บทที่ 7 นายโลมผู้เลอโฉม
เมื่อนางนั่งมาได้สักพักเสียงกรี๊ดร้องของสตรีที่เข้ามาชมการแสดงดนตรีของนายโลมก็ได้ดังขึ้น ทำให้หนิงเอ๋อเองก็ชำเลืองตามองลงมาด้านล่าง นายโลมได้ถือเครื่องเล่นดนตรีมานั่งลงท่ามกลางเหล่าสตรีมากหน้าหลายตา เขาค่อยๆนั่งลงด้วยท่าทีนอบน้อมอ่อนหวานราวเทพบุตรอย่างที่ถูกร่ำลือ มือเรียวที่ใช้ดีดสายพิณช่างสง่างามใบหน้าที่ดูหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความอ่อนหวานทำให้หนิงเอ๋อตกหลุมรักั้แ่แรกเห็น หัวใจนางสั่นไหวเต้นระรัวแม้นางยังไม่รู้ว่าอาการนี้เรียกว่าอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่นางรู้ก็คือนายโลมผู้นี้นางจะเอากลับที่เรือนของนางให้จงได้ หนิงเอ๋อใช้มือกวักเรียกองครักษ์หลิวที่ยืนอยู่ด้านหลังมาหานาง องครัษ์หลิวก้มตัวลงฟังคำสั่งหนิงเอ๋อกระซิบข้างหูสักพักองครักษ์หลิวก็ได้เดินออกไปพร้อมเดินกลับมากับนายหญิงเ้าของหอนายโลม
“ไม่ทราบว่าท่าน้าสิ่งใดหรือเ้าคะ” นายหญิงเมื่อมาถึงก็ได้ถามหนิงเอ๋อทันที
“เมื่อนายโลมผู้นั้นทำการแสดงเสร็จสิ้นแล้วท่านช่วยพาตัวของเขามาหาข้าที ”
นายหญิงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะพูดออกมา
“ท่านคงจะทราบนะเ้าคะ ว่านายโลมผู้นี้มีชื่อเสียงเลืองลือ และเป็ที่นิยมในหมู่สตรี หากท่าน้าตัวของเขามา ท่านต้องจ่ายหนักนะเ้าคะ”
“ค่าตัวเท่าไหร่ข้ายอมจ่าย แต่เ้าต้องพานายโลมผู้นั้นมาหาข้าให้ได้” หนิงเอ๋อมองดูนายโลมที่บรรเลงเพลงอยู่อย่างชวนหลงไหลไม่ต่างจากสตรีที่อยู่ในที่แห่งนี้ ราวกับว่าเสียงดนตรีที่เขาแสดงออกมานั้นมีมนต์สะกดให้ผู้คนต่าง้าตัวของเขา
“ได้เ้าค่ะ วันนี้โชคดีของท่านนะเ้าคะที่จะได้ตัวนายโลมมา เดี๋ยวข้าจะให้นายโลมมาหาท่านทันทีหลังแสดงจบ ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
หลังจากที่นายหญิงเดินออกไปองครักษ์หลิวก็ได้เดินมาพูดกับองค์หญิงทันที
“องค์หญิงท่านจะทำอันใดพะย่ะค่ะ อย่าลืมนะว่าท่านเป็ใครอีกอย่างหากเื่นี้ถึงหูฮองเฮาข้าเกรงว่าท่านต้องถูกลงโทษเป็แน่ ” สีหน้าขององครักษ์หลิวเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด
“หากเ้าไม่แจ้งต่อท่านแม่ก็ไม่มีผู้ใดรู้เื่นี้เป็แน่ อีกอย่างข้าได้บอกเ้าว่าอย่างไร ออกมาข้างนอกห้ามเรียกข้าเช่นนั้นให้เรียกข้าว่าหนิงเอ๋อ เ้านี่ไม่รู้จักจำเสียที” องครักษ์หลิวทำอันไดมิได้เขาเองก็รู้ดีว่าหนิงเอ๋อนั้นมีนิสัยเช่นใด เขาจึงถอยหลังยืนคอยดูแลตามหน้าที่ที่ได้รับ
เมื่อการแสดงเสร็จสิ้นลงนายหญิงก็ได้พานายโลมขึ้นมาหาหนิงเอ๋อ้า นายโลมนั่งลงอยู่เบื่องหน้าของหนิงเอ๋อ นางได้พยักหน้าให้องครักษ์หลิวเพื่อจ่ายค่าตัวให้นายหญิงก่อนที่นางจะรับและยิ้มอย่างดีใจก่อนจะเดินออกจากห้องนี่ไปปล่อยให้นายโลมได้ปรนนิบัติหนิงเอ๋อ
หนิงเอ๋อเดินมาจับปลายคางของนายโลมขึ้นก่อนจะถามชื่อของเขา
นายโลมผู้นั้นได้เงยหน้ามองสบตากับหนิงเอ๋ออย่างหยดย้อยก่อนจะตอบชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“ข้านายโลมผู้ต่ำต่อยมีนามว่าหางเฟิงขอรับ ” หนิงเอ๋อเมื่อได้ยินชื่อนี้ก็นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่และปล่อยมือจากคางของหางเฟิงก่อนจะนึกย้อนหาเด็กผู้นั้น แต่ทันใดนั้นเองนางก็ต้องรีบส่ายหน้า เด็กผู้นั้นจะมาอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร ในเมื่อนางได้ยินมาว่าเด็กนั่นถูกขายให้ไปเป็ข้ารับใช้ปานนี้จะเป็จะตายอย่างไรก็ไม่รู้ ไม่อาจจะเป็บุรุษที่หน้าตาดีผู้นี้ได้
“เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร” หนิงเอ๋อใช้มือปลดหน้าที่ปกปิดใบหน้าของนางออกแสดงให้หางเฟิงเห็น
“ข้าไม่รู้ขอรับ แต่ที่รู้ๆคือท่านเป็สตรีที่มีใบหน้างดงามเหลือเกิน จนข้าไม่คิดว่าสตรีที่งดงามเช่นท่านจะมาเที่ยวหอนายโลมเช่นนี้ ” หนิงเอ๋อเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะหางเฟิงจึงลุกขึ้นมารินสุราให้แก่นาง
“เ้านี่ช่างพูดช่างจาเสียจริง ไม่ใช่แค่ใบหน้าและการแสดงของเ้าที่ต่างให้สตรีทั้งใต้หล้า้า วาจาของเ้านั้นก็ต่างพาให้สตรีที่แตกสาวหรือสตรีที่แก่คำคึกหลงใหลช่างสมกับค่าตัวของเ้าเสียจริง”
“ท่านก็กล่าวเกินไปขอรับ ว่าแต่ท่านจะให้ข้าปรนนิบัติถึงขั้นไหนกันหรือขอรับแค่รินสุราหรือ้าให้ข้านวดร่างกายของท่าน” เมื่อองครักษ์หลิวได้ยินดาบที่อยู่ข้างเอวบัดนี้ได้มาอยู่บนบ่าใกล้คอของหางเฟิงเรียบร้อย
“บังอาจนักไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” เสียงที่เปล่งออกมาด้วยความโกรธ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ เอาดาบออกจากคอของหางเฟิงเดี๋ยวนี้” หนิงเอ๋อเสียงแข็งบอกองครักษ์หลิว
“แต่ว่าชายผู้นี้ได้เอ่ยคำที่ไม่สมควรนะขอรับ”
“ข้าบอกให้เ้าวางดาบลง ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าข้าจะมาเพียงผู้เดียว” หนิงเอ๋อจ้ององครักษ์หลิวไม่วางสายตา หางเฟิงตัวสั่นเล็กน้อยเพราะไม่คิดเลยว่าดาบจะอยู่บนคอของตนเช่นนี้
“ก็ได้ขอรับ ”
“ดูสิ หางเฟิงของข้าตัวสั่นไปหมดแล้ว ไม่ต้องกลัวนะที่ข้าเรียกตัวเ้ามาเพราะ้าพูดคุยกับเ้าเท่านั้น ไม่ได้หวังถึงขั้นขึ้นเตียงหรอกนะ เ้าชอบชีวิตแบบนี้หรือไม่ที่ต้องออกแสดงทุกค่ำคืนเพื่อแลกเบี้ยอัฐ”
“ข้าจะเลือกชีวิตของข้าได้อย่างไรขอรับ ชีวิตของข้านั้นช่างอาภัพถูกขายเป็ข้ารับใช้ั้แ่เด็ก ถูกโบยตีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดโชคดีที่เจอกับนายหญิง นายหญิงเป็เหมือนท่านแม่ของข้า ได้มอบชีวิตใหม่ให้และซื้อตัวข้ามาจากนรกที่ข้าเคยอยู่ การที่เป็นายโลมก็ดีอย่างหนึ่งนะขอรับไม่เหงา แต่ละคืนเจอผู้คนมากหน้าหลายตา ข้าเองก็อยากจะใช้ชีวิตเช่นดั่งผู้อื่นแต่ติดที่ว่าค่าตัวที่นายหญิงซื้อข้ามานั้นมากมายเหลือเกินจนข้าไม่รู้ว่าชาตินี้ทั้งชาติข้าจะหามาคืนจนหมดหรือไม่” หางเฟิงพูดออกมาด้วยสายตาว่างเปล่า จนหนิงเอ๋อเองที่ได้ยินถึงกับเข้าใจ
“เช่นนั้นเ้าอยากไปอยู่กับข้าหรือไม่ ไม่ว่าค่าตัวเ้าเท่าไหร่ข้าก็ยอมจ่าย” หางเฟิงเงยหน้ามองหนิงเอ๋อทันที พร้อมเข้าไปโอบกอดขาของนางอย่างดีใจ
“ขอบใจท่านมากขอรับ หากท่านพาข้าออกไปใช้ชีวิตเช่นดังปกติ ข้าจะขอรับใช้ท่านไปตลอดชีวิต” หนิงเอ๋อลูบหลังของหางเฟิงพร้อมบอกให้เขาลุกขึ้น
“ลุกขึ้นมาเถิดเ้าก็ไปพูดคุยกับนายหญิงของเ้าไว้ ภายในสามวันนี้ข้าจะมาถอนตัวเ้าเอง โปรดรอข้าและอย่าไปกับผู้ใดก่อน วันนี้ข้าคงต้องกลับแล้ว”
“ได้ขอรับ ข้าจะรอท่านนะขอรับ ว่าแต่ท่านผู้มีเมตตาชื่อว่าอะไรกันขอรับ”
“ข้าชื่อว่าหนิงเอ๋อ” หนิงเอ๋อพูดจบก็ได้เดินออกมาจากห้องและกลับไปที่เรือนของตน