ชั่วลมหลายใจ เส้นอาคมรูปร่างนักรบเกราะดำถือดาบขนาดยักษ์ได้ปรากฏขึ้น ก่อนเส้นอาคมทั่วร่างจะเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีขาว
นัยน์ตาผู้อาวุโสหนึ่งหดแคบกับสิ่งที่เห็น ทว่ายังไม่ทันตริตรองกับสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างผู้อาวุโสสามได้พลันเลือนหายพุ่งวาดพลองเหล็กเข้าโจมตีชิลอีกครา กระนั้นผู้ที่เข้าแทรกกลางกลับเป็นเส้นอักขระนักรบเกราะดำที่ดูมิได้มีพิษสงมากนัก
เคร้ง!
พลองเหล็กถูกปัดโดยเส้นอาคมดาบยักษ์ นี่ทำให้ชายชราผมดำถึงเบิกตากว้าง อย่างไรเพียงเสี้ยววิจากการฟาดฟันคราแรก ดาบขนาดยักษ์ก็แปรเปลี่ยนรูปกลายเป็นมีดสั้น วาดเข้าโจมตีด้วยความเร็วที่มิอาจตอบสนอง
“ไม่จริง!!”
มองมีดสั้นพุ่งตรงมายังกลางอก ผู้อาวุโสสามเลยตัดสินใจสะบัดมืออีกข้าง เรียกแผ่นหยกสีเขียวอันหนึ่งขึ้นมา
เส้นอาคมมีดสั้นปักทำลายแผ่นหยกเขียวจนแยกเป็นสองส่วน พร้อมร่างผู้อาวุโสสามที่ถูกแรงระเบิดของหยก ดีดถอยออกมาตั้งหลักในระยะไกล
ชิลเผยยิ้มให้กับการตอบโต้โดยอาศัยแรงระเบิดจากการทำลายสมบัติของผู้อาวุโสสาม นับเป็นเรื่องฉลาดที่คิดเลี่ยงการบาดเจ็บสาหัสด้วยการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
“เกือบไป”
ผู้อาวุโสสามลูมัสยกมือจับตรงอกจุดที่เกือบถูกเส้นอาคมมีดสั้นแทงเมื่อครู่ หากมิได้แผ่นหยกเขียวช่วยไว้ มีหวังคงบาดเจ็บหนักหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต ส่งให้สายตาอันพร่ามัวหันมองไปยังเส้นอาคมนักรบเกราะดำด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป
ผู้อาวุโสหนึ่งรวมถึงผู้อาวุโสหกเองก็พากันจ้องมองเส้นอาคมนักรบเกราะดำเช่นกัน อย่างไรทั้งคู่กลับมีความคิดต่างกันเล็กน้อย โดยผู้อาวุโสหกคิดเพียงว่าอาคมที่ชิลร่ายแข็งแกร่งนัก
ทว่าผู้อาวุโสเทมเพริสมองว่าความแข็งแกร่งของอาคมรังสรรค์ซึ่งเป็นเพียงอาคมระดับเริ่มต้น มิควรมีมากมายเช่นนี้ ราวกับขุมพลังมันเทียบได้กับอาคมระดับเชี่ยวชาญ หรืออาจลึกซึ้ง ด้วยการที่ศึกษาบทร่ายอักขระมาตลอดชีวิต มั่นใจได้เลยว่าสิ่งที่ชิลร่ายคืออาคมรังสรรค์มิผิดแน่ แต่เหตุใดมันจึงแกร่งกว่าปกติมากมายนัก
“ยังคิดว่าจำนวนเป็นต่ออยู่หรือไม่”
ชิลกล่าวพลางฉีกยิ้ม
นี่ทำให้ผู้อาวุโสเดนาเรียถึงกับเลือดขึ้นหน้า นางเรียกดาบยาวออกมาถือพร้อมวาดท่าร่างแปลกประหลาดบนอากาศ ครู่หนึ่งจึงกัดไปที่ปลายนิ้ว
“เพลิงโลหิต”
กระแสเพลิงสีแดงฉานระเบิดคลุมรอบใบดาบยาว ก่อนที่ร่างบางในชุดคลุมยาวสีขาวจะพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้า
“ไม่เลว”
ชิลกล่าวพลางแหงนหน้ามอง ถ้าไม่รวมตนที่ได้ครอบครองคลังความรู้บรรพกาล หญิงสาวผู้นี้ก็นับเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก ด้วยรากฐานฝึกฝนระดับคลายสมดุลในอายุเพียงเท่านี้ พร้อมกับทักษะมากมายหลากหลาย หากมิได้อยู่ในแผ่นดินทวิเทวาอันยากแค้น คงกลายเป็นตัวตนมหาอำนาจภายในสถาบันยักษ์ใหญ่ไม่ยากเย็น
เห็นเดนาเรียโจมตี ผู้อาวุโสสามลูมัสจึงพุ่งตัวออกไปหวังเป็นกำลังเสริม ทว่ากลับถูกหยุดไว้โดยอักขระนักรบเกราะดำที่บัดนี้เส้นอักขระได้แปรเปลี่ยนอาวุธในมือเป็นดาบขนาดยักษ์อีกครา
เคร้ง!
เคร้ง!
ปัง!!
การปะทะกันของอำนาจระดับคลายสมดุลสองแห่งทำให้เกิดคลื่นลม พร้อมเส้นแสงพลังงานระเบิดออกเป็นวงกว้าง
ชิลวาดดาบวารีหลังไหล่เข้าปะทะกับผู้อาวุโสหกเดนาเรียด้วยความเร็วที่มิอาจมองตามทัน ทิ้งช่วงไม่กี่วิ ร่างบางในชุดคลุมขาวก็พลันเคลื่อนที่ไปด้านข้าง เช่นกันร่างในชุดคลุมดำได้เคลื่อนตามพร้อมฟาดดาบโจมตีสวน
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!!
วิ่งตามรุกรับกันจนเกิดเป็นเส้นแสงสีแดงและขาวเคลื่อนที่ไปมารอบลานประลองครู่หนึ่ง จู่ๆชิลก็ยกมืออีกข้าง ชี้นิ้วจรดวาดอักขระไปบนอากาศ
อักขระหน้าตาคุ้นเคยถูกเขียน ขณะกำลังวิ่งไล่ฟาดดาบใส่ผู้อาวุโสคนงาม
เส้นแสงอาคมพร้อมคำร่ายลากยาวไปตามทางที่พาดผ่าน พร้อมกระแสพลังงานสองเส้นเคลื่อนเข้าปะทะจนเกิดสะเก็ดไฟดีดกระจายทั่วทิศ
เห็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสหนึ่งจึงมิรอช้า เคลื่อนตัวพุ่งเข้าเสริมผู้อาวุโสเดนาเรียด้วยการเรียกกระบี่แสงสีขาววาดเข้าโจมตีจากด้านหลัง
แม้จะเป็นเรื่องน่าอายที่ระดับคลายสมดุลบทสามต้องอาศัยจังหวะทีเผลอในการจู่โจม กระนั้นกับบุรุษหนุ่มที่ราวกับปีศาจจำแลงตรงหน้า มิสามารถหาเหตุผลใดมารองรับได้ว่า หากสู้กันซึ่งหน้าจะกุมชัยได้เต็มสิบส่วน
อย่างไรราวกับสวรรค์เล่นตลก พริบตาที่ผู้อาวุโสหนึ่งเข้ามาใกล้ เสียงราบเรียบของบุรุษหนุ่มชุดคลุมดำก็ดังขึ้น
“สยบสรรพสิ่ง”
ท่วงท่าที่ราวกับฝันร้ายของเหล่าผู้อาวุโสถูกสำแดงอีกครา ทั้งผู้อาวุโสเดนาเรียและผู้อาวุโสเทมเพลิสต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พวกเขาคิดว่าท่าดาบอันแข็งแกร่งเช่นนั้น ชิลไม่มีทางที่จะวาดมันได้เกินหนึ่ง
ทว่าทั้งคู่คิดผิด
เส้นแสงสีขาวจำนวนมหาศาลถูกขีดขึ้นด้านหน้าสองผู้อาวุโส ภายใต้ช่วงเวลาหยุดนิ่ง หนึ่งหญิงสาว หนึ่งชายชรา จ้องมองเส้นบางขาวบริสุทธิ์ด้านหน้าตนที่มีมากกว่าห้าสิบ และก่อนที่เวลาจะเคลื่อนไหว ร่างทั้งคู่ก็ถูกดีดกระเด็น พร้อมปรากฏบาดแผลจำนวนมากตามร่างกาย
แม้แผลเหล่านั้นจะมิได้ลึกมาก กระนั้นนี่ก็เรียกได้ว่าบาดเจ็บสาหัส
ผู้อาวุโสสามมองเห็นร่างผู้อาวุโสหนึ่งและหกกระเด็นล้มลงไปบนพื้น จึงคิดพุ่งตัวเข้าไปช่วย แต่กลับไม่สามารถ เพราะเส้นอาคมนักรบเกราะดำได้เข้าจู่โจมราวกับหยุดไม่ให้เขาเคลื่อนไหวไปที่ใด ครั้นเมื่อบินขึ้นฟ้า เส้นอาคมเจ้าปัญหาก็ดีดตัวพุ่งตามพร้อมวาดดาบเข้าโจมตีรุนแรงกว่าคราอยู่บนพื้น ส่งให้เมื่อใดที่คิดลอยตัว เมื่อนั้นต้องตกลงสู่พื้นทันที
ลาม่อนมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็อดรู้สึกขนลุกไม่ได้ แม้ภายนอกดูเหมือนความแข็งแกร่งที่แท้จริงของชิลมาจากทักษะดาบ ทว่าเขากลับรู้ว่าแท้จริงแล้วมันมาจากความเข้าใจในอาคมวงเวทที่ไม่รู้ว่าอยู่ในระดับใด
คราแรกเขาเข้าใจว่าชิลอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ แต่บัดนี้คงต้องคิดเสียใหม่
“บางทีอาจเป็นระดับลึกซึ้ง”
ลาม่อนกล่าวเสียงค่อย จ้องมองอักขระที่ชายหนุ่มในชุดคลุมดำกำลังเขียน ซึ่งหากให้เดาคงมิพ้นอาคมรังสรรค์เช่นเดิม
“มันไม่ควรเป็นเช่นนี้”
เดนาเรียที่นอนบนพื้นอย่างอิดโรย พยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายดันตัวลุก เช่นกันผู้อาวุโสเทมเพริสได้จับเข่า ค่อยๆยืนขึ้นด้วยท่าทางไม่สู้ดี
“เจ้าหนุ่ม ข้า..”
ยังไม่ทันได้กล่าวจนจบประโยค ร่างในชุดคลุมยาวสีดำพลันพุ่งเข้าหมายปิดฉากการต่อสู้นี้โดยไว
ดาบสีดำแกนกลางฟ้าส่องประกายรับแสงจันทร์ภายใต้หมู่เมฆอันมืดมิด เงาร่างแห่งความตายเยื้องกรายด้วยความเร็วที่แม้จะเป็นระดับคลายสมดุลก็มิอาจมองตามทัน
กระนั้นสวรรค์กลับไม่ได้ไร้เมตตา ขณะที่ดาบวารีหลั่งไหลวาดเข้าใกล้ชายชรา ทวนสีเงินที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนก็พุ่งเข้าสกัดกั้น
เคร้ง!!
ร่างชิลไม่ได้ขยับออกจากจุดเดิม ทว่าดาบวารีหลั่งไหลกลับถูกปัดออกไปด้านข้าง ส่งให้นัยน์ตาองุ่นหรี่จนคม และเมื่อพบว่าผู้ที่ขวางทางตน คือสตรีในชุดผ้าบางสีขาวอันคุ้นเคย ความโหดเหี้ยมที่แสดงออกเมื่อครู่เลยพลันมลายหายพร้อมสายลมยามค่ำคืน
ใบไม้ขนาดเล็กที่ไม่รู้ว่าปลิวมาจากที่ใด ลอยล่องผ่านร่างคนทั้งสอง ราวกับที่แห่งนี้มีเพียงพวกเขา
คล้ายช่วงเวลาถูกแช่แข็ง ชิลจ้องมองสตรีผู้แสนงดงามหาใดเปรียบ ที่บัดนี้ได้เข้าประคองร่างชายชรานัยน์ตาควันธูป โดยมิสนใจบุรุษอันหวนคะนึงที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ทิ้งช่วงอยู่หลายลมหายใจ มือใต้ชุดคลุมดำจึงวาดลด สลายบทอาคมทิ้ง..
“เหตุใด”
ซาเนียเอ่ย โดยไม่หันมอง
“มิใช่ว่าผู้ที่เจ้ากำลังตามหาคือผู้อาวุโสสี่”
“ใช่”
“แล้วเหตุใด!!”
เสียงเทพธิดาแห่งวังเมฆาสูญสิ้นดังกังวาน จนทำให้เหล่าศิษย์สายตรงที่วิ่งตามมาทีหลังต่างกวาดตามองไปที่นางและชิลสลับกันไปมา
เวิร์นจ้องมองร่างผู้อาวุโสทั้งสองที่เต็มไปด้วยบาดแผล พร้อมผู้อาวุโสสามที่กำลังปะทะกับอะไรบางอย่างอยู่ในระยะไกล ส่งให้มันตัดสินใจไม่คิดทำอะไรนอกจากยืนนิ่งมองดูเงียบๆ แม้จะมิได้แข็งแกร่งมาก ทว่ามันก็นับเป็นบุรุษที่ฉลาดดูสถานการณ์พอควร
ต่างกับอีทรีสและเหล่าศิษย์สายตรงคนอื่น ที่บัดนี้ได้เผยท่าทางโกรธเกรี้ยว พุ่งตัวเข้าหาชิลกันทั้งหมด อย่างไรก่อนจะได้เข้าใกล้ ผู้อาวุโสหนึ่งเทมเพริสก็พลันเปิดปากตะโกนห้ามเสียงดัง
“พวกเจ้า หยุด!!”
แรงกดดันระดับคลายสมดุลบทสามถูกส่งผ่าน เป็นผลให้เหล่าศิษย์สายตรงทั้งหมดต่างยืนตัวแข็งราวกับหินด้วยความหวั่นเกรง ทั้งนี้หากมองไปยังกลุ่มเหล่าสาวก กลับไม่พบตัวเฟอริน เพราะชายผู้เป็นศิษย์รักผู้อาวุโสสาม บัดนี้ได้หยุดยืนอยู่ข้างเวิรน์ตั้งแต่ต้น ราวทั้งคู่นัดกันมาล่วงหน้า
“เหตุใดจึงไม่ไปช่วยอาจารย์เจ้า”
เวิร์นกล่าวโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังบุรุษในชุดคลุมยาวสีดำผู้มีรากฐานฝึกฝนเท่าตน
“เหตุใดท่านจึงไม่ไปช่วยผู้อาวุโสหนึ่ง”
เฟอรินถามกลับ พลางมองชิลด้วยแววตายากคะนึง แน่นอนเขาจำได้ว่าชายชุดคลุมดำตรงหน้าคือคนเดียวกับที่ย่างหมูป่าเขาเดียวในป่าพันวิญญาณเมื่อปีก่อน แต่ด้วยรากฐานฝึกฝนที่สูงขึ้นเร็วจนน่าตกใจ ทำให้เขารู้สึกมีบางอย่างไม่ถูกต้อง เลยเลือกที่จะขอดูสถานการณ์ไปก่อน
เมื่อคลายสมดุลสองคนถูกทำให้บาดเจ็บพร้อมกับคลื่นพลังที่ลดลง เหล่าผู้รับใช้และสาวกจำนวนมากที่วิ่งหนีไปในตอนต้น ก็ได้พากันเดินกลับมามุงดูกันทั่วหน้า
กระนั้น ณ ใจกลางลานประลอง บุรุษหนุ่มชุดคลุมดำกลับยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง ไร้ซึ่งการตอบกลับใดจากคำถามของเทพธิดา
“เหตุใดจึงไม่ตอบข้า!”
“พาข้าไปพบผู้อาวุโสสี่”
เงียบอยู่พักใหญ่ ชิลจึงกล่าวขึ้นเสียงเรียบ
“หากข้าพาไป เจ้าจักละเว้นท่านเทมเพริสหรือไม่”
ซาเนียกล่าวพร้อมลุกขึ้นยืนประจันหน้าชิล นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลจ้องมองนัยน์ตาสีองุ่นไม่กะพริบ
“หากมิมีผู้ใดขวางทาง ข้าก็มิจำเป็นต้องลงมือ”
“ดี”
“เดี๋ยว! ซาเนียเจ้าคิดจะทำอะไร”
ผู้อาวุโสเดนาเรียกล่าวเสียงดัง นางหันมองชิลคราหนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ
“หยุดสิ่งที่เจ้ากำลังคิด”
“ท่านผู้อาวุโสหก ข้าต้องขออภัย”
ว่าแล้วซาเนียก็สะบัดร่างอันงดงาม ผละออกจากผู้อาวุโสเทมเพริส ก้าวผ่านร่างผู้อาวุโสเดนาเรียที่กำลังยืนด้วยท่าทางอิดโรยไป
แม้เห็นเช่นนั้นชายชรานัยน์ตาควันธูปก็มิได้คิดเอ่ยห้าม เพราะบางทีนี่อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แม้ใจจริงจะอยากปกป้องพวกพ้องมากก็ตาม
อย่างไรสำหรับสตรีผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาวุโสลำดับหกแห่งวังเมฆาสูญสิ้น ย่อมไม่มีทางให้เรื่องอันเสื่อมเกียรติเช่นนี้เกิดขึ้น นางทำการเรียกดาบยาว เร่งพลังงานสวรรค์ปล่อยทักษะเพลิงโลหิต พุ่งเข้าโจมตีชิลอย่างฉับพลัน
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ต้องตกตะลึง เพราะจู่ๆร่างในชุดผ้าบางสีขาวของซาเนียก็ไหวเข้ามาอยู่ด้านหน้า พร้อมวาดทวนสีเงินที่ลุกท่วมไปด้วยพลังงานสวรรค์เข้มข้นเข้ารับ
เคร้ง!!
ดาบยาวอันเต็มไปด้วยเพลิงสีแดงถูกดีดไปด้านข้าง พร้อมนัยน์ตาผู้อาวุโสเดนาเรียที่เบิกกว้าง กระนั้นทวนสีเงินมิได้รั้งรอ มันถูกวาดจนเกิดเกลียวคลื่นสีดำ ก่อนทะลวงโจมตีส่งร่างสตรีในชุดคลุมขาวลอยออกไปไกล
“ได้อย่างไรกัน!?”
ผู้อาวุโสทั้งสาม รวมถึงเหล่าศิษย์สายตรง ผู้รับใช้ และเหล่าสาวก ต่างพากันตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าซาเนียแข็งแกร่งขึ้นมากหลังกลับมาจากความตาย ทว่าก็ไม่คิดว่าจะแกร่งขนาดนี้
โดยทักษะเพลิงโลหิต เป็นถึงทักษะลึกลับที่แม้จะเป็นผู้อาวุโสสามลูมัสก็มิอาจปัดป้องโดยง่าย
“พวกท่านอย่าได้คิดโจมตีเขาอีกดีกว่า”