ณ ถนนสายหนึ่งในเมืองใหญ่ ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายสัญจรไปมาอย่างบ้าคลั่ง มีั้แ่คนไปทำงาน นักเรียนนักศึกษาั้แ่ประถมยันมหาวิทยาลัย ผู้คนย่อมหมายถึงโอกาสทางธุรกิจ ตลอดเส้นทางจึงมีคนมากมายตั้งร้านแผงลอยเพื่อตอบสนองความ้าของคนที่เดินไปมา
ท่ามกลางร้านแผงลอยทั้งหลายที่ส่วนใหญ่มักเป็ชายหญิงวัยกลางคน มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขาดูอายุไม่มาก หน้าตาก็ออกจะหล่อเหลา รูปร่างก็ดีทำให้ผู้หญิงหลายคนชอบมองมาที่เขา ผู้คนได้แต่สงสัยว่า หมอนี่มาขายน้ำเต้าหู้ตรงนี้ทำไม? ทำไมไม่ไปเป็นายแบบ
เกวินขายน้ำเต้าหู้อยู่ตรงนี้มาสามเดือนแล้ว มันเกิดจากการที่เขาใช้ชีวิตอยู่ไปวัน ๆ อย่างเรื่อยเปื่อยและไม่มีอะไรทำ เลยได้รับคำแนะนำจากคนรอบ ๆ ให้เขาทำน้ำเต้าหู้ขาย น้ำเต้าหู้ทำไม่ยากและสามารถขายออกไปได้อย่างรวดเร็ว
ใน่แรก เกวินต้องตบตีในการแย่งลูกค้าของคู่แข่งทางธุรกิจ แต่เขาก็สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ด้วยคุณภาพของน้ำเต้าหู้ เขาจะไม่เพิ่มน้ำเปล่าให้คุณภาพของน้ำเต้าหู้ลดลง แถมยังใช้วัตถุดิบคุณภาพ ผนวกกับส่วนผสมพิเศษ มันทำให้เขาเป็ที่รักของคนวัยทำงานและเหล่านักเรียนที่รีบเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน
แน่นอนว่าส่วนผสมพิเศษไม่ใช่ยาเสพติด มันคือถั่วเหลืองที่เอามาใช้ทำน้ำเต้าหู้นั่นแหละ แต่เป็ถั่วเหลืองจากต่างโลกน่ะนะ
เกวินมีประสบการณ์ไปใช้ชีวิตอยู่อีกโลกอยู่พักใหญ่ ๆ และเขาสามารถนำสิ่งของจากโลกเวทมนตร์กลับมาได้นิดหน่อย เพื่อจะได้เอาชนะคู่แข่งทางธุรกิจ เขาเลยต้องนำคลังสมบัติออกมาใช้นิด ๆ หน่อย ๆ วัตถุดิบจากโลกเวทมนตร์เป็ของมีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็สารอาหารหรือรสชาติ ถั่วเหลืองจากโลกนี้ก็ไมอาจเทียบเคียงได้
นี่คือน้ำเต้าหู้ที่ทำจากาาแห่งถั่วเหลืองเชียวนะ! มันทำมาจากถั่วเหลืองจากโลกเวทมนตร์ มีสรรพคุณส่งเสริมผิวพรรณให้สวยงามและสุขภาพดี
เกวินอยากเขียนโฆษณาคำโต ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า แถมอยากมีข้ออ้างในการเพิ่มราคาให้เกินจริงสักสี่เท่า แต่ขืนทำจริงมีหวังโดนหาว่าบ้าและโดนโทรให้กรมอาหารและยามาตรวจสอบ คงจะขำไม่ออก
“พี่ชายสุดหล่อ ขอน้ำเต้าหู้ใส่แมงลักเยอะ ๆ สองถุง น้ำขิงหนึ่งถุง ปาตั้งโก๋สิบเซน* อย่างด่วนนะคะ”
“ได้เลยคนสวย”
“พี่ชาย! ผมขอน้ำเต้าหู้งาดำสองถุง ซาลาเปาทอดไส้นมข้มสองชิ้น อย่างด่วนเลย ผมจะไปที่ทำงานสายแล้ว”
“สักครู่!”
“พ่อหนุ่ม ร้านของเธอมีลูกค้าเยอะไม่เลว สนใจรับสมัครลูกจ้างไหม”
“ผมยังหนุ่มยังแน่น ยุ่งกว่านี้ผมคนเดียวก็ไหวครับ” เกวินยิ้มให้ชายชรา มือของเขาจับกระบวยตักน้ำเต้าหู้มัดใส่ถุงอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว อย่างตรงหน้าดูไปแล้วก็มหัศจรรย์ราวกับว่าเขาเป็สุดยอดเถ้าแก่น้ำเต้าหู้มาเป็สิบปี แต่ความจริงเขาหัดทำเช่นนี้แค่เดือนเดียวเท่านั้น
นอกจากคุณภาพของน้ำเต้าหู้แล้ว เกวินยังตอบสนองความ้าของลูกค้าที่เร่งรีบที่จะเดินทาง เขาสามารถแจกน้ำเต้าหู้ของลูกค้าสิบคนได้ภายในเวลาไม่กี่นาที มันทำให้ลูกค้าไม่ต้องรอนาน พวกเขาสามารถรับประทานอาหารเช้าได้โดยไม่ต้องกลัวต่อแถวนานได้เมื่อมาเป็ลูกค้าร้านนี้
‘ธุรกิจของฉันไม่เลวจริง ๆ อีกสักเดือนคงไม่ต้องใช้ถั่วเหลืองจากต่างโลกแล้ว’ เกวินคิดในใจ เมื่อมีลูกค้าประจำมากพอ จะผิดอะไรถ้าลดคุณภาพของวัตถุดิบนิด ๆ หน่อย ๆ หึหึหึ
เกวินขายั้แ่หกโมงเช้าจนแสงอาทิตย์เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ พอเก้าโมงลูกค้าก็น้อยลง น่าเสียดายที่วันนี้เป็วันอาทิตย์ ลูกค้าที่เป็นักเรียนไม่ออกมา ทำให้เหลือน้ำเต้าหู้ไว้ประมาณหนึ่งที่ขายไม่หมด
“เริ่มเก็บร้านดีกว่า” เกวินยืดแขนให้สุดแล้วบิดี้เี เขาเริ่มเก็บพวกเครื่องปรุงและอุปกรณ์ให้เป็ระเบียบ แต่ถึงกระนั้นกลิ่นของน้ำเต้าหู้ที่เหลือก็ยังคงกระจายไปตามท้องถนน มันได้นำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่..
ภายในรถหรูคันหนึ่ง
“น้าฮอลลี่ เอริสอึดอัด เปิดหน้าต่างให้หนูได้ไหม” เด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบครึ่งมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก นั่นทำให้น้าสาวอายุยี่สิบต้น ๆ รู้สึกไม่ดีนัก หลานสาวของเธอสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง มันทำให้เธอกลัวเหลือเกิน
“หลานรัก แต่อากาศข้างนอกไม่ค่อยดีนะ น้าว่าอย่าเปิดหน้าต่างเลยดีกว่า”
“เอริสอยากเปิดหน้าต่าง”
“คุณหนูฮอลลี่ครับ ที่จริงอากาศแถวนี้ก็ไม่เลว เปิดรับอากาศข้างนอกสักพักให้ท่านหญิงน้อยน่าจะเป็ความคิดที่ไม่เลว” คนขับรถเอ่ยขึ้น
“ก็ได้” ฮอลลี่อนุญาตก่อนที่คนขับจะกดปุ่มลดกระจกลง อากาศจากภายนอกเข้ามาภายในตัวรถทำให้เด็กหญิงตัวน้อยได้สูดดมกลิ่นจากโลกภายนอก มันแตกต่างจากอากาศภายในคฤหาสน์โดยสิ้นเชิง แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือกลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำเต้าหู้
“น้าฮอลลี่! หนูอยากกิน หนูอยากกิน” ดวงตาของเอริสลุกวาว เด็กน้อยแทบอยากปีนหน้าต่างออกไปให้รู้แล้วรู้รอด ฮอลลี่ถึงกับผงก น้ำเต้าหู้มันหอมจริง ๆ แม้แต่คุณหนูที่กินของดีมาทั้งชีวิตก็ยังถูกมันดึงดูด แต่พอคิดว่าคุณหนูมีอันจะกินแบบเธอต้องทานน้ำเต้าหู้แผงลอยข้างทางก็หน้าเขียวคล้ำลงเล็กน้อย
“เป็กลิ่นที่ยอดเยี่ยมมาก! ตาเฒ่าคนนี้ไม่ได้กลิ่นน้ำเต้าหู้ที่หอมขนาดนี้มาหลายสิบปีแล้ว คุณหนูอย่าดูถูกอาหารแผงลอยเชียว บางครั้งของดีก็ชอบซ่อนอยู่ท่ามกลางสถานที่แบบนี้”
“ลุงหาที่จอดแล้วลงไปซื้อให้ฉันทีก็แล้วกัน”
“ทราบแล้วครับคุณหนู” ลุงคนขับรถหาที่จอดใกล้ ๆ แล้วเดินไปตามกลิ่นจนในที่สุดก็มาถึงร้านแผงลอยของเกวิน
“พ่อหนุ่ม สวัสดีตอนเช้า”
“สวัสดีครับ” เกวินตอบ
“น้ำเต้าหู้สองถุงราคาเท่าไหร่”
“ขอโทษด้วยครับ แต่ผมไม่ขายแล้ว”
“ทำไมถึงไม่ขายแล้ว?”
“ในเมื่อผมเก็บร้านแล้วผมก็จะไม่ขาย มันคือกฎของผม”
“พ่อหนุ่ม ฉันให้ราคาได้มากกว่านี้อีกสองเท่า”
“ขอโทษครับลุง มาใหม่วันพรุ่งนี้นะ” เกวินยิ้มให้ลุงคนขับรถแล้วเก็บร้านต่อโดยไม่สนใจ คนอื่นอาจหาว่าเขาบ้า! มีลูกค้ามาหาทำไมถึงไม่ขาย บ้าไปแล้วหรือ แต่นี่คือกฎที่เกวินตั้งไว้กับตัวเอง เขาจะทำงานก็ต่อเมื่ออยู่ในเวลางานเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นต่อให้เอาเงินฟาดหัวก็อย่าหวังว่าเขาจะทำงาน
“พ่อหนุ่ม ฉันจ่ายให้สิบเท่า ขอน้ำเต้าหู้สองถุง”
“เพิ่มเป็ร้อยเท่าก็ไม่ขาย ผมปิดร้านแล้ว” เกวินปฏิเสธเสียงแข็งและเร่งความเร็วในการเก็บให้ไวขึ้น ลุงคนขับมองคนหนุ่มตรงหน้าแล้วััได้ว่าอีกฝ่ายเป็คนที่หนักแน่นอยู่พอสมควร อีกฝ่ายปฏิเสธทันควันเมื่อเขายื่นข้อเสนอที่ดีให้ แถมยังไม่เปลี่ยนสีหน้าอีกต่างหาก
เป็คนหนุ่มที่น่าชื่นชม!
ลุงคนขับเดินกลับไปที่รถแล้วรายงานให้คุณหนูทราบ
“คุณหนูครับ เ้าของร้านบอกว่าเขาปิดร้านแล้ว ไม่ยอมขายให้เรา”
“ว่าไงนะ? ก็แค่น้ำเต้าหู้ ทำไมถึงเื่มากนัก”
“เขาเป็คนหนุ่มที่ค่อนข้างหนักแน่น เขาปฏิเสธผมทันทีที่บอกว่าจะจ่ายเพิ่มสิบเท่า แถมยังไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิด”
“จ่ายมันไปอีกร้อยเท่า ก็แค่น้ำเต้าหู้ ถ้าหลานสาวของฉันไม่สนใจก็อย่าหวังว่าจะได้เกียรตินี้จากฉันเลย”
“ผมคิดว่าต่อให้พันเท่าเขาก็ไม่ขาย ตาเฒ่าคนนี้เจอคนมาหลายรูปแบบ มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็คนยังไง วันนี้คุณหนูคงต้องอดแล้วล่ะครับ”
“ฉันไม่เชื่อ! เอริสอยากกินอะไรก็ต้องได้กิน สองเดือนมานี้นี่เป็ครั้งแรกที่เอริสเอ่ยปากบอกว่าอยากกินอะไร ฉันให้อภัยตัวเองไม่ได้ถ้าแม้แต่หาน้ำเต้าหู้ให้หลานสาวกินไม่ได้” ฮอลลี่เปิดประตูแล้วมองไปยังหลานสาวที่กำลังเดินลงมาด้วย
“เอริสเป็เด็กดี รอน้าอยู่บนรถนะ”
“เอริสอยากลงไปด้วย”
“ไม่ได้ ในเมืองมีคนไม่ดีอยู่มากมาย เป็เด็กดี เชื่อฟังน้าและอยู่ใกล้ ๆ ลุงคนขับนะ” ฮอลลี่ปิดประตูและเดินไปยังร้านแผงลอย พอเห็นหน้าของเกวินเธอก็ตะลึงไปวูบหนึ่ง
‘คนขายน้ำเต้าหู้เกรดฟรีเมี่ยม’
เป็เถ้าแก่น้ำเต้าหู้จำเป็ต้องหล่อขนาดนี้ด้วยเหรอ?
“อะแฮ่ม! เถ้าแก่ ขอน้ำเต้าหู้สองถุง”
“ฉันบอกคุณลุงเมื่อกี้แล้วว่าไม่ขาย” เกวินขมวดคิ้วตอบ
“หื่ม” ฮอลลี่คำรามในลำคอ เธอโดนปฏิเสธงั้นเหรอ? ขนาดเธอลดตัวมาซื้อเองก็ยังได้รับการปฏิบัติแบบนี้ น่าอดสูซะจริง
“ฉัน้าน้ำเต้าหู้สองถุง หลานสาวของฉัน้ามันมาก ฉันสามารถให้คุณได้เท่-“ ฮอลลี่หยิบแบงค์สีเทา
“ไม่ขาย ฉันปิดร้านแล้ว”
“นี่ น้ำเต้าหู้ถุงละห้าเซน สองถุงก็สิบเซนแต่ฉันจ่ายตั้งหนึ่งพันเซนเชียวนะ”
“ไม่ขายก็คือไม่ขาย ต่อให้เธอยกเงินล้านให้ฉัน ฉันก็ไม่ขาย” เกวินยังคงยืนยันหนักแน่น เขาจะไม่มีทางแหกกฎของตัวเองเป็อันขาด ต่อให้ขุดเอาบรรพบุรุษเขามาพูดก็เปล่าประโยชน์
ฮอลลี่รู้สึกแปลกใหม่ เธอไม่เคยเจอคนที่หัวแข็งแบบนี้มาก่อน เสนอเงินขนาดนี้ก็ไม่เอา ไม่ไว้หน้าสาวสวยอย่างเธอเอาซะเลย มันทำให้เธอไม่พอใจ เป็แค่เถ้าแก่น้ำเต้าหู้ ทำไมอวดดีได้ขนาดนี้!
“หนูอยากกิน หนูอยากกิน ๆ ๆ” เด็กหญิงตัวน้อยโวยวายอยู่ภายในรถ ดวงตาเล็ก ๆ จ้องมองไปยังแผงลอยร้านน้ำเต้าหู้ไม่วางตา กลิ่นหอมของมันค่อน ๆ จางลงกหลังจากอุณหภูมิค่อย ๆ ลดลง
“ท่านหญิงน้อย รอคุณน้าสักพักเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว เป็เด็กดีนะ”
“หนูอยากกินมัน เอริสอยากกินมัน” เอริสเริ่มน้ำตารื้น คุณลุงคนขับเริ่มแปลกใจ ท่านหญิงน้อยไม่เคยดื้อแบบนี้ ท่านหญิงน้อยเป็เด็กเรียบร้อยและขี้อาย แต่ทำไมเพราะแค่อยากกินน้ำเต้าหู้ถึงได้ดื้อรั้นขนาดนี้?
“ท่านหญิงน้อยใจเย็น”
“เอริสอยากกินมันจริง ๆ นะ” เอริสทนไม่ไหว เด็กน้อยเปิดประตูเองแล้วผลักออกไป ลุงคนขับทำตาโต
‘แย่แล้ว’ ฉับพลันต่อมาเอริสก็เดินลงบนพื้นแล้ววิ่งไปหาน้าสาว
“ท่านหญิงน้อย!” คุณลุงคนขับรถเปิดประตูออกไปในทันทีแล้ววิ่งไล่จับแม่หนูตัวแสบ เด็กน้อยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ มันทำให้ชายชราปวดใจ
“หนูอยากกิน หนูอยากกินมัน”
“ท่านหญิงน้อยเป็เด็กดีแล้วไปรอในรถกับปู่นะ”
“หนูอยากกิน!!” เสียงร้องของเด็กน้อยดังออกไปไกลจนได้ยินไปทั่ว พอสังเกตว่าเป็เสียงของหลานสาวฮอลลี่ก็อุทานในใจว่าชิบหายแล้ว
“เอริส! โถ่ ๆ ๆ หนูจะออกมาทำไม ทำไมไม่เป็เด็กดีและเชื่อฟังน้าอยู่ในรถ” ฮอลลี่วิ่งมาปลอบโยนหลานสาวตัวน้อย ใบหน้าร้องไห้ของหลานสาวทำให้เธอปวดร้าวหัวใจ เธออยากทำลายล้างสรรพสิ่งโดยรอบเพื่อระบายความเศร้าของเด็กคนนี้ในทันที
“อึก..หนูอยากกิน”
“ได้ ๆ น้าจะทำให้หนูกินให้ได้ แม้ว่าต้องใช้เงินฟาดหัวก็ตาม” ฮอลลี่ให้คำมั่น เพื่อปลอบโยนหลานสาวที่รัก เธอไม่ลังเลจะใช้เงินสักสองพันเซนเพื่อน้ำเต้าหู้สองถุง พอหันหน้ากลับมาก็พบว่าผู้ชายคนนี้เก็บร้านใกล้เสร็จแล้ว
เขาไม่ได้เห็นหัวเธอเลยสักนิด!
“นี่คุณ! หลานสาวฉันอยากกินน้ำเต้าหู้ของคุณมาก หลานสาวฉันไม่ได้เปิดปากขออะไรมานานหลายเดือนแล้ว ถือว่าเห็นแก่หน้าฉัน”
“หน้าของคุณมีดีอะไร” เกวินตอบโต้แทบทันที ทำเอาฮอลลี่ ลุงคนขับแล้วผู้คนโดยรอบทำหน้าเหยเกในทันที
ทำไมถึงพูดจาระห่ำเช่นนี้!
ฮอลลี่ถึงกับไปไม่เป็ เธอเป็คุณหนูผู้ดี ใบหน้างดงามไม่แพ้นางแบบ ั้แ่หัวจรดเท้าใส่แต่ของมีราคา รัศมีก็ไม่ใช่หมูหมากาไก่ แต่ทำไมเธอถึงได้รับการปฏิบัติที่ไม่เห็นหัวกันขนาดนี้ แม้แต่ลุงคนขับก็ไม่เข้าใจ คนโดยรอบยิ่งไม่เข้าใจ
“ฉันยอมจ่ายสองพันเซน! เอาน้ำเต้าหู้มาให้ฉัน” ฮอลลี่ควักแบงค์สีเทาออกมาสองใบ
“ไม่ขาย” เกวินตอบปฏิเสธทันควัน
“นี่คุณ! อย่าให้มันมากนัก น้ำเต้าหู้สองถุงราคาสิบเซ็นฉันจ่ายตั้งสองพันทำไมไม่รับ เป็พ่อค้าประสาอะไร” ฮอลลี่โวยวาย ทุกคนสนับสนุนความคิดของเธอ พวกเขามองเกวินและคิดว่าชายคนนี้โง่อะไรอย่างนี้ มิน่าหล่อออกขนาดนี้ถึงมาขายน้ำเต้าหู้
“ฉันตั้งกฎขึ้นมาปฏิบัติ ฉันต้องทำตามกฎของฉัน ถ้าฉันแหกกฎของตัวเอง งั้นฉันจะต้องกฏของตัวเองมาเพื่ออะไร” เกวินตอบพร้อมแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ เขาก็แค่ไม่ขายในตอนนี้ วันพรุ่งนี้หกโมงเช้าก็มาขายที่นี่เวลาเดิม วันหยุดก็ไม่ได้แจ้ง ทำไมต้องกระเสือกกระสนอยากกินน้ำเต้าหู้ขนาดนี้
“สี่พัน ฉันให้สี่พัน คุณจะขายหรือไม่ขาย”
“เอาเงินมาหนึ่งล้านฉันก็ไม่ขาย” เกวินตอบปฏิเสธทันควันอีกครั้ง เงินมันก็แค่ของนอกกาย ถ้าเขาอยากได้เงินจริงคงไม่มาขายน้ำเต้าหู้เล่นหรอก เขาต้องเป็ผู้ชายที่หนักแน่น กฎที่ตัวเองสร้างขึ้นจะให้แหกมันได้ยังไง
“คุณมันบ้า! คุณมันเสียสติไปแล้ว” ฮอลลี่อยากจะะเิโทสะ ติดแค่ว่ามีหลานสาวอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นเธออดไม่ได้ที่จะด่ากราดออกไป
“คุณหนู โปรดระวังคำพูดคำจาด้วยครับ”
“หนูหิว..” น้ำเสียงอ่อนแอของเด็กน้อยดูน่าสงสารมาก มันทำให้เกวินเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าผู้หญิงคนนี้มีเด็กน้อยอยู่อีกคน
ใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอน่าเอ็นดูมาก ดวงตาสีครามสดใส ผิวกายขาวผ่อง เส้นผมสีขาวสวยงามราวกับหิมะหาดูได้ยากดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ไม่เหมือนน้าสาวที่มีผมสีดำสนิท น่าจะเป็เด็กผู้หญิงที่หน้ารักน่าเอ็นดูที่สุดที่เกวินเคยเห็นมาทั้งชีวิต
เกวินถูกเอริสดึงดูดสายตาในฉับพลัน ชายหนุ่มกับเด็กหญิงสบตากันและทำให้ทั้งคู่ตกอยู่ในห้วงภวังค์ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เขาถูกชะตากับเด็กคนนี้เหลือเกิน!
วูบ!
ดวงตาสีทับทิมของเกวินวูบไหวก่อนที่จะเห็นนิมิต อีกไม่นานเด็กคนนี้จะถูกลักพาตัวอย่างแน่นอน!!
“หนูหิว” เอริสร้องขอ
“ได้! ฉันจะให้หนูฟรี ๆ เอาไปทั้งหมดเลย”
“หา!” ฮอลลี่อึ้งจนอวัยวะภายในเกือบทะลักออกมาข้างนอก คุณลุงคนขับรถยิ่งเหวอเข้าไปใหญ่ คำชมของฉันล่ะ! ความหนักแน่นของเอ็งมันหายไปไหนกันพ่อหนุ่ม เอาความชื่นชมของฉันคืนมา
“นี่มันยังไง เมื่อกี้ยังบอกว่ายังไงก็ไม่ขายอยู่เลย ทีนี้จะกลับคำงั้นเหรอ”
“อย่าเข้าใจผิด! ฉันไม่ได้ขาย ฉันแค่แจกฟรี นี่ไม่นับ”
“นายนี่มันยังไงกันแน่”
“จะเอาหรือไม่เอา!” เกวินเริ่มอารมณ์เสีย เมื่อกี้รบเร้าอยากซื้อให้ได้ พอจะให้ฟรีดันไม่เอา คนรวยเข้าใจลำบากจริง ๆ
“ฉันจะซื้อมัน”
“ไม่ต้อง ฉันถูกใจเด็กคนนี้ หนูชื่ออะไรจ๊ะ?” เกวินยิ้มหวานให้เด็กน้อย
“หนูชื่อเอริส”
“เอริส ฉันจะให้น้ำเต้าหู้หนู แล้วจะแถมเครื่องรางนี่ให้ด้วย” เกวินยิ้มแล้วนำสายคล้องกุญแจมามอบให้เอริส แต่ฮอลลี่บ่ายตัวหนี
“เอริส หม่ามี้หนูบอกว่าอย่ารับของจากคนแปลกหน้า”
“มันสวยดี หนูอยากได้”
“เอริส เชื่อฟังน้านะเด็กดี”
“นะคะ นะคะคุณน้า”
“อา..อ้อนน้าอีกแล้ว ก็ได้ แต่พอกลับไปถึงบ้านแล้วต้องทิ้งมันนะเข้าใจไหม”
“อื้อ” เอริสพยักหน้าแม้จะไม่ค่อยเข้าใจอะไรก็ตาม เธอรับสายคล้องกุญแจมาแล้วมองดูก็พบว่ามันสวยดี เธอชอบมันและเริ่มยิ้ม เกวินก็พึงพอใจแล้วนำน้ำเต้าหู้ทั้งหมดบรรจุถุงอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้นแล้วมอบให้คุณลุงคนขับ
ฮอลลี่ที่สนใจเอริสย่อมไม่สังเกต แต่คุณลุงคนขับเห็นชัดเจนว่าความเร็วและความแม่นยำของชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ไม่มีน้ำสักหยดหลุดรอดออกมาได้! ชายคนนี้แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่คนธรรมดา
“คุณลุง ผมถูกใจเด็กคนนี้มาก ผมขอเตือนพวกคุณเอาไว้ อีกไม่นานอาจมีการลักพาตัวเกิดขึ้น แค่คุณอาจไม่พอ” เกวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ฮอลลี่ที่ไม่สนใจเขากลับได้ยินประโยคนี้เต็มสองหู
“ว่าไงนะ คิดว่าหลานสาวของฉันจะถูกลักพาตัวงั้นเหรอ นายกำลังแช่งเธอ!!”
“เปล่า ฉันแค่เตือนด้วยความหวังดี”
“คุณมีสิทธิอะไรมาบอกว่าหลานสาวของฉันจะถูกลักพาตัว ให้มันน้อย ๆ หน่อย ฉันจะไม่เสนอหน้ามาอยู่ต่อหน้าคุณอีก เอริสไปกันเถอะ น้ำเต้าหู้มันจะอร่อยสักแค่ไหนกันเชียว”
“คุณลุง ขอบคุณมากนะคะ” เอริสพนมมือกล่าวด้วยน้ำเสียงเบิกบาน เธอได้ของกินที่อยากได้แล้วแถมยังได้สายอะไรก็ไม่รู้สวย ๆ เด็กน้อยจึงยิ้มหวานต่อหน้าเกวินเป็ครั้งแรก มันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผลิบานในใจ มันเป็ความรู้สึกที่ชาตินี้ไม่เคยลิ้มรสมาก่อน
ถ้าไม่ใช่เพราะรู้รสนิยมตัวเองคงคิดว่าตัวเองเป็โลลิค่อนไปแล้ว
“คุณลุง ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่คนขับรถธรรมดา เชื่อผม อย่าประมาท รีบคนมาเสริมเยอะ ๆ ก็ดี”
“หืม ขอบคุณในความห่วงใย” ลุงคนขับรถแปลกใจแต่ไม่ถูกอะไรต่อมาก นี่มันสายมากแล้ว
เกวินแยกย้ายกับพวกเอริสและเก็บร้านต่อ จากนั้นเวลาก็ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว