มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 พบสหายเก่าอีกครั้ง

            เจียงเฉิงเยว่ไม่พูดเหลวไหลเขาดึงดาบเหล็กสีนิลออกมาจากเอวเล็กน้อย มีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากคมดาบ

           ซวีอวี่เบิกตากว้างทันที ก่อนหันมาที่เขาโดยตรงตะโกนด้วยความตื่นเต้นอย่างไม่เชื่อถือ “ฉิงชางจวิน?!”

           เจียงเฉิงเยว่บอกด้วยรอยยิ้ม “ไม่ได้พบกันนานเลยนะ สบายดีใช่ไหม?”

            ซวีอวี่จ้องมองจนถึงกับมีแสงเรืองรองเป็นประกายในดวงตาอยู่เล็กน้อยเขาตกตะลึงเป็นเวลานานโดยไม่พูดจา เป็นเวลาสักพักจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ข้ารู้...ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่...สองร้อยปีแล้ว...สองร้อยปีแล้ว!”

           เจียงเฉิงเยว่เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่ายจึงหันศีรษะหนีอย่างซ่อนเร้นทั้งตื่นเต้นทั้งอับอาย เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มหยัน “เฮ้อๆๆ อายุปูนนี้แล้วเจ้าเมืองอย่าได้เป็นเช่นนี้”

           ซวีอวี่สงบลงชั่วครู่ พลางซ่อนความเปียกชื้นในเบ้าตาอย่างแนบเนียนหันกลับมาจ้องมองหลังได้ยิน “สองร้อยปีมานี้ เจ้าไปอยู่ที่ใดมาทำไมตอนนี้จึงมีสภาพเช่นนี้?”

           เจียงเฉิงเยว่ตอบกลับ “เรื่องมันยาว วันหลังหากมีโอกาสข้าจะบอกเจ้าอย่างละเอียดกล่าวอย่างไม่ปิดบัง ข้ามาหาเจ้าในวันนี้ต้องเสี่ยงอย่างจนใจเช่นเดียวกันข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วยเหลือ ไม่รู้ว่าเจ้าเมืองปี่อั้นจะยื่นมือช่วยเหลือเห็นแก่คนรู้จักได้หรือไม่?”

           ใบหน้าของซวีอวี่มืดมน เอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ไม่นับว่าเป็นมิตรภาพนับว่าเป็นเพราะบุญคุณของเจ้าที่มีต่อข้า แล้วข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร? หากฉิงชางจวินมีรับสั่งเพียงสั่งการ เหตุใดต้องทำสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้อื่นไม่สบอารมณ์เสียจริง! กล่าวตามตรงก่อนหน้านี้ข้าเคยถูกผู้ฝึกฝนมนุษย์เรียกหาครั้งหนึ่งเพื่อสอบถามที่อยู่ของเจ้าเวลานั้นข้าเดาว่าเจ้าต้องกลับไปยังโลกแล้ว...หากเจ้ากลับมาแล้วหลบเลี่ยงข้าย่อมทำให้ตัวข้านั้นโกรธเคือง!”

           น้ำเสียงของอีกฝ่ายเย็นเยียบ ทว่าเจียงเฉิงเยว่กลับรู้สึกอบอุ่นใจเขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเมืองปี่อั้นเป็นผู้ที่รู้จักบุญคุณ...นอกจากนี้ข้าก็มาแล้วไม่ใช่หรือ?บอกอย่างไม่ปิดบังตอนที่นักพรตเต๋าผู้นั้นจากสำนักจงหลีซานเรียกเจ้ามา ข้ากำลังอยู่ในกลุ่มคน”

           เมื่อซวีอวี่ได้ยินถ้อยคำก็เงยหน้าขึ้นทันที

           เจียงเฉิงเยว่ยกยิ้มหยัน พลางอธิบายสถานการณ์ในปัจจุบันให้เขาฟังอย่างรวบรัดจากนั้นจึงเอ่ยถึงคำร้องขอ “ดังนั้นตอนนี้ข้าต้องการให้เจ้าช่วยส่งคนไป...พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อค้นหาข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโยวหยวนราชาผีแห่งชายแดนใต้อย่างเป็นความลับ ยิ่งละเอียดยิ่งดีมีเพียงการลากผู้ร้ายเบื้องหลังอย่างเขาออกมาเท่านั้นจึงจะสามารถล้างมลทินให้ข้าได้”

           ซวีอวี่ตกตะลึงไปชั่วครู่“ฉิงชางจวินคงไม่รู้...เจ้าเมืองยวนโส่วหายตัวไปในปรโลกหลายทศวรรษแล้วถึงกับมีข่าวลือว่าวิญญาณของเขาแตกสลาย”

           เจียงเฉิงเยว่บอกด้วยรอยยิ้ม “เมื่อปีนั้นไม่ใช่มีผู้คนมากมายบอกว่าข้าถูกสวรรค์แยกวิญญาณหรอกหรือ?”

           ซวีอวี่นิ่งค้างก่อนยกยิ้ม “ขอรับ...ฉิงชางจวินวางใจเถิดแต่เรื่องนี้ต้องมีการหารือกันระยะยาว เกรงว่าอาจไม่สามารถเสาะหาได้เพียงชั่วขณะ”

           เจียงเฉิงเยว่กล่าว “ข้าเองก็รู้...ข้าจะมาอีกทีเมื่อเมืองผีเปิดในครั้งต่อไปสามเดือนคงสามารถเสาะหาสิ่งใดได้บ้างใช่หรือไม่?” เขาหยุดเอ่ยชั่วครู่แล้วสั่งอีก“ใช่แล้วเจ้าจงจำไว้ว่าต้องดำเนินการอย่างเป็นความลับ...อย่าได้แหวกหญ้าให้งูตื่นด้วยการเปิดเผยแม้เพียงครึ่งส่วน”

            ซวีอวี่ตอบรับ“แน่นอน ข้ามีลำดับความสำคัญของตนเองเจ้ายังมีอะไรจะกำชับนอกเหนือจากนี้อีกหรือไม่?”

           เจียงเฉิงเยว่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

           ทั้งสองคนพูดคุยรายละเอียดอีกครา สนทนากันคำสองคำ พูดถึงเรื่องในอดีตอยู่สองประโยคจากนั้นต่างคนต่างนิ่งเงียบไม่โต้ตอบ

           เจียงเฉิงเยว่รู้ว่าซวีอวี่หรือเจ้าเมืองปี่อั้นมีนิสัยเช่นนี้จึงไม่ใส่ใจนักเขาหันสายตาออกไปนอกหน้าต่างเห็นระเบียงชมกวางอีกครั้งพอดีจึงบอกกับซวีอวี่ด้วยรอยยิ้ม “ธุระสำคัญคุยกันเสร็จสิ้นแล้วพวกเรามาคุยเรื่องข่าวลือดีหรือไม่?”

            ซวีอวี่ตกตะลึงพลางมองตามสายตาของเขาไปแล้วระบายยิ้ม

           เจียงเฉิงเยว่ปรับท่านั่งอย่างใจเย็น “มา มาคุยกันเถอะเมื่อครู่ได้ยินผู้คนพูดคุยกัน เพียงพูดไปได้ครึ่งคำข้ากลับคันยุบยิบในใจจนยากที่จะฟัง เมื่อคิดดูแล้วกลุ่มคนด้านล่างนั้นไม่อาจกล่าวได้อย่างครอบคลุมเช่นเจ้าที่เป็นเจ้าเมืองเกิดอะไรขึ้นกับระเบียงชมกวาง? ทำไมยาม ‘ระเบียงชมกวาง’ กับ‘ผู้ฝึกฝนธรรมดา’ ทั้งสองสิ่งรวมเข้าด้วยกัน ทั้งเมืองปี่อั้นถึงเริ่มโกลาหล?”

           ซวีอวี่ดื่มชาอึกหนึ่งเพื่อล้างคอแล้วตอบ“เรื่องนี้...ต้องเริ่มกล่าวจากจุดเริ่มต้น หากกล่าวถึงเรื่องนี้เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่ผู้ฝึกฝนธรรมดาผู้นั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”

           เจียงเฉิงเยว่ยกขาขึ้น เอามือเท้าคางวางศอกไว้บนเข่า ยกยิ้มอย่างตั้งใจฟัง “โอ้?”

            ซวีอวี่กล่าวต่อ“จนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่าร้อยปี...ในคราแรกที่ผู้ฝึกฝนธรรมดาผู้นั้นปรากฏตัวในเมืองปี่อั้นเขายังเป็นเด็กหนุ่ม ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือใครและไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงมา...เริ่มแรกไม่มีผู้ใดให้ความสนใจเด็กคนนั้นมักยืนบนระเบียงชมกวางเพียงลำพัง มองผู้คนทั้งเมืองจากด้านบนถึงกับสังเกตผู้คนสัญจรทั้งหมดอย่างละเอียด”

           เจียงเฉิงเยว่พยักหน้า แม้ว่าระเบียงชมกวางจะสูง กลับไม่ใช่สถานที่ต้องห้ามอะไรจึงไม่มีอะไรน่าแปลกใจหากมีผู้คนขึ้นไปเป็นครั้งคราว

           ซวีอวี่กล่าวเสริม“เดิมทีก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร...แต่ทุกครั้งที่เมืองผีเปิดเขาต้องมาและทุกครั้งที่มาต้องขึ้นไปที่ระเบียงชมกวางเขาจะยืนตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่เคลื่อนไหวเลยสองสามวัน...ยืนหยัดเช่นนี้มาตลอดปีสองปีจึงเริ่มดูผิดปกติอย่างชัดเจน”

            “มีคนเข้าไปถามเด็กหนุ่มผู้นั้นกลับไม่เคยเปิดปากพูด ทำเพียงไม่ได้ยินทุกคนประหลาดใจสักพักหนึ่งจึงปล่อยเขาไป ยังมีคนไม่น้อยที่คิดว่าเขาสติไม่ดีอาจหูหนวกหรือเป็นใบ้ จนกระทั่งมีครั้งหนึ่ง วิญญาณชั่วร้ายตนหนึ่งผ่านทางมาบอกได้ว่าเป็นอีกฝ่ายที่หาเรื่องเอง โดยบอกว่าไม่ชอบท่าทางหยิ่งยะโสของเด็กหนุ่มผู้นั้นต้องการดึงเขาลงมาจากระเบียงชมกวางให้จงได้”

           เจียงเฉิงเยว่หัวเราะเยาะเย้ย “คิดจะหาเรื่อง เหตุผลอะไรก็มีหมดเสียจริง”

           ซวีอวี่ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ “อืม หลังจากนั้นวิญญาณชั่วร้ายกลับถูกเด็กหนุ่มผู้นั้นโยนลงมาจากระเบียงชมกวาง”

           เจียงเฉิงเยว่เลิกคิ้ว “โอ้?”

            นักพรตรุ่นเยาว์ถึงกับต่อกรกับระดับวิญญาณชั่วร้ายจากปรโลกได้เชียวหรือ?

           เจียงเฉิงเยว่กล่าว “เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มจริงหรือ?” หรือว่าเป็นผู้ฝึกฝนธรรมดาที่ทรงพลังมีความสามารถในการแก้ไขรูปลักษณ์ของตนเองให้ดูเหมือนกับเด็กหนุ่มได้เท่านั้น?

           ซวีอวี่จะไม่รู้ข้อสงสัยของเขาได้อย่างไร จึงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม“เป็นเพียงเด็กหนุ่มจริง! ณ ตอนนั้นอายุกระดูกของเขาแค่สิบเจ็ดหรือสิบแปดเท่านั้น”

           เจียงเฉิงเยว่เลิกคิ้วสูง “สิบเจ็ดสิบแปด? อืม...น่าสนใจ”

           อายุน้อยเช่นนี้ทว่าการบ่มเพาะกลับมาถึงระดับนี้เชียว

            ซวีอวี่กล่าวต่อ“ฉิงชางจวินอาจได้ยินข้อมูลเพียงเบื้องหน้า...ยังไม่รู้ถึงความน่าอัศจรรย์ใจของเบื้องหลัง...”

           เจียงเฉิงเยว่รู้ว่าตนเองขัดจังหวะจึงรีบกล่าวต่อ “อืม เจ้าพูดต่อ”

            ซวีอวี่อธิบาย“เป็นเด็กหนุ่มผู้นั้นที่โชคร้ายเช่นกันที่ไม่รู้ว่าวิญญาณชั่วร้ายตนนั้นที่เขาโยนลงไปความจริงแล้วเป็นนามผู้มีที่มาซับซ้อน เบื้องหลังของเขาคือเขาฉิวเหยียนแห่งนั้น”

            เจียงเฉิงเยว่“เฮ้!” เขาฉิวเหยียนนี้ ยามที่ฉิงชางจวินทยังเป็นราชาผีตัวเล็กๆยังเคยได้ยินยามอยู่ในปรโลก แม้จะไม่นับว่าเป็นนามที่ยุ่งยากต่อฉิงชางจวินทว่าไม่ง่ายที่จะมองข้าม เจียงเฉิงเยว่เอ่ยขึ้นมา“เจ้าอย่าบอกนะว่าเขาเอาชนะเด็กผู้ฝึกฝนธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้?!”

            ซวีอวี่พยักหน้า

           เจียงเฉิงเยว่ตกตะลึง “เป็นไปได้อย่างไร?”

           ซวีอวี่กล่าวเสริมต่อ “ในตอนนั้น ทุกคนล้วนตอบสนองเช่นเดียวกับฉิงชางจวินแน่นอนว่าราชาผีผู้นั้นมีปัจจัยที่ประเมินศัตรูต่ำเกินไปอยู่แต่...ผู้ฝึกฝนธรรมดานั้น...เป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่ยังไม่ถึงวัยสวมมงกุฎ[1]”

           เจียงเฉิงเยว่เดาะลิ้น “ชิ!”

            ซวีอวี่กล่าว“ผู้ฝึกฝนธรรมดาผู้นั้นมีชื่อเสียงการต่อสู้นี้มาจนถึงตอนนี้เพียงแต่ไม่มีใครทราบนามของเขา หากพูดถึงเขาชาวปรโลกล้วนรู้จัก ‘ผู้ฝึกฝนธรรมดา’ผู้นั้นที่ ‘ระเบียงชมกวาง’ และราชาผีผู้นั้นก็ไม่โผล่ศีรษะตั้งแต่นั้นมาอีกเลยจนกระทั่งสูญสลายเป็นธุลีดินจึงไม่มีใครกล่าวถึงอีก”

           เจียงเฉิงเยว่เอ่ย “หากเป็นข้า ข้าคงอับอายมากจนไม่มีหน้าพบใคร...”

            ซวีอวี่พยักหน้า“ตั้งแต่นั้นมา เผ่าปีศาจภูตผีและผู้ฝึกฝนจากโลกมนุษย์ก็มาที่เมืองปี่อั้นเพื่อท้าประลองกับเด็กหนุ่มผู้นั้นอย่างต่อเนื่องเวลาดำเนินไปนาน ระเบียงชมกวางราวกับเป็นเวทีประลอง ทุกครั้งที่เมืองผีเปิดถึงกับมีผู้คนมากมายจากทั้งสามโลกที่ไม่ได้มาเพื่อทำการค้าแต่รีบวิ่งไปที่ระเบียงชมกวางเพื่อท้าทายหรือดูความครึกครื้นทุกคนรับหน้าที่โยนผู้ฝึกฝนธรรมดาผู้นั้นลงไปจากระเบียงชมกวางให้จงได้”

           เมื่อเจียงเฉิงเยว่ได้ฟังถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรก“เจ้าอย่าบอกนะว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นไม่เคยแพ้?! เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเขาหายสาบสูญไปหลายสิบปีและตอนที่มากลับเป็นร้อยกว่าปีก่อนช่วงหลายสิบปีมานี้...เขานั่งซ่อนตัวอยู่บนระเบียงชมกวางหรือ?!”

            ซวีอวี่ตอบกลับ“ไม่ได้เป็นเช่นนั้น”

           เจียงเฉิงเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “หากเจ้าบอกว่าเป็นเรื่องจริงต่อให้ตายข้าก็ไม่เชื่อ”

           ซวีอวี่บอกอย่างหดหู่“แน่นอนว่ามีคนเคยเอาชนะเขาได้และโยนเขาลงมาจากระเบียงชมกวาง...แต่เด็กคนนั้นยังคงไม่ยอมแพ้ยังคงรักษาย่างก้าวไม่ยอมจากไปเพียงสักชุ่น”

           เจียงเฉิงเยว่แลบลิ้น “ช่างดื้อรั้นจริงเชียว!”

            ซวีอวี่กล่าวต่อ“สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ...ไม่ว่าใครจะโยนเขาลงไป หลังจากนั้นสามหรือห้าครั้งกลับต้องแพ้ต่อเขาอย่างแน่นอน และถูกแย่งระเบียงชมกวางอีกครั้ง! หลายสิบปีนี้แม้ว่าจะเคยพ่ายแพ้มาก่อน แต่เด็กคนนั้นมักได้รับชนะมากกว่าพ่ายแพ้อีกทั้งการพ่ายแพ้นี้...ส่วนใหญ่เป็นยามที่เขายังอยู่ในวัยเยาว์การบ่มเพาะยังตื้นเขิน ทว่าภายหลังโดยพื้นฐานแล้วไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะเขาได้อีก”

           เจียงเฉิงเยว่ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เป็นเวลานานจึงนึกขึ้นได้แล้วถาม“เด็กคนนั้นเป็นคนของตระกูลใด? ด้วยความสามารถเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีชื่อเสียงในโลกมนุษย์ ทำไมถึงไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นผู้ใดกัน?”

            ซวีอวี่กล่าว“นี่คือปัญหา เขาไม่ได้สังกัดสำนักเต๋าใดในโลกมนุษย์”

            เจียงเฉิงเยว่“เป็นไปไม่ได้! กระบวนท่า? พลังวิญญาณ? อาวุธวิเศษ? มองไม่เห็นอะไรเลยหรือ?”

            ซวีอวี่ส่ายศีรษะ“กระบวนท่านั้นเหมือนกับการหลอมรวมของปรมาจารย์ร้อยสำนักอาวุธวิเศษก็เป็นเพียงดาบวิญญาณธรรมดาเช่นกัน ไม่มีสะดุดตา...”

            “ทำไมยิ่งพูดกลับยิ่งดูลึกลับเสียจริงยิ่งพูดยิ่งไม่น่าเชื่อถือมากขึ้น!”

            “หลายคนคาดเดาว่าผู้ฝึกฝนธรรมดาคนนั้นใช้ที่แห่งนี้เป็นสนามฝึกฝนเพื่อพัฒนาการบ่มเพาะของตนเอง”

            “หากอิงตามที่เจ้าพูดใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เพียงแต่คนผู้นี้...” เขาครุ่นคิดแล้วพูดด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง“พวกเจ้าปล่อยให้เขากำเริบเสิบสานในปรโลกเช่นนี้ถึงกับไม่มีใครสามารถจัดการเข้าได้อย่างราบคาบเชียวหรือ? หลิวเฟิงเล่า?ราชาผีพวกนั้นเล่า? แม้แต่สิบยมราชก็ไม่มีใครเอาชนะเขาได้หรือ?”

           ซวีอวี่หยุดนิ่งชั่วครู่ ก่อนมองเขาด้วยความลำบากใจ “หากพูดถึงราชาผีเหล่านั้น...”เขาส่ายศีรษะ “ราชาผีตัวเล็กๆ ธรรมดา เดิมทีก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาพวกที่มีชื่อเสียงกลางๆ มานานเหล่านั้นในบรรดาพวกเขามีหลายคนที่ไม่เชื่อและจากไป...บางคนพ่ายแพ้ในครั้งแรก แม้ว่าบางคนที่ชนะณ ตอนนั้น ยังไม่ทันได้โอ้อวดเพียงสองสามวันกลับพ่ายแพ้ในมือเขาอีกหลังจากนั้นไม่กี่วัน เวลาล่วงเลยผ่านไปจึงล้วนไม่เต็มในที่จะออกหน้าหากออกหน้ายามชนะก็สมเหตุสมผลแต่หากแพ้...ทุกคนเห็นอย่างชัดแจ้งว่าราชาผีตนแรกที่ไปท้าทายก่อนลงเอยอย่างไรในตอนนั้นจึงใครไม่ยินยอมที่จะทำเรื่องเกินกำลังและไม่เป็นผลดีเช่นนี้”

           เจียงเฉิงเยว่พลันลิ้นจุกปาก

            “ช่วงเวลานั้นถึงกับมีข่าวลือว่าอาจมีเพียงสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งปรโลกที่ลงมือแล้วจะเอาชนะได้อย่างราบคาบแต่ยามนั้นสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งปรโลกยังอยู่ในปรโลก...เจ้าเมืองจู้ยงจะมีเวลาสนใจเรื่องนี้ได้อย่างไรจะเป็นไปได้อย่างไรกันยามที่กำลังปิดการรับรู้เพื่อเลื่อนขั้นสำหรับสิบยมราช...จะลดสถานะของตนเองได้อย่างไรเล่า?”

           เจียงเฉิงเยว่ส่ายศีรษะ แม้ว่าเขาจะถูกตี้จวินขับไล่ออกจากประโลกมานานแล้วทว่ายังถือว่าตนเองมีฐานะเป็นราชาผีแห่งยมโลกหลังได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกเสียหน้าและอดไม่ได้ที่จะพูด “ช่างน่าอัปยศช่างน่าอัปยศยิ่งนัก!”

            “ไม่ได้มีเพียงแค่หนึ่งหรือสองคนที่มาประลองอย่างที่ท่านคาดคิดไม่ว่าจะผู้ที่เล่นกลเล็กน้อยอย่างไม่สนอะไรก็มีจำนวนไม่น้อย...สุดท้ายแล้วผู้ที่พ่ายแพ้ในมือเขาต่างอับอายจนกลายเป็นโกรธแค้นถึงกับไม่สนใจในศักดิ์ศรีว่าคนจำนวนมากจะรังแกคนน้อยอย่างไร จากนั้นเริ่มจัดตั้งพันธมิตรโดยตรงไม่ใช่เพียงต้องการโยนเขาลงมาระเบียงชมกวางแต่ยังต้องการที่จะแยกวิญญาณของเขาเพื่อให้เขาที่เข้ามาแล้วไม่ได้กลับไปจำต้องอยู่ในเมืองผี”

           เจียงเฉิงเยว่ตบต้นขาพลางพูดอย่างเจ็บใจ “คนกลุ่มนี้ช่างไร้ค่า! ช่างไร้เหตุผล!เช่นนี้ไม่น่าอัปยศยิ่งกว่าหรือ?!” เขาครุ่นคิดทว่าเมื่อครู่ซวีอวี่ไม่ได้บอกว่าผู้ฝึกฝนธรรมดาคนนั้นวิญญาณแหลกสลายท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็หายสาบสูญ เมื่อคิดว่าคนเหล่านั้นทำไม่สำเร็จอย่างแน่นอนเขาจึงเอ่ยอย่างตื่นตระหนกอีกครั้ง“เจ้าอย่าบอกนะว่าผู้ฝึกฝนธรรมดาคนนั้นยังคงเอาชนะมาได้?”

            ซวีอวี่นิ่งงัน“ในตอนนั้น ไม่ใช่...”

           เจียงเฉิงเยว่พลันสงสัย “หืม?”

            “ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด...เขาอาจได้รับข่าวคราวจึงไม่ปรากฏตัวเป็นเวลาเจ็ดปีติดต่อกัน คนกลุ่มนั้นจึงไม่พบเป้าหมาย”

           เจียงเฉิงเยว่เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ก็ยังดี ก็ยังดีคนผู้นี้ต้องมีคนที่คอยประสานอยู่ภายในปรโลกอย่างแน่นอนกระมังไม่เช่นนั้นจะรับข่าวสารนี้ได้อย่างไร?”

            ซวีอวี่ส่ายศีรษะ“ข้าไม่รู้...ถึงอย่างไรหลังจากนั้นเจ็ดปี เขาก็หวนคืนกลับมา”

           เจียงเฉิงเยว่รีบถาม “แล้วกลุ่มคนพวกนั้น...”

            “เมื่อรู้ว่าเขากลับมาแล้วย่อมไปหาในทันที”

            “หลังจากนั้นเล่า?”

           ซวีอวี่ถอนหายใจอย่างหดหู่ “จากนั้นก็เป็นการนำความอัปยศมาสู่ตนเอง”

           เจียงเฉิงเยว่หัวเราะเยาะออกมาไม่จำเป็นต้องถามถึงรายละเอียดการนำความอัปยศมาสู่ตนเองอีกหากครุ่นคิดดูแล้วคงดูไม่ดีนัก

           ซวีอวี่ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ “ตั้งแต่นั้นมาเขาไม่เคยพ่ายแพ้อีกเลยต่อมากลับยิ่งไปกันใหญ่ ยิ่งไม่มีใครไปกล้าท้าทาย ดังนั้นเขาจึงเหมือนกับช่วงที่มาในคราแรก ทุกครั้งที่มาเพียงยืนอย่างเงียบงันอยู่ด้านบนสังเกตทุกคนที่สัญจรผ่านไปมาอย่างละเอียด ต่อมากลับไม่มาอีกเลยภายหลังแม้ว่าจะมีภูตผีปีศาจตนอื่นๆ เลียนแบบเขาขึ้นไปยังระเบียงชมกวางถึงอย่างนั้นก็ไม่มีผู้เก่งกาจออกมาอีก...นับแต่นั้นมาจึงไม่มีผู้ใดขึ้นไปบนระเบียงชมกวางขณะเดียวกันหากขึ้นไปบนระเบียงชมกวางก็เทียบเท่ากับขึ้นเวทีประลองกลายเป็นกฎของเมืองผีของเมืองปี่อั้นไปโดยปริยาย”

           “ที่แท้เป็นเช่นนี้” เจียงเฉิงเยว่พยักหน้า

           หลังจากซวีอวี่อธิบายเสร็จสิ้น ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปนานจากนั้นเจียงเฉิงเยว่นึกอะไรได้จึงพูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม “ข้ายังไม่ได้ถามเลยผู้คนต่างมาเตะจนถึงหน้าประตูของเจ้าเช่นนี้เจ้าเมืองปี่อั้นอย่างเจ้าเคยประมือกับเขาหรือไม่?”

           ซวีอวี่พลันมีสีหน้าเศร้าหมอง “เคย”

           เจียงเฉิงเยว่ถามด้วยรอยยิ้ม “ผลเป็นอย่างไร?”

            ซวีอวี่ตอบกลับ“ผู้ที่โยนเขาลงไปคนแรกก็คือข้า”

           ------------------------

            [1] วัยสวมมงกุฎหมายถึง อายุครบยี่สิบปี

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498