เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 23 อาหารสูตรพิเศษ

    มุมมอง เอลิซาเบธ นาเดีย ดาร์เลเน่ เจ้าหญิงลำดับที่สามของอาณาจักรคาริทีส
    “เอลิซาเบธ เอลิซาเบธ ....”
    ใครเรียกฉันกันนะ โลกแห่งนี้คงเป็นโลกแห่งความตายสินะ ก็เพราะว่าฉันตายไปแล้ว ตาย...ตายไปแล้ว จริงๆ มันไม่มีอีกแล้ววันเวลาที่ฉันจะได้เป็นอิสระจากโซ่ตรวนที่เรียกว่าเจ้าหญิง สุดท้ายฉันก็ต้องตายในนามของเจ้าหญิงลำดับที่สาม
    “เอลิซาเบธ เอลิซาเบธ ....”
    ฉันลืมตาขึ้นมาพบว่าโลกแห่งนี้ได้กลายเป็นสีขาวไปหมด ฉันพยุงตัวเองลุกขึ้นมาอย่างช้าๆมองไปรอบๆไกลออกไปสุดสายตาของฉันก็เห็นใครบางคนกำลังนั่งบนเก้าอี้ไม้กำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ ฉันหรี่ตามองดูให้แน่ใจอีกทีคนที่นั่งบนเก้าอี้นั้นก็คือผู้หญิงคนหนึ่งที่มีลักษณะที่โดดเด่นเพราะมีสีผมที่เป็นสีแดงและมีเปลวเพลิงลูกโชนบนเส้นผม
    “เจ้าตื่นแล้วนิ เด็กน้อยเจ้ารู้หรือไม่ ว่าตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด”
    “ฉันรู้ ที่นี่คงเป็นโลกแห่งความตายสินะ”
    “จะบอกว่าใช่มันก็ใช่ จะบอกว่าไม่ใช่มันก็ไม่ใช่ ที่นี่คือห้วงแห่งความว่างเปล่า ที่สุดท้ายของดวงจิตวิญญาณ”
    “ห้วงแห่งความว่างเปล่า? ที่สุดท้ายของดวงจิตวิญญาณ?”
    “เอาเถอะจะเข้าใจหรือไม่เจ้าก็คิดเอาเองและตีความหมายของมันให้ท่องแท้ด้วยตัวเอง การที่เจ้ามาพบข้าในวันนี้ถือว่าเป็นโชคชะตาก็ได้ที่เจ้าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรเบิร์ต ซัมเมอร์ เวลาในการพบกันจะหมดลงแล้ว”
    “เพราะฉะนั้นคำพูดที่ข้าจะบอกแก่เจ้าก็คือ “จงช่วยโรเบิร์ต ซัมเมอร์ ด้วยทุกสิ่งที่เจ้ามี ด้วยทุกอย่างที่เจ้าทำได้ ด้วยร่างกาย ด้วยจิตวิญญาณ จนกว่าเจ้าจะสูญสลายไป และอย่างสุดท้ายจงอยู่ในฐานะคู่ครองของเขาชั่วนิจนิรันดร์” แล้วพบกันใหม่ในวันที่เจ้าเข้าใจสิ่งที่ข้ากล่าวไปในตอนแรกและประโยคเมื่อสักครู่”
    “เดี๋ยวก่อน อธิบายให้ฉันฟังมากกว่านี้ก่อนสิ...”
    ..........
    “เอลิซาเบธ เอลิซาเบธ ....”
    ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งบนเตียงนุ่มๆด้วยสายตาที่พร่ามัวเล็กน้อย ด้านข้างมีผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยจนดึงดูดสายตาของฉันชวนให้หลงใหลในตัวเธอ เธอกำลังเรียกฉันอยู่เหรอ?
    “ตื่นได้สักทีนะ เรียกไปตั้งนาน นี่เธอเอลิซาเบธได้ยินฉันไหมตอบมาหน่อยสิ”
    “เธอเป็นใคร?”
    “นี่เธอลืมพี่สาวของตนเองไปแล้วเหรอ?”
    ฉันตั้งใจมองใบหน้าของสาวสวยคนนั้นอย่างตั้งใจก็จำได้แล้วว่าเธอคือ ไอรีน ริฮานน่า นักผจญภัยแรงค์ A เจ้าหญิงแห่งดาบ เพื่อนสนิทของท่านพี่ของฉัน แต่ว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไม่ใช่ว่าที่นี่คือโลกแห่งความตายหรอกเหรอ อ้อ จริงด้วยมันน่าจะเป็นความฝันสุดท้ายจริงๆเพราะว่าคนที่ฉันอยากพบมากที่สุดรองลงมาจากพี่ของฉันเองก็คือเธอ
    “เฮ้อ ยังคิดว่าตัวเองตายไปแล้วอีกเหรอ ตื่นได้แล้วเธอยังไม่ตายเข้าใจรึยัง”
    “หืม! ยังไม่ตาย?”
    ฉันลุกขึ้นนั่งพร้อมกับตรวจเช็คร่างกายของตนเองอย่างถี่ถ้วน นี่ฉันยังไม่ตาย ยังไม่ตายจริงๆด้วย อีกทั้งบาดแผลยังหายไปหมดแล้วด้วย เป็นไปได้ยังไงก็ฉันมั่นใจแล้วว่าตนเองน่าจะไม่สามารถรักษาได้แล้ว ต่อให้รักษาได้จริงๆก็พิการไปตลอดชีวิตแต่นี่มันราวกับฉันไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน
    “ไอรีน เด็กคนนั้นตื่นรึยังนี่มันก็ห้าวันแล้วนะพวกเราน่าจะไปหาสมบัติและเพิ่มเลเวลกันต่อได้แล้ว”
    ฉันมองตามเสียงไปก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
    “เธอตื่นแล้วละโรเบิร์ต แต่ฉันคิดว่าพักอีกสักวันเถอะอย่างน้อยๆให้เธอปรับสภาพร่างกายก่อนเพราะยังไง เธอก็ต้องเดินทางไปกับพวกเราอยู่ดี”
    “เอาตามที่เธอต้องการก็แล้วกัน แต่เธอต้องให้ของตอบแทนเล็กน้อยๆนะฉันถึงจะยอม”
    “นี่ยังจะทำอีกเหรอนายรู้ไหมว่าตัวเองเป็นพวกลามกหื่นกามไปแล้วในตอนนี้ ตลอดสามวันมานี้มันไม่ใช่แค่จูบกันแทบจะตลอดเวลา และนายยังทำ เอ่อ....เรื่องแบบนั้นมาตลอดสามวันนายคิดว่าฉันเป็นอะไรสำหรับนายกันแน่ หืม!”
    “เป็นภรรยาสุดที่รักของผมยังไงละ”
    “หยุดพูดแบบนั้นสักทีคำพูดนายมันเชื่อถือไม่ได้”
    “มันก็จริงนะ ฮ่า ฮ่า”
    “ยังจะมายอมรับหน้าตาเฉยอีก ดูสิว่าวันนี้ฉันจะผ่านายเป็นชิ้นๆยังไง”
    โรเบิร์ต โรเบิร์ต ชื่อนี้ที่ได้ยินมากจากผู้หญิงคนนั้นในห้วงแห่งความว่างเปล่า “จงช่วยโรเบิร์ต ซัมเมอร์ ด้วยทุกสิ่งที่เจ้ามี ด้วยทุกอย่างที่เจ้าทำได้ ด้วยร่างกาย ด้วยจิตวิญญาณ จนกว่าเจ้าจะสูญสลายไป และอย่างสุดท้ายอยู่ในฐานะคู่ครองชั่วนิจนิรันดร์” เขาเป็นใครกันแน่ ฉันมองไปที่เขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่ก็เอาความคิดของตนเองวิเคราะห์คำพูดของผู้หญิงคนนั้นไปด้วย
    “โรเบิร์ต นายไปล่อลวงเธอตอนที่ฉันไปหาอาหารมาใช่ไหม เธอจ้องนายตาไม่กระพริบแบบนั้นหลักฐานมันก็เห็นชัดขนาดนี้ นายคงคิดจะทำให้เธอเข้าร่วมวงศ์วานอีกคนละสิ หรือว่านายจะทำไปแล้ว!”
    “เดี๋ยวสิครับคุณภรรยาสุดที่รัก ใจเย็นๆก่อน จะมาใส่ร้ายผมแบบนี้ไม่ได้ ก็เธอมองผมแบบนั้นแล้วผมจะไปห้ามเธอไม่ให้มองมาได้ยังไง ผมเองก็เป็นสุภาพบุรุษพอนะถ้าเธอไม่ต้องการเองผมก็จะไม่ทำเด็ดขาด”
    “โอ้! ขนาดฉันนั่งอยู่ตรงนี้นายยังกล้าล่อลวงเธอต่อหน้าฉันอีกนะ”
    “เอ่อ...คือว่า อ้อ ใช่สิผมลืมไปว่ากำลังย่างเนื้ออยู่ขอตัวไปทำต่อก่อนนะ”
    “กลับมานี่เลยนะ ไอ้คนเจ้าชู้”
    ฉันมองโรเบิร์ตไปจนเขาหายลับไปจากสายตา ไม่ต้องพูดถึงบทสนทนาระหว่างไอรีนกับโรเบิร์ตเพราะมันไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทของฉันเลยแม้แต่น้อย เพราะมีเรื่องของผู้หญิงในห้วงแห่งความว่างเปล่าให้คิดไม่ขาด จนกระทั่งพึ่งคิดได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือไอรีนที่เธออยากพบมานาน
    “หืม! พี่หญิงไอรีน พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
    “อย่าบอกนะว่าที่ตื่นขึ้นมา เธอคิดเรื่องอื่นจนไม่สนใจพวกเราสองคนเลย”
    “ทำไมเหรอ? มันมีอะไรให้น่าสนใจ?”
    “เอาเถอะไม่ได้ยินก็ไม่เป็นไร ว่าแต่ทำไมเด็กอย่างเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
    “เอ่อ...คือว่า มันมีของที่ฉันอยากจะมาเอามันที่แห่งนี้พอดีกับที่พวกขุนนางจะกลบฝังฉันไปโดยอ้างอุบัติเหตุ”
    “พวกมันอีกแล้วเหรอ เลิกไปยุ่งกับพวกขุนนางทั้งหมดสักที ถ้าไม่เลิกยุ่งกับพวกมันบางทีเธออาจไม่ได้โชคดีเหมือนตอนนี้ก็ได้นะ”
    “พี่หญิงเองก็เป็นขุนนางและยังเป็นถึงดัชเชสไม่ใช่เหรอพูดแบบนั้นมันจะดีเหรอ? ฉันคงเลิกยุ่งกับพี่หญิงไม่ได้หรอกนะ”
    “ไม่ต้องไปใส่ใจกับบรรดาศักดิ์ของฉันมากก็ได้นะเด็กน้อย ถึงฉันจะมีตำแหน่งขุนนางเป็นดัชเชสที่รับมาโดยตรง และเป็นนายหญิงของริฮานน่าก็จริงแต่คนที่ดูแลมันก็คือไอริสเพราะงานของฉันคือนักผจญภัย”
    “ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีไป ว่าแต่คนเมื่อสักครู่เขาคือโรเบิร์ต ซัมเมอร์ใช่ไหมค่ะ แล้วพี่หญิงกับเขาเป็นอะไรกัน”
    ไอรีนยกมือซ้ายขึ้นมาเพื่อให้ฉันดูว่าบนนิ้วนางของไอรีนมีแหวนแห่งผู้พิทักษ์อยู่
    “ก็ตามที่เห็นนี่แหละ”
    “หืม! พี่หญิงแต่งงานตั้งเมื่อไหร่กัน? ฉันไม่เห็นได้ข่าวคราวในเรื่องนี้เลย”
    “ไม่หรอกยังไม่แต่งแต่เขาขอฉันแต่งงานไปเมื่อวันที่เข้ามาในดันเจี้ยนเมื่อสามวันก่อนนี้เอง”
    “แปลว่าพี่หญิงไอริสคงรู้เรื่องแล้วสินะ”
    “ไม่รู้หรอก ก็พึ่งจะคบกันเองนิ ว่าแต่ไม่มีอะไรจะถามรึยังไงหรือว่าจะโดนโรเบิร์ตมันล่อลวงลวงเอาในตอนที่ฉันไม่อยู่จริงๆ”
    “คิกๆ ที่ฉันถามก็เพราะว่าพี่ดูมีชีวิตชีวายิ่งกว่าเมื่อก่อนที่มีชีวิตอยู่อย่างไม่มีชีวิตชีวาเท่านั้นเอง เพราะตั้งแต่ที่น้องสาวของพี่หญิง...อุบ”
    ฉันนี่บ้าจริงๆเกือบพูดออกมาอีกแล้วเป็นเพราะว่าเหตุการณ์เรื่องน้องสาวของไอรีนทำให้เธอไม่มาพบฉันอีกหลังจากนั้นมันก็ผ่านมาเพียงแค่ห้าปีเท่านั้นเอง
    “ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่คิดมากเรื่องนั้นแล้ว”
    “แสดงว่าฉันสามารถตามพี่ไปล่าสมบัติและเพิ่มเลเวลด้วยได้สินะ”
    “คนที่เป็นถึงเจ้าหญิงแบบเธอจะไม่มีผู้คุ้มกันได้ยังไง ฉันก็เลยจะต้องคุ้มครองเธอต่อจากนี้ไปเอง”
    “นั่นสินะ ก็คงต้องเป็นแบบนั้น”
    ถึงจะแปลกใจไปบ้างที่คนที่ทั้งเย็นชาใช้ชีวิตมามากกว่ายี่สิบห้าปีอย่างโดดเดี่ยว กลับมีคู่ครองไปแล้วและยังทำให้ไอรีนเปลี่ยนไปกลายเป็นคนที่แสดงอารมณ์มากขึ้นกว่าแต่ก่อนแสดงว่าโรเบิร์ตคนนี้มีอิทธิพลกับไอรีนมากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้
    ...........
    มุมมอง โรเบิร์ต ซัมเมอร์
    “เอาละ เท่านี้อาหารก็เสร็จแล้วคงเอาไปให้สาวสวยทั้งสองได้ทานกัน”
    ผมเดินเข้าไปในจุดพักฟื้นของเอลิซาเบธที่มีไอรีนนั่งพูดคุยด้วยกันอย่างสนุกสนานเนื้อหาก็คงไม่ต่างไปจากการพูดคุยของสาวๆตามปกติละนะ
    “ไอรีน พาเธอมาทานข้าวเถอะ อาหารเสร็จแล้ว”
    ในตอนแรกไอรีนจะอาสาย่างเนื้อสูตรพิเศษเองเพราะว่าเธอไม่ได้มีแค่ความสามารถในด้านการต่อสู้แต่ยังมีความสามารถด้านการทำอาหารที่ไร้ที่ติแต่ด้วยผมเองก็มีฝีมือระดับสุดยอดเช่นเดียวกันก็อยากที่จะดูแลเธอในฐานะสามีที่ดูแลภรรยาของตนเองบ้างจึงทำอาหารให้เธอได้ทานมาโดยตลอดสามวันที่ผ่านมา
    วันนี้เองก็เช่นเดียวกันเมนูของวันนี้ก็จะเป็นเนื้อตัว...? ราดพริกปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่หาได้จากแถวนี้ แต่ผมภูมิใจนำเสนอมากเพราะมันอร่อยยังไงละ แน่ะๆพูดแบบนี้มาอาจทำให้ไม่มีใครเชื่อถ้าอย่างนั้นก็ต้องเอาไปเสิร์ฟให้สองสาวได้ทานกันก่อนถึงจะได้เห็นว่ารสชาติมันอร่อยขนาดไหน
    “วันนี้เป็นเมนูอะไรเหรอ?”
    ดวงตาของไอรีนเปล่งประกายออกมาอย่างตื่นเต้นเธอเฝ้ารอที่จะได้ทานอาหารฝีมือของผมนั่นทำให้ผมได้รับความภาคภูมิใจในฐานะพ่อครัวคนหนึ่งเลยทีเดียว
    “วันนี้เป็นเมนู เนื้อตัว...? ราดพริกปรุงรส”
    “เดี๋ยวนะที่นายหามาได้คือเนื้อตัว...? อีกแล้วเหรอ”
    เอลิซาเบธก็ถามด้วยความสงสัยออกมา
    “เนื้อตัว...? คืออะไรเหรอ?”
    “เอ่อ...คือมัน เป็นตัวที่มีลักษณะ.....”
    พอผมอธิบายลักษณะทั้งหมดไปแบบนั้นก็ทำให้เอลิซาเบธที่เป็นเจ้าหญิงถึงกับแสดงสีหน้ามองไปที่อาหารประมาณว่า มันกินได้จริงเหรอ?
    ไอรีนพูดปลอบใจเอลิซาเบธ
    “อย่าทำหน้าแบบนั้นเลย เพราะมันอร่อยตามลักษณะอาหารที่ดีเลยนะ”
    “แต่ว่ามันคือเนื้อตัว...? นะ แล้วมันก็...”
    “ทานไปก่อนเถอะเด็กน้อยที่นี่มันไม่มีอะไรนอกจากเจ้านี่แล้วที่ทานได้”
    ไอรีนพูดขึ้นมาก็ทำให้เอลิซาเบธยอมทานมันลงไปอย่างฝืนใจ ในขณะที่เนื้อตัว...? เข้าไปในปากราวกับว่ารสชาติมันได้กระตุ้นให้ลิ้นของเอลิซาเบธมาสัมผัสรับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวมัน ความนุ่มของเนื้อระดับนี้มันเป็นระดับที่เธอไม่เคยรับประทานจากที่ไหนมาก่อน
    รสชาติสามแบบที่ผสมผสานกันได้ลงตัวอย่างน่าประหลาด และสุดท้ายคือความเผ็ดที่หลอมรวมเข้ากับเนื้อตัว...? ได้ดีเยี่ยมทำให้เอลิซาเบธเผยรอยยิ้มที่น่าหลงใหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะมันเป็นหนึ่งในอาหารที่ในชีวิตนี้เธอนับว่าเป็นอาหารที่สุดยอดที่สุด
    “หน้าตาแบบนั้นผมเข้าใจนะสำหรับคนที่มาทานฝีมือของผมคนนี้ครั้งแรกก็ต้องทำสีหน้าแบบนั้นกันทุกคน”
    เอลิซาเบธเธอเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าผมใช้วิธีอะไรที่ทำให้เนื้อตัว...?มันอร่อยได้ถึงขนาดนี้ได้
    "คุณซัมเมอร์แสดงว่าคุณใช้สิ่งนี้ในการล่อลวงพี่ไอรีนใช่ไหม"
    "ล่อลวง? เธอคิดไปแบบนั้นได้ยังไงกัน"
    "โรเบิร์ต ไม่ต้องไปฟังที่เธอพูดมาก็ได้ เอลิซาเบธถ้าได้เห็นคนที่ทำอาหารได้อร่อยก็เป็นแบบนี้เสมอ"
    "เอ๊ะ! ไม่ใช่เหรอ ถ้าอย่างนั้นใช้วิธีอะไรล่อลวงพี่ไอรีนกันละ"
    "ทำไมเด็กน้อยแบบเธอต้องมาพูดว่าฉันไปล่อลวงไอรีนด้วย ไม่ใช่ว่ามีใครไปล่อลวงใครแต่เป็นเพราะพวกเรารักกันแบบบริสุทธิ์ใจต่างหาก"
    "คิกๆ คุณซัมเมอร์ฉันแค่ล้อเล่นแค่ล้อเล่นแค่นั้นเองคิดจริงจังไปได้ มาๆทานกันเถอะอาหารเยอะแยะขนาดนี้จะปล่อยมันเย็นไปไม่ได้ เดี๋ยวก็เสียรสชาติหมด"
    สีหน้าท่าทางการแสดงที่ไม่ต่างจากนักแสดงระดับท็อปในโลกก่อนของผมเลย ใครจะไปคิดละว่าสาวสวยคนนี้มีพรสวรรค์ด้านการแสดงที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ และความสามารถในการเปลี่ยนเรื่องของเอลิซาเบธก็ไม่เป็นสองรองใครอีกต่างหาก
    ไอรีนเองก็หลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นผมลำบากใจเมื่อต้องต่อปากต่อคำกับเอลิซาเบธ
    ทันใดนั้นเองภายในใจของเอลิซาเบธก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจอะไรบางอย่างราวกับว่ามันจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
    นิมิตที่เป็นพลังดั่งเดิมของเอลิซาเบธก็ปรากฏออกมาจากภายในหัว เนื้อตัว...? ที่กำลังทานอยู่นั้นก็หยุดออกจากมือตกสู่พื้นดินสีหน้าของเธอเปลี่ยนจากสดใสร่าเริงกลายเป็นตกตะลึงในทันที.......... . .

    .