ผังเสียงหยี่ลากหญิงสาวชุดแดงจนมาถึงถ้ำแห่งหนึ่งก่อนจะเหวี่ยงนางเข้าไปด้านใน ถ้ำแห่งนี้เขากับพี่น้องสมาชิกกลุ่มโจรพยัคฆ์ครามเคยมาสำรวจแล้วด้านในมีฟืนกักตุนไว้พร้อม ชายหนุ่มจัดการก่อไฟให้ภายในถ้ำมีแสงสว่าง จึงเห็นอดีตอนุภรรยาของเปาห้าวสงได้เต็มตาชุดเ้าสาวตัวนอกสกปรกและขาดวิ่นเป็ริ้ว ผมเผ้าก็กระเซอะกระเซิง มุมปากมีรอยช้ำและรอยจางของเืสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากฝีมือของ อาว่าง เมื่อเลื่อนสายตากวาดแลมายังร่างกายท่อนล่างก็พบว่ารองเท้าได้หลุดไปจากสองเท้าของนางหลงเหลือเพียงถุงเท้าที่มองแทบไม่เห็นสีขาวอันเป็พื้นสีเดิม
“สารรูปดูไม่ได้”
ดวงตาทั้งคู่ของอู่เจียวเฉินยังไม่ราแสงนางถลึงตาใส่เขาอีกจนได้ “ก็ไม่ต้องมอง”
แม้อดีตเคยถูกกลั่นแกล้งจากแม่เลี้ยงกับญาติๆของนางแต่ก็ไม่เคยต้องรู้สึกทุกข์ทรมานอย่างเช่นคืนนี้มาก่อน หญิงสาวกำลังรู้สึกปวดระบมไปทั่วร่างได้โต้ตอบชายหนุ่มเพื่อลดทอนความเคืองขุ่นในใจแล้วก็หันหน้าเข้าผนังถ้ำไม่มองหน้าเขาอีก
ผังเสียงหยี่ไหวไหล่กับทีท่าของอีกฝ่ายเขาก็ไม่มีเวลาจะมาสนใจนางเช่นกัน เพราะาแที่ได้รับหลังต่อสู้กับเสือตัวนั้นหากเยียวยาช้าอาจจะเป็ผลร้ายต่อร่างกายในภายหน้าชายหนุ่มจัดการเช็ดาแและโรยผงยาที่พกติดตัวไว้เสมอเพื่อรักษาอาการาเ็เบื้องต้น
หัวหน้ากลุ่มโจรพยัคฆ์ครามสนใจกับเื่ของตนอยู่ครู่ใหญ่กระทั่งเวลาค่อนดึก ชายหนุ่มจึงได้ยินเสียงครางเบาๆ มาจากกระจุกก้อนสีแดงที่ซบซุกอยู่กับผนังหินฝั่งตรงข้ามเ้าของร่างสูงลุกเดินไปหาหญิงสาว เขายื่นปลายนิ้วอังยังปลายจมูกเชิดรั้นของนางก่อนเลื่อนไปแตะยังหน้าผากที่ผุดพราวด้วยหยดน้ำเล็กๆ
“หัวอ่อนจริงถ้ายอมกลับไปกับข้าั้แ่แรกป่านนี้ก็ได้นอนในกระท่อมอุ่นๆ แล้ว” ขณะบ่นวงแขนกำยำก็พยุงร่างบอบบางลงนอนราบ แค่พิษไข้ก็คงทำให้เขาเสียเวลาดูแลแล้วนอนผิดท่าผิดทางให้ต้องเคล็ดขัดยอกอีกจะยิ่งเสียเวลาเยียวยารักษา นางยังต้องได้รับบทเรียนในความดื้อรั้นไม่ดูสถานการณ์จะเจ็บป่วยไปมากกว่านี้ไม่ได้เป็อันขาด
“อาจื้อ...เ้าอยู่ไหนอาจื้อ ท่านแม่”
“ละเมอแล้วรึ”ไข้ยังต่ำๆ อาการเพ้อคงยังไม่เกิดตอนนี้กระมัง “เ้ารนหาที่เองนะสาวน้อยหวังว่านี่จะเป็บทเรียนให้เ้า ส่วนเื่ข้าลักพาตัวเ้ามาด้วยอารมณ์ไร้เหตุผลไปบ้างนั้นข้าก็...”
“หยางเว่ย”
คำขอโทษสะดุดลงทันใดเพราะชื่อ ‘หยางเว่ย’ ที่หญิงสาวเอ่ยออกมา
“ใครอีกล่ะนั่น”นางบอกว่ามีน้องชายแค่คนเดียวไม่ใช่หรือ ดวงตาคมปลาบทอดแลยังดวงหน้ามอมแมมด้วยเศษดินแม้ใบหน้าเล็กเลอะเทอะ ทว่าความเปล่งปลั่งของวัยสาวแรกรุ่นก็ฉีดพล่านริมฝีปากอวบอิ่มที่ไม่ลดราการโต้เถียงเขานั้นแดงระเรื่อ ผังเสียงหยี่ยอมรับว่านางเป็สตรีรูปโฉมงดงามหมดจดอาจเพราะดวงตาเป็ประกายคู่นี้กระมังที่ทำให้เขาฉุดนางขึ้นม้ามายังหมู่บ้านโจร
“หยางเว่ย”
ครั้งที่สองที่หญิงสาวครางเครือหาคนชื่อหยางเว่ยชื่อนี้ฟังอย่างไรก็ไม่ใช่สตรี มิรู้อย่างไรความไม่พอใจราวกับจะพุ่งเกิดในห้วงใจผังเสียงหยี่อย่างทันด่วนแม้ยังไม่รู้ความสัมพันธ์แน่ชัดระหว่างหญิงสาวกับชายหนุ่มคนนั้น
“เ้าละเมอหาหยางเว่ยแล้วอีกคนเล่า เขาจะคิดถึงเ้าหรือไม่” หากเ้าหยางเว่ยเป็คนรักของนางไยปล่อยให้นางขึ้นเกี้ยวเ้าสาวแต่งไปเป็อนุของเปาห้าวสงเล่า เขาอยากรู้จริงๆ
“ข้าไม่ยอม เหตุใดพี่ต้าเสียงถึงทำกับข้าเช่นนี้”เขาหายไปกับผู้หญิงคนนั้นเกือบทั้งคืนแถมรุ่งเช้ายังอุ้มนางกลับมา กับคำบอกก่อนหน้าว่าไม่ได้คิดเกินเลยกับหญิงสาวชุดแดงยังจะเชื่อได้อีกหรือ
จงเทาเงยหน้าจากหม้อต้มยาที่ควันกำลังลอยกรุ่น“ต้าเสียงแค่ไม่อยากให้นางถูกเสือกิน เ้าอย่าลืมเื่อาว่างคิดข่มเหงนาง จนนางต้องหนีเตลิดเข้าป่าสิ”
“ไม่รู้ละ ช่วยนางไว้ได้แล้ว ก็ปล่อยนางไปก็สิ้นเื่จะพากลับมาดูแลรักษาทำไมให้ลำบากพี่ด้วย”
พี่ชายส่ายหน้ากับความคิดไร้เมตตาธรรมของน้องสาว“แค่นี้ไม่ถือว่าลำบาก รักษาคนเป็กุศล” คำว่ากุศลออกมาจากปากโจรที่ปล้นชิงและเข่นฆ่าผู้อื่น ครั้นพูดออกไปแล้วจงเทาก็อดจะเหยียดปากหยันตนเองมิได้
“รักษาใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่นาง นางต้องคิดแย่งพี่ต้าเสียงไปจากข้าแน่ๆ”จงหลิงยังคงคร่ำครวญ ซ้ำร้ายยังสาปแช่งศัตรูหัวใจอีกหลายคำ
เฮ้อ...แม้อยากถอนหายใจแค่ไหนแต่จงเทาก็ยั้งไว้ เพราะรู้แก่ใจดีว่าถึงไม่มีผู้หญิงอื่น ผังเสียงหยี่ก็ไม่เคยมองจงหลิงเกินกว่าฐานะน้องสาว
จงเทายกหม้อยาออกจากเตาแล้วค่อยๆ รินยาลงถ้วย ยานี้สำหรับหญิงสาวที่ผังเสียงหยี่อุ้มกลับมาหลังจากหนีเตลิดเข้าป่าไปั้แ่คืนวาน
“ข้ายกไปให้เอง”จงหลิงยื่นมือมาตรงหน้าชายหนุ่ม แต่คนเป็พี่ชายคิดว่าขืนปล่อยน้องสาวยกยาไปรังแต่จะทำให้เกิดปัญหาเสียมากกว่า ไม่แน่ยาถ้วยนี้อาจมีเหตุให้หกระหว่างทางก่อนได้รักษาคนก็เป็ได้
“เ้าไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะคิดแต่เื่ต้าเสียงควรนอนพักจะดีกว่า” จงเทาตัดบทแล้วถือถ้วยยาเดินผ่านหน้าน้องสาวไปปล่อยให้นางยืนกระทืบเท้าดิ้นเร่าเพราะถูกพี่ชายขัดใจ