“ห้าวันเลยหรือ?”
แม้จะรู้ว่าตนเองบาดเจ็บสาหัสทว่าระยะเวลาที่สลบไสลก็ยังทำให้นางตกใจอยู่ดี
“คุณหนูแผ่นหลังของท่าน...”
“มีอะไรหรือ?”
กว่าจะกลั้นเสียงสะอื้นได้ช่างยากลำบากนักทว่าฝูเอ๋อร์กลับร้องไห้ออกมาอีกคราแล้ว
“หมอหลวงฉินบอกว่า ฮือๆๆ จะทิ้งรอยแผลเป็นไว้เจ้าค่ะฮือๆ”
ผิวพรรณเกลี้ยงเกลามีความสำคัญสำหรับสตรีมากทว่าแผ่นหลังของคุณหนูกลับต้องมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ปานนั้น
ตั้งแต่กระดูกสะบักยาวไปจนถึงเอว
“ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ก็ช่างเถิดไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงแต่เหตุใดข้าถึงไม่รู้สึกเจ็บเลยเล่า?”
เมื่อเห็นฝูเอ๋อร์ร้องไห้อีกรอบอย่างอดไม่อยู่ไป๋เซี่ยเหอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
ฝูเอ๋อร์ตอบด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น“หมอหลวงฉินจ่ายยาให้เองเจ้าค่ะ บอกว่าจะทำให้ท่านไม่รู้สึกเจ็บชั่วคราว”
หรือจะเป็นยาชากันแน่?
“ช่วยประคองข้าเดินที”
“คุณหนู ท่านบาดเจ็บสาหัสอยู่นะเจ้าคะ!”
“ในเมื่อตื่นแล้วก็ต้องเดินให้มากจะเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูบาดแผล นอกจากนี้ ข้าบาดเจ็บที่หลัง ไม่ใช่เท้า”
สุดท้ายแล้วฝูเอ๋อร์ก็ต้องยอมทำตามคำสั่งของไป๋เซี่ยเหอเพราะไม่ว่าคุณหนูพูดอะไรก็ฟังดูมีเหตุผลไปเสียหมด
ไป๋เซี่ยเหอสวมชุดกระโปรงยาวที่ดูเรียบง่ายแล้วสวมเสื้อคลุมสีผลซิ่งทับไว้ด้านนอก
การแต่งกายดูสง่างามกอปรกับใบหน้าซีดเซียว แฝงด้วยความบอบบางเล็กน้อยอย่างอธิบายไม่ได้ ทำให้นางดูงดงามขึ้นอีกหลายส่วน
ขณะที่ไป๋เซี่ยเหอจับมือของฝูเอ๋อร์กำลังจะเดินออกไปนอกกระโจม
เสียงสะอึกสะอื้นของโหยวพิงถิงก็ดังแว่วออกมาจากกระโจมใกล้ๆ
“ฮือๆ พี่เยี่ยนไหวท่านไปตามหมอหลวงฉินมาได้หรือไม่? ลำคอข้าเจ็บเหลือเกิน หากทิ้งรอยแผลเป็นไว้จะทำอย่างไรเจ้าคะ? ข้าไม่มั่นใจทักษะด้านการแพทย์ของหมอหลวงคนอื่นเลยเจ้าค่ะ”
ฮั่วเยี่ยนไหวปวดศีรษะจนแทบระเบิดสองสามวันมานี้เขาไม่ได้ไปเยี่ยมไป๋เซี่ยเหอเลย ทว่าทุกครั้งที่ไปก็จะถูกฝูเอ๋อร์ขวางไว้นอกกระโจมด้วยสีหน้าเย็นยา
อีกทั้งเขายังถูกฮ่องเต้เรียกตัวไปด้วยเรื่องวุ่นวายต่างๆนานา เขาทราบดีว่าฮองเฮากำลังขัดขวางไม่ให้เขามีเวลาไปเยี่ยมไป๋เซี่ยเหอ
ทว่าสองคนนี้ดันมีตำแหน่งสูงในใจของไป๋เซี่ยเหอเสียนี่
อย่างน้อยก็สูงกว่าเขาแล้วกัน
ห้าวันแล้ว ห้าวันเต็ม
ยังไม่มีข่าวคราวว่านางจะฟื้นเลย!
น้ำเสียงของโหยวพิงถิงยังคงดังอยู่ที่ข้างหูฮั่วเยี่ยนไหวมุ่นคิ้ว “มีเพียงฝ่าบาทกับฮองเฮาเท่านั้นที่เรียกหาหมอหลวงฉินได้”
“เช่นนั้นท่านก็ไปหาฝ่าบาททรงต้องตอบตกลงแน่ พี่เยี่ยนไหว ท่านช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะ ได้โปรด ข้ากลัวว่าที่ลำคอจะมีรอยแผลเป็นเจ้าค่ะ”
รอยแผลเป็นหรือ?
ใช่แล้วแผ่นหลังของไป๋เซี่ยเหอบาดเจ็บสาหัสปานนั้น คงจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้กระมัง
นางจะเศร้าเสียใจหรือไม่?
ดวงตาของฮั่วเยี่ยนไหวฉายแววรังเกียจเดียดฉันท์เล็กน้อย“หมอหลวงฉินถูกฝ่าบาทรับสั่งให้ดูแลไป๋เซี่ยเหอแต่เพียงผู้เดียวแม้จะเป็นฝ่าบาทก็ไม่อาจหักหน้าฮองเฮาตามอำเภอใจได้”
ยิ่งไปกว่านั้น การกระทำนี้ของฮองเฮาก็เพ่งเล็งมาที่เขาอยู่แล้ว
ฮองเฮากำลังระบายโทสะให้ไป๋เซี่ยเหอ
“ใช่แล้ว พี่สะใภ้สบายดีหรือไม่เจ้าคะ? ข้าสลบไปเลยไม่รู้ว่านางเป็นอะไรหรือไม่หมอหลวงฉินเข้าไปตรวจแล้ว บาดแผลของพี่สะใภ้คงสาหัสนัก นางจะตายหรือไม่เจ้าคะ?”
เสียงสะอื้นไห้ของนางดังขึ้นทันที“ต้องโทษข้า ต้องโทษข้าเจ้าค่ะ”
โทสะพุ่งขึ้นมาในอกจนฮั่วเยี่ยนไหวแทบจะขาดอากาศหายใจความรู้สึกผิดทำให้เขาหงุดหงิด
โดยปกติแล้วสีหน้าของฮั่วเยี่ยนไหวไม่เคยเปลี่ยนแม้เขาไท่ซานจะถล่มอยู่ตรงหน้า ทว่าสองสามวันมานี้เขากลับหงุดหงิดเสียจนทุกคนมองออก
“หุบปาก หากจะโทษก็ให้โทษข้าไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า”
“ท่านอ๋องได้ข่าวแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
อิ๋งเฟิงรีบพุ่งเข้ามาลำคอร้อนรุ่ม เขายังไม่ทันได้ดื่มน้ำสักอึก ก็ถูกคว้าข้อมือไว้แล้วลากออกไปข้างนอกทันที
เป็นฮั่วเยี่ยนไหวนั่นเองเขาลุกขึ้นอย่างแรง แม้แต่เก้าอี้ที่นั่งอยู่ก็ล้มลง
ขณะที่ฝูเอ๋อร์กำลังประคองไป๋เซี่ยเหอเดินอยู่ด้านนอก
“อุ๊ยนี่ไม่ใช่ชายาเซ่อเจิ้งอ๋องที่สูงส่งไร้เทียมทานของพวกเราหรอกหรือ?”
น้ำเสียงอ่อนหวานทว่าฟังดูเสแสร้งดังขึ้น
สมองของไป๋เซี่ยเหอผุดคำว่า‘ตามหลอกตามหลอน’ ขึ้นมาทันที
“เหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่?”
น้ำเสียงของไป๋เซี่ยเหอฟังดูไม่สบอารมณ์นัก
ไป๋หว่านหนิงบิดเอวเพรียวบางเดินนวยนาดเข้ามาทั้งยังควงแขนของฮั่วหมิงเชินที่อยู่ข้างกายด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข
“ก็มาดูพี่สาวผู้น่าสงสารของข้าที่ยังไม่ทันเข้าจวนก็สูญเสียความโปรดปรานไปแล้วอย่างไรเล่า!”
ไป๋หว่านหนิงกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา
“ข้ามีเจตนาดีนะ”
“คุณหนูรอง ท่านพูดจาเหลวไหลอะไร!มีน้องสาวคนใดพูดกับพี่สาวตนเองอย่างที่ท่านพูดด้วยหรือ?”
ฝูเอ๋อร์โมโหเสียจนแก้มพองนางทั้งโมโหทั้งอยากร้องไห้ เหตุใดคุณหนูที่น่าสงสารของนางถึงได้มีชีวิตที่ทุกข์ระทมปานนี้?
‘เพียะ!’
เสียงฝ่ามือดังชัดที่ข้างหูของทุกคน
“นางแพศยาตัวน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอยู่กับผู้ใด?นึกไม่ถึงว่าจะกำเริบเสิบสานปานนี้”
ฮั่วหมิงเชินมุ่นคิ้วอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
มารดาแห่งแผ่นดินในภายภาคหน้าจะลงมือตบตีสาวใช้ผู้หนึ่งด้วยตนเองได้อย่างไร? เสียเกียรติยิ่งนัก!
ไป๋หว่านหนิงสนใจเพียงระบายโทสะจนลืมฮั่วหมิงเชินที่ยืนอยู่ข้างกายไปเสียแล้วเมื่อรู้ตัวนางก็หมุนกายมาหาเขาด้วยเบ้าตาแดงก่ำ“พี่ไท่จื่อ สาวใช้ผู้นี้ไม่เห็นท่านอยู่ในสายตา หากผู้อื่นรู้เข้าจะไม่ดีนะเจ้าคะ”
เมื่อเห็นว่าฮั่วหมิงเชินมีสีหน้าอ่อนลงนางก็ออดอ้อนทันที “ข้าเจ็บมือจังเลยเจ้าค่ะ”
แม้ว่าฮั่วหมิงเชินจะไม่ชอบที่ไป๋หว่านหนิงผู้บอบบางเสมอลงมือตบตีคนทว่าถึงอย่างไรนางก็เห็นแก่ศักดิ์ศรีของเขา เขาจึงไม่อยากคิดเล็กคิดน้อย
ฮั่วหมิงเชินกอบกุมมืออันอ่อนนุ่มที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเอาไว้“อีกประเดี๋ยวจะให้หมอหลวงจ่ายยาหม่องให้เจ้า”
ฝูเอ๋อร์ยืนกัดริมฝีปากล่างอยู่ด้านหนึ่งน้ำตาคลอเบ้า ทว่าไม่ไหลรินลงมา
“พวกเจ้าเห็นข้าตายไปแล้วหรือไร?”
ไป๋เซี่ยเหอมุ่นคิ้ว ก่อนจะกล่าวอย่างเย็นชา
จากนั้นนางก็ปรี่เข้าไปโดยไม่สนใจบาดแผลที่หลังแล้วยื่นมือหมายจะตบไป๋หว่านหนิง ทว่ากลับถูกฮั่วหมิงเชินคว้ามือไว้ ความเจ็บปวดผุดขึ้นจากแผ่นหลังทันที
เมื่อไป๋หว่านหนิงเห็นฮั่วหมิงเชินคว้ามือของไป๋เซี่ยเหอเอาไว้นางก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจ
“เพียงสาวใช้นางหนึ่งเท่านั้นข้าสั่งสอนไม่ได้หรือ?”
“เช่นนั้นน้องสาวของข้าข้าสั่งสอนไม่ได้หรือ?”
ไป๋เซี่ยเหอออกแรงดึงมือกลับก่อนจะจ้องฮั่วหมิงเชินอย่างเย็นชา หากเป็นคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับนางในอดีตชาติย่อมดูออกว่านั่นคือสายตาที่นางใช้มองคนที่กำลังจะตาย
มือสังหารในคราวนี้ย่อมเกี่ยวข้องกับสองคนที่อยู่ตรงหน้า!
“เซี่ยเหอ เจ้าทุบตีฮองเฮาในอนาคตต่อหน้าสาวใช้คงไม่ดีนักกระมังถือว่าไว้หน้าข้าก็แล้วกัน เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
ฮั่วหมิงเชินฉีกยิ้มในแบบที่คิดว่าหล่อเหลาที่สุดเพื่อล่อลวงไป๋เซี่ยเหอเขาพยายามอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนใจนาง
เขามองว่าไป๋เซี่ยเหอสูญเสียความโปรดปรานจากฮั่วเยี่ยนไหวไปแล้วตอนนี้นางย่อมรู้สึกท้อแท้ หากตนเองโปรยเสน่ห์มากขึ้นหน่อยไม่แน่ว่าอาจทำให้ไป๋เซี่ยเหอเปลี่ยนใจก็ได้
ถึงอย่างไรทุกคนก็รู้ว่าเมื่อปีนั้นไป๋เซี่ยเหอทำตัว ‘หนึ่งร่ำไห้ สองโวยวาย สามแขวนคอ’ เพื่อแลกกับพระราชโองการสมรสพระราชทานเป็นไท่จื่อเฟย
“หน้าเจ้าหรือ?” ไป๋เซี่ยเหอยิ้มหยัน “ไท่จื่อแม้แต่หน้าของท่านข้าก็ยังไม่ต้องการ ท่านยังกล้าคุยเรื่องหน้ากับข้าอยู่อีกหรือ?”
“นี่เป็นเรื่องของสตรีทว่าท่านกลับเข้ามายุ่งเกี่ยว หากแพร่งพรายออกไป ไท่จื่ออย่างท่านก็ไม่ต้องเป็นไท่จื่อแล้วฮ่องเต้ทรงมีชีวิตอยู่ ท่านกลับพูดเต็มปากเต็มคำว่าฮองเฮาในอนาคต ช่างหาญกล้านัก!”
ฮั่วหมิงเชินคำนวณพลาดไปสตรีตรงหน้าผู้นี้ไม่ไว้หน้าเขาด้วยซ้ำ กระทั่งวางแผนที่จะเล่นงานเขาด้วยหากเรื่องในวันนี้แพร่งพรายออกไป...
ไป๋เซี่ยเหอถือโอกาสที่ฮั่วหมิงเชินใจลอยตบหน้าไป๋หว่านหนิงอย่างรวดเร็วด้วยแรงถึงแปดส่วนไป๋หว่านหนิงถูกตบเสียจนตัวลอยก่อนจะล้มลงกับพื้น นางกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งแม้แต่ฟันก็หัก!
------------------------