โชคดีที่เกาเฟิงผู้นี้เป็นคนที่มีคุณธรรมและรู้จักบุญคุณ(หรือเปล่า?) มีคำถามใดก็ตอบทุกอย่างโดยไม่ปิดบังเขาแบ่งปันวิธีการใส่ยาไม้ผลของครอบครัวให้พวกนางได้อย่างตรงไปตรงมา
เมื่อทุบต้นถอบแถบน้ำ[*] ให้แหลกแล้ว แช่ในน้ำสะอาด คนให้เข้ากัน สามารถนำไปทาบนพืชผลป้องกันศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออาจใช้ยาสูบเหลืองบดเป็นผงผสมกับน้ำปูนขาวในปริมาณเท่ากัน แล้วโรยประมาณยี่สิบชั่งต่อหนึ่งหมู่ไม่เพียงแต่ป้องกันแมลงได้ แต่ยังมีคุณสมบัติในการบำรุงดินอีกด้วย
ภายใต้การดูแลอย่างระมัดระวังของคนทั้งสามกล้าไม้ผลก็เติบโตอย่างแข็งแรง
“วันนี้เรามาทำซาลาเปาไส้ถั่วกินกันเถอะ เก็บถั่วสี่ฤดูได้เยอะแยะเลย”นางซูปลูกถั่วสี่ฤดูไว้รอบๆ ลานบ้านสองพี่น้องเย่จื้อเฟิงชอบกินเป็นพิเศษ
นำถั่วสี่ฤดูมาบดให้ละเอียดใส่เนื้อหมูสับลงไปผัดให้หอม แล้วใส่โคนต้นหอมและเห็ดหอมสับเพื่อเพิ่มรสชาติปั้นเป็นไส้ซาลาเปา รสชาติอร่อยและหอมหวาน
“เตียวสู่จะกินซาลาเปาไส้ถั่วได้หรือไม่?” นางซูหยุดมือลงกะทันหันมองไปยังกลุ่มขนปุยที่กำลังหยอกล้อกันอยู่บนหิน
เตียวสู่ตัวที่เคยตะกละและว่องไวเมื่อเวลาผ่านไปสักพักก็จะกลับมาหาเย่ชิงชิงเพื่อขออาหารเสมอใครจะรู้ว่าหลังจากไม่ปรากฏตัวมาหลายวัน มันกลับกลายเป็นแม่ไปเสียแล้ว
เย่ชิงชิงหยอกล้อเตียวสู่ตัวน้อยสามตัวที่น่ารักแล้วกล่าวว่า “เจ้าตัวนี้กินทุกอย่างลูกของมันคงไม่เลือกกินเหมือนกัน เลี้ยงง่ายนักเจ้าค่ะ”
“จี๊ดจี๊ด~~” เตียวสู่ตัวแม่เอาหัวมาถูไถกับนางแม้จะเป็นแม่แล้วก็ยังออดอ้อนเก่ง
“เมื่อรับอาหารจากข้าแล้ว ก็น่าจะมีสิทธิ์ตั้งชื่อให้พวกเจ้าแล้วใช่ไหม?”เย่ชิงชิงหยิบส้มให้พวกมันกิน
เพื่อความสะดวกในการแยกแยะเย่ชิงชิงตัดสินใจตั้งชื่อให้พวกมันว่า “ชื่อต้าเหมาเอ้อร์เหมา และซานเหมา เป็นอย่างไรบ้าง? ส่วนเตียวสู่ตัวแม่ก็ชื่อเหมาเซี่ยน”
“...ตั้งชื่อเช่นนี้ ขอไปทีเกินไปหรือไม่?” เย่จื้อเฟิงและคนงานประจำสองคนกลับมาพอดีเขาได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทนครอบครัวเตียวสู่สักหน่อย
การเลี้ยงเตียวสู่ของครอบครัวพวกเขานั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในหมู่บ้านอีกต่อไปแม้ว่าสัตว์ตัวเล็กๆ เหล่านี้จะมาเป็นครั้งคราวแต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงมันไว้ และไม่เคยตั้งชื่อให้มันเลย
“คุณหนูชอบเลี้ยงสัตว์เล็กๆ หรือขอรับ?” คนงานคนหนึ่งชื่อจินหยวนเห็นนางเล่นอย่างมีความสุขจึงกล่าวว่า “ที่บ้านข้ามีลูกแมวน้อยหลายตัวนำมามอบให้สักตัวดีหรือไม่?”
“อย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลย เรียกข้าว่าแม่นางชิงก็พอ”
เย่ชิงชิงย้ำอีกครั้งแล้วกล่าวว่า “ที่บ้านงานยุ่งเกรงว่าจะดูแลลูกแมวไม่ไหว หากไปทะเลาะกับเตียวสู่จะทำอย่างไร?”
จินหยวนพยักหน้าเห็นด้วย“จริงขอรับ แมวจะไปมีค่าเท่าเตียวสู่ได้อย่างไร?”
“ไม่ใช่เพราะเหตุนี้หรอก...” แท้จริงแล้วเย่ชิงชิงก็เหมือนกับเด็กสาวหลายๆคน ที่ค่อนข้างคลั่งไคล้ขนปุย เครื่องประดับผมของนางก็มีลูกบอลขนปุยหลากสีสัน
เผยรุ่นจือเห็นก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบไล้ทุกครั้งนางสงสัยว่าคุณชายเจ้าของห้างผู้นี้คงจะเป็นคนคลั่งไคล้ขนปุยอย่างมากเช่นกัน
บ้านนี้จ้างคนงานประจำเจ็ดคนซึ่งล้วนมาจากหมู่บ้านใกล้เคียง พวกเขามีที่ดินทำกินจำกัดจึงออกมาช่วยคนอื่นทำไร่ไถนา
ที่ดินของครอบครัวพวกนางไม่มากนักข้าวเจ้าสองถึงสามหมู่ หยางหลิ่วดูแลคนเดียวก็เพียงพอส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการรดน้ำใส่ปุ๋ยให้สวนผลไม้บนภูเขา และงานจิปาถะต่างๆ เช่นการขนย้ายไห นางซูจ่ายเงินเดือนละหนึ่งตำลึงสามร้อยอีแปะซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่มากสำหรับคนเจ็ดคน
บ่าวไพร่ในตระกูลผู้ดีมีฐานะก็ได้รับเงินเดือนเพียงหนึ่งถึงสองตำลึงเงินเท่านั้นส่วนสาวใช้คนสนิทที่ได้รับความโปรดปรานถึงจะได้สามถึงห้าตำลึงเงินเกษตรกรรายย่อยเช่นพวกเขายังได้รับเงินจำนวนมากจากการดูแลสวนผลไม้ทำให้ผู้คนมากมายต่างประหลาดใจและอิจฉา!
นางซูกล้าจ้างคนจำนวนมากเช่นนี้ก็เพราะกิจการของครอบครัวก้าวหน้าไปอีกขั้น ปลาหมักหม้อดินรสชาติกลมกล่อมยิ่งเมื่อเทียบกับเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินแล้วก็ขายดีจนไม่พอจำหน่าย
มีสตรีหลายนางที่นำโดยจินหลันมาช่วยงานทำไหหมักปลาหลายร้อยไหต่อวันจึงไม่ใช่ปัญหาเพื่อจัดหาปลาแดงตัวเล็กให้ครอบครัวนางซูญาติของคนขายเนื้อสกุลหูจึงขุดบ่อปลาอีกแห่งเพื่อเลี้ยงพวกมันเพิ่มและด้วยช่องทางการค้าขายที่เชื่อมโยงกับห้างร้านไท่หราน จึงตอบสนองความต้องการได้ทัน
นอกจากนี้ก็มีแยมผลไม้นอกเหนือจากเฉ่าเหมยในตอนแรก เย่ชิงชิงยังซื้อผลไม้อื่นๆ จากตาเฒ่าโจวอีกเนื่องจากผลไม้ตามฤดูกาลนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วแยมผลไม้จึงไม่สามารถจัดหาให้ได้ตลอดเวลาเหมือนเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินและปลาหมักหม้อดิน
ห้างร้านไท่หรานมีขบวนคาราวานที่เดินทางไปยังเมืองอื่นๆเป็นประจำ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องยอดขายไหหมักเหล่านี้เป็นอาหารแปลกใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองอื่นๆ
“ซูเหนียงจื่ออยู่ที่บ้านหรือไม่?”
มีคนถามเสียงดังจากนอกลานจินหยวนรีบเดินไปเปิดประตู ปรากฏว่าเป็นหวงขาเป๋นั่นเอง
“อยู่ในบ้านขอรับ เชิญเข้ามาได้เลย” จินหยวนเบี่ยงตัวเชื้อเชิญให้เขาเข้ามา
เนื่องจากเคยมีข่าวลือหวงขาเป๋ซึ่งเป็นชายโสดจึงไม่ค่อยมาที่เรือนน้อยแห่งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา
นางซูได้ยินเสียงจึงออกมาจากเรือนถามด้วยความประหลาดใจ “ลุงหวงว่างมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะรีบเข้ามานั่งในเรือนเถิด เพิ่งทำซาลาเปาไส้ถั่วเสร็จใหม่ๆ กินตอนร้อนๆสักสองลูกเถิด”
“ซูเหนียงจื่อเกรงใจเกินไปแล้ว” หวงขาเป๋เดินตามนางเข้ามาในเรือนแล้วมองซ้ายมองขวา “ชิงชิงอยู่หรือไม่? ไม่เห็นนางมาที่เรือนข้าหลายวันแล้ว”
“ช่วงนี้งานยุ่งไปหน่อย มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?” นางซูถามแล้วเรียกเย่ชิงชิงออกมา
เท่าที่นางรู้หวงขาเป๋เป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจา ไม่มีเรื่องก็คงไม่มาหาถึงที่
เชิงอรรถ
[*]ต้นถอบแถบน้ำ นอกจากจะสามารถใช้กำจัดแมลงได้แล้วยังมักถูกใช้เป็นยาสมุนไพรเพื่อรักษาอาการต่างๆ เช่น แก้ไข้ ขับเสมหะ แก้พิษตานซางและเป็นยาระบาย