พอเฟยิฟื้นสติอีกที ในหัวของเขากลับรู้สึกถึงความเ็ปเป็อย่างมาก ความทรงจำของคนๆ หนึ่งก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ จนตัวเขาเองแทบรับไม่ไหว
จากการที่เขาได้รับความทรงจำและความรู้สึกของใครคนหนึ่ง ทำให้ตัวเขาถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความสงสาร ความรู้สึกของเขาสับสนปนเปกันไปหมด ทั้งความเศร้าความเสียใจความรู้สึกดี ของคนสองคนมารวมกัน เขาต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเรียบเรียงความทรงจำของตนเองได้
เฟยิได้ทอดสายตามองไปรอบข้าง
พบสถานที่ที่อยู่ในความทรงจำของเขา หน้าแปลกที่เขากลับคุ้นเคยอย่างหน้าประหลาด ราวกับตัวเขาเองได้เคยอาศัยอยู่ณที่แห่งนี้ บรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรที่คุ้นชิน
"นี่ฉันอยู่ที่ไหน แล้วทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่นี่ ฉันควรจะอยู่บนเวทีสิ ไม่สิฉันหมดสติไป ก็น่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลสิ"
จู่ๆ เขาก็รู้สึกแปลกๆ กับร่างกายของตัวเอง เฟยิเหลือบมองแขนขาวซีดด้วยความใ พร้อมเอามือลูบคลำใบหน้า
"ััที่ไม่คุ้นชินนี่มันอะไรกัน"
เฟยิรู้สึกสับสนกับร่างกายของตนเป็อย่างมาก เขาจึงลุกออกจากเตียง เพื่อที่จะไปส่องกระจก แต่ทว่าขาของเขากลับหนักอึ้ง ร่างกายก็รู้สึกอ่อนแรงไปหมด เขาใช้ความพยายามอย่างหนัก ฝืนตัวลุกออกจากเตียง จนขาของเขาหมดแรงแล้วทรุดตัวลงไปกองอยู่กับพื้น
จู่ๆ ก็มีเสียงแง้มประตูออกมา ใบหน้าเฟยิยังไม่ทันที่จะหันมองตามเสียง ได้มีหญิงสาวอายุราวๆ 20 ที่มีใบหน้าตื่นกลัว ได้ส่งเสียงร้องกรี๊ด จนร่างของเฟยิใสะดุ้ง
"กรี๊ด...."
"ท่าน...ท่านควรจะตายไปแล้วไม่ใช่หรือ"
น้ำเสียงที่ตื่นกลัวพร้อมร่างที่สั่นระริกของหญิงสาว ทำให้เฟยิรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก
"อย่า....อยากเข้ามานะ กรี๊ด "
หญิงสาวได้วิ่งหน้าตั้งออกไป ราวกับว่าตนเจอผี
"จะกลัวอะไรกัน ฉันไม่ใช่ผีสักหน่อย "
เฟยิได้ใช้ความพยายามอีกครั้ง ลากร่างกายที่อ่อนแรงของเขาคลานไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่ทว่าลมหายใจของเขา กลับติดขัดเป็อย่างมาก เขาได้ใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อยกร่างกายขึ้นนั่งลงไปบนเก้าอี้ หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
เฟยิได้ส่องกระจก กลับพบใบหน้าอันงดงามของชายหนุ่มตัวเล็ก ผมยาวดกดำ ใบหน้านั้นหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขา อีกทั้งชื่อที่อยู่ในความทรงจำก็ยังคล้ายคลึงกับเขา
"ฉันคงข้ามมิติมาสินะ ในละครที่ฉันแสดงก็มีแนวข้ามมิตินี้ออกมาบ่อยๆ"
"ว่าแต่หญิงสาวที่เข้ามาเมื่อครู่ เป็ใครกันนะ"