คลังอสูรบรรพกาล

    ตอนที่ 101 : อย่า

     

           ชั่วลมหลายใจ เส้นอาคมรูปร่างนักรบเกราะดำถือดาบขนาดยักษ์ได้ปรากฏขึ้น ก่อนเส้นอาคมทั่วร่างจะเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีขาว

     

           นัยน์ตาผู้อาวุโสหนึ่งหดแคบกับสิ่งที่เห็น ทว่ายังไม่ทันตริตรองกับสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างผู้อาวุโสสามได้พลันเลือนหายพุ่งวาดพลองเหล็กเข้าโจมตีชิลอีกครา กระนั้นผู้ที่เข้าแทรกกลางกลับเป็นเส้นอักขระนักรบเกราะดำที่ดูมิได้มีพิษสงมากนัก

     

           เคร้ง!

     

           พลองเหล็กถูกปัดโดยเส้นอาคมดาบยักษ์ นี่ทำให้ชายชราผมดำถึงเบิกตากว้าง อย่างไรเพียงเสี้ยววิจากการฟาดฟันคราแรก ดาบขนาดยักษ์ก็แปรเปลี่ยนรูปกลายเป็นมีดสั้น วาดเข้าโจมตีด้วยความเร็วที่มิอาจตอบสนอง

     

            “ไม่จริง!!”

     

           มองมีดสั้นพุ่งตรงมายังกลางอก ผู้อาวุโสสามเลยตัดสินใจสะบัดมืออีกข้าง เรียกแผ่นหยกสีเขียวอันหนึ่งขึ้นมา

     

           เส้นอาคมมีดสั้นปักทำลายแผ่นหยกเขียวจนแยกเป็นสองส่วน พร้อมร่างผู้อาวุโสสามที่ถูกแรงระเบิดของหยก ดีดถอยออกมาตั้งหลักในระยะไกล

     

           ชิลเผยยิ้มให้กับการตอบโต้โดยอาศัยแรงระเบิดจากการทำลายสมบัติของผู้อาวุโสสาม นับเป็นเรื่องฉลาดที่คิดเลี่ยงการบาดเจ็บสาหัสด้วยการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

     

            “เกือบไป”

     

           ผู้อาวุโสสามลูมัสยกมือจับตรงอกจุดที่เกือบถูกเส้นอาคมมีดสั้นแทงเมื่อครู่ หากมิได้แผ่นหยกเขียวช่วยไว้ มีหวังคงบาดเจ็บหนักหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต ส่งให้สายตาอันพร่ามัวหันมองไปยังเส้นอาคมนักรบเกราะดำด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป

     

           ผู้อาวุโสหนึ่งรวมถึงผู้อาวุโสหกเองก็พากันจ้องมองเส้นอาคมนักรบเกราะดำเช่นกัน อย่างไรทั้งคู่กลับมีความคิดต่างกันเล็กน้อย โดยผู้อาวุโสหกคิดเพียงว่าอาคมที่ชิลร่ายแข็งแกร่งนัก 

     

           ทว่าผู้อาวุโสเทมเพริสมองว่าความแข็งแกร่งของอาคมรังสรรค์ซึ่งเป็นเพียงอาคมระดับเริ่มต้น มิควรมีมากมายเช่นนี้ ราวกับขุมพลังมันเทียบได้กับอาคมระดับเชี่ยวชาญ หรืออาจลึกซึ้ง ด้วยการที่ศึกษาบทร่ายอักขระมาตลอดชีวิต มั่นใจได้เลยว่าสิ่งที่ชิลร่ายคืออาคมรังสรรค์มิผิดแน่ แต่เหตุใดมันจึงแกร่งกว่าปกติมากมายนัก

     

            “ยังคิดว่าจำนวนเป็นต่ออยู่หรือไม่”

     

           ชิลกล่าวพลางฉีกยิ้ม

     

           นี่ทำให้ผู้อาวุโสเดนาเรียถึงกับเลือดขึ้นหน้า นางเรียกดาบยาวออกมาถือพร้อมวาดท่าร่างแปลกประหลาดบนอากาศ ครู่หนึ่งจึงกัดไปที่ปลายนิ้ว

     

            “เพลิงโลหิต”

     

           กระแสเพลิงสีแดงฉานระเบิดคลุมรอบใบดาบยาว ก่อนที่ร่างบางในชุดคลุมยาวสีขาวจะพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้า

     

            “ไม่เลว”

     

           ชิลกล่าวพลางแหงนหน้ามอง ถ้าไม่รวมตนที่ได้ครอบครองคลังความรู้บรรพกาล หญิงสาวผู้นี้ก็นับเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก ด้วยรากฐานฝึกฝนระดับคลายสมดุลในอายุเพียงเท่านี้ พร้อมกับทักษะมากมายหลากหลาย หากมิได้อยู่ในแผ่นดินทวิเทวาอันยากแค้น คงกลายเป็นตัวตนมหาอำนาจภายในสถาบันยักษ์ใหญ่ไม่ยากเย็น

     

           เห็นเดนาเรียโจมตี ผู้อาวุโสสามลูมัสจึงพุ่งตัวออกไปหวังเป็นกำลังเสริม ทว่ากลับถูกหยุดไว้โดยอักขระนักรบเกราะดำที่บัดนี้เส้นอักขระได้แปรเปลี่ยนอาวุธในมือเป็นดาบขนาดยักษ์อีกครา

     

           เคร้ง!

     

           เคร้ง!

     

           ปัง!!

     

           การปะทะกันของอำนาจระดับคลายสมดุลสองแห่งทำให้เกิดคลื่นลม พร้อมเส้นแสงพลังงานระเบิดออกเป็นวงกว้าง

     

           ชิลวาดดาบวารีหลังไหล่เข้าปะทะกับผู้อาวุโสหกเดนาเรียด้วยความเร็วที่มิอาจมองตามทัน ทิ้งช่วงไม่กี่วิ ร่างบางในชุดคลุมขาวก็พลันเคลื่อนที่ไปด้านข้าง เช่นกันร่างในชุดคลุมดำได้เคลื่อนตามพร้อมฟาดดาบโจมตีสวน

     

           เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!!

     

           วิ่งตามรุกรับกันจนเกิดเป็นเส้นแสงสีแดงและขาวเคลื่อนที่ไปมารอบลานประลองครู่หนึ่ง จู่ๆชิลก็ยกมืออีกข้าง ชี้นิ้วจรดวาดอักขระไปบนอากาศ

     

           อักขระหน้าตาคุ้นเคยถูกเขียน ขณะกำลังวิ่งไล่ฟาดดาบใส่ผู้อาวุโสคนงาม

     

           เส้นแสงอาคมพร้อมคำร่ายลากยาวไปตามทางที่พาดผ่าน พร้อมกระแสพลังงานสองเส้นเคลื่อนเข้าปะทะจนเกิดสะเก็ดไฟดีดกระจายทั่วทิศ

     

           เห็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสหนึ่งจึงมิรอช้า เคลื่อนตัวพุ่งเข้าเสริมผู้อาวุโสเดนาเรียด้วยการเรียกกระบี่แสงสีขาววาดเข้าโจมตีจากด้านหลัง

     

           แม้จะเป็นเรื่องน่าอายที่ระดับคลายสมดุลบทสามต้องอาศัยจังหวะทีเผลอในการจู่โจม กระนั้นกับบุรุษหนุ่มที่ราวกับปีศาจจำแลงตรงหน้า มิสามารถหาเหตุผลใดมารองรับได้ว่า หากสู้กันซึ่งหน้าจะกุมชัยได้เต็มสิบส่วน

     

           อย่างไรราวกับสวรรค์เล่นตลก พริบตาที่ผู้อาวุโสหนึ่งเข้ามาใกล้ เสียงราบเรียบของบุรุษหนุ่มชุดคลุมดำก็ดังขึ้น

     

            “สยบสรรพสิ่ง”

     

           ท่วงท่าที่ราวกับฝันร้ายของเหล่าผู้อาวุโสถูกสำแดงอีกครา ทั้งผู้อาวุโสเดนาเรียและผู้อาวุโสเทมเพลิสต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พวกเขาคิดว่าท่าดาบอันแข็งแกร่งเช่นนั้น ชิลไม่มีทางที่จะวาดมันได้เกินหนึ่ง 

     

           ทว่าทั้งคู่คิดผิด

     

           เส้นแสงสีขาวจำนวนมหาศาลถูกขีดขึ้นด้านหน้าสองผู้อาวุโส ภายใต้ช่วงเวลาหยุดนิ่ง หนึ่งหญิงสาว หนึ่งชายชรา จ้องมองเส้นบางขาวบริสุทธิ์ด้านหน้าตนที่มีมากกว่าห้าสิบ และก่อนที่เวลาจะเคลื่อนไหว ร่างทั้งคู่ก็ถูกดีดกระเด็น พร้อมปรากฏบาดแผลจำนวนมากตามร่างกาย

     

           แม้แผลเหล่านั้นจะมิได้ลึกมาก กระนั้นนี่ก็เรียกได้ว่าบาดเจ็บสาหัส

     

           ผู้อาวุโสสามมองเห็นร่างผู้อาวุโสหนึ่งและหกกระเด็นล้มลงไปบนพื้น จึงคิดพุ่งตัวเข้าไปช่วย แต่กลับไม่สามารถ เพราะเส้นอาคมนักรบเกราะดำได้เข้าจู่โจมราวกับหยุดไม่ให้เขาเคลื่อนไหวไปที่ใด ครั้นเมื่อบินขึ้นฟ้า เส้นอาคมเจ้าปัญหาก็ดีดตัวพุ่งตามพร้อมวาดดาบเข้าโจมตีรุนแรงกว่าคราอยู่บนพื้น ส่งให้เมื่อใดที่คิดลอยตัว เมื่อนั้นต้องตกลงสู่พื้นทันที

     

           ลาม่อนมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็อดรู้สึกขนลุกไม่ได้ แม้ภายนอกดูเหมือนความแข็งแกร่งที่แท้จริงของชิลมาจากทักษะดาบ ทว่าเขากลับรู้ว่าแท้จริงแล้วมันมาจากความเข้าใจในอาคมวงเวทที่ไม่รู้ว่าอยู่ในระดับใด

     

           คราแรกเขาเข้าใจว่าชิลอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ แต่บัดนี้คงต้องคิดเสียใหม่

     

            “บางทีอาจเป็นระดับลึกซึ้ง”

     

           ลาม่อนกล่าวเสียงค่อย จ้องมองอักขระที่ชายหนุ่มในชุดคลุมดำกำลังเขียน ซึ่งหากให้เดาคงมิพ้นอาคมรังสรรค์เช่นเดิม

     

            “มันไม่ควรเป็นเช่นนี้”

     

           เดนาเรียที่นอนบนพื้นอย่างอิดโรย พยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายดันตัวลุก เช่นกันผู้อาวุโสเทมเพริสได้จับเข่า ค่อยๆยืนขึ้นด้วยท่าทางไม่สู้ดี

     

            “เจ้าหนุ่ม ข้า..”

     

           ยังไม่ทันได้กล่าวจนจบประโยค ร่างในชุดคลุมยาวสีดำพลันพุ่งเข้าหมายปิดฉากการต่อสู้นี้โดยไว

     

           ดาบสีดำแกนกลางฟ้าส่องประกายรับแสงจันทร์ภายใต้หมู่เมฆอันมืดมิด เงาร่างแห่งความตายเยื้องกรายด้วยความเร็วที่แม้จะเป็นระดับคลายสมดุลก็มิอาจมองตามทัน

     

           กระนั้นสวรรค์กลับไม่ได้ไร้เมตตา ขณะที่ดาบวารีหลั่งไหลวาดเข้าใกล้ชายชรา ทวนสีเงินที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนก็พุ่งเข้าสกัดกั้น

     

           เคร้ง!!

     

           ร่างชิลไม่ได้ขยับออกจากจุดเดิม ทว่าดาบวารีหลั่งไหลกลับถูกปัดออกไปด้านข้าง ส่งให้นัยน์ตาองุ่นหรี่จนคม และเมื่อพบว่าผู้ที่ขวางทางตน คือสตรีในชุดผ้าบางสีขาวอันคุ้นเคย ความโหดเหี้ยมที่แสดงออกเมื่อครู่เลยพลันมลายหายพร้อมสายลมยามค่ำคืน

     

           ใบไม้ขนาดเล็กที่ไม่รู้ว่าปลิวมาจากที่ใด ลอยล่องผ่านร่างคนทั้งสอง ราวกับที่แห่งนี้มีเพียงพวกเขา

     

           คล้ายช่วงเวลาถูกแช่แข็ง ชิลจ้องมองสตรีผู้แสนงดงามหาใดเปรียบ ที่บัดนี้ได้เข้าประคองร่างชายชรานัยน์ตาควันธูป โดยมิสนใจบุรุษอันหวนคะนึงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

     

           ทิ้งช่วงอยู่หลายลมหายใจ มือใต้ชุดคลุมดำจึงวาดลด สลายบทอาคมทิ้ง..

     

            “เหตุใด”

     

           ซาเนียเอ่ย โดยไม่หันมอง

     

            “มิใช่ว่าผู้ที่เจ้ากำลังตามหาคือผู้อาวุโสสี่”

     

            “ใช่”

     

            “แล้วเหตุใด!!”

     

           เสียงเทพธิดาแห่งวังเมฆาสูญสิ้นดังกังวาน จนทำให้เหล่าศิษย์สายตรงที่วิ่งตามมาทีหลังต่างกวาดตามองไปที่นางและชิลสลับกันไปมา

     

           เวิร์นจ้องมองร่างผู้อาวุโสทั้งสองที่เต็มไปด้วยบาดแผล พร้อมผู้อาวุโสสามที่กำลังปะทะกับอะไรบางอย่างอยู่ในระยะไกล ส่งให้มันตัดสินใจไม่คิดทำอะไรนอกจากยืนนิ่งมองดูเงียบๆ แม้จะมิได้แข็งแกร่งมาก ทว่ามันก็นับเป็นบุรุษที่ฉลาดดูสถานการณ์พอควร

     

           ต่างกับอีทรีสและเหล่าศิษย์สายตรงคนอื่น ที่บัดนี้ได้เผยท่าทางโกรธเกรี้ยว พุ่งตัวเข้าหาชิลกันทั้งหมด อย่างไรก่อนจะได้เข้าใกล้ ผู้อาวุโสหนึ่งเทมเพริสก็พลันเปิดปากตะโกนห้ามเสียงดัง

     

            “พวกเจ้า หยุด!!”

     

           แรงกดดันระดับคลายสมดุลบทสามถูกส่งผ่าน เป็นผลให้เหล่าศิษย์สายตรงทั้งหมดต่างยืนตัวแข็งราวกับหินด้วยความหวั่นเกรง ทั้งนี้หากมองไปยังกลุ่มเหล่าสาวก กลับไม่พบตัวเฟอริน เพราะชายผู้เป็นศิษย์รักผู้อาวุโสสาม บัดนี้ได้หยุดยืนอยู่ข้างเวิรน์ตั้งแต่ต้น ราวทั้งคู่นัดกันมาล่วงหน้า

     

            “เหตุใดจึงไม่ไปช่วยอาจารย์เจ้า”

     

           เวิร์นกล่าวโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังบุรุษในชุดคลุมยาวสีดำผู้มีรากฐานฝึกฝนเท่าตน

     

            “เหตุใดท่านจึงไม่ไปช่วยผู้อาวุโสหนึ่ง”

     

           เฟอรินถามกลับ พลางมองชิลด้วยแววตายากคะนึง แน่นอนเขาจำได้ว่าชายชุดคลุมดำตรงหน้าคือคนเดียวกับที่ย่างหมูป่าเขาเดียวในป่าพันวิญญาณเมื่อปีก่อน แต่ด้วยรากฐานฝึกฝนที่สูงขึ้นเร็วจนน่าตกใจ ทำให้เขารู้สึกมีบางอย่างไม่ถูกต้อง เลยเลือกที่จะขอดูสถานการณ์ไปก่อน

     

           เมื่อคลายสมดุลสองคนถูกทำให้บาดเจ็บพร้อมกับคลื่นพลังที่ลดลง เหล่าผู้รับใช้และสาวกจำนวนมากที่วิ่งหนีไปในตอนต้น ก็ได้พากันเดินกลับมามุงดูกันทั่วหน้า

     

           กระนั้น ณ ใจกลางลานประลอง บุรุษหนุ่มชุดคลุมดำกลับยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง ไร้ซึ่งการตอบกลับใดจากคำถามของเทพธิดา

     

            “เหตุใดจึงไม่ตอบข้า!”

     

            “พาข้าไปพบผู้อาวุโสสี่”

     

           เงียบอยู่พักใหญ่ ชิลจึงกล่าวขึ้นเสียงเรียบ

     

            “หากข้าพาไป เจ้าจักละเว้นท่านเทมเพริสหรือไม่”

     

           ซาเนียกล่าวพร้อมลุกขึ้นยืนประจันหน้าชิล นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลจ้องมองนัยน์ตาสีองุ่นไม่กะพริบ 

     

            “หากมิมีผู้ใดขวางทาง ข้าก็มิจำเป็นต้องลงมือ”

     

            “ดี”

     

            “เดี๋ยว! ซาเนียเจ้าคิดจะทำอะไร”

     

           ผู้อาวุโสเดนาเรียกล่าวเสียงดัง นางหันมองชิลคราหนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ

     

            “หยุดสิ่งที่เจ้ากำลังคิด”

     

            “ท่านผู้อาวุโสหก ข้าต้องขออภัย”

     

           ว่าแล้วซาเนียก็สะบัดร่างอันงดงาม ผละออกจากผู้อาวุโสเทมเพริส ก้าวผ่านร่างผู้อาวุโสเดนาเรียที่กำลังยืนด้วยท่าทางอิดโรยไป

     

           แม้เห็นเช่นนั้นชายชรานัยน์ตาควันธูปก็มิได้คิดเอ่ยห้าม เพราะบางทีนี่อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แม้ใจจริงจะอยากปกป้องพวกพ้องมากก็ตาม

     

           อย่างไรสำหรับสตรีผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาวุโสลำดับหกแห่งวังเมฆาสูญสิ้น ย่อมไม่มีทางให้เรื่องอันเสื่อมเกียรติเช่นนี้เกิดขึ้น นางทำการเรียกดาบยาว เร่งพลังงานสวรรค์ปล่อยทักษะเพลิงโลหิต พุ่งเข้าโจมตีชิลอย่างฉับพลัน

     

           ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ต้องตกตะลึง เพราะจู่ๆร่างในชุดผ้าบางสีขาวของซาเนียก็ไหวเข้ามาอยู่ด้านหน้า พร้อมวาดทวนสีเงินที่ลุกท่วมไปด้วยพลังงานสวรรค์เข้มข้นเข้ารับ

     

           เคร้ง!!

     

           ดาบยาวอันเต็มไปด้วยเพลิงสีแดงถูกดีดไปด้านข้าง พร้อมนัยน์ตาผู้อาวุโสเดนาเรียที่เบิกกว้าง กระนั้นทวนสีเงินมิได้รั้งรอ มันถูกวาดจนเกิดเกลียวคลื่นสีดำ ก่อนทะลวงโจมตีส่งร่างสตรีในชุดคลุมขาวลอยออกไปไกล

     

            “ได้อย่างไรกัน!?”

     

           ผู้อาวุโสทั้งสาม รวมถึงเหล่าศิษย์สายตรง ผู้รับใช้ และเหล่าสาวก ต่างพากันตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าซาเนียแข็งแกร่งขึ้นมากหลังกลับมาจากความตาย ทว่าก็ไม่คิดว่าจะแกร่งขนาดนี้

     

           โดยทักษะเพลิงโลหิต เป็นถึงทักษะลึกลับที่แม้จะเป็นผู้อาวุโสสามลูมัสก็มิอาจปัดป้องโดยง่าย

     

            “พวกท่านอย่าได้คิดโจมตีเขาอีกดีกว่า”

     

    คล้ายกับเรื่องคลังอสูรบรรพกาล ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732