“นี่คือประสงค์ของฉินอ๋องหรือ?”
ท่านหญิงลั่วกล่าวออกมาขณะจ้องมองอีกฝ่าย คนที่นำสำนักคุมกฎมาคราวนี้ไม่ใช่คนที่มีตำแหน่งชั้นล่างแต่เป็ถึงหนึ่งในสองเ้าหออาญาที่เป็รองแค่เ้าสำนักคุมกฏเท่านั้นไม่ว่าจะเป็ที่นี่หรือที่เหมืองหลวงนภาครามด้วยตำแหน่งเ้าหออาญานั้นสูงส่งอย่างยิ่งอีกทั้งสำนักคุยกฎก็คือหนึ่งในรากฐานที่ก่อตั้งขึ้นมาพร้อมกับราชวงศ์ใหม่เป็ชั้วอำนาจที่ขึ้นตรงต่อองค์จักรพรรดิเท่านั้น
“ท่านหญิงโปรดหลีกทางด้วยสำนักคุมกฎของเราเดินเนินการภายใต้องค์จักรพรรดิดูแลความสงบสุขทั่วดินแดนแม้ว่าท่านหญิงลั่วจะมีฐานะสูงส่งแต่กระบี่อาญาอยู่ตรงหน้าก็เหมือนเป็คำสั่งขององค์จักรพรรดิวันนี้ต้องล่วงเกินท่านหญิงภายหลังอู๋หลิวจะชดใช้คืนให้!”
เ้าหอวัยกลางคนผู้นี้นามอู๋หลิวแม้ว่าท่านหญิงลั่วจะงดงามเย้ายวนแต่สายตาของเขากลับไม่ได้มีจิตอกุศลเลยสักนิดสีหน้าของเขาเฉยชาราบเรียบกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาหลังจากพูดจบก็โบกมือครั้งหนึ่งสั่งคนของสำนักคุมกฏให้บุกเข้าศาลากล้วยไม้ราตรีทันทีท่านหญิงลั่วมองดูอู๋หลิวนำคนเข้าไปก็แต่แต่ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้นางได้แต่คิดอยู่ในใจว่ากระบี่อาญาเล่มนี้ยังคงเป็ปัญหาเฉกเช่นในอดีต!
“ไปบอกคุณหนูเย่ว์อิงกับผู้เฒ่าฟู่ให้พักผ่อนอยู่ในตำหนักของข้าก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย”
“แล้วคุณชายเสวียนล่ะเ้าค่ะ?”
“หึหึ เ้าเด็กนี้จมูกไวอย่างยิ่งกระทั่งในตำหนักหน้าก็ยังมีลูกเล่นที่เขาเตรียมเอาไว้ เ้าไม่ต้องเป็ห่วงเขาหรอกคอยดูแลความสงบในศาลาให้ดีข้าจะไปดูฉินอ๋องเสียหน่อยว่าเขาสมองกลับหรือไรถึงได้กล้าใช้กระบี่อาญาบุกถิ่นของข้า!”
กล่าวจบร่างของท่านหญิงลั่วก็จางหายกลายเป็ควันสีดำลอยล่องออกไปจากศาลากล้วยไม้ราตรีส่วนหญิงรับใช้ก็ได้แต่ภาวนาให้เสวียนเทียนชิงปลอดภัยก่อนจะรีบกลับไปแจ้งข่าวกับผู้สูงศักดิ์ทั้งสองท่านนางคือคนสนิทที่ท่านหญิงลั่วเลี้ยงดูมาและไว้ใจที่สุด นางรู้ดีว่าท่านหยิงลั่วไม่ใช่คนธรรมดาและศาลากล้วยไม่ราตรีแห่งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะถูกคนอื่นรังแกได้ง่ายๆ
อีกด้านหนึ่งบนูเาจำลองนั้นตอนนี้ฟ้ายังสว่างเป็่เวลาที่เสวียนเทียนชิงฝึกปราณพิสุทธิ์ไพศาลก็อย่างที่ท่านหญิงลู่กล่าวเอาไว้ว่าเสวียนเทียนชิงยังมีลูกเล่นเล็กๆน้อยๆมากมายเพื่อใช้เอาตัวรอดมิเช่นนั้นเขาจะอยู่รอดมาถึงตอนนี้ได้อย่างไร? ระหว่างที่นั่งหลับตาทำสมาธิฝึกปราณอยู่นั้นคิ้วของเขาก็พลันขมวดเป็ปมก่อนจะลืมตาขึ้นมาผิวปากเป็เสียลากยาวครั้งหนึ่ง
‘หนึ่ง...สอง...แปด...สิบ...สามสิบสี่คน! วัดจากความกลัวของหนอนจำศีลแล้วคงมีปรมาจารย์ไม่ต่ำกว่าเจ็ดคน!’
ลูกเล่นที่เสวียนเทียนชิงใช้ก็คือหนอนจำศีลเ้าหนอกประเภทนี้เป็สัตว์อสูรระต่ำแต่หายากอย่างยิ่งด้วยนิสัยที่ชอบจำศีลของมันทำให้มีประสาทััต่ออันตรายที่ยอดเยี่ยมเสวียนเทียนชิงทิ้งมันไว้บนต้นไม้หน้าทางเข้าศาลากล้วยไม้ราตรีหลังจากสองวันแรกที่มันมีความรู้สึกหวาดกลัวก็เริ่มชินกับสถานที่จนไม่แสดงความรู้สึกหวาดกลัวออกมาจนกระทั่งวันนี้ที่มันััได้ถึงไอปราณของคนจำนวนมาก
ศาลากล้วยไม่ราตรีมีทางเข้าเพียงทางเดียวและด้วยฐานะของท่านหญิงลั่วมีหรือที่บ้านของนางจะไม่มีการป้องกันอันแข็งแกร่ง?ดังนั้นเสวียนเทียนชิงทิ้งหนอนจำศิลไว้หน้าทางเข้าแค่ตัวเดียวก็สามารถรับรู้สถานการณ์ได้ทันทีหามีคนบุกเข้ามาหลังจากเขาผิวปากไปไม่ถึงสิบลมหายใจทั้งลู่หยาและชิงเหนียวก็มาปรากฏตัวบนยอดเขาจำลองแล้ว
“เรียบร้อยแล้วหรือไม่?”
เสวียนเทียนชิงกล่าวถามออกมาขณะลุกขึ้นยืนชิงเหนียวพยักหน้าตอยกลับส่วนลู่หยาตอนนี้ก็กลายเป็เงาดำหายไปแล้วตอนนี้พวกเขาพร้อมออกจากที่นี่ได้ทุกเมื่อเสียงผิวปากครั้งเดียวของชายหนุ่มก็ทำให้สองสาวรับใช้เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วเหมือนกัน
“เ้าไปซ่อนตัวก่อน จำไว้ว่าต้องรอจังหวะที่ดีที่สุดบนเขานี้ข้าวางค่ายกลไว้ไม่น้อยทั้งยังมีค่ายกลของผู้าุโบนยอดเขาตัดกำลังเป็สิ่งสำคัญ หากสู้ไม่ได้ก็ต้องหาทางหนีทีไล่เอาไว้”
เสวียนเทียนชิงกล่าวเสียงเย็นก่อนจะทอดสายตามองไปทางตำหนักหน้าอย่างเ็าชิงเหนียวรับคำก่อนจะมุ่งหน้าออ้อมไปทางหลังเขาส่วนลู่หยาก็กลายเป็เงาปกปิดกลิ่นอายไปแล้วเดิมทีเขายังคิดว่าจะสามารถอาศัยศาลากล้วยไม้ราตรีหลบซ่อนจนฝึกปราณได้สำเร็จใครจะคิดว่าถึงกับมีคนกล้าไม่ไว้หน้าท่านหญิงลู่เช่นนี้
‘อย่างน้อยชิงเหนียวกับลู่หยาก็ทะลวงขั้นได้สำเร็จส่วนอาการาเ็ของข้าก็หายดีหมดแล้วทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยด้วย’
เสวียนเทียนชิงคิดอยู่ในใจพลางนึกทบทวนเื่ที่ผ่านมาอย่างระเอียดจนมั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆครั้งนี้ไม่รู้ว่าเป็ศัตรูคนไหนที่บุกเข้ามา เป็ไปได้มากว่าคือตระกูลฉินแต่ในถิ่นของตระกูลฉินเช่นนี้หากพวกเขากล้าลงมือก็ไม่อาจบอกปัดกับตระกูลเสวียนได้แล้วฉินอ๋องกล้าปะทะกับบิดาของเขาตรงๆเช่นนี้เชียวหรือ?
“มาแล้ว...”
เสียงของเสวียนเทียนชิงแ่เบาขณะมองไปยังตีนเขาที่มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังบุกขึ้นมาเมื่อเห็นคนที่นำอยู่ด้านหน้านั้นก็ทำให้เสวียนเทียนชิงขมวดคิ้วแน่นทันทีนั่นมันอู๋หลิวเ้าหออายาไม่ใช่หรือ? เสวียนเทียนชิงเป็นายน้อยชนชั้นสูงแม้จะออกเมืองหลวงไปสามปีแต่ก่อนหน้านั้นเขาก็จดจำบุคคลชั้นสูงของแดนเบญจภพได้เกือบทั้งหมด!
เ้าหออาญาผู้นี้แม้ว่าเขาจะไม่รู้ระดับขั้นของอีกฝ่ายชัดเจนแต่เสวียนเทียนชิงมั่นใจว่าระดับขั้นของเขาสูงกว่าปรมาจารย์ขั้นสามแน่นอน!ฉินอ๋องกล้าหาญขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่?เขาไม่กลัวว่าบิดาของเขาจะมาถล่มจวนอ๋องหรือไง?หรือว่าเื้ัตระกูลฉินยังมีอะไรอยู่?
เสวียนเทียนชิงไม่ได้เคร่งเครียดขนาดนี้มานานแล้วก่อนหน้านี้สามดาบคลั่งลงมือกับเขายังไม่น่ากลัวเช่นนี้เลยตระกูลฉินนั้นยิ่งใหญ่คับแดนเบญจภพดังนั้นพวกเขาคงไม่ลงมืออุกอาจเช่นนี้โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาแน่!
“ท่านคิดจะฝ่าฝืนกฎหรือ?”
เสวียนเทียนชิงยืนอยู่บนยอดเขากล่าวถามออกมาขณะจ้องมองอู๋หลิวสีหน้าของอู๋หลิวนั้นราบเรียบไร้อารมณ์เช่นเดิมขณะมองดูเสวียนเทียนชิงเขาโบกมือเล็กน้อยสั่งการให้คนที่อยู่ด้านหลังส่วนหนึ่งอ้อมปิดล้อมูเาสี่ด้านส่วนคนที่เหลืออีกยี่สิบกว่าคนล้วนวิ่งห้อตะบึงขึ้นสู่ยอดเขา
“ข้าจะไม่ลงมือหากเ้ารอดจากคนของข้าไปได้ต่อจากนี้ต่อนี้ต่อให้เป็คำสั่งขององค์จักรพรรดิข้าก็จะไม่ลงมือกับเ้าอีก”
อู๋หลิวกล่าวอย่างราบเรียบจากนั้นเขาก็ทำเพียงยืนอยู่ที่ตีนเขาจ้องมองเสวียนเทียนชิงโดยไม่กล่าวอะไรอีก เ้าหออาญาผู้นี้เห็นได้ชัดว่าไม่้าล่วงเกินตระกูลเสวียนหากไม่ใช่เพราะกระบี่อาญาเกรงว่าเขาคงไม่กระโจนเข้ามายุ่งกับนำคลำบ่อนี้แน่นอน
“หวังว่าท่านจะรักษาคำพูด!”
เสวียนเทียนชิงไม่ได้เชื่อถือคำพูดของเขาทั้งหมดแต่ก็ยังพอลดความตึงเครียดได้บ้างชายหนุ่มชักกระบี่ออกมาละสายตาจากอู๋หลิวเตรียมรับมือกับศึกใหญ่ที่มาส่งให้ถึงที่ศัตรูคราวนี้แข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมาอยู่บ้างมีปรมาจารย์แปดคนและนี่เป็แค่การคาดเดาของเขาเท่านั้นแท้จริงแล้วจะมีปรมาจารย์กี่คนแต่ละคนอยู่ขั้นไหนบ้างหากไม่ลองสู้ดูก็คงไม่รู้
‘ตอนนี้ข้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อยก็สามส่วนถึงจะยังไม่อาจทะลวงขั้นได้แต่ด้วยปราณพิสุทธิ์ไพรศาลและกายเนื้อที่ยกระดับขึ้นย่อมรับมือกับปรมาจารย์ขั้นสองได้ไม่ยากก็ดีเหมือนกัน…เช่นนี้จะได้รู้ว่าหนทางนี้ถูกต้องหรือไม่!’
เสวียนเทียนชิงเลิกคิดฟุ้งซ่านดวงตากลับมากระจ่างชัดทั้งยังเผยแววตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยครั้งนี้แม้ศัตรูจะแข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมาแต่เขาก็ไม่ได้เกรงกลัวหากอู๋หลิวไม่ลงมือเขาก็มั่นใจว่าจะไม่ตายที่นี่อย่างแน่นอน!
การต่อสู้ปะทุขึ้นแล้ว เสวียนเทียนชิงรับมือกับปรมาจารย์เกือบสิบคนทั้งยังมีขั้นเบิกิญญาอีกสิบสองคนปิดล้อมรอโอกาศลงมือรอบด้านศึกใหญ่เช่นนี้น่าเสียดายนักที่มีคนไม่มากได้เห็นอย่างไรก็ตามนอกจากอู๋หลิวแล้วยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังจ้องมองการต่อสู้ครั้งนี้อยู่ลับๆบนยอดเขาจำลองอีกแห่งหนึ่งทั้งฟู่หย่งจิ้นทั้งเย่ว์อิงย่อมไม่พลาดที่จะชมดูการต่อสู้ครั้งนี้สีหน้าของทั้งสองคนราบเรียบไม่ได้แสดงความกังวลออกมาจะมีก็แต่หญิงรับใช้ของท่านหญิงลั่วเท่านั้นหายใจติดขัดใจนแทบเป็ลมเมื่อเห็นเสวียนเทียนชิงถูกปรมาจารย์นับสิบคนปิดล้อม
“คนพวกนี้หรือที่คิดจะสังหารศิษย์หลานของข้าแดนเบญจภพสมกับเป็แดนระดับต่ำจริงๆแค่พร์ของรุ่นเยาว์คนหนึ่งก็รับกันไม่ไหวเสียแล้ว”
เย่ว์อิงกล่าวอย่างดูแคลนหากเป็ที่บ้านเกินของนางด้วยพร์ของเสวียนเทียนชิงหากไม่กระทำการอุกอาจเดินเข้าสู่ด้านมืดด้วยตัวเองย่อมได้รับการปกป้องดูแลจากกลุ่มอิทธิพลใหญ่อย่างแน่นอนเขาจะกลายเป็คนสำคัญและเป็กำลังหลักของมนุษย์น่าเสียดายที่ดินแดนระดับต่ำนั้นเปรียบเสมือนกบในกะลาที่ไม่รู้ว่าภายนอกยังมีศัตรูอีกมากมายที่คอยจ้องจะเล่นงานมนุษย์อยู่!
“เฮ้อ นี่คือสัจธรรมของสรรพชีวิต มรรคา์จะคัดสรรค์ผู้แข็งแกร่งให้เหลือรอดคนอ่อนแอเป็ได้แค่ทางเดินกระดูกเท่านั้น”
ฟู่หยงจิ้นถอนหายใจออกมาในแววตาสะท้อนถึงภาพฉากของเหล่าอัจฉริยะที่ร่วงหล่นท่ามกลางสารธารเวลาเ่าั้หากคนพวกนี้ไม่ตายไปและมีโอกาสได้เติบโตจะต้องเป็พลังอันแข็งแกร่งให้กับมนุษยชาติแน่นอน