จองมินเว้นจังหวะพลางมองสบตาผมด้วยแววตาที่เป็นประกาย “รู้ไหมคะว่าทันทีที่จีอาลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นว่าฉันฟื้นแล้ว ประโยคแรกที่เธอพูดกับฉันคืออะไร”
“ว่ายังไงเหรอครับ?” ผมถามกลับไปสั้นๆ เพื่อทำลายความเงียบ และเพื่อแสดงให้เธอรู้ว่าผมกำลังตั้งใจฟังทุกถ้อยคำอย่างจดจ่อ
จองมินหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อนึกถึงท่าทางของเด็กสาวในวันนั้น
“ทันทีที่เธอตื่นขึ้นมาเห็นฉัน เธอก็รีบลุกพรวดจากโซฟาแล้วพุ่งตรงมาหาฉันทันทีเลยค่ะ แถมยังพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมากจนฉันเกือบจะตกใจว่า ‘พี่ตื่นแล้วทำไมไม่ปลุกหนูล่ะคะ!’ จากนั้นเธอก็รีบกดสัญญาณเรียกคุณหมอให้เข้ามาตรวจอาการของฉัน...”
จองมินเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยสดใสกลับวูบไหวด้วยความโดดเดี่ยวที่ยากจะซ่อนไว้ “และตอนนั้นเอง... ที่ฉันได้รู้ความจริงว่า ตัวเองไม่เหลือใครอีกแล้ว”
จองมินหันมามองผม ดวงตาของเธอเริ่มคลอด้วยหยาดน้ำตาแต่ริมฝีปากยังคงฝืนยิ้ม
“ตอนนั้นฉันร้องไห้แทบบ้าเหมือนเด็กๆ ทั้งที่อายุก็ตั้ง 29 แล้ว แต่เด็กสาวอายุแค่ 19 คนนั้นกลับเดินเข้ามาสวมกอดฉันไว้แน่นเพื่อปลอบใจ... รู้ไหมคะว่าเธอก็ร้องไห้ออกมาเหมือนกัน พอคิดย้อนกลับไปมันก็น่าตลกดีนะ เด็กที่ไหนก็ไม่รู้แต่กลับมาร้องไห้เสียใจไปกับฉันอย่างหนักขนาดนั้น”
ผมที่นั่งฟังอยู่รู้สึกเศร้าตามเธอไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศรอบตัวดูหนักอึ้งขึ้นมาทันทีด้วยร่องรอยของความสูญเสีย แต่ในใจลึกๆ ผมก็แอบสงสัย... อะไรที่ทำให้จีอาในวัย 19 ปี ถึงยอมทุ่มเทและแสดงความจริงใจให้คนแปลกหน้าได้ถึงขนาดนั้น
“สงสัยใช่ไหมล่ะคะว่าทำไมจีอาถึงทำแบบนั้น” จองมินเอ่ยขึ้นพลางมองสบตาผม ราวกับอ่านใจได้ว่าผมกำลังติดใจสงสัยเรื่องอะไรอยู่ “ฉันมารู้ความจริงทีหลังน่ะค่ะว่า... ตัวเธอเองก็เคยผ่านความสูญเสียแบบเดียวกันมาก่อน เธอเสียทั้งพ่อและแม่ไปเหมือนกัน เพียงแต่ตอนที่เธอต้องเผชิญกับเรื่องนั้น เธอเด็กกว่าฉันในตอนนี้มากนัก พอคิดดูแล้วฉันยิ่งชื่นชมในความเข้มแข็งของเธอเลยล่ะค่ะ”
“หลังจากออกจากโรงพยาบาล ฉันมืดแปดด้านไปหมด ไม่รู้จะไปพึ่งใคร หรือถ้าพูดให้ถูกคือตอนนั้นฉันเลือกที่จะไม่คุยกับใครเลยมากกว่า... ฉันปิดการติดต่อทุกทาง บางทีก็มานั่งคิดนะว่าตอนนั้นทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร กว่าจะเริ่มทำใจและปรับตัวได้ก็นานมากจริงๆ แถมงานที่เคยทำอยู่ก็โดนไล่ออกไปแล้วด้วย แต่ในช่วงที่มืดมนที่สุด ก็มีจีอานี่แหละที่คอยมาหาฉันแทบจะทุกวัน เธอเอาแต่ขอให้ฉันเป็นพี่สาวของเธอ... เธอน่ารักใช่ไหมล่ะ?”
จองมินหันมาถามผมพร้อมรอยยิ้มบางๆ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้รอคำตอบจากผมจริงๆ เพราะแววตาของเธอนั้นกำลังจมดิ่งลงไปในความทรงจำที่ทั้งเจ็บปวดและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
“จนไปๆ มาๆ ฉันก็กลายมาเป็นผู้จัดการของเธอซะอย่างนั้น ไม่รู้เหมือนกันนะว่าถ้าไม่มีเธอป่านนี้ชีวิตฉันจะเป็นยังไง... เอาเป็นว่าฉันขอตัดจบแค่นี้แล้วกันค่ะ คุณฟังแล้วคงจะเบื่อแย่เลย...”
“ไม่เบื่อหรอกครับ... แต่มันก็น่าเศร้าเหมือนกันนะครับ เรื่องราวชีวิตของคุณกับคุณจีอาเนี่ย”
ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคดี เสียงดนตรีที่มีจังหวะหนักแน่นและทำนองติดหูจนน่าจะวนเวียนอยู่ในหัวไปตลอดทั้งวันก็ดังกระหึ่มขึ้นมาเสียก่อน เป็นสัญญาณว่าการซ้อมกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
จองมินเงยหน้ามองไปยังเวทีตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “และเสียงร้องของจีอาก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยเยียวยาใจฉันให้ดีขึ้นในช่วงเวลานั้น... ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา พวกเราก็อยู่เคียงข้างกันมาตลอด ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม”
ผมพยักหน้าตอบรับเบาๆ พลางมองตามไปยังร่างเล็กที่อยู่บนเวที “ถึงผมจะติดตามผลงานของจีอาอยู่ตลอด แต่ผมก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยครับว่าพ่อกับแม่ของเธอเสียไปตั้งแต่เธอยังเด็ก... หรืออาจเป็นเพราะผมยังติดตามและใส่ใจข้อมูลของเธอไม่มากพอก็ได้”
“คุณทำแบบนั้นถูกแล้วแหละค่ะ จีอาพยายามที่จะไม่พูดถึงเรื่องนั้น เพราะเธออยากให้ทุกคนจดจำภาพของเธอในตอนที่มีความสุขแบบตอนนี้มากกว่า และดูเหมือนตอนนี้เธอก็มีความสุขเอามากๆ เลยด้วย... ดูเธอสิคะ”
จองมินทอดสายตามองไปยังบนเวทีที่มีนักร้องตัวน้อยของเธอชูคอร้องเพลงอย่างเปล่งประกาย ก่อนจะหันมามองหน้าผมแล้วเสริมขึ้นว่า
“ตอนนี้ก็หกโมงครึ่งแล้ว... เดี๋ยวเราดูจีอาซ้อมอีกสักเพลงสองเพลง แล้วไปหาอะไรทานกันดีไหมคะ?”
ผมชะงักไปกับคำชวนของจองมินทันที ก่อนจะหันไปสบตาเธอด้วยความสงสัย
“จะดีเหรอครับ? คุณจีอายังซ้อมร้องเพลงอยู่เลยนะครับ”
จองมินยิ้มกว้างแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “เชื่อเถอะค่ะว่าคุณไม่อยากรอจนเธอซ้อมเสร็จหรอก จีอาเป็นพวกไม่ค่อยชอบทานข้าวค่ะ ชอบทานแต่พวกขนมมากกว่า แต่พอถึงเวลาหิวจัดขึ้นมาจริงๆ เธอก็ชอบโมโหหิวอยู่เรื่อย ลองคิดดูสิคะว่าถ้าจีอาหิวขึ้นมาแต่เรายังไม่มีของโปรดเตรียมไว้ให้เธอทานเลย... สภาพจะเป็นยังไง”
“เป็นยังไงเหรอครับ?” ผมถามด้วยความสงสัยพลางขมวดคิ้วจ้องมองจองมินอย่างจริงจัง จนเธอต้องรีบอธิบายต่อ
“เธอก็จะแอบหนีออกไปหาซื้อทานเองยังไงล่ะคะ!” จองมินส่ายหัวเบาๆ อย่างอ่อนใจ “แล้วคุณลองคิดดูสิว่าจะเกิดความโกลาหลขนาดไหน ถ้าจู่ๆ ไอดอลระดับเธอเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในร้านสะดวกซื้อตอนหิวจัดแล้วมีคนจำได้ขึ้นมา”
“โห... แค่คิดก็วุ่นวายแล้วครับ” ผมตอบกลับทันควัน ภาพแฟนคลับนับร้อยรุมล้อมจีอาที่กำลังถือซองขนมลอยเข้ามาในหัวทันที
จองมินหัวเราะร่ากับท่าทีจริงจังเกินเหตุของผม ก่อนจะเฉลยออกมา “ฉันล้อเล่นน่ะค่ะ เธอไม่ถึงขนาดนั้นหรอก จีอาแค่ขอให้ฉันช่วยสั่งอาหารมาเตรียมไว้ให้เฉยๆ เพราะปกติเธอชอบนั่งทานข้าวพร้อมกับทีมของเธอที่มาจากเกาหลีถ้ามีโอกาส”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาสบตาผมด้วยแววตาอ้อนๆ “แต่พอดีว่าตอนนี้มีคุณอยู่ด้วย... ฉันเลยอยากจะออกไปหาซื้อเองมากกว่า อีกอย่างฉันก็อยากถือโอกาสออกไปเปิดหูเปิดตาดูประเทศไทยสักหน่อยด้วย... จะได้ไหมคะ?”
ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับระบายรอยยิ้มออกมา "ได้สิครับ ว่าแต่คุณจีอาจะซ้อมเสร็จตอนไหนเหรอครับ? แล้วคุณจองมินจะยอมปล่อยให้เธออยู่คนเดียวที่นี่จริงๆ เหรอครับ"
ผมถามออกไปเพราะความเป็นห่วงตามหน้าที่บอดี้การ์ด ถึงใจหนึ่งจะอยากไปกับเธอ แต่อีกใจก็ยังพะวงเรื่องความปลอดภัยของจีอาที่ยังอยู่บนเวที
“คงจะดึกเลยล่ะค่ะกว่าเธอจะพอใจ น่าจะอีกสัก 4-5 ชั่วโมง หรืออาจจะนานกว่านั้นด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องที่จะปล่อยให้จีอาอยู่คนเดียวน่ะไม่ใช่หรอกค่ะ ลองมองไปรอบๆ สิคะ เพื่อนร่วมงานของคุณทั้งนั้นเลยไม่ใช่เหรอ? คุมเข้มกันขนาดนี้คงไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก อีกอย่างจีอาก็ยังมีทีมงานที่มาจากเกาหลีอยู่ด้วยกันตั้งหลายคน รับรองว่าเธอไม่เหงาแน่นอนค่ะ” จองมินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ผมคลายกังวล
...
เสียงเพลงอันไพเราะดำเนินต่อเนื่องไปจนจบเพลงที่สาม ทันทีที่โน้ตสุดท้ายเงียบลง จีอาก็เดินนวยนาดมาจนเกือบถึงขอบเวทีเพื่อจะคุยกับจองมินที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ผู้ชมแถวหน้าสุด
“พี่คะ... เป็นไงบ้าง สนุกไหม?”
จีอาเอ่ยถามพลางเอามือไขว้หลังไว้ด้วยท่าทางขี้เล่น เธอไม่ได้พูดผ่านไมโครโฟนแต่ส่งเสียงเรียกฝ่าความเงียบของฮอลล์ซ้อมมาถึงพวกเราโดยตรง แววตาของเธอเป็นประกายสดใส แม้จะมีหยดเหงื่อเกาะตามไรผมจากการซ้อมอย่างหนักก็ตาม
จองมินส่ายหน้าไปมาเบาๆ พลางดุด้วยสายตาไม่จริงจังนัก “บอกแล้วไงคะว่าถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคน ห้ามเรียกแบบนั้นเด็ดขาด”
แทนที่จะสลด จีอากลับเอาแต่ยิ้มร่าพลางเอียงศีรษะไปมาอย่างน่าเอ็นดูเหมือนจะล้อเลียนความเจ้านะระเบียบของพี่สาว ก่อนจะหมุนตัวเดินฮัมเพลงกลับไปซ้อมต่อด้วยท่าทางขี้เล่นทิ้งท้าย
“จริงๆ เลยเด็กคนนี้...” จองมินพึมพำเบาๆ พร้อมรอยยิ้มเอ็นดูที่ปิดไม่มิด สายตายังคงมองตามแผ่นหลังของนักร้องตัวน้อยของเธอไปด้วยความรัก