"ฮือ ฮืออออ คุณๆ ช่วยพ่อกับแม่ของหนูด้วยนะคะ"
อาเพนที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่ข้างโซฟาที่เด็กสาวนั่งอยู่ ก็ย่อตัวลงให้หน้าอยู่ระดับเดียวกับเด็ก ตอนนี้ทั้งสองสายตาอยู่ระดับเดียวกัน เด็กน้อยไม่ต้องเงยหน้าเพื่อพูดคุยกับอาเพน แต่สามารถมองตรงๆได้เลย
"พ่อแม่ของหนูเป็อะไร เกิดอะไรขึ้น เล่าให้พวกพี่ๆฟังได้ไหม"
เด็กน้อยรีบนำมือทั้งสองขึ้นมาเช็ดน้ำตา ที่อยู่บนใบหน้าอย่าเร่งรีบ จนตาของเธอบวมไปหมด เมื่อเธอเช็ดน้ำตาจนหมดเธอก็สะอื้นนิดๆเหมือนจะยังไม่หายร้องสนิท
"ค ค่ะ"
"พ่อกับแม่ของหนูถูกคนไม่ดีจับตัวไปค่ะ"
"จับไปไหนครับ"อาเพนถาม ด้วยใบหน้าที่เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอด
"ร โรงงานในป่าค่ะ ม เหมือนจะมีคนอื่นๆอยู่ด้วยนอกจากพ่อกับแม่หนู"เด็กตอบมาอย่างตะกุกตะกัก ท่าทางประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
"โรงงานในป่าหรอ ป่าใหน"อาเพนถามกลับไปอีก
"ป ป่าแถวคฤหาสน์ใหญ่ๆนะคะ ใหญ่ที่สุดในเมือง"
อาเพนจึงรู้ในทันทีว่าที่เด็กหมายถึงคงเป็คฤหาสน์คาแปเป็แน่ แต่เด็กคนนี้รู้ได้ยังไงกันว่ามีโรงงานอยู่ ขนาดพวกเรายังไม่รู้เลยว่ามีที่แบบนั้น
"อืม พวกเราเข้าใจแล้วขอเวลาพี่ๆสักแปปนะ"อาเพนตอบด้วยรอยยิ้ม จากนั้นจึงยืนขึ้น จากท่าที่ย่อตัวลงไปเพื่อคุยกับเด็ก
แคเซียร์ที่นั่งฟังอยู่ั้แ่ต้น ได้เดินมาหาอาเพน"อาเพนค่ะ ฉันขอคุยด้วยแป๊บนึงค่ะ"
จากนั้นทั้งสองก็แยกออกไปเพื่อคุยกันทางมุมหนึ่งของห้อง
"ค คือว่าเด็กคนนั้นนะคะ"
"ครับ?"
"เธอเป็แม่มดค่ะ"
"อ อะไรนะครับ!"อาเพนอุทานออกมาเสียงดัง ทำให้คนที่อยู่ในห้องหันมามอง ก่อนที่จะเอามือปิดปากตัวเอง อย่างอายๆ
"เพราะเป็เด็กอยู่ เลยมีพลังเวทที่เบาบางมากค่ะ ฉันยังแทบจะรู้สึกไม่ได้"
"เื่นี้มันดูแปลกๆอยู่นะคะ แม่มดปกติจะไม่ทำอะไรที่โจ่งแจ้งในที่สาธารณะหรอกค่ะ พวกเรามักอยู่กันอย่างสันโดส"
"นั้นสิครับ มันก็แปลกจริงๆ"อาเพนเอามือขึ้นมาจับคางด้วยใบหน้าที่กำลังครุ่นคิดอะไรบ้างอย่างอยู่
"งั้นผมกับเดเมียนจะลองไปสำรวจในป่าตามที่เด็กบอกก่อนนะครับ"
"ยังงั้นก็ดีค่ะ เราต้องรู้ว่าที่เด็กพูดเป็ความจริงมากน้อยแค่ไหนก่อน"
คุยกันจบทั้งสองจึงแยกย้ายกันไป รวมถึงคนอื่นก็เช่นกัน แยกย้ายไปเพื่อทำในสิ่งที่ตนควรทำ
โดยแคเซียร์คอยดูแลผู้เป็น้องชายอยู่ไม่ห่าง อาเพนออกไปสืบข่าวเกี่ยวกับโรงงานที่ว่าพร้อมกับเดเมียน ส่วนโซเซนก็หาวิธีปลดปลอกคอเวทมนตร์ที่อยู่ที่คอแคเซียร์โดยมีไลล่าคอยช่วยเหลือ เนื่องจากมันเป็อุปกรณ์เวทมนตร์ จึงต้องให้นักเวทผู้มีประสบการณ์คอยให้ความรู้ที่จำเป็
2 วันผ่านไปไวเหมือนโกหก ในที่สุดคาตันก็ฟื้นขึ้นมา แคเซียร์ที่เฝ้าอยู่ตลอดไม่ได้นอนตลอด 2 วัน 2 คืน โพล่กอดผู้เป็น้องชายทันทีที่ฟื้น คาตันที่พึ่งฟื้นใเล็กน้อย จากนั้นเขาก็นำมือทั้งสองข้างกอดผู้เป็พี่สาวตอบ ทั้งสองกอดกันด้วยความอบอุ่นและคิดถึง
"พี่ครับ ผมไม่เป็อะไรแล้ว ขอบคุณนะครับที่อยู่เคียงข้างผมตลอด"
"อืม"แคเซียร์ยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด เธอยิ้มออกมาไม่หยุด นี้คงเป็ครั้งแรกหลังจากที่คาตันสลบไปที่แคเซียร์ดูมีชีวิตชีวาที่สุด ไม่อยากจะคิดหากน้องชายเธอเป็อะไรไปเธอคงเหมือนคนที่ตายไปแล้วแน่ๆ
ไม่นานหลังจากนั้นก็มีเสียงพูดของใครบ้างคนดังมาจากประตูทางเข้า
"คาตัน นายฟื้นแล้ว"
เป็เสียงของอาเพนที่เขาพึ่งกลับมาจากการไปสำรวจป่าแถวคฤหาสน์คาแปมา
"อืม ขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงกันนะ"คาตันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
เดเมียนที่กลับมาพร้อมกับอาเพนก็เดินเข้าไปหาคาตันพร้อมกับตบหลังดัง'ป๊าบ'ด้วยท่าทางขี้เล่นและหัวเราะออกมาเสียงดัง"นายฟื้นก็ดีแล้ว 555"
คาตันถึงกับกระเด็นไปตามแรง พร้อมกับร้องออกมาอย่างไม่มีเสียง
"อ้าว ขอโทษทีฉันคงตื่นเต้นไปหน่อยนะ 555"เดเมียนเอ่ย พร้อมกับขำแห้ง
ทุกคนที่เห็นสถานการณ์นั้นต่างก็อมยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูพวกเขา
ก่อนที่ชายหนุ่มผู้เป็หัวหน้ากลุ่มจะพูดขัดขึ้นมา"อะแฮม เรามีข่าวจะมาบอก แล้วโซเซนกับไลล่าละ"
"อืม ตอนนี้พวกเขาอยู่ในห้องของโซเซนนะคะ น่าจะกำลังหาวิธีปลดปลอกคออยู่"แคเซียร์ตอบกลับ
"อ๋อ งั้นเรามาพูดเื่ของเราก่อน ค่อยบอกพวกเขาแล้วกัน"
"คือ พวกเร....."
อาเพนพูดยังไม่ทันจบก็มีเสียงพูดหนึ่งพูดขัดขึ้นมา
"สำเร็จแล้วครับ สำเร็จแล้วครับ"
นั้นคือเสียงของโซเซนที่ะโพร้อมกับกำลังวิ่งออกมาโดยที่มือถือแท่งอะไรบางอย่าง แท่งนั้นสีเทาหมนๆมีขนาดไม่ยาว เขาวิ่งมาด้วยความตื่นเต้น
ชายหนุ่มร่างบาง ผมของเขาฟูไปหมด ขอบตาก็ดำคล้ำ ดูจากท่าทางคงไม่ได้นอนมา 2 วันเต็มๆนับจากที่รับปากจะหาวิธีปลดล็อกปลอกคอเป็แน่
ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงมองเป็ตาเดียวกัน ทำให้โซเซนถึงกับต้องชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอานิ้วขึ้นมาเกาหน้าเบาๆด้วยความเขินอาย ไลล่าที่เดินตามมาก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
"เอออ กำลังคุยเื่สำคัญหรือครับ"
"อืม ก็ใช่ละนะ แต่เอาเื่ของนายก่อนละกัน"อาเพนตอบกับด้วยรอยยิ้ม
"อ๋อ ใช่ครับๆ ผมหาวิธีปลดปลอกคอได้แล้วนะครับ"
"ฮะ! นี้พึ่งจะ 2 วันเองนะ" แคเซียร์ที่ได้ยินถึงกับอุทานออกมาด้วยความใ
"อ๋อ พอดีได้คุณไลล่าช่วยไว้เยอะนะครับ"
"สิ่งที่นายถือมาคือกุญแจอย่างนั้นหรือ"อาเพนถาม
โซเซนหันไปดูสิ่งที่อยู่ในมือ เหมือนลืมว่าตนเองถือมาด้วย"อ๋อ ใช่ครับๆ เพียงใส่พลังเวทลงไป แล้วนำสิ่งนี้ไปแตะที่ปลอกคอมันจะปลดล็อคเองครับ"
"นักเวทพวกนั้นก็พลาดเหมือนกันนะครับ ในสูตรทางเวทมนตร์ที่พวกเขาใช้เหมือนจะมีช่องโหว่อยู่บ้าง เพียงต้องค้นคว้าอีกหน่อยก็พบแล้วครับ"
แคเซียร์ถึงกับไปไม่เป็เลย เธอก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยที่จะพยายามปลดมันแต่เธอไม่สามารถทำได้ต่างหาก หรืออาจจะเป็เพราะเธอไม่ถนัดการแก้สูตรเวทมนตร์ก็ได้
เธออยู่แต่ในป่าจึงไม่ค่อยรู้จักโลกภายนอกเท่าไหร่นัก อาจจะเป็อีกเหตุผลที่เธอไม่ค่อยรู้สูตรเวทมนตร์ที่พวกมนุษย์ใช้กัน
แต่เพียง 2 วันเขาก็แก้สูตรเวทมนตร์ที่จอมเวทหลายคนแก้ไม่ได้ เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะแล้ว แต่เป็ยิ่งกว่านั้น
ระหว่างที่แคเซียร์กำลังคิดอยู่นั้น โซเซนก็เดินมาถึงตัวของเธอแล้ว
"เอาละครับ ผมจะลองปลดล็อกให้คุณนะครับ"
เขาพูดจบ ก็ยื่นให้ไลล่าช่วยใส่พลังเวทที่แท่งที่เขาถือมาด้วย เมื่อแท่งนั้นถูกใส่พลังเวทแล้วก็มีแสงสีทองประกายเจิดจ้าออกมา ทำให้คนที่อยู่ตรงนั้นแสบตากันหมด
เมื่อใส่พลังเวทแล้วไลล่าจึงยื่นคืนมาที่โซเซนเพื่อให้โซเซนใช้ปลดล็อก 'แกร๊ก'
"เรียบร้อยครับ"
แคเซียร์ค่อยๆดึงปลอกคอออกช้าๆ พอดึงออกได้แล้ว เธอก็แตะไปที่คอเธอเบาๆ มันแสบไปหมด เธอจึงรีบไปส่องที่กระจกปรากฏว่า คอเธอทั้งแดงทั้งช้ำ คงเป็เพราะปลอกคอมันเสียดสีทำให้เกิดรอยช้ำ
จากนั้นแม่มดสาวก็ชะงักไปเหมือนจะสังเกตอะไรได้บ้างอย่าง เธอก้มลงดูที่มือทั้งสองของเธอ
"พลังเวทน่าจะกลับมาแล้วนะครับ ลองใช้ดูสิครับ"โซเซนทักขึ้นมา
แคเซียร์ยืนในท่าสบายๆและค่อยๆหลับตาลงตั้งสมาธิ ไม่นานก็มีแสงสีเงินเกิดขึ้นรอบตัวเธอ เป็แสงระยิบระยับทอประกายที่สวยงามมาก ชั่วพริบตาก็มีลมคลายลมพายุเกิดขึ้นคล้ายไซโคลนวนรอบตัวเธอ ทำให้เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องลอยกระจัดกระจายไปหมด คนที่อยู่ภายในห้องถึงกับเกือบตั้งหลักกันไม่อยู่
"ค คุณแคเซียร์พอได้แล้วครับ"อาเพนะโขึ้นมาสุดเสียง
แคเซียร์ที่ได้ยินเสียงของอาเพนก็สดุงได้สติ ลืมตาขึ้นมา แล้วทุกอย่างก็หยุดลง ทุกคนถึงกับถอนหายใจดัง'เฮอออออ'พร้อมๆกัน
เธอที่เห็นห้องพังเละเทะไปหมดก็รู้สึกผิดขึ้นมา และพูดด้วยความเขินอายนิดๆ"ข ขอโทษค่ะ"
เธอรีบใช้เวทมนตร์เก็บห้องที่พังเละนั้นภายในพริบตา
"คุณแคเซียร์นี้สุดยอดเลยนะคะ"ไลล่าเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางอึ้งๆ
แคเซียร์ได้ยินไลล่าเอ่ยชม ทำให้เธอรู้สึกเขินนิดๆ
จากนั้นทุกคนก็มานั่งคุยกันที่โซฟา รวมทั้งเด็กสาวด้วย
ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องดูอึมครึมขึ้นมาก จากเมื่อสักครู่
"เอาละ! เรามาพูดเื่ที่ค้างกันไว้ดีกว่า"
จบ บทที่ 19 โรงงานในป่า
โปรดติดตามตอนต่อไป