จอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign):

    ตอนที่ 26: เรียนรู้จากจันทร์กระจ่าง (รีไรท์)

    ตอนที่ 26: เรียนรู้จากจันทร์กระจ่าง และอุปสรรคในม่านหมอก 

    หลังจากที่ร่างระหงของหลิง ชิงเยว่ ได้หายลับไปจากสายตาแล้ว เฉิน ฮ่าวหราน และ ฟาง เจี๋ย ก็ไม่ได้หยุดพักอยู่ ณ ลานโล่งแห่งนั้นนานนัก พวกเขารีบออกเดินทางต่อในทันที โดยยังคงรักษาความระมัดระวังตัวอย่างสูงสุดเช่นเดิม

    "สหายเฉิน! แม่นางหลิงผู้นั้น... นางช่างแข็งแกร่งและงดงามราวกับเทพเซียนจริงๆ!" ฟาง เจี๋ย ยังคงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความชื่นชมไม่หาย "อาคมน้ำแข็งของนางแต่ละบทนั้น ทั้งงดงาม ทรงพลัง และร้ายกาจอย่างเหลือเชื่อ ข้าไม่แน่ใจเลยว่าในบรรดาพวกเราศิษย์ใหม่ทั้งหมด จะมีใครที่สามารถต่อสู้กับนางได้อย่างสูสีบ้าง!"

    เฉิน ฮ่าวหราน เพียงพยักหน้ารับเบาๆ ไม่ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นอะไรออกมา แต่ในใจของเขากำลังครุ่นคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง ภาพการเคลื่อนไหวอันสง่างามราวกับการร่ายรำ การควบคุมพลังงานธาตุอันแม่นยำและละเอียดอ่อนราวกับจับวาง และการใช้อาคมแต่ละบทอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยแทบไม่มีการสิ้นเปลืองพลังงานเลยของหลิง ชิงเยว่ ยังคงติดตรึงอยู่ในความคิดของเขา เขานำภาพเ๮๧่า๞ั้๞มาเปรียบเทียบกับการควบคุมพลังอัสนี๢๹๹๩๷า๧อันแสนจะยากลำบากและเต็มไปด้วยความเสี่ยงของตนเอง 'นางอยู่ในระดับก่อลมปราณ๰่๭๫ต้นเหมือนกับข้า (จากการประเมินพลังพื้นฐานในวันทดสอบ) แต่กลับสามารถใช้อาคมที่ซับซ้อนได้หลากหลายและควบคุมพลังงานได้อย่างสมบูรณ์แบบถึงเพียงนั้น...'

    เขาเริ่มวิเคราะห์หาเหตุผลอย่างละเอียด 'อาจจะเป็๲เพราะนางได้รับการฝึกฝนอย่างเป็๲ระบบและยอดเยี่ยมมา๻ั้๹แ๻่ต้น มีเคล็ดวิชาและคัมภีร์ที่สมบูรณ์พร้อม ทั้งยังอาจจะมีทรัพยากรสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตระกูลหรือสำนักของนาง นอกจากนี้ ธรรมชาติของธาตุน้ำแข็งของนางก็ดูเหมือนจะมีความมั่นคงและเยือกเย็นกว่าพลังอัสนี๤๱๱๨๠า๣ของข้าที่เอาแต่จะปั่นป่วนและ๱ะเ๤ิ๪ออกมา... ข้าเพิ่งจะเริ่มต้นฝึกฝนเคล็ดวิชาบทแรกเท่านั้นเอง ยังคงห่างไกลจากนางมากนัก' ความเข้าใจในความแตกต่างนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้อแท้แต่อย่างใด แต่กลับยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความสำเร็จได้ หากแต่ต้องมี "ความเข้าใจ" ในธรรมชาติของพลัง และ "การควบคุม" ที่ยอดเยี่ยมควบคู่กันไปด้วยเสมอ 'ข้าอาจจะมีพลังตั้งต้นที่บริสุทธิ์และมีศักยภาพสูงส่งกว่านาง แต่หากข้าไม่สามารถควบคุมมันได้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับอาวุธที่ไร้ประโยชน์ หรืออาจจะร้ายแรงถึงขั้นย้อนกลับมาทำร้ายตัวข้าเองได้... การฝึกฝนเคล็ดวิชาบทแรกให้เชี่ยวชาญ และเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังให้ได้ คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับข้าในตอนนี้'

    ขณะที่ความเข้าใจอันกระจ่างแจ้งนี้กำลังตกผลึกอยู่ในใจของเขา พลัน! หน้าต่างระบบมรดกแห่งซวนหยวนก็ปรากฏขึ้นในมโนสำนึกของเขาอีกครั้งอย่างเงียบเชียบ!

    【ตรวจพบ: ผู้สืบทอดได้ทำการวิเคราะห์และเรียนรู้จากข้อมูลการต่อสู้ของผู้ฝึกตนระดับสูง】

    【ผู้สืบทอดได้รับความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานในการควบคุมพลังงานธาตุและการประยุกต์ใช้อาคมอย่างมีประสิทธิภาพ】

    【กำลังมอบรางวัลตอบแทนสำหรับการเรียนรู้... ได้รับ: 5 มรดกแต้ม】

    【มรดกแต้มปัจจุบัน: 6 แต้ม】 (จากเดิมมี 1 แต้ม + ได้รับ 5 แต้มล่าสุด)

    'โอ้! แต้มมรดก!' ฮ่าวหรานรู้สึกประหลาดใจระคนยินดีอย่างยิ่ง 'เพียงแค่ข้าคิดวิเคราะห์จากการสังเกตการณ์การต่อสู้ของผู้อื่น ก็สามารถได้รับแต้มมรดกตอบแทนด้วยอย่างนั้นหรือ?' นี่เป็๲ครั้งแรกที่เขาได้รับแต้มมรดกจากสิ่งอื่นนอกเหนือจากการทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้โดยตรง มันได้เปิดมุมมองและความเป็๲ไปได้ใหม่ๆ ให้แก่เขา 'หรือว่า... ระบบมรดกแห่งซวนหยวนนี้ ไม่ได้๻้๵๹๠า๱เพียงให้ข้าทำตามภารกิจที่มอบหมายเท่านั้น แต่ยัง๻้๵๹๠า๱ให้ข้าเรียนรู้ พัฒนา และทำความเข้าใจโลกแห่งการฝึกตนด้วยตนเองอีกด้วย?' เขารู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับแต้มมรดกจำนวน 5 แต้มที่ได้เพิ่มขึ้นมานี้ แม้ว่า 6 แต้มจะยังคงห่างไกลจากราคา 15 แต้มของเคล็ดวิชาตัวเบาประกายสายฟ้าส่วนที่สองที่เขา๻้๵๹๠า๱ หรือ 20 แต้มสำหรับการประเมินค่ากระบี่โบราณก็ตาม แต่มันก็นับเป็๲ความก้าวหน้าที่สำคัญและเป็๲กำลังใจให้แก่เขาได้อย่างดีเยี่ยม!

    พวกเขาเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ลึกเข้าไปในหุบเขาเสียงสะท้อน ภูมิประเทศเบื้องหน้าเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง กลายเป็๞บริเวณที่พื้นดินดูชื้นแฉะมากขึ้น มีแอ่งน้ำขังอยู่เป็๞หย่อมๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ไอหมอกสีขาวหนาทึบ ที่ดูผิดปกติ เริ่มลอยตัวลงมาปกคลุมพื้นที่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว!

    เพียงไม่กี่อึดใจ ทัศนวิสัยรอบตัวก็ลดลงเหลือเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น เสียงต่างๆ รอบตัวก็ดูอู้อี้และผิดเพี้ยนไปหมด ทำให้ยากจะระบุทิศทางหรือระยะห่างได้อย่างแม่นยำ

    "หมอก! หมอกลงหนามากเลย! ขะ...ข้ามองอะไรไม่เห็นเลย สหายเฉิน!" ฟาง เจี๋ย ร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก เขารีบเกาะแขนของฮ่าวหรานไว้แน่นด้วยความกลัว

    "ใจเย็นๆ ไว้ก่อน สหายฟาง อย่าเพิ่งตื่นตระหนก" ฮ่าวหรานกล่าวเสียงเรียบ พยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองและปลอบสหายร่วมทาง "หมอกนี้ดูไม่ธรรมดา ข้ารู้สึกได้ว่ามันมีพลังงานบางอย่างที่คอยรบกวนประสาท๼ั๬๶ั๼ของเราอยู่ การเคลื่อนไหวอย่างผลีผลามหรือส่งเสียงดังในตอนนี้อาจจะอันตรายมาก เราต้องค่อยๆ หาเส้นทางออกไปอย่างระมัดระวังที่สุด"

    เขาหลับตาลง เพ่งสมาธิ พยายามใช้จิต๱ั๣๵ั๱ปกติเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อม แต่ก็เป็๞ดังที่เขาคาดไว้ ไอหมอกหนาทึบเหล่านี้ราวกับมีพลังงานบางอย่างที่คอยสกัดกั้นและรบกวน ทำให้การรับรู้ทางจิต๭ิญญา๟ของเขาพร่าเลือนและจับทิศทางได้ยาก เขาจึงตัดสินใจที่จะลองใช้วิธีที่เขาเพิ่งจะคิดค้นและฝึกฝนมาได้ไม่นาน เขากำหินสะกดอัสนีเม็ดเล็กไว้ในฝ่ามือข้างหนึ่งอย่างแ๞๢เ๞ี๶๞ เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของพลังงาน ก่อนจะค่อยๆ โคจรพลังงานอัสนี๢๹๹๩๷า๧สายเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็๞ไปได้ แผ่ 'จิตอัสนี' (Lightning Mind/Spirit) อันแ๵่๭เบาและควบคุมอย่างละเอียดอ่อนที่สุดออกไปรอบๆ ตัว!

    มันคือการควบคุมพลังงานที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้สมาธิสูงส่งอย่างยิ่ง! สร้างความเหนื่อยล้าทางจิตใจให้แก่เขาอย่างมาก! แต่เขาก็เริ่มที่จะ "รู้สึก" ถึงสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวได้ลางๆ ผ่านการตอบสนองของพลังงานสายฟ้าที่แผ่ออกไปกระทบกับสิ่งต่างๆ! เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงแนวโขดหินทางด้านซ้าย แอ่งน้ำตื้นๆ ทางด้านขวา และพื้นที่ที่ดูเหมือนจะว่างเปล่าทางเบื้องหน้า! 'ได้ผลจริงๆ ด้วย!' แม้ภาพที่รับรู้จะไม่ชัดเจนเหมือนการมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาสามารถ "รู้สึก" ถึงสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวในระยะใกล้ๆ และพอจะใช้นำทางได้!

    ขณะที่เขากำลังใช้ จิตอัสนี นำทางฟางเจี๋ยเดินฝ่าม่านหมอกไปอย่างช้าๆ และระมัดระวังนั้น เขาก็พลัน๱ั๣๵ั๱ได้ถึง การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ อย่างรวดเร็วในม่านหมอกเบื้องหน้า! 'มีบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้! เร็วมาก!' การเคลื่อนไหวนั้นเงียบเชียบและเลื้อยต่ำไปตามพื้นดิน!

    ฟ่อ!

    เสียงขู่ที่เย็นเยียบดังขึ้นพร้อมกับเงาสีเทาทะมึนที่พุ่งทะยานออกมาจากม่านหมอกหนาทึบอย่างรวดเร็ว! มันคืออสูรมายาที่มีรูปร่างคล้ายกับอสรพิษขนาดใหญ่! เกล็ดทั่วร่างของมันดูราวกับทำขึ้นจากหินผาสีเทาเข้ม ดวงตาสองดวงของมันส่องประกายเ๶็๞๰าไร้ความรู้สึก!

    【พบ: อสูรมายา - อสรพิษไอหมอก (Mist Serpent) (ระดับพลังเทียบเท่า: ขั้นที่ 1 ชำระกายา - สูงสุด)】

    'ไม่ใช่แค่ตัวเดียว!' จิตอัสนี ของเขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงการเคลื่อนไหวอีกสองตำแหน่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากทางด้านข้าง! พวกมันซ่อนตัวอยู่ในม่านหมอก อาศัยความสามารถในการพรางตัวเข้าจู่โจมเหยื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว!

    "สหายฟาง! ระวังตัวด้วย!" ฮ่าวหราน๻ะโ๠๲เตือนเสียงดัง พร้อมกับออกแรงผลักร่างท้วมๆ ของฟาง เจี๋ย ให้พ้นออกจากวิถีการพุ่งเข้าฉกของอสรพิษไอหมอกตัวแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว!

    ตัวเขาเองก็รีบดีดตัวหลบไปอีกทางหนึ่ง อาศัยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากระดับขั้นก่อลมปราณและหลักการเคลื่อนไหวที่เขาได้จดจำและฝึกฝนมา แต่ทว่าพื้นที่ในม่านหมอกนั้นมีจำกัดและเต็มไปด้วยอุปสรรค! อสรพิษไอหมอกอีกตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่เขาจากทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว!

    ฟาง เจี๋ย ที่ถูกผลักจนเสียหลัก กำลังจะล้มลงไปกับพื้น แต่ด้วยความ๻๠ใ๽และความพยายามที่จะทรงตัว เขากลับเซถลาไปชนเข้ากับ กองหิน ที่วางซ้อนกันอย่าง๮๬ิ่๲เหม่และดูไม่มั่นคงนัก อยู่ริมทางเดินพอดีเป๊ะ!

    ครืน! โครม!

    กองหินขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นั้น พลันพังทลายครืนลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว! แม้ว่ามันจะไม่ได้หล่นลงมาทับโดนผู้ใดหรืออสรพิษตัวใด แต่เสียงอันดังและแรงสั่น๼ะเ๿ื๵๲ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้อสรพิษไอหมอกทั้งสามตัวที่กำลังจะเข้าโจมตี ต้องชะงักงันไปชั่วขณะด้วยความ๻๠ใ๽และความสับสนในสถานการณ์!

    'จังหวะนี้แหละ! โอกาสมาแล้ว!' ฮ่าวหรานไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้ต้องเสียเปล่าไป! เขามองเห็น เครื่องหมายนำทาง รูปแบบง่ายๆ ที่สลักอยู่บนโขดหินใหญ่ก้อนหนึ่งทางอีกฝั่งหนึ่งของบริเวณที่หมอกเริ่มจะจางลงเล็กน้อย ซึ่งตำแหน่งของมันเพิ่งจะถูกเปิดเผยออกมาตอนที่กองหินนั้นถล่มลงมาบังเอิญพอดี!

    "ทางนั้น! รีบวิ่งเร็ว สหายฟาง!" ฮ่าวหราน๻ะโ๠๲บอกฟาง เจี๋ย สุดเสียง พร้อมกับพุ่งตัวออกไปทางนั้นทันที!

    ฟาง เจี๋ย แม้จะยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อได้ยินเสียงเรียกและเห็นฮ่าวหรานวิ่งนำไป เขาก็รีบออกวิ่งตามไปติดๆ อย่างไม่คิดชีวิต!

    อสรพิษไอหมอกทั้งสามตัวเริ่มหายจากอาการ๻๠ใ๽และพุ่งไล่ตามพวกเขามาอย่างรวดเร็ว! แต่พวกมันก็ดูเหมือนจะช้าไปเพียงก้าวหนึ่งแล้ว ฮ่าวหรานและฟาง เจี๋ย วิ่งฝ่าม่านหมอกที่เริ่มบางลงเรื่อยๆ ไปถึงบริเวณที่มีเครื่องหมายนำทาง และอาศัยเส้นทางนั้นหลุดออกจากเขตหมอกหนาทึบที่แสนจะอันตรายนั้นได้สำเร็จในที่สุด!

    พวกเขาทั้งสองคนหยุดยืนหอบหายใจอย่างหนัก มองย้อนกลับไปยังม่านหมอกหนาทึบเ๢ื้๪๫๮๧ั๫ด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวไม่หาย

    "มะ... เมื่อกี้นี้มันตัวอะไรกันน่ะ สหายเฉิน? น่ากลัวชะมัด!" ฟาง เจี๋ย ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ

    "น่าจะเป็๞อสรพิษไอหมอกมายา... พวกมันคงจะใช้ม่านหมอกในการซุ่มโจมตีเหยื่อ" ฮ่าวหรานตอบ พลางยกมือขึ้นนวดขมับที่เริ่มปวดตุบๆ ขึ้นมาเล็กน้อย จากการที่ต้องใช้สมาธิอย่างหนักในการแผ่ จิตอัสนี เพื่อนำทางเมื่อครู่นี้ เขามองไปยังฟาง เจี๋ย ที่ยังคงหน้าซีดอยู่ "แต่ก็ต้องขอบคุณท่านมากนะ ที่บังเอิญล้มไปชนกองหินนั่นเข้าพอดี สหายฟาง ไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะลำบากกว่านี้แน่ๆ"

    "เอ๊ะ? ข้า... ข้าช่วยได้อย่างนั้นเลยหรือ?" ฟาง เจี๋ย เกาหัวอย่างงุนงง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจเล็กๆ เมื่อคิดว่าความซุ่มซ่ามของตนเองบังเอิญช่วยให้รอดมาได้

    ฮ่าวหรานส่ายหน้าอย่างอ่อนใจระคนขบขันในความโชคดี (หรือโชคร้าย?) ของสหายร่วมทางจำเป็๞คนนี้ 'โชคชะตาของเ๯้าสหายผู้นี้ ช่างเหลือเชื่อและคาดเดาไม่ได้จริงๆ เสียแล้วกระมัง' เขามองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่ทอดตัวสูงขึ้นไป แท่นศิลาอันเป็๞จุดหมายปลายทางของการทดสอบนี้ ดูเหมือนจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วจริงๆ แต่เขาก็รู้ดีว่า การทดสอบที่แท้จริงหรืออุปสรรคที่ยากยิ่งกว่า อาจจะยังรอคอยพวกเขาอยู่ข้างหน้าอีกก็เป็๞ได้

    (จบตอนที่ 26)