ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 5 บทที่ 124 รางวัลและบทลงโทษที่ชัดเจน

            “วงศ์ตระกูลใหญ่ถึงเพียงนั้น กลับไม่มีผู้ที่มีจิตใจเป็นธรรมสักคนที่ลุกขึ้นมาช่วยหญิงม่ายและบุตรกำพร้าบิดา”

            “ตระกูลหูทำให้มารดาของหูเลี่ยตาย และยังยึดบ้านและที่นาของเขาไปอีกหูเลี่ยกลายเป็นเด็กกําพร้าตั้งแต่อายุยังน้อย ในใจย่อมเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อคนในวงศ์ตระกูล!”

            “คนน่าสงสารย่อมมีความเคียดแค้น คราแรกเป็นกรรมที่คนตระกูลหูก่อเอาไว้ยามนี้หูเลี่ยได้ตอบแทนผลกรรมให้พวกเขาแล้ว”

            คนตระกูลหูหลายคนที่ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ด้วยสีหน้าเดือดดาลหลังจากได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าประชาชน ก็พากันก้มหน้าต่ำด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

            ในปีนั้นตระกูลหูปฏิบัติต่อครอบครัวของหูเลี่ยเช่นนี้คนในตระกูลหูเหล่านี้ล้วนรู้กันดี พวกเขาเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองจึงไม่ใส่ใจและไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วย กระทั่งหนึ่งในนั้นก็เคยมีความคิดดูถูกเหยียดหยามหงซื่อมาก่อน

            หงซื่อมารดาของหูเลี่ยแขวนคอตายที่ต้นไม้ใหญ่หน้าศาลบรรพชนตระกูลหูคนเหล่านี้ล้วนได้เห็นกับตาตนเอง

            คนที่มีชีวิตอยู่ดีๆ ก็ต้องมาตกตายเช่นนี้ในเวลานั้นคนเหล่านี้ทำเพียงทอดถอนใจ และไม่มีท่าทีใดๆ ต่อเรื่องนี้เลย

            ต่อมาเมื่อหูเลี่ยใส่ยาพิษลงในบ่อน้ำคนเหล่านี้ล้วนได้รับพิษ จึงได้ตระหนักถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสที่กําลังจะตายอย่างลึกซึ้ง

            เช่นที่ชาวบ้านกล่าว คนน่าสงสารย่อมมีความเคียดแค้นตระกูลหูได้รับเคราะห์ภัยครั้งนี้ เป็นผลกรรมที่พวกเขาสร้างเอาไว้ในปีนั้น

            ท่านหมอเติ้งจากตำบลไท่และหมอจากอำเภอหมิงเฉิงหลายคนถูกพาตัวมาที่ห้องโถงในฐานะพยานบุคคลพวกเขายืนยันว่าพิษที่หูเลี่ยใช้คือพิษจากงู

            ท่านหมอเติ้งกล่าวถึงหลี่ชิงชิงเป็นการเฉพาะ “หลี่ซื่อจากหมู่บ้านหวังของอําเภอเหอแตกฉานในวิชาแพทย์ เชี่ยวชาญในการถอนพิษสัตว์เป็นพิเศษโชคดีที่หลี่ซื่อช่วยถอนพิษงูให้กับชาวบ้านหมู่บ้านหู และได้มอบยาถอนพิษให้กับพวกเขามิฉะนั้นแล้วจํานวนผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านหูจะสูงมากกว่าหนึ่งร้อยคนขอรับ”

            หมู่บ้านหวังเป็นหมู่บ้านที่อยู่ด้านล่างอําเภอเหอไม่ได้อยู่ภายใต้เขตปกครองของอําเภอหมิงเฉิง นายอำเภอต้องการรีบปิดคดีจึงไม่ได้เรียกหลี่ชิงชิงมาเป็นพยานที่ห้องโถงด้วย

            พิษงูที่หูเลี่ยผสมขึ้นมานั้นรุนแรงเป็นอย่างยิ่งเขาจงใจใส่พิษจํานวนมากลงในบ่อน้ำ สิ่งที่ต้องการคือให้คนตระกูลหูถูกพิษตายทั้งหมดผู้ใดจะรู้ว่าจะเกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้น หลี่ซื่อจากหมู่บ้านหวังอําเภอเหอผู้นี้ สามารถถอนพิษงูและช่วยชีวิตคนตระกูลหูเอาไว้ได้

            “คนคาดการณ์มิสู้ฟ้าลิขิตท้ายที่สุดสวรรค์ก็เมตตาต่อตระกูลหู ส่งหลี่ซื่อจากอำเภอเหอมาช่วยคนตระกูลหู”

            “วิชาแพทย์ของหลี่ซื่อจากอําเภอเหอช่างเหนือชั้นจริงๆถึงขั้นถอนพิษงูได้”

            “นี่เป็นความโชคดีในความโชคร้ายอย่างแท้จริงหลี่ซื่อจากอำเภอเหอเป็นผู้มีพระคุณอย่างใหญ่หลวงของคนตระกูลหู!”

            ประชาชนต่างชื่นชมหลี่ชิงชิงว่ามีวิชาแพทย์ที่ยอดเยี่ยมแต่ไม่รู้ว่าหลี่ชิงชิงได้ช่วยนายอำเภอของอำเภอหมิงเฉิง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเมืองเซียงในเวลาเดียวกัน

            ในคดีหนึ่งหากมีคนตายห้าคนจำต้องรายงานต่อราชสํานักครานี้หากไม่ใช่เพราะหลี่ชิงชิง ตระกูลหูก็คงตายอย่างน้อยหนึ่งร้อยคนเช่นนั้นก็จะกลายเป็นคดีวางยาพิษครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางราชสํานักต้องรับผิดชอบไม่เพียงแต่เจ้าหน้าที่เมืองเซียงและนายอําเภอหมิงเฉิงเท่านั้น แม้แต่ท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงก็จะถูกลงโทษเช่นกัน

            ทว่าคดีนี้ก็ยังมีคนตายสามคนถูกพิษหนึ่งร้อยสี่สิบสองคน นอกจากนี้ยังมีสัตว์เลี้ยงตายอีกหลายสิบตัว นับเป็นคดีใหญ่ของเมืองเซียงในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

            ในวันเดียวกันนั้นคดีทั้งหมดก็ได้รับการคลี่คลายนายอําเภอหมิงเฉิงปิดคดีโดยตัดสินให้หูเลี่ยรับโทษห้าม้าแยกร่างและจัดระเบียบภายในของตระกูลหู

            คดีนี้มีผลกระทบยิ่งนัก จําเป็นต้องรายงานสำนวนคดีต่อเมืองเซียงเพื่อทบทวนคดีอีกรอบทันทีผู้ตรวจการมณฑลของเมืองเซียง จ่างสื่อและเจ้าหน้าที่อื่นๆทบทวนคดีโดยไม่มีการคัดค้าน และทำการรายงานต่อท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง

            จ้าวอันอ๋องอ่านแฟ้มคดีอย่างละเอียดประกอบกับข่าวที่ข้ารับใช้รายงานจึงได้เปลี่ยนคําตัดสิน

            หูเลี่ยยังคงใช้วิธีห้าม้าแยกร่าง ทว่าสถานที่ประหารชีวิตเปลี่ยนเป็นเมืองเซียงในอีกสามวันต่อมาเดิมทีเวลาประหารชีวิตของหูเลี่ยคือช่วงล่าเยวี่ยครานี้เลื่อนเข้ามาก่อนกำหนดหนึ่งเดือน

            การจัดระเบียบภายในของตระกูลหูยังคงเหมือนเดิมแต่มีการเพิ่มกฎอีกสองข้อ หนึ่งคือการเก็บศพให้กับหูเลี่ย สองคือคนในตระกูลหูไม่สามารถเข้าร่วมสอบคัดเลือกขุนนางเป็นเวลาสามสิบปีนับตั้งแต่ระยะเวลาการเสียชีวิตของหงซื่อ

            นอกจากนี้ยังสั่งปลดตำแหน่งขุนนางนายอำเภอของอำเภอหมิงเฉิงไม่ให้ดำรงตำแหน่งตลอดไป และหักเงินเดือนของทหารเฝ้าประตูอำเภอหมิงเฉิงเป็นเวลาสามเดือน

            วันรุ่งขึ้นหลังจากประกาศคําตัดสินนี้ออกไป จ้าวอันอ๋องแห่งเมืองเซียงได้ตกรางวัลให้แก่ผู้ที่สร้างผลงานในคดีนี้

            ประทานแผ่นป้ายทองคำที่เขียนโดยลายมือของท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง“เมี่ยวโส่วหุยชุน [1]” รวมถึงทองคําสิบตำลึงและเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้หลี่ชิงชิงจากอำเภอเหอ

            ประทานไข่มุกครึ่งกล่องและผ้าไหมชั้นดีหนึ่งพับให้เฟิ่งซื่อจากเมืองเซียง

            ประทานเงินสิบตำลึงให้ท่านหมอเติ้งจากอำเภอหมิงเฉิง

            การประหารชีวิตและประทานรางวัลล้วนมีจดหมายราชการถูกติดตามเมืองมณฑล ตำบลและอำเภอน้อยใหญ่หลายสิบแห่งโดยเจ้าหน้าที่ว่าการที่อยู่ภายใต้การปกครองของอ๋องแห่งเมืองเซียงข่าวถูกกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว

            ถนนสายหลักและตรอกซอกซอย ทุ่งนาในชนบทตั้งแต่ขุนนางร่ำรวยไปจนถึงชาวบ้านยากจนต่างก็พูดถึงเรื่องนี้

            “ช่วงกลียุคถึงใช้กฎหมายหนักแคว้นต้าถังของเรากําลังอยู่ในยุครุ่งเรือง เหตุใดท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงถึงใช้กฎหมายอาญาที่ไร้มนุษยธรรมอย่างห้าม้าแยกร่างด้วย?”

            “เจ้าไม่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันย่อมไม่เข้าใจหากบ่อน้ำในบ้านพวกเจ้าถูกวางพิษ ดูสิว่าเจ้าจะยังขอความเมตตาให้นักโทษอยู่หรือไม่?”

            “จุดประสงค์ของหูเลี่ยคือต้องการให้ทุกคนในตระกูลหูตายแต่สวรรค์ไม่ให้เขาสมปรารถนาหลี่ซื่อจากหมู่บ้านหวังผู้นี้ช่างเป็นพระโพธิสัตว์บนดินจริงๆสามารถถอนพิษงูที่ร้ายแรงขนาดนี้ได้”

            “ตระกูลหูสมควรแล้วที่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้”

            “ได้ยินมาว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ตระกูลหูมีถงเซิงอยู่สองคนท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงมีคำสั่งเช่นนี้ ชื่อเสียงของถงเซิงสองคนนี้ก็หมดสิ้นแล้ว”

            “ที่แท้ตระกูลหูก็มีบัณฑิต และยังเป็นถงเซิงอีกด้วยอนิจจา ถงเซิงสองคนนี้ปล่อยให้วงศ์ตระกูลข่มเหงรังแกหูเลี่ยแม่ลูกตำราที่พวกเขาอ่านช่างไร้ประโยชน์”

            “ตระกูลหูไม่มีคนดีแม้ว่าถงเซิงสองคนนั้นจะสอบผ่านได้เป็นขุนนาง ก็ย่อมไม่ใช่ขุนนางที่ดีท่านอ๋องลงโทษได้ถูกแล้ว!”

            ยามเช้าวันหนึ่งในเหมันตฤดูที่มีฝนตกปรอยๆถนนเส้นหนึ่งในเมืองเซียงที่ถูกใช้เพื่อประหารชีวิตโดยเฉพาะเต็มไปด้วยผู้คนหูเลี่ยที่ถูกชาวบ้านตะโกนให้ฆ่ามีสีหน้าซีดเซียว ทว่าไม่ได้ร้องออกมา

            ทหารที่รับหน้าที่ประหารชีวิตใช้เชือกผูกแขนขาทั้งสี่และศีรษะของหูเลี่ยที่ขาหลังของม้าห้าตัวรอกระทั่งเจ้าหน้าที่ประหารออกคําสั่งพวกเขาก็เฆี่ยนสะโพกของม้าทั้งห้าตัวด้วยแส้อย่างแรงม้าห้าตัววิ่งห้อตะบึงไปคนละทิศทาง...

            “อา!” หูเลี่ยส่งเสียงสุดท้ายในโลกมนุษย์ ก่อนศีรษะและร่างกายจะกระจายไปคนละทิศละทาง

            บุรุษสวมเสื้อสีเทาสี่คนจากตระกูลหูคอยเก็บร่างของหูเลี่ยท่ามกลางเสียงกรีดร้องอันหวาดกลัวของเหล่าชาวบ้านที่มามุงดู

            บัณฑิตวัยกลางคนที่สวมเสื้อคลุมยาวสีดำเรือนผมเป็นสีเทาทั้งศีรษะชี้ไปที่ด้านหลังของคนตระกูลหูแล้วเอ่ยถามเสียงดัง “หูเลี่ยเป็นคนของตระกูลพวกเจ้าหากพวกเจ้าไม่มีจิตใจโหดเหี้ยมฆ่ามารดาของเขา ทั้งยังแย่งชิงมรดกของเขาไปในปีนั้นเขาก็คงไม่วางพิษในบ่อน้ำ ยามนี้หูเลี่ยก็ตายแล้ว เขาได้ไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับบิดามารดาของเขาที่ปรโลกแล้วพวกเจ้าเคยเสียใจกับสิ่งที่กระทําในวันนั้นหรือไม่?”

            ไหนเลยที่คนตระกูลหูจะกล้าหันกลับไป พวกเขาเดินจากไปด้วยท่าทีเศร้าซึมพร้อมกับศพของหูเลี่ย

            เช้าวันหนึ่งในเหมันตฤดูที่ทั้งมืดครึ้มและหนาวเย็นควันจากปล่องเตาของทุกครัวเรือนในหมู่บ้านหวังลอยขึ้นสูงไปตามสายลม

            คนทั้งสี่ที่มีหน้าที่ขายซาลาเปาของตระกูลหวังออกเดินทางไปนานแล้วขณะที่หวังเยวี่ยกําลังล้างซึ้งนึ่งอยู่ในห้องครัว ก็ได้ยินเสียงนกกางเขนร้องลั่นในลานบ้าน

            ผ่านไปหนึ่งชั่วยามมีคนหลายคนเดินมาตามถนนหมู่บ้าน โดยมีหวังชีที่เป็นหลี่เจิ้งเดินนำหน้าและคนที่อยู่ด้านหลังของเขาดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตาแม้แต่น้อย

            หวังชียืนอยู่นอกกําแพงรั้วเอ่ยเสียงสูงอย่างตื่นเต้นว่า “หวังเยวี่ย บิดามารดาของเจ้าจะกลับมาเมื่อใด?”

            “สวัสดีท่านอาเจ็ดเจ้าค่ะ” หวังเยวี่ยเดินออกมาแหงนมองท้องฟ้าแล้วเอ่ย “ต้องรออีกหนึ่งชั่วยามเจ้าค่ะ”

            หวังชีเอ่ยว่า “พวกเจ้ารีบเก็บกวาดบ้านเพื่อต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์สักหน่อยจะให้ข้าหาคนมาช่วยหรือไม่?”

            หวังพั่นตี้สามพี่น้องนำข่าวนี้ไปบอกจางซื่อที่ให้นมอยู่ในห้องนอน“ท่านแม่ บ้านเรากําลังจะมีแขกผู้สูงศักดิ์มาแล้ว?”

            จางซื่อทั้งตกใจและดีใจ แขกผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นจะมาจากที่ใดอาจจะสูงศักดิ์กว่าเฟิ่งซื่อจากเมืองเซียง นางเอ่ยว่า “รีบไปบอกกับอาสะใภ้ของพวกเจ้าเร็วแขกผู้สูงศักดิ์ต้องมาหาอาสะใภ้ของพวกเจ้าอย่างแน่นอน”

            ------------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] เมี่ยวโส่วหุยชุน(妙手回春) หมายถึงฝีมือทางการแพทย์ชั้นสูง สามารถรักษาผู้ป่วยที่ใกล้ตายให้มีชีวิตรอดได้

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276