บ้าฉิบ"
การขยับตัวของร่างเล็ก ทำให้คนที่นอนหลับอยู่เคียงข้างกันมาตลอดทั้งคืน ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างจำใจ อยากนอนกอดร่างเล็กต่ออีกสักหน่อย แต่ก็ถูกคนตัวเล็กทำหน้าดุใส่ เลยจำใจปล่อยอีกคนให้เป็อิสระ
"เสี่ยวไป๋... เ้าจะรีบลุกทำไม นอนต่ออีกสักหน่อยเถิด"
"ข้าไม่ง่วงแล้ว หากท่านยังง่วงก็นอนต่อเถิด"
"หากเ้าไม่นอน ข้าจะนอนได้อย่างไรเล่า มันหนาวอยากกอดเ้ามากกว่า"ว่าแล้วรวบคนตรงหน้ามากอดทันที หลิงซานผลักร่างสูงให้ออกไป
"ปล่อยข้าสักที อย่ามาหื่นแถวนี้นะ"
พูดจบก็กวาดสายตามองออกไปนอกผ้าม่านบางๆ ที่ปิดกั้นส่วนที่เป็เตียงนอน เห็นบานหน้าต่างเปิดรับแสงแดดยามเช้าแบบนี้ ก็รู้ทันทีว่า เม่ยเม่ยนางกำนัลคนสนิทของตน คงเข้ามาเปิดเอาไว้ และก็เป็ดั่งที่คนตัวเล็กคิด ในตอนนั้นเม่ยเม่ย เข้ามาทำหน้าที่ประจำของตน มือบางเลื่อนเปิดหน้าต่างออกรับแสงอรุณยามเช้า ก่อนตระเตรียมอาภรณ์ที่ผู้เป็นายของนาง ต้องสวมใส่หลังจากอาบน้ำเสร็จ ร่างเล็กของเม่ยเม่ยตรงมายังเตียงนอน เพื่อปลุกคนตัวเล็กเหมือนเช่นที่เคยทำอยู่ทุกวัน องค์ราชินีน้อยจะต้องรับอาหารและยาให้ตรงเวลา หมอหลวงกำชับมาหนักหนา
"ตื่นได้แล้วเพคะ เช้าละ-แล้ว... เอ่อ... อื้ม กอดกันกลมเชียว "
ปากบางเอ่ยปลุกแต่ก็ต้องชะงักทันทีที่เห็นว่า วันนี้นายตนไม่ได้นอนอยู่เพียงลำพัง ภาพที่นายเหนือหัวนอนกอดคนตัวเล็กที่หลับซุกอกของพระสวามีอย่างสบาย ได้เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าใสอย่างห้ามไม่อยู่ ก็หลังจากคืนร่วมหอ ราชินีน้อยก็ทรงประชวรจนต้องเรียกหมอหลวงยามดึกดื่นอย่างอลหม่าน คนทั้งตำหนักต่างก็รู้ถึงสาเหตุของการประชวรครั้งนี้ดี เพราะเสียงเอะอะตึงตังในห้องหอทำให้เหล่านางกำนัลพากันเตลิดหนีออกไปนอกตำหนักกันหมด
"ถ้าใครอยากตาย ก็จงอยู่ต่อข้าขอตัวล่ะ"
"ข้าไปด้วย... ข้ายังไม่อยากตาย"
"งานนี้มีลุ้น เ้าว่าใครจะชนะ"
"ฝ่าาซิ ต้องชนะ"
เสียงกระซิบกระซาบดังออกมาจากเหล่านางกำนัล และคนที่อยู่ที่ตำหนักแห่งนี้ต่างคนต่างลุ้น แม้จะกลัวโทษเพียงใดที่แอบนินทาเ้านาย แต่ก็ขอลุ้นอยู่ห่างๆ แบบเงียบๆ
จนกระทั่งเห็นหงส์ฟ้าแสนสวยปรากฏ ทุกคนล้วนต่างยินดีกันถ้วนหน้า พอราชินีน้อยฟื้นขึ้นมา ก็ไม่ยอมให้พระสวามีเข้าใกล้ อาละวาดเสียจนต้องถอยกลับ แต่นางก็เข้าใจว่าเพราะอะไร นางมารับใช้ใกล้ชิดย่อมมองเห็นทุกอย่าง ร่องรอยความรุนแรงที่ปรากฏบนผิวขาวๆ ที่พระสวามีทำไว้มันก็ยืนยันได้เป็อย่างดี
แต่วันนี้กลับได้เห็นว่า คนทั้งคู่นอนร่วมเตียงด้วยกันเช่นนี้ คงจะหายโกรธลงแล้ว เมื่อเห็นว่าตนไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ต่อ ก็เลยรีบพาตัวเองให้หายไปจากตรงนั้นอย่ารวดเร็ว
"เ้าเป็เช่นไรบ้างเสี่ยวไป๋"
"อะไร"
"ยังเจ็บแผลอีกหรือไม่"
"เจ็บอะไร ไม่เจ็บสักหน่อยเื่แค่นี้จิ๊บๆ โธ่... ทำยังกับข้าเป็สตรีไปได้"
"ทำปากดีไป เดี๋ยวข้าจะซ้ำเข้าให้อีกสักคราหรอก คืนนั้นใครกันเล่าที่แหกปากร้องเสียลั่นตำหนัก จนพวกนางกำนัลแตกกระเจิง พากันวิ่งหนีเตลิดไม่เหลียวหลังกันแบบนั้น ฮ่า ๆ ๆ "
อี้เฟยเอ่ยหยอกเย้าเมียรัก จนเป็เหตุให้ปรากฏริ้วสีแดงระเรื่อมาแต่งแต้มใบหน้าหวานได้ไม่ยาก แก้มใสมีเืฝาดแดงปลั่งมีน้ำมีนวลกว่าตอนที่ป่วยมาก
หลิงซานหน้าเหวอ แก้มแดงร้อนฉ่ากับคำพูดของสามี นี่เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ก็คืนนั้นเขาเป็อย่างที่ร่างสูงพูดจริงๆ นี่หน่า
"ก็เพราะใครกันล่ะ ที่ทำให้ข้าขายหน้า เช่นนี้ท่านต้องรับผิดชอบ"
"ย่อมได้ ถ้าเช่นนั้นข้าขอรับผิดชอบเลยละกัน"
พูดพลางพลิกกายขึ้นคร่อมร่างเล็กไว้ทันที กวาดสายตาไปทั่วร่างงามอย่างกระหายไม่ปิดบัง ร่างเล็กใร้องห้ามเสียงหลง พร้อมใช้มือดันคนที่อยู่เหนือร่างตนเอาไว้อย่างยากลำบาก เพราะคนตัวโตเอาแต่โถมกายลงมาปล้ำจูบคนตัวเล็กท่าเดียว
"เ้าบ้า จะหื่นอะไรนักหนาวะ หยุด หยุดเดี๋ยวนี้! "
ไม่ได้ผลร่างสูงยังคงดึงดันจะจูบให้ได้
"ถ้าท่านไม่หยุด ข้าจะกัดหูท่านให้ขาดเลย! พูดจบร่างเล็กก็ฝังคมเขี้ยวลงบนใบหูของร่างสูงเสียจมเขี้ยว
กึด!!
"โอ๊ย... เสี่ยวไป๋ข้ายอมแล้วยอมแล้ว ปล่อยข้าเถิดหูข้าจะขาดอยู่แล้วเนี่ย"
ร่างเล็กยอมปล่อยหลังจากคนตัวโตยอมจำนน ใบหูข้างที่ถูกกัดแดงเถือกมีเืซึมออกมาเล็กน้อย มองเห็นรอยฟันเป็อย่างดี มือใหญ่ยกขึ้นมาลูบป้อยๆ เพื่อบรรเทาความเจ็บแสบ
"นี่เ้าเล่นแรง จนข้าได้เืเชียวหรือเสี่ยวไป"
"ทีท่านล่ะ ทำกับข้าหนักกว่านี้เป็ร้อยเท่า ข้าไม่กัดให้ขาดก็บุญเท่าไรแล้ว ข้าไม่ลืมหรอกนะ ต่อไปอย่าได้มาแตะตัวข้าอีกเป็อันขาด ไม่เช่นนั้นสิ่งที่จะขาดไม่ใช่แค่ใบหู แต่ข้าจะตัดไอ้นั่นเ้าทิ้งซะ"
"โถ่... เมียจ๋าอย่าใจร้ายกับสามีเ้านักเลย หากเ้าไม่ยอมให้ข้าแตะมีหวังข้าคงได้อกแตกตายเข้าสักวัน"เขาออดอ้อนร่างเล็กหวังให้เห็นใจ แต่เปล่าเลยร่างเล็กไม่ได้ใจอ่อน
"อย่ามาเรียกข้าแบบนั้นนะเ้าคนหน้าหนา ข้าสมน้ำหน้าท่านนัก นั่นมันปัญหาของท่านไม่ใช่ของข้าสักหน่อย"
พูดจบก็ส่งรอยยิ้มหวานหยด มองเขาด้วยสายตาแพรวพราว ยั่วยวนให้อีกฝ่าย เกิดอาการคันยุกยิกในใจเล่นๆ
"เมียจ๋าจะทำให้ข้าหลงไปถึงไหน แค่นี้ข้าก็โงหัวไม่ขึ้นอยู่แล้ว"
ตายๆ เขาคงได้อายุสั้นจริงๆ ก็คราวนี้ร่างบางยกยิ้มอย่างพอใจที่ได้เอาคืนคนหื่นเสียบ้าง
"เมียบ้านท่านนะซิ อย่ามาเรียกข้าเช่นนี้นะ"
"เ้าหนีความจริงไม่พ้นหรอก ฐานะเ้าตอนนี้ก็คือเมียข้า"
(ยัง! ยังจะมาพูดแบบนี้อีก ยอมรับก็ได้ก็มันจริงนี่เฮ้อ...) ร่างเล็กแอบยอมรับสถานะตนเองอยู่ในใจ
วันนี้หลิงซานดีขึ้นจนเกือบเข้าภาวะปกติแล้ว ถึงแม้ว่าจะเดินไม่ถนัดเท่าที่ควร เพราะมันยังคงเจ็บแปลบทุกครั้งที่ย่างก้าว แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ร่างสูงเลยประคองออกมาพบเ้าหงส์ตัวน้อย ที่ตอนนี้ทำตัวติดกับหนิงเฟิ่งจนทุกคนที่นี่เห็นจนชินตาไปเสียแล้ว
"ข้าบอกแล้วว่าเดินเองได้ ข้าไม่ได้เป็ง่อยเสียหน่อย ปล่อยข้าได้แล้วท่านลืมไปแล้วรึ ว่าห้ามใกล้ข้าระวังไอ้นั่นจะขาดเอา"
"ข้าไม่ยอมให้เ้าทำเช่นนั้นหรอกเสี่ยวไป๋ ข้ายังอยากจะมีลูกอยู่นะ ไม่นานหรอกข้าจะทำให้เ้าตั้งครรภ์ให้ได้"
"เพ้อเจ้ออะไรของท่านอี้เฟย ข้าเป็บุรุษจะมีลูกได้ไงเล่า"
"มีได้ซิ ถ้าเ้าไม่เชื่อคอยดูไปก็แล้วกัน"
"ฮ่า ๆ ๆ ถ้าข้าท้องได้ขึ้นมาจริงๆ ละก็ ต่อไปลิงได้ออกลูกเป็แมวละมั้ง... คงพิลึกน่าดู"
"หึ หึ หึ หัวเราะไปเถิด ตั้งครรภ์ขึ้นมาเมื่อไร เ้าจะขำไม่ออก" อี้เฟยกล่าวลอยๆ ออกไป
หลิงซานมองดูเ้าหงส์ฟ้าตัวน้อย อย่างตกตะลึงในความงดงาม เหมือนเ้าหงส์จะรับรู้ด้วยสัญชาตญาณ ว่าร่างเล็กเป็นายตนจึงเดินเข้ามาหาเขา ตากลมจ้องมองนายตนตาแป๋วอย่างน่ารัก หลิงซานอดไม่ได้มือบางเอื้อมไปแตะลูบเส้นขนสวยเงางามอย่างสนใจ ใบหน้าสวยซบลงมาบนขนอ่อนนุ่มพลางถูไถไปมาอย่างชอบใจ กิริยาของคนตรงหน้าเล่นเอาร่างสูงกลืนน้ำลายเสียอึกใหญ่ เขาอยากกลายร่างเป็เ้าหงส์น้อยตัวนั้นเสียจริง ได้แค่คิดและมองอย่างอิจฉาเ้าหงส์ฟ้า ที่ตอนนี้ดูจะมีความสุขมากมายนัก หนิงเฟิ่งมองการกระทำของนายเ้าตัวน้อยก็เบาใจ ร่างเล็กดูเป็คนใจดีอ่อนโยน คงไม่ใจร้ายกับหงส์ฟ้า ที่เป็เพียงสัตว์เทพประจำกายของตนหรอกนะ
"เ้าตัวน้อย... ทำไมเ้าน่ารักอย่างนี้นะ"
"เขารับรู้ว่าเ้าคืนนาย จึงยอมให้แตะต้อง"
"สวยมาก... ข้าไม่เคยเห็นหงส์ตัวไหนสวยขนาดนี้มาก่อนเลย"
"เขาเป็สัตว์เทพ ย่อมเหนือกว่าสัตว์ทั่วไป ตั้งชื่อรับขวัญเขาเสียซิเสี่ยวไป"
"ข้านะหรือ เอ๋... จะตั้งชื่อว่าอะไรดีนะ เ้าอยากได้ชื่อแบบไหนล่ะ เ้าตัวน้อย"ร่างเล็กหันไปถามหงส์ตัวน้อย พลางทำหน้าครุ่นคิด จนหัวคิ้วผูกกันเป็ปมเพราะยังหาชื่อที่ถูกใจไม่ได้ อี้เฟยมองพลางยกยิ้มออกมา ราชินีของเขาน่ารักสดใสเช่นนี้ อีกไม่นานก็คงจะหายเป็ปกติ ถึงวันนั้นเขาจะขอแก้ตัวกับสิ่งที่เคยทำรุนแรงเอาไว้ จนร่างเล็กไม่กล้าเข้าใกล้เขาอยู่หลายวัน ถึงจะถูกขู่เอาไว้แต่เขาจะตะล่อมไล่ต้อนอีกฝ่าย ให้จนมุมยอมเขาให้ได้
"ข้าจะเรียกเขาว่า... เหยียนจื่อ ท่านว่าเป็เช่นไรบ้าง"
"อืม... ก็ไพเราะดี"
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเรียกเขาแบบนี้ก็แล้วกัน"
ร่างสูงเอื้อมมือไปประกบหลังมือเล็ก และยกขึ้นมาวางบนศีรษะเ้าหงส์ฟ้า ที่บัดนี้ยืนนิ่งๆ ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี ร่างสูงมองใบหน้างามของราชินีตน ปากหนาเอ่ยบอกร่างเล็กตรงหน้า
"เรียกชื่อเขาซิเสี่ยวไป๋" ร่างเล็กพยักหน้ารับ
"ต่อไปนี้ข้าจะเรียกเ้าว่า เหยียนจื่อ "
หลังสิ้นคำพูดของร่างเล็ก ก็ปรากฏแสงสีทองบนฝ่ามือที่ยังคงวางอยู่บนศีรษะเ้าหงส์ฟ้า หลังจากนั้นเ้าหงส์ฟ้าตัวน้อยก็ค่อยๆ กลายร่างเป็บุรุษรูบงามบอบบาง ใบหน้าหวานน่ารักเสียจนคนที่เห็น ต่างก็จ้องมองเขาอย่างไม่วางตา โดยเฉพาะหนิงเฟิ่งที่กำลังยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ตาคมจ้องมองดวงตากลมโตของเ้าตัวน้อย ก่อนค่อยๆ เลื่อนลงมาหยุดนิ่งที่ริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อ นานเสียจนร่างเล็กเอ่ยออกมาอย่างไม่มั่นใจ
"เอ่อ... บะ-ใบหน้าข้า... มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า"
เสียงหวานเรียกสติทุกคนให้กลับคืนร่างในทันที
"เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก"
(สวยสัสน่าฟัดมาก) เช็ดน้ำลายแป๊บ
เป็เสียงของหลิงซาน ที่เพิ่งจะหาเสียงตนเองเจอ เหยียนจื่อมองร่างบางของนายตน ก่อนจะคุกเข่าก้มหัวให้อีกฝ่าย
"ข้าเหยียนจื่อ ขอถวายพระพรองค์ราชินีน้อยพ่ะย่ะค่ะ"
หลิงซานใกับการกระทำของร่างเล็ก จึงรีบดึงให้ลุกขึ้นโดยเร็ว
"ราชินงชะนีอะไรกัน โว๊ะ อย่ามากพิธี ข้าก็เป็แค่คนธรรมดาเท่านั้น เ้าเรียกข้าว่าพี่เถิดนะ เพราะตอนนี้ข้าคิดว่าเ้าคือน้องชายข้าไปเสียแล้ว"
"ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ มันไม่ควรกระหม่อมทำอย่างนั้นไม่ได้" หงส์น้อยปฏิเสธ
"ทำไมจะไม่ได้ ก็ข้าพอใจใครจะทำไม ใครกล้าขัดข้า ว่าไงอี้เฟยหรือท่านกล้าขัดข้า"ร่างเล็กเอาแต่ใจ หันไปเล่นงานร่างสูงที่ยืนอยู่เฉยๆ โดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร
"ข้าเปล่านะ เ้าอย่ามากล่าวหาข้า"
"ถ้าอย่างนั้นก็ตามนี้ ต่อไปเ้าคือน้องชายข้าเพราะดูๆ แล้วเ้าน่าจะอายุน้อยกว่าข้า"เหยียนจื่อพยักหน้ารับอย่างจนใจ หลิงซานยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะฉวยข้อมือน้องชายคนใหม่พาให้เดินตามตนมา
"ไปเถอะ ไปหาท่านพี่ของข้า ข้าจะแนะนำเ้าให้ท่านพี่รู้จัก ให้รู้ว่ามีน้องชายน่ารักๆ เพิ่มมาอีกคน"
"แต่เ้ายังไม่หายดีนะเสี่ยวไป๋ ข้าว่าค่อยไปวันหลังเถิด" อี้เฟยท้วง
"ข้าจะไป ข้าหายแล้ว" พูดจบก็ลากร่างเล็กไปทันที อี้เฟยกับหนิงเฟิ่งหันไปมองหน้ากันก่อนที่อี้เฟยจะเอ่ย
"ดื้อจริงๆ ปล่อยพวกเขาไปเถิด ใครจะไปกล้าขัดใจเล่า หรือเ้ากล้าขัด"อี้เฟยพูดกับหนิงเพิ่งพลางพากันเดินตามไปช้าๆ
"ข้าเปล่าสักหน่อย ท่านอย่าได้เอาโคลนมาสาดใส่ข้านะฝ่าา"
หนิงเฟิ่งประท้วงออกไป เขาไม่ได้เกร็งกลัวต่อคนผู้นี้ แต่ก็ให้ความเคารพตามสมควร เย่วซินเป็นายเขาโดยแท้จริงเท่านั้น ใครอื่นก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับเขา
"เฮ้อ... เ้าว่าบุรุษจะกลัวเมียกันทุกคนหรือเปล่านะหนิงเฟิ่ง" ว่าพลางเดินตามร่างบางไปช้าๆ
"ข้าไม่รู้ทำไมถามข้าเช่นนี้ หรือฝ่าาจะกลัวองค์ราชินีน้อย"
"เปล่าสักหน่อยข้าไม่ได้กลัวแต่... เกรงใจเขานิดหน่อย"
ปฏิเสธออกมาทันทีทำให้หนิงเฟิ่งหัวเราะหึในลำคอ
"หรือเ้าไม่กลัว"
"ข้ายังไม่มีคนรัก คงไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอย่างฝ่าาหรอก"
"ปากกล้าเช่นนี้ คอยดูหากมีวันนั้นขึ้นมา ข้าจะหัวเราะเ้าให้ฟันร่วงเลย แต่เอ้ข้าว่าเ้าหงส์ตัวน้อย ก็ไม่เลวนะเ้าว่าอย่างไร"
"ข้าไม่รู้"พูดพร้อมใบหน้าขึ้นริ้วสีแดง ก่อนจะรีบเดินนำอีกฝ่ายออกไป อี้เฟยเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะชอบใจ ะโตามหลังทันที
"ฮ่า ๆ ๆ หากมัวชักช้าระวังจะถูกหมาคาบไปเสียล่ะ"
ร่างสูงของหนิงเฟิ่งหยุดเดิน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับอี้เฟยด้วยน้ำเสียงเ็าส่งสายตาวาววับมายังอี้เฟย
"ใครกล้า ข้าจะเผามันให้มอดไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก"
ตำหนักรับรอง
"ฮัดเช้ย... เป็อะไรนะวันนี้รู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ คงเพราะอยู่แต่ในตำหนักมากเกินไปกระมัง ออกไปเดินเล่นข้างนอกเสียบ้างคงดีไม่น้อย"ร่างสูงของหยางฟาน าาเผ่าจิ้งจอกเงินเดินเล่นไปเรื่อยๆ ดูนั่นดูนี่ตามประสาคนรักสนุก ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นองค์ราชินีน้อยกำลังจับจูงมือบุรุษหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง พาเดินไปทางตำหนักใหญ่ของาาเผ่าัคนพี่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็รีบเร่งฝีเท้าให้ทัน
"องค์ราชินีน้อยจะเสด็จไปที่ใดรึ แล้วนี่ทรงหายประชวรแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"พอๆ พอเลยท่านหยางฟาน เรียกข้าหลิงซานเถิด ท่านเป็ถึงาาเผ่าจิ้งจอก สูงส่งไม่ได้ด้อยไปกว่าข้า เพราะฉะนั้น เราเท่าเทียมกัน"
หยางฟานาาเผ่าจิ้งจอกเงินรู้สึกถูกชะตากับอีกฝ่ายนัก ร่างเล็กไม่ถือตัวเลยสักนิด สายตาคมมองจ้องใบหน้างามของอีกคนไม่วางตา จนหลิงซานสังเกตเห็นจึงแนะนำ
"นี่เหยียนจื่อ น้องชายข้าเอง เหยียนจื่อเ้าทำความรู้จักกับท่านหยางฟาน าาเผ่าจิ้งจอกเงินเสียสิ"
เหยีนจื่อหันไปมองหน้าหยางฟานด้วยแววตาหวาดกลัว
"เผ่าจิ้งจอก" สิ้นคำพูดเหยียนจื่อก็รีบถอยไปหลบด้านหลังหลิงซานทันที หยางฟานมองอย่างสงสัย ก่อนที่หลิงซานให้ความกระจ่างแก่คนที่ยืนทำหน้าเป็ หมางง
"เหยียนจื่อร่างที่แท้จริงของเขาเป็หงส์ เขาเป็หงส์ฟ้าสัตว์เทพประจำกายข้าเอง เขาคงจะกลัวท่านก็ท่านเป็จิ้งจอกนี่ หากเขาจะกลัวท่านก็คงไม่แปลกหรอก"
"เอ่อ ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง เ้าไม่ต้องกลัวข้าหรอกเหยียนจื่อ ถือเสียว่าข้าก็เป็พี่ชายเ้าอีกคนก็แล้วกัน น่ารักขนาดนี้ใครมันจะไปกินเ้าได้ลงคอ"
เหยียนจื่อชักจะทำตัวไม่ถูกเสียแล้วกำลังหาทางหลีกเลี่ยงคนตรงหน้าพอดี ก็เหมือน์เห็นใจเขา ส่งคนมาช่วยเขาให้หลุดพ้นจากความอึดอัดนี้ไปเสียที
"เผ่าพันธุ์หงส์ของพวกเรา ไม่เคยมีพี่น้องมิตรสหายเป็หมา ยิ่งหมาจิ้งจอกจอมเ้าเล่ห์อย่างท่าน ยิ่งไม่สมควรคบหา"
"เ้าเป็ใคร มีสิทธิ์อะไรมายุ่งเื่ของข้า"
"พูดถึงหมา หมาก็มา ฮ่า ๆ ๆ เป็อย่างไรเล่า เ้าหงส์น้อยของเ้าเสน่ห์แรงใช่หยอก" อี้เฟยอดไม่ได้ที่จะยั่วอีกฝ่าย
หนิงเฟิ่งไม่พูดอะไร ก้าวไปยืนเคียงข้างเหยียนจื่อและหลิงซานก่อนจะเอ่ยขึ้น
"รีบเสด็จเถิด แดดเริ่มจะแรงขึ้นแล้ว"
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะ ท่านหยางฟาน"
"เชิญตามสบายเถิด ราชินีน้อย"
หลิงซานไม่พูดอะไร ขาเรียวก้าวออกเดินนำหน้าทุกคนไป อี้เฟยรีบก้าวเดินเคียงข้างกัน หนิงเฟิ่งคว้าข้อมือเล็กของเหยียนจื่อมาจับกุมเอาไว้ พาเดินไปด้วยกันไม่วายหันมาส่งสายตาดุดันไปยังหยางฟานทำนองว่า (อย่าได้บังอาจมาแตะคนของข้า)
"ชิส์ หวงซะขนาดนั้น ข้าไม่ยุ่งก็ได้"
หยางฟานพูดกับตนเองเบาๆ ตามคมจ้องมองตามหลังร่างงามไปอย่างเสียดายแต่ขอตัดใจเถิด ก็เ้าของหวงซะขนาดนั้นมองเขาด้วยสายตาดุยิ่งกว่าหมาอย่างเขาเสียอีก ร่างเล็กของเหยียนจื่อมองหน้าหนิงเฟิ่งอย่างงงงันและไม่เข้าใจ ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าเขา ไปโกรธใครมาั้แ่ชาติปางใด ถึงได้มีสีหน้าดุนัก
ตำหนักใหญ่ของเฟยหลง
"องค์ราชินีเพคะ...องค์ราชินีน้อยเสด็จมาเพคะ ตอนนี้รออยู่ด้านนอก"นางกำนัลมาบอกร่างบางทันทีที่เห็นร่างเล็กมาถึง
"ให้เขาเข้ามาสิ จะชักช้าอยู่ไยเขาหายดีแล้วหรือไรกัน"
"ท่านพี่ ดูสิข้าพาใครมา" เสียงเจื้อยแจ้วสดใสดังมาแต่ไกล
"เสียงดีขนาดนี้ เ้าคงจะหายป่วยแล้วซินะหลิงเอ๋อร์... เสียงดังมาแต่ไกลเชียว"
"ข้าหายดีแล้ว นี่เหยียนจื่อน้องชายอีกคนของเรา"
หลิงซานพูดแนะนำน้องชายคนใหม่อย่างตื่นเต้น มือเรียวคว้าคนตัวเล็กมายืนด้านหน้าตนให้พี่ชายเห็นอย่างถนัด ร่างเล็กของเหยียนจื่อทำหน้าเลิ่กลั่กรู้สึกกดดันไม่น้อย ร่างบางจ้องมองใบหน้าน่ารักของผู้มาใหม่อย่างคุ้นหน้าพิกล แต่เพียงไม่นานปากบางสวยก็ยกยิ้มออกมา เมื่อนึกขึ้นได้ รอยยิ้มนั้นส่งผลให้ร่างเล็กของเหยียนจื่อผ่อนคลายลงมาก
"เ้าหงส์ฟ้าตัวน้อยนั่นเอง น่ารักกว่าที่คิดเสียอีก ข้ายินดีรับเ้ามาเป็น้องชายข้าอีกคน เหยียนจื่อ ถ้าเช่นนั้นเ้าก็พักกับหนิงเฟิ่งละกัน ว่าอย่างไรล่ะหนิงเฟิ่งเ้ามีอะไรขัดข้องหรือไม่"
หันไปถามร่างสูงของหนิงเฟิ่ง ซึ่งก็ได้เห็นรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก
"ข้าไม่มีอะไรขัดข้อง" เขาตอบผู้เป็นาย
"จะไปขัดอะไรได้ ยื่นเนื้อเข้าปากเสือชัดๆ เลยพี่สะใภ้ กรรมของเ้าแล้วล่ะเหยืยนจื่อ"
ร่างสูงของอี้เฟยเปรยขึ้นเบาๆ ให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้นเพราะต่างก็รู้ว่าอะไรเป็อะไร
"หากท่านไม่พูด ก็ไม่มีใครคิดคิดว่าท่านเป็ใบ้หรอกนะฝ่าา"
หนิงเฟิ่งเหน็บเข้าให้ ร่างสูงของอี้เฟยได้แต่หัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะหันไปทางเย่วซิน
"ถ้าเช่นนั้นข้าฝากพี่สะใภ้ดูแลเสี่ยวไป๋สักครู่ ข้าจะไปหาท่านพี่ที่ห้องอักษร มีงานค้างจะรีบไปสะสางให้เสร็จโดยเร็ว แล้วจะรีบกลับมารับเ้าเสี่ยวไป๋"พูดจาฝากฝังกับร่างบางของพี่สะใภ้ ก่อนจะหันมาพูดกับร่างเล็กของราชินีตน
"อืม ไปเถิดข้าไม่เป็ไรท่านไม่ต้องรีบร้อนนักหรอก ข้าไม่หนีไปไหนเสียหน่อย"
ร่างสูงยิ้มพอใจกับคำตอบที่ร่างเล็กเอ่ยออกมา มือหนายกมาลูบศีรษะของร่างเล็กอย่างรักใคร่ หลังจากนั้นทุกคนที่เหลือต่างก็พูดคุยกันตามประสาคนในครอบครัว ที่เพิ่งจะมีเพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
"เหยียนจื่อ หลิงเอ๋อร์ยังอ่อนหัดในการใช้ปรานธาตุนัก เ้ากับเขาธาตุเดียวกัน ข้าอยากจะให้เ้าเร่งฝึกฝนให้เขาจะได้หรือไม่ ปราณธาตุของข้าคนละสายกับเขา ข้าเกรงว่าหากข้าเป็คนฝึกฝนให้ จะอันตรายต่อเราทั้งคู่ ถ้าหากขยันฝึกฝนไม่นานก็จะแกร่งขึ้น ตอนนี้อี้เฟยมีภาระมากกว่าเมื่อก่อน คงไม่มีเวลามาฝึกฝนให้เ้าอีกแล้ว"
"แต่ที่ผ่านมาอี้เฟยก็สอนข้า จนข้าเรียกใช้ปราณธาตุได้แล้ว"
"แค่นี้มันยังไม่พอหรอก เ้ายังต้องฝึกฝนอีกมากจนกว่า เ้าจะใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มที่ หากมีอันตรายเ้าก็จะช่วยเหลือตนเองได้ ข้าเป็ห่วงเ้ามากนะ"
"ข้าจะสอนท่านเอง"ร่างเล็กของเหยียนจื่อตอบรับ
"ก็ได้ๆ ข้าเรียนก็ได้" ร่างเล็กตอบอย่างงอแง เขาไม่อยากร่ำเรียนอะไรทั้งนั้นวิชาบ้าบออะไรก็ไม่รู้ จำยากชะมัดไม่เหมือนกับที่บ้านที่ที่เขาจากมา แม้แต่ข้อสอบยังง่ายกว่านี้เป็ร้อยเท่า แล้วเขาจะรอดไหมนี่ยิ่งคิดยิ่งปวดกระบาล
ยามค่ำคืนในที่พักของหนิงเฟิ่ง ร่างบางของเหยียนจื่อกระโจนลไปบนที่นอนหนานุ่ม พลางหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ปากบางเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
"เฮ้อ... นุ่มสบายจัง ข้าอยากนอนบนที่นอนนุ่มๆ แบบนี้มาหลายคืนแล้ว ตอนนั้นข้ายังไม่สามารถกลายร่างเป็มนุษย์แบบนี้ได้ เลยต้องนอนบนพื้นแข็งๆ เย็นๆ มันหนาวจะตายไป" ร่างสูงของหนิงเฟิ่งมองใบหน้างามที่หลับตาพริ้มพลางพูดขึ้น
"ถ้าเ้าชอบ... ข้ายกที่นอนของข้าให้เ้าเลย"
"ให้ข้า แล้วท่านจะไปนอนที่ไหน"
"ข้าก็นอนกับเ้านี่ไง"
"ก็ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นข้าจะแบ่งให้ท่านนอนด้วยก็ได้ ที่นอนก็กว้างขวาง นอนกันสองคนคงไม่อึดอัดอะไร"
ร่างเล็กพูดกับร่างสูงอย่างใสซื่อออกมา ถ้าเทียบกับมนุษย์แล้วเหยียนจื่ออายุประมาณ16-17น่าจะได้
"อืม... ไม่อึดอัดหรอก" ร่างสูงตอบรับตาคมจ้องมองคนตรงหน้าไม่วางตาริมฝีปากได้รูปยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า ใบหน้างามดูจะมีความสุขนัก
เหยียนจื่อลุกจากที่นอนหนานุ่มเดินไปยืนตรงหน้าต่าง ที่ยังคงเปิดเอาไว้ ดวงตาสวยทอดมองพระจันทร์ดวงกลมโต
"พระจันทร์สวยจัง" หนิงเฟิ่งเดินมาหยุดยืนซ้อนหลังเหยียนจื่อ สายตาคมมองตามร่างบางก่อนเอ่ยถาม
"เ้าชอบพระจันทร์หรือ"
"อืม ข้าชอบมาก" ร่างบางหันไปตอบ ก่อนส่งรอยยิ้มหวานมาให้ ร่างสูงมองรอยบุ๋มที่แก้มนวลทั้งสองข้าง ที่มันปรากฏขึ้นทุกครั้งยามที่เ้าตัวแย้มยิ้ม ส่งผลให้รอยยิ้มเล็กๆ น่ามองขึ้นอีกเป็เท่าตัว
"ข้าก็ชอบเช่นกัน (แต่ชอบเ้ามากกว่า) ร่างสูงคิดในใจ
"เ้ารู้หรือไม่ว่ามีอะไรอยู่บนดวงจันทร์"ร่างสูงถามร่างเล็ก
"ข้าไม่รู้หรอก แต่เคยได้ยินมาว่ามันมีกระต่ายน่ารักๆ อยู่บนนั้น ท่านละรู้หรือว่าอะไรอยู่บนนั้น"
"รู้สิ"
"อะไรบอกข้าหน่อย" ร่างเล็กจับเอาต้นเเขนร่างสูงเขย่าไปมาอย่างตื่นเต้น
"ไม่บอก สักวันเ้าจะรู้เอง"
"งื้อ... บอกหน่อยนะ ข้าไม่รอนานขนาดนั้นหรอก"ร่างบางคะยั้นคะยอ
"เอาล่ะนอนเถิดข้าง่วงแล้ว"ร่างสูงตัดบทเสียดื้อๆ ทำเอาเ้าหงส์ตัวน้อยงอนตุ๊บป่อง ที่ไม่ได้คำตอบตาม้า ต่างคนต่างนอนหันหลังให้กัน ไม่นานเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รู้ได้ในทันทีว่า ร่างเล็กได้เข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนสุขไปแล้ว ร่างสูงค่อยๆ ดันกายหนาขึ้นมานั่งมองใบหน้างามยามหลับใหล สายตาคมจ้องมองคนที่หลับอย่างไม่รู้เื่รู้ราว
"แล้วสักวันเ้าจะรู้คำตอบ เ้าตัวน้อยของข้า"
ใบหน้าคมโน้มลงมาอย่างช้าๆ ริมฝีปากหนาจรดลงบนหน้าผากมน สูดเอากลิ่นหอมหวานเฉพาะตัวของเ้าหงส์ตัวน้อยเข้าเต็มปอด จนพอใจแล้วล้มตัวลงนอน มือหน้าคว้าร่างบางมากอดเอาไว้แนบอก หลับตาลงสู่ห้วงนิทราอย่างสุขใจ
ถึงจะเป็เพียงสัตว์เทพแต่ก็มีหัวใจ รู้จักรัก โกรธ เกลียด อย่างเช่นมนุษย์ทั่วไป อาการเช่นนี้ที่เกิดขึ้นมาอย่างฉับพลันของหนิงเฟิ่ง จะเรียกว่ารักแรกพบก็ไม่ผิด
ตำหนักเฟยหลง
"ร่างบางของเย่วซิน กำลังนั่งหวีผมที่แผ่กระจายเต็มแผ่นหลังบางหน้ากระจก เฟยหลงเดินมายืนชิดแผ่นหลังบาง มือหนาแย่งเอาหวีในมือเรียวมากุมเอาไว้ เย่วซินหันกลับมามองอย่างไม่เข้าใจ
"ท่านจะทำอะไร เอาหวีข้าคืนมานะ"
"เดี๋ยวข้าจะหวีผมให้เ้าเอง"
"ท่านไม่ต้องลำบากหรอก ข้าทำเองได้"
"แต่ข้าอยากทำให้ เ้านั่งเฉยๆ เถิดเย่วเอ๋อร์"
ว่าจบร่างสูงก็จับกลุ่ม ผมที่นุ่มสลวยราวแพรไหมของคนตรงหน้า ขึ้นมาหวีอย่างนุ่มนวล มือหนาจับเอาปอยผมนุ่มหอมกรุ่นขึ้นมาดอมดม สูดเอาความหอมอ่อนๆ เข้าปอดอย่างชื่นอกชื่นใจ ร่างสูงพยายามหวีอย่างเบามือที่สุด เพราะกลัวว่าร่างบางจะเจ็บ ร่างบางของเย่วซินนั่งนิ่งๆ ให้เฟยหลงทำอย่างที่ใจ้า ดวงตาสวยสบเข้ากับตาคมอย่างไม่ตั้งใจ หากแต่ก็ไม่อาจละสายตาออกไปจากกันได้เลย
"เ้างดงามเหลือเกินเย่วเอ๋อร์ ข้ารักเ้า ข้า้าเ้า"
ร่างสูงเอ่ยออกมาอย่างกับคนต้องมนต์เสียอย่างนั้น จนร่างบางทำอะไรไม่ถูก ใบหน้างามแดงปลั่งอย่างเขินอาย หลบสายตาเว้าวอนจากผู้ที่เป็สวามี
"จะได้หรือไม่เย่วเอ๋อร์"ร่างสูงจับร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา
"คะ-คือ... ข้าเอ่อ... ข้า"ร่างบางอึกอักไม่รู้จะให้คำตอบเช่นไรดี เลยหลบสายตาคมพัลวันโดนลูกอ้อนเช่นนี้เข้าไป ทำเอาร่างงามไปไม่เป็อ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนคนเป็ใบ้ชั่วคราว
"ตะ-แต่ข้า"
"อย่าได้ปฏิเสธข้าเลยนะคนดี ข้า้าเ้า"
ร่างบางไม่เอ่ยคำใดออกมา ใบหน้างามได้แต่ก้มงุดไม่กล้าสบตากับร่างสูง
"เ้าไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเช่นนี้ ข้าจะถือว่าเ้ายินยอมหากเ้าเปลี่ยนใจก็เห็นจะไม่ทันแล้วล่ะ"
ร่างสูงของเฟยหลง ช้อนอุ้มเอาร่างบางตรงไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ทันที เขารู้ดีถ้าขืนรอให้ร่างบางเอ่ยอนุญาต เขาคงได้แห้งตายไปเสียก่อน คนปากแข็งอย่างเย่วซินไม่มีทางเอ่ยคำใดออกมาหรอก
ด้านนอกจะเป็เช่นไรไม่รู้ แต่ภายในตำหนักแห่งนี้มันร้อนระอุไปด้วยไฟปรารถนา ที่กำลังแผดเผาคนทั้งคู่ให้มอดไหม้ กายหนากำลังโจนจ้วงกระแทกกระทั่นกายบางอย่างดุเดือด ใบหน้างามแดงก่ำเหงื่อไหลชุ่มไม่ต่างจากร่างสูงเลย
"อ๊ะ ฟะ-เฟยหลง อื้อ... "
"เย่วเอ๋อร์แน่นจัง อืม... "
ร่างบางถูกมือหนากดให้นอนคว่ำหน้าลงบนหมอนนุ่มสะโพกสวยแอ่นขึ้นรับแก่นกายใหญ่
ที่กำลังทำหน้าที่ป้อนความสุข ให้ร่างบางอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย มือหนาโอบรอบเอวบางเอาไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างที่เหลือค้ำยันรับน้ำหนักตนเองเอาไว้ ปากหนาจูบเม้มขบกัด ไปทั่วต้นคอขาวผ่องและแผ่นหลังบาง สูดเอากลิ่นกายหอมเข้าเต็มปอด จูบซับคลอเคลียไม่ห่าง ด้านล่างก็ทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง กระแทกกระทั่นไม่หยุดพัก ตอนนี้อะไรก็ไม่อาจหยุดยั้งอารมณ์ใคร่ของทั้งคู่ได้
"อ๊ะ ระ-แรงกว่านี้ อืม..."
ร่างบางร้องขอร่างสูงก็ไม่ขัด โถมกายเข้าใส่อย่างฮึกเหิม จนร่างบางครางออกมาปากคอสั่น ความเสียวซ่านมันจู่โจมเข้าใส่แทบขาดใจ มือบางจิกทึ้งผ้าปูที่นอนจนเกือบจะขาดติดมือ ในตอนนี้ลืมสิ้นแล้วความอับอายที่เคยมี ร้องขออย่างลืมอาย ฟันคมขบกัดลงบนหมอนนุ่ม หวังระบายความอึดอัดเสียวซ่านที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ช่องทางเล็กตอดรัดแก่นกายใหญ่ถี่รัว ร่างสูงรู้ว่าอีกคนกำลังจะถึงฝั่ง
"อื้อ... เฟยละ-หลง อ่า... "
"เย่วเอ๋อร์ซีดส์... เ้าชอบไหม"
ร่างสูงถามออกไปแต่ด้านล่างก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไป ร่างบางไม่ได้ปริปากตอบคำถามของร่างสูงจนกระทั่ง ความรู้สึกของร่างบางที่กำลังจะแตะขอบ์ แต่ดันถูกกระชากตกลงมาสู่หุบเหวลึก เสียก่อนที่จะถึงฝั่งฝันด้วยมือของร่างสูง เหมือนโลกทั้งใบถล่มพังครืนลงมาตรงหน้า ดวงตาสวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ด้วยอารมณ์หลากหลายประดังเข้ามาในอก โกรธคนตัวโตที่กลั่นแกล้งตนยิ่งนัก
"เ้า้าอะไรเย่วเอ๋อร์ บอกข้ามาซิ"
ปากร้ายยกยิ้มออกมา ยังมิวายกลั่นแกล้งเมียรักให้ขุ่นข้องหมองใจ รู้ว่าร่างบางปากหนักยังอยากจะกวนตะกอนน้ำให้ขุ่นอีก
"บอกข้ามา แล้วข้าจะส่งเ้าให้ถึงฝั่ง"
ร่างบางขืนตัวจะลุก หากถูกร่างใหญ่กดแผ่นหลังบางเอาไว้แน่น คาดคั้นเอาคำตอบ จนร่างบางเริ่มสะอื้นออกมา
"ฮึก ปล่อยข้านะคนบ้า!! ดิ้นไปมาแต่ก็ไร้ผล เพราะมือหนายังคงกดเขาเอาไว้จนใบหน้างามเกือบจะจมหมอนอยู่แล้ว ปากร้ายยังคงยกยิ้มถามย้ำอยู่เช่นนั้น
"เ้าก็บอกข้ามาสิ ว่าเ้า้าข้า"
"ข้า้าท่าน"ด้วยไฟปรารถนาที่ยังคงลุกโชน ร่างเล็ก้าคนตรงหน้ามากกว่าอื่นใดในตอนนี้ ปากสวยเอ่ยสิ่งที่ตน้าออกไป จึงได้เห็นรอยยิ้มอย่างสมใจของอีกฝ่าย
"โรคจิต" ขอยืมคำพูดสุดฮิตของน้องชายมาใช้
"แล้วเ้าชอบหรือไม่"
"ชะ-ชอบ" พูดพลางหลบสายตาคนขี้แกล้ง
"หึ หึ ก็แค่นั้น"
ร่างสูงหัวเราะออกมาอย่างพอใจที่แกล้งอีกฝ่ายให้เขินอาย ใบหน้างามยังคงแดงก่ำด้วยราคะในกาย ที่ไม่ยอมมอดดับหากยังไม่ได้รับการปลดปล่อย ร่างสูงจับร่างบางพลิกกลับมาเผชิญหน้ากับตน
"คราวนี้ ข้าจะไม่ปรานีเ้าแล้ว เตรียมรับมือข้าให้ดีละเย่วเอ๋อร์"
มือหนาแยกเรียวขางามออกจากกัน ก่อนจะแทรกแก่นกายใหญ่เข้าไปทีเดียวมิดด้าม เล่นเอาคนตั้งรับจุกขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
สวบ!
"อ้า...จุกนะบะ-เบาหน่อย"
"ของเ้า คับแน่นดีจริง"
สะโพกหนาเริ่มทำหน้าที่อีกครั้ง ขยับเข้าออกรวดเร็วและรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ร่างบางเชิดหน้าขึ้นรับอย่างพอใจ เรียวขาสวยแยกออกให้กว้างขึ้น เพื่อเปิดทางสะดวกให้แก่สวามี ที่รับรู้ความ้าของเมียรัก ตอกอัดเข้าออกรุนแรงถึงใจ เขาพอจะจับทางร่างบางได้แล้ว ว่าอีกคนร้อนแรงเพียงใด
กึด!!
กัดอีกแล้ว ร่างบางทั้งกัดทั้งข่วนเขา เพื่อระบายความเสียวซ่านออกมา มันเหมือนคืนที่พวกเขาร่วมหอกันครั้งแรก เลยคิดว่าน่าจะชอบให้เขารุนแรงใส่ไม่น้อย แผลที่ร่างบางกัดเริ่มจะหาย วันนี้ก็ได้แผลใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก ตัวเขาคงได้ลายพร้อยเหมือนตุ๊กแกก็คราวนี้ ขนาดคืนร่วมหอไม่ได้รุนแรงอะไรมากก็ยังเจ็บแสบไม่น้อย
"อึก เ้าชอบ กัดข้านัก อึม..."
"ขะ-ข้าเสียว อื้อ... "
"ชอบให้ข้ารุน ระ-แรงหรือ"
"อึม... ข้าชอบ ซีดส์... "
ร่างสูงบดจูบอย่างดุเดือดกับเรียวปากบางที่ตอบสนองกลับไปด้วยความรุนแรงไม่แพ้กัน ขบกัดจนได้เืทั้งสองฝ่าย กลิ่นคาวเืที่อบอวลอยู่ในโพรงปาก ชวนให้คลื่นเหียนได้ไม่น้อย แต่ก็ไม่มากพอที่จะหยุดพวกเขาสองคนได้
"เฟยหลงซีด ระ-แรงอีก อึก"
"ได้ เลยเมียรัก อืม... อ่า... "
ปึก! ปึก! ปึก!
"อ้า... อึก อื้อ... อ๊ะ... "
ราตรีนี้ยังอีกยาวนาน ร่างสูงคิดว่าพรุ่งนี้ถ้าหากร่างบางลุกจากเตียงไหว ถือว่าเก่งมากแล้ว เพราะคืนนี้เขาจะป้อนความสุขให้อีกฝ่ายจนสำลักเลยล่ะ
เสียงครวญครางและเสียงกิจกรรมรัก ดังระงมไปทั่วทั้งตำหนักอย่างต่อเนื่อง และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดในเวลาใด
กว่าร่างสูงจะปล่อยให้ร่างบางได้พักผ่อน ก็เกือบสว่างคาตา เขาตักตวงเรียกร้องจากกายงามจนอิ่มแปล้ เล่นเอาคนร้อนแรงสลบคาอกร่างสูงอย่างหมดท่า ขาแกร่งก้าวลงจากเตียงนอนหลังใหญ่ ตรงไปเอาอ่างน้ำกับผ้าผืนเล็ก มาเช็ดคราบที่ตนกับอีกคนร่วมกันทำไว้บนกายงาม จนสะอาดหยิบเสื้อนอนตัวสวยที่เขาเป็คนถอดออก ขึ้นมาสวมให้สภาพเตียงนอนยับเยินไม่น้อยไปกว่าคนที่นอนหลับใหลซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดสวามี เหมือนแมวน้อยไม่มีผิด
"เ้าจะทำให้ข้ารักให้ข้าหลงเ้าขนาดไหนกัน...วันนี้ข้ามีความสุขนัก"
กอดกระชับอย่างหวงแหน เขาเป็คนรักแรง เกลียดแรง และหวงของที่สุด หากเป็ของเขา เขาจะไม่ยอมยกให้ใครเด็ดขาด