13-ขอลากลับบ้าน
เช้าวันอาทิตย์หลังเก็บของออกจากที่พักลลิตาก็ขอแยกตัวจากรังสรรค์กับลักษณ์
“ลิ้นจี่ขอกลับบ้านไปเยี่ยมแม่กับยายนะคะ นั่งรถไปอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงปากน้ำโพแล้ว”
“หืม พี่ลิ้นจี่เป็คนนคร์เหรอครับ พ่อผม หมายถึงท่านประธานก็เป็คนนคร์ครับ” ลักษณ์ถามอย่างสนใจ พร้อมกับหันไปมองหน้าพี่ชาย
“ไม่ต้องไปนั่งรถกลับเองหรอก ผมจะแวะเข้าไปไหว้อากงอาม่าที่นั่นพอดี เราไปด้วยกันหมดนี่แหละ”
“เอ่อ ลิ้นจี่เกรงใจค่ะ เราแยกกันกลับดีกว่ามั้ยค่ะท่านรอง” ลลิตามึนงง ละล้าละลังหันซ้ายขวา ไม่รู้ควรจะทำยังไงดี
“ผมบอกว่าจะไปเยี่ยมอากงอาม่า ผมไม่ได้ไปที่นั่นนานแล้ว ในฐานะเ้าถิ่น คุณไปด้วยนั่นล่ะดีแล้ว เผื่อผมจำเส้นทางไม่ได้ จะได้มีคนช่วย” รังสรรค์พูดหน้านิ่งแล้วเดินไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ลลิตาจำต้องตามขึ้นรถไปนั่งคู่กับเ้านายหนุ่ม ลักษณ์ก้มหน้าอมยิ้มขบขันกับความซึนของพี่ชาย
อากงอาม่าจะรู้มั้ยหนอว่าถูกหลานชายยกชื่อมาอ้าง เพียงเพื่อจะพาพนักงานคนหนึ่งที่คิดถึงครอบครัวไปส่งให้ถึงบ้านด้วยตัวเอง นี่ก็อยู่ในแผนมาดูงานครั้งนี้ของผู้เป็พี่ชายด้วยหรือก็ไม่ หรือเป็สวัสดิการของพนักงานข้อไหนที่เขาตกหล่นไปนะ
ไม่ได้ไปเยือนนคร์หลายปีแล้ว ครั้งสุดท้ายก็เป็่มัธยมปลายก่อนเขาไปเรียนต่างประเทศ ครั้งนั้นเป็งานวันตรุษจีน ถือโอกาสไปไหว้บรรพบุรุษกับพ่อแม่ การจะให้ลักษณ์ขับรถเขาก็จำทิศทางไปยังบ้านอากงอาม่าไม่ได้แล้ว รังสรรค์ที่โตกว่าเขาหลายปีจึงรับหน้าที่สารถีไปโดยปริยาย เื่นี้ทำให้ลลิตาประหลาดใจเหมือนกัน พวกเขามีบรรพบุรุษอยู่นคร์ เป็เื่บังเอิญมากจริงๆ
ทั้งสามคนเดินทางไปถึงเมืองปากน้ำโพ่สายๆ ตอนนี้รถเบนซ์สีดำขลับได้มาจอดอยู่หน้าบ้านไม้ที่ล้อมรอบไปด้วยสวน ทิวทัศน์ทุ่งนาของต่างจังหวัดในภาคกลาง เป็ภาพที่เห็นได้น้อยครั้งของสองหนุ่ม ลลิตาตื่นเต้น เธอกระตือรือร้นหิ้วกระเป๋าเป้ใบน้อยวิ่งไปเกาะรั้วไม้เตี้ย
“แม่จ๋า ยายจ๋า ลิ้นจี่กลับมาแล้ว อยู่บ้านกันมั้ย ยู้วฮูววว” เสียงสดใสะโเรียกคนด้านใน
“อยู่ๆๆ ใครน่ะ ไอหนูลิ้นจี่หลานยายนี่ แม่สา ลิ้นจี่มันกลับมาหาเราแล้ว” ยายหวันที่เดินออกมาเห็นหลานสาวกุลีกุจอออกมาเปิดประตูรั้วไม้รับหลานสาว ปากก็ร้องเรียกลูกสาวที่อยู่ในบ้านเสียงดัง ตอนนี้เป็เวลาที่แม่กับยายกลับจากร้านขายข้าวแกง่เช้าแล้ว
“ลิ้นจี่ ไปไงมาไงลูก งานไม่ยุ่งเหรอทำไมกลับบ้านวันนี้ได้” สาวิตรีแม้จะดีใจที่เห็นลูกสาว แต่ก็ห่วงเื่การทำงานของเธอด้วย แม้โทรคุยกันหญิงสาวจะพูดว่าสบายดี ไม่ต้องห่วงทุกครั้ง ถ้าเทียบกับสมัยยังเรียนอยู่ลูกสาวคนนี้สดใสกว่า่ทำงานเป็ไหนๆ
“แหะๆ ลิ้นจี่มาดูงานที่ลพบุรีกับเ้านายจ่ะ เลยขอแวะมาเยี่ยมบ้านซะเลย คิดถึงแม่กับยายที่ซู้ดดด” ลลิตาพูดพลางโอบกอดยายหวันกับสาวิตรีอยู่ลานหน้าบ้าน หลังจากไม่ได้พบกันในหลายเดือนแล้ว
“เอ่อ สวัสดีครับคุณน้า คุณยาย” ลักษณ์พูดขัดจังหวะหญิงต่างวัยทั้งสามเพื่อหาโอกาสทักทายญาติผู้ใหญ่ของลลิตา
“สวัสดีคุณน้า สวัสดีคุณยายครับ” ทั้งสองคนยกมือไหว้อย่างนอบน้อมผู้สูงวัย แม้เป็เ้านาย แต่ทั้งสองก็คือคนอายุน้อยกว่า
“นี่คุณรังสรรค์เ้านายของหนู นี่คุณลักษณ์น้องชายคุณรังสรรค์ เพื่อนที่ทำงานหนูจ่ะ ส่วนนี่แม่กับยายของลิ้นจี่เองค่ะ” ลลิตาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน เมื่อรู้ว่านั่นคือเ้านายของลูกสาวหลานสาวตนเอง ผู้ใหญ่ทั้งสองก็พยักหน้าให้คนมีสัมมาคารวะ อดจะเกร็งอยู่บ้างไม่ได้
“อืมๆ ไหว้พระเถอะพ่อหนุ่ม มาๆ เข้ามาดื่มน้ำดื่มท่ากันก่อน” ยายหวันเป็เ้าบ้านที่ดีเชื้อเชิญคนหนุ่มเข้าบ้าน จะว่าไปนี่ก็เป็ครั้งแรกที่ลลิตามีผู้ชายมาส่งถึงบ้าน ถ้าเป็สมัยเรียนมัธยม คงจะถูกแม่กับยายบ่นจนหูชาแน่ๆ
การที่รังสรรค์ได้ก้าวขึ้นเป็ผู้บริหารนั้น เขามีความสามารถพูดคุยได้ดีกับคนทุกแบบ กับผู้ใหญ่ทั้งแม่และยายของลลิตาก็พูดคุยกันได้อย่างถูกคอจนคนเป็น้องชายมองบน พี่ชายเขานั้นถ้าจะเมินใครก็สามารถทำได้โดยไม่สนโลกเช่นกัน ความสามารถใส่หน้ากากเข้าหาคนของเขานั้นระดับปรมาจารย์จริงๆ
“อากงอาม่าผมเป็คนที่นี่ครับ สมัยเด็กพ่อก็อยู่ที่นคร์ ตอนนี้กลายเป็คนสูงอายุต้องอยู่กันสองคน ชวนไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพพวกท่านก็ไม่ยอมไป บอกกรุงเทพวุ่นวายแออัด หันไปทางไหนก็มีแต่ป่าคอนกรีต” รังสรรค์เล่าเื่ราวชีวิตอย่างสบายๆ
“แล้วอย่างนี้ไม่ลำบากแย่รึพ่อหนุ่ม คนแก่อยู่ด้วยกันสองคน” ยายหวันนึกถึงตัวเองที่เป็คนสูงวัย ดีที่ตนมีลูกสาวอยู่ด้วย แม้ในบ้านจะไม่มีผู้ชายอยู่เลยก็ตาม
“ไม่ถึงกับลำบากหรอกครับ พวกท่านมีแม่บ้าน คนเก่าคนแก่อยู่ด้วยหลายคน แค่เจอกันก็จะงอนที่ลูกหลานไม่มีใครมาอยู่กับแกด้วย” รังสรรค์อธิบายให้ยายหวันหายข้องใจ แต่กลับทำเอาคนแก่เอะใจ อยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ต้องมีฐานะถึงจะมีแม่บ้านได้ ทั่วทั้งตัวเมืองนี้มีไม่กี่คนหรอก เห็นท่าทางหน้านิ่วคิ้วขมวดของยายหวัน รังสรรค์ก็รู้แล้วว่าอยากจะถามอะไร จึงเอ่ยไปก่อนที่จะถูกถาม
“อากงอาม่าผมกับเ้าลักษณ์เป็เ้าของตลาดในเมืองครับ คนแถวนี้จะเรียกปู่วรงค์ย่าอรอนงค์” เดาไว้ไม่ผิด เศรษฐีใหญ่เ้าของตลาดปากน้ำโพนี่เอง นอกจากนี้ผู้สูงวัยสองสามีภรรยายังมีกิจการอื่นๆ ทั้งที่ดินหลายร้อยไร่อยู่ใกล้ตัวเมืองปล่อยเช่าให้ทำกิจการ ไม่ว่าจะเป็แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร รีสอร์ต ที่พักหลายแห่ง
“โถ่ว ไอยายก็คิดว่าคนอื่น คนกันเองทั้งนั้น หลานยายอรอนงค์นี่หน้าตาดีเหมือนสมัยปู่วรงค์หนุ่มๆ เลยนะ สมัยหนุ่มๆ เวลาเขาไปที่ไหน สาวๆ ทิ้งผ้าเช็ดหน้าเต็มถนน ฮ่าๆๆ” ยายหวันพูดติดตลกเมื่อนึกถึงเื่ราวในอดีต รู้จักกันดีเพราะเป็คนในพื้นที่ กับย่าอรอนงค์ก็รู้จักกันมานาน เศรษฐีสูงวัยก็เป็หนึ่งในลูกค้าประจำของร้านข้าวแกง
อืม รังสรรค์คนนี้ไปที่ไหนก็ไม่ดรอปเลยจริงๆ ขนาดลลิตาคิดว่านี่เป็ถิ่นของเธอแท้ๆ กลายเป็เขาคือหลานชายเศรษฐีของจังหวัด ไหนจะนายลักษณ์นี่อีก พวกเขาจะทุกพื้นที่เลยหรือไง หญิงสาวคิด ความรู้สึกเต็มไปด้วยการได้รับแต่ความอยุติธรรม
รังสรรค์กับลักษณ์ร่ำลาผู้ใหญ่ทั้งสอง พวกเขาไปต่อยังบ้านไม้สักทรงไทยประยุกต์ที่ยกใต้ถุนสูง บรรยากาศบ้านสวนที่ถูกจัดแต่งขึ้นอย่างสวยงามร่มรื่น
“นายหญิง นายท่าน คุณรังสรรค์กับคุณลักษณ์มาค่ะ” ป้าบัวแม่บ้านเก่าแก่เสียงดังไปก่อนตัว
“ไหนๆ หลานชายฉันอยู่ไหนบัว” ย่าอรอนงค์ก็ะโออกมาจากในบ้านเช่นกัน สองหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนใจ เป็คนแก่กันทั้งบ้านจริงๆ
“ผมอยู่นี่ครับอาม่า ลักษณ์มาแล้ว!” หลานชายคนเล็กะโแข่งบ้าง เขาวิ่งเขาไปในบ้านก่อนผู้เป็พี่ชาย
เมื่อพบกับอากงอาม่า หรือก็คือปู่วรงค์กับย่าอรอนงค์ คนสูงวัยก็ดีใจมากที่เด็กๆ มาหาเขาถึงบ้านแม้ไม่ได้ตั้งตัวก็ตาม
“ไปยังไงมายังไงกันถึงมาที่นี่ได้ ดูท่าแล้วคงไม่ได้ตั้งใจมาเยี่ยมคนแก่สินะ” ปู่วรงค์มองประเมินหลานทั้งสอง ไม่มีข้าวของอะไรเยอะแยะ ของติดไม้ติดมือก็ไม่มี ต่างจากทุกครั้งเวลาลูกหลานเคยมาหา ลักษณ์ยู่ปาก อากงช่างเก่งกาจจริงๆ
“เรามาดูงานที่ลพบุรีกันครับ วันนี้เลยขับรถมาเยี่ยมอากงอาม่า” รังสรรค์พูดแก้ต่างหน้านิ่ง แต่เว้นเื่ที่เลขาของเขาก็มาเยี่ยมบ้านไป
“ตาแก่ หลานมาหาก็ยังจ้องจับผิด ยุ่งกันขนาดนี้ยังมาเยี่ยมคนแก่ แม่บัวไปเตรียมอาหาร ขอรสจัดๆ หลานชายฉันชอบ จำได้ใช่มั้ยว่าหลานฉันชอบกินอะไร ไม่ต้องละๆ เดี๋ยวฉันเข้าครัวเอง ไปเตรียมรถซื้อของที่ตลาดกันก่อนไป” ย่าอรอนงค์ปลื้มใจที่หลานๆ มาหา ถึงกับเตรียมเข้าครัวทำอาหารมื้อใหญ่เลี้ยงต้อนรับหลานชายทั้งสอง
“พ่อแม่หลานเป็ยังไงกัน สุขสบายกันดีอยู่มั้ย”
“สบายดีครับปู่ ตอนนี้ยิ่งได้พี่ตั้งมาช่วยงาน พ่อมีเวลาอู้งานมากขึ้น คิ้วขมวดน้อยลงแล้วครับ แต่ผมเริ่มขาวไปจะครึ่งหัวแล้ว” ลักษณ์พูดอย่างติดตลกเมื่อปู่วรงค์ถามไถ่ไปถึงพ่อแม่ของพวกเขา
“แล้วหลานสองคนล่ะ เรียนจบมีการมีงานแล้ว มีแฟนกันรึยัง โดยเฉพาะตาตั้ง นี่อายุก็ขึ้นเลขสามแล้ว ไม่เด็กแล้วนะ” ย่าอรอนงค์เริ่มเข้าประเด็นที่กังวลอยู่ ยิ่งหลานชายคนโตมัวแต่ทำงาน แฟนสักคนก็ยังไม่มี
“ผมไม่รีบครับอาม่า เพิ่งจบไม่ถึงปีเอง รีบมีแฟนสาวๆ ที่แอบกรี๊ดผมอกหักกันแย่เลย” หลานชายคนเล็กพูดจาหน้าเป็
“นี่แน่ะ เ้าหลานชายจอมโม้” ย่าอรอนงค์ตีแขนหลานคนเล็กเบาๆ อย่างหมั่นไส้
“โอ๊ยๆ ย่าตีผมทำไมครับ ไม่รักหลานคนนี้แล้วเหรอ” ลักษณ์ออดอ้อนผู้เป็ย่าเหมือนเด็กๆ ทำให้คนแก่เอ็นดูเขา มองเห็นเป็เด็กน้อยอยู่เสมอ
“ผมมีคนที่ดูๆ อยู่ครับ ถ้าไม่ผิดพลาด เร็วๆ นี้คงมีข่าวดี ไว้จะพามาไหว้อากงกับอาม่าครับ” จู่ๆ รังสรรค์ก็พูดขึ้น ลักษณ์เลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจ ผู้หญิงคนที่ว่าของพี่ชายคือใครกัน เหมือนจะไม่ใช่เลขาหน้าหวานของเขา ท่าทางงานนี้ลลิตาคงเจองานยากเข้าแล้ว
ลักษณ์รู้ว่าลลิตารู้สึกชื่นชอบรังสรรค์ หญิงสาวคงไม่รู้หรอกว่าสายตายกย่องทั้งรักและเทิดทูนของเธอยามมองผู้เป็เ้านายไม่เคยเก็บไว้ได้เลยสักครั้ง บางทีอาจไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าได้ตกบ่วงรักไปตั้งนานแล้ว
__________
อ้าวยังไง จะมาทำลูกสาวไรท์เสียใจไม่ได้นะพ่อ ถ้าลิ้นจี่ของไรท์อกหักจะให้ใครรับผิดชอบ อ่อ ตอนนี้ลูกสาวยังไม่รู้ตัวเลยว่ารักเขา โทดๆๆ