เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 80 สอบถาม

            แววตาของจื่อถงฉายประกาย หากเป็นในยามปกติ คุณชายจะไม่ปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในที่นั่งลำบากเช่นนี้อย่างแน่นอน

            ครั้งนี้เพื่อเป็นการหลอกล่อให้คนผู้นั้นเผยตัวออกมา เขาจึงจงใจไม่นำองครักษ์เงาติดตามไปด้วย รวมถึงการดื่มยาปลุกกำหนัดก็เป็นความตั้งใจของคุณชายเช่นกัน

            ถึงแม้ว่าจะเป็นเจตนาที่เตรียมการมาอย่างดี ทว่าพิษของยาปลุกกำหนัดที่คุณชายได้รับนั้นกลับรุนแรงกว่าที่จินตนาการเอาไว้! หรือว่าคนผู้นั้นต้องการจะทำร้ายคุณชายให้ตายจริงๆ ?

            หลิงมู่เอ๋อร์เห็นท่าทางเช่นนั้นของซูเช่อ นางก็ไม่อยากจะทรมานเขาอีกต่อไปหญิงสาวพลันลงมือฝังเข็มสองสามเข็ม เช่นนี้สติอันเลืองลางของซูเช่อถึงได้ฟื้นคืนกลับมาแล้วบ้างบางส่วน

            ซูเช่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กล่าวกับหลิงมู่เอ๋อร์ว่า "ขอบคุณ"

            "สาวงามอยู่ตรงหน้าก็ไม่รู้จักเพลิดเพลินกับมัน คุณชายซูช่างไม่เข้าใจถึงอารมณ์รักใคร่ของชายหญิงเสียเลยจริงๆ " หลิงมู่เอ๋อร์เหลือบมองสตรีที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น

            ดวงตาของซูเช่อฉายประกายเย็นชา "คนแซ่ซูแม้จะเพรียบพร้อมด้วยทุกสิ่ง กระนั้น มิใช่ว่าจะยอมแตะต้องอิสตรีใดก็ได้โดยไม่เลือก"

            ครั้นสตรีที่คุกเข่าอยู่บนพื้นได้ยินคำกล่าวของซูเช่อ สีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวพลันเด่นชัดประดุจดั่งดวงใจถูกค้อนหนักทุบ เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาดังมาจากเบื้องล่างอีกครั้ง

            หลิงมู่เอ๋อร์ไม่สนใจเรื่องของพวกเขา หลังจากที่นางถอนพิษให้ซูเช่อเสร็จแล้วก็เตรียมจากไปในทันที ฉับพลันนั้นซูเช่อเร่งโยนสตรีนางนั้นให้จื่อถงจัดการต่อ เขาเร่งตามหลิงมู่เอ๋อร์กลับไปที่โรงเตี๊ยม ด้านจื่อถงยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีก จึงฝากฝังซูเช่อให้หลิงมู่เอ๋อร์ดูแล

            หลิงมู่เอ๋อร์นั่งอยู่ภายในรถม้า มองไปที่ชายหนุ่มด้านข้าง เขาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้นอกจากสีหน้าที่ยังซีดเซียวอยู่บ้าง ก็ไม่มีอาการอื่นใดอีกแล้ว

            "ในกายของเจ้ายังมีพิษหลงเหลืออยู่ นี่คือยาถอนพิษ ทานหลังอาหารวันละสามครั้ง ครั้งละหนึ่งเม็ด" หลิงมู่เอ๋อร์นำขวดหนึ่งขวดยื่นให้แก่เขา "ในเมื่อเป็นลูกค้าเก่า ข้าก็จะให้สิทธิพิเศษเล็กน้อยแก่เจ้า คิดเจ้าแค่ห้าสิบตำลึงเงินก็แล้วกัน!"

            ซูเช่อมอบเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้นางอย่างว่าง่าย ก่อนจะนำยาถอนพิษเก็บลงในอกเสื้อ

            ครั้นเห็นเขาใจกว้างเช่นนี้ หลิงมู่เอ๋อร์ก็ยิ้มจนดวงตาหยักโค้ง นางนำตั๋วเงินยัดเข้าไปในแขนเสื้อของตนเอง ตรงจุดที่ซูเช่อมองไม่เห็น เอ่ยความคิดหนึ่งในใจว่าเก็บเข้าไปในมิติ

            ซูเช่อเห็นท่าทางที่เห็นแก่เงินของนางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา เขาพิงอยู่บนรถม้า พลางทอดตามองนางอย่างอ่อนโยน "บัดนี้เจ้าก็ไม่ได้ขาดแคลนเงิน เหตุใดถึงยังชื่นชอบเงินมากถึงขนาดนี้?"

            “คุณชายซู เจ้ายืนพูดย่อมไม่ปวดเอว [1]” หลิงมู่เอ๋อร์ทัดปอยเส้นผมไปที่ข้างใบหู ก่อนเปิดผ้าม่านทอดสายตามองออกไปด้านนอก “ข้าเป็นเสาหลักของครอบครัว จะต้องเลี้ยงดูปากท้องของทั้งครอบครัว เจ้าไม่เคยได้รับความทุกข์ยากลำบากมาก่อน แน่นอนว่าย่อมไม่รู้รสชาติของความหิวโหยว่าเป็นอย่างไร ข้าไม่อยากลองสัมผัสมันอีกครั้งแล้ว"

            ซูเช่อมองท่าทางจริงจังของสาวน้อย เขากล่าวว่า "ถ้าเจ้ารักษาท่านย่าของข้าให้หายดี ข้าจะจ่ายเงินให้เจ้าหนึ่งหมื่นตำลึงเงิน"

            นิ้วมือของหลิงมู่เอ๋อร์กระตุก หนึ่งหมื่นตำลึง! นี่ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ ถึงแม้ว่าในตอนนี้การค้าของเหลาอาหารสกุลหลิงจะไปได้ดี แต่กำไรที่หักจากต้นทุนต่อวันก็มีเพียงไม่กี่สิบตำลึงเท่านั้น

            กิจการของโรงหมอนางก็ดีมาก แต่ว่ากับคนจนเหล่านั้นล้วนไม่เก็บเงินค่าตรวจโรค และค่ายาก็เก็บในราคาถูกที่สุด หลังจากคิดคำนวณแล้วรายได้ก็ไม่ได้มากมายนัก

            หนึ่งหมื่นตำลึงเงินสำหรับนางแล้วเป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจยิ่ง หรือบางที นางอาจจะลองใคร่ครวญดูก็เป็นได้ เพียงแค่ออกไปตรวจโรคเท่านั้น เมื่อถึงเวลาก็ค่อยกลับมาก็เป็นพอแล้ว

            ครั้งนี้หลิงมู่เอ๋อร์ไม่ได้ปฏิเสธ ซูเช่อดูเหมือนจะมีความหวังขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เดิมทีเขาเพิ่งจะถอนพิษ ร่างกายยังอ่อนแออยู่มาก สีหน้าก็ดูไม่ค่อยดีนัก ทว่าหลิงมู่เอ๋อร์ไม่ได้ปฏิเสธเขาเหมือนอย่างในยามปกติ นั่นทำให้จิตใจของเขารู้สึกดีขึ้นมาก ดังนั้นสีหน้าขาวซีดจึงมีสีเลือดฝาดบ้างแล้วเล็กน้อย

            “ข้างนอกเกิดเรื่องวุ่ยวายอันใดขึ้น?” หลิงมู่เอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย

            คนขับรถม้ากล่าวอยู่ด้านนอก "ตอบแม่นาง ว่ากันว่าเจ้าสำนักในสำนักศึกษาถูกสังหารอย่างกะทันหันขอรับ"

            “อันใดนะ? สำนักศึกษาใด?” หลิงมู่เอ๋อร์เอ่ยด้วยความตกใจ

            คนขับรถม้าชะงักงัน "น่าจะเป็นสำนักศึกษาของเมืองเฟิ่งกระมัง! ข้างหน้าไม่ไกลนั้นก็คือสำนักเมืองเฟิ่ง ที่นั่นมีผู้คนมากมายห้อมล้อมอยู่ น่าจะมีเกิดเรื่องขึ้นกับเจ้าสำนักของที่นั่นขอรับ"

            “คนขับรถม้า ข้าต้องการไปสำนักศึกษาเมืองเฟิ่ง จอดรถม้าที่นั่นที” หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวกับคนขับรถม้าที่อยู่ด้านนอก

            "แต่ว่าคุณชายพวกข้า..." คนขับรถม้าเป็นคนของซูเช่อ ซูเช่อไม่ได้ออกคำสั่ง และคนขับรถม้าก็ไม่กล้ากระทำอันใดผลีผลาม

            ซูเช่อมองไปที่หลิงมู่เอ๋อร์ กล่าวกับคนขับรถม้าที่อยู่ด้านนอกว่า "ฟังคำนาง ไปที่สำนักศึกษาเมืองเฟิ่ง"

            “ขอรับ” คนขับรถม้าที่อยู่ด้านนอกตอบรับทันที

            ผ่านไปไม่นาน รถม้าก็หยุดลงที่ประตูของสำนักศึกษาเมืองเฟิ่ง

            หลิงมู่เอ๋อร์กระโดดลงจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว มองภาพเหตุการณ์ที่อยู่ไม่ไกล แล้วขมวดคิ้วขึ้นมา

            "ได้ยินมาว่าคนที่สังหารเจ้าสำนักถังเป็นนักเรียนของเขา" ท่ามกลางกลุ่มฝูงชน ผู้คนพากันวิพากษ์วิจารณ์เสียงเซ็งแซ่ “ตอนนี้ถูกจับเอาไว้ได้แล้ว”

            "ใช่แล้ว! ช่างเสียสติไปแล้วจริงๆ เจ้าสำนักถังเป็นคนดีเช่นนี้ คนผู้นั้นก็กล้าลงมือได้" คนอีกผู้หนึ่งกล่าวอย่างโกรธเคือง

            "ได้ยินมาว่าบัณฑิตเหล่านั้นล้วนพากันร้องเรียนแล้ว พวกเขารวบรวมรายชื่อขอให้ใต้เท้านายอำเภอตัดสินลงโทษประหารชีวิตชายผู้นั้น"

            “เหตุใดข้าถึงได้ยินมาว่าคนผู้นั้นยังเป็นนักโทษหลบหนีอีกต่างหาก? และยังบอกว่าเขาเป็นชนรุ่นหลังของนักโทษที่กระทำผิดอะไรสักอย่าง เมื่อก่อนศึกษาเล่าเรียนกับเจ้าสำนักถัง ภายหลังตระกูลถูกฆ่าล้างตระกูล เดิมทีเขาควรจะถูกลงโทษประหารชีวิต แต่กลับหลบหนีออกมา หลังจากหลบหนีออกมาแล้ว เขาก็มีชีวิตที่ยากจนแร้นแค้นต้องระหกระเหิน ยามนี้ต้องการมาขอเงินกับอาจารย์ของตน แต่ไม่คิดว่าเจ้าสำนักถังเองก็อัตคัดขัดสนในช่วงหลายปีที่ผ่านมามากเช่นกัน จึงไม่ได้ให้เงินแก่เขา จากนั้นเขาก็โกรธมากจึงได้ลงมือสังหารคน"

            ในเวลาเพียงไม่นาน เรื่องราวทั้งหลายผ่านการเล่าลือต่างๆ ก็ได้เผยแพร่ออกไป

            หลิงมู่เอ๋อร์อยากไปดูสถานการณ์ในห้องของเจ้าสำนักถัง แต่ไม่คาดคิดว่าที่นั่นจะถูกปิดกั้นเอาไว้ คนที่พวกเขากำลังพูดถึงนั้นคล้ายกับโจวฉี่เยี่ยนเป็นอย่างมาก นางอยากจะสอบถาม แต่ก็กังวลว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น

            "นี่เป็นแผนการที่มุ่งเป้าไปที่เขา ตั้งแต่ก่อนที่เขายังไม่ได้ก้าวเข้ามาเหยียบที่นี่ก็มีคนวางหมากเอาไว้แล้ว" ภายในรถม้า ซูเช่อกล่าวเสียงนิ่ง "หากแม่นางอยากจะใช้ชีวิตธรรมดา การดีที่สุดก็คืออย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาเลย มิฉะนั้น แม่นางอาจจะมีปัญหาใหญ่ได้"

            หลิงมู่เอ๋อร์เข้าใจความหมายของซูเช่อ คนที่ต้องการให้โจวฉี่เยี่ยนตายคือฮ่องเต้ นับตั้งแต่สมัยโบราณ กษัตริย์ต้องการให้ขุนนางตาย ขุนนางย่อมต้องตาย ฮ่องเต้ต้องการชีวิตของโจวฉี่เยี่ยน ไม่ว่าโจวฉี่เยี่ยนจะหนีไปที่แห่งหนใดก็ย่อมหนีไม่พ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้ โจวฉี่เยี่ยนไม่ได้สังหารผู้ใด แต่ฮ่องเต้ย่อมทำให้เขา 'สังหาร' ได้ วิธีการนี้จะต้องบอกว่าอำมหิตเป็นอย่างยิ่ง

            "เจ้าสามารถช่วยเขาได้หรือไม่? ตอนนี้คนที่สามารถช่วยเขาได้มีเพียงเจ้าแล้ว" เป็นครั้งแรกที่หลิงมู่เอ๋อร์ตระหนักได้ว่าความสามารถของตนเองนั้นไม่เพียงพอถึงขนาดนี้

            เรื่องนี้อยู่เหนืออำนาจของนางอย่างแท้จริง ความสามารถแค่นั้นของนางไม่นับว่าเป็นอันใด

            ซูเช่อมองไปที่หลิงมู่เอ๋อร์ด้วยดวงตาที่ซับซ้อน

            นับตั้งแต่รู้จักกันมา หญิงสาวนางนี้ไม่เคยพูดนุ่มนวลกับเขาเลย ยามปกติที่ได้อยู่ร่วมกันกับตน นางก็ไม่เคยให้ความสำคัญกับฐานะของเขา คิดไม่ถึงว่าวันนี้เพียงเพราะเรื่องของผู้อื่น นางจะเป็นฝ่ายขอร้องเขาก่อนเอง

            เขาควรที่จะรู้สึกว่าได้ระบายความไม่พอใจแล้ว ถึงอย่างไรคนที่ไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตามาโดยตลอด คาดไม่ถึงเลยว่าจะเอ่ยถ้อยคำที่นุ่มนวลกับเขา แต่ว่าเขากลับไม่ได้ชอบความรู้สึกนี้เลยแม้แต่นิด

            หรืออาจจะเป็นเพราะเขาชื่นชมหญิงสาวนางนี้จริงๆ ก็ได้กระมัง! ในสายตาของเขา นางเพียงแค่รักษาท่าทีอย่างเมื่อก่อนก็เป็นพอแล้ว

            “ข้าช่วยเขาได้” ซูเช่อนำพู่หยกขึ้นมาเล่นบนมือ “เจ้าย่อมรู้เงื่อนไขของข้า”

            “ข้าจะไปเมืองหลวงกับเจ้า” หลิงมู่เอ๋อร์เม้มปาก

            “เจ้าหนุ่มแซ่โจวมีคุณงามความดีและความสามารถอันใด ถึงสามารถเป็นเพื่อนกับเจ้าได้ เท่าที่ข้ารู้ ชีวิตนั้นของเขาก็เป็นเจ้าที่ช่วยเอาไว้” ซูเช่อกล่าว

            “ชีวิตของคุณชายซูก็เป็นข้าที่ช่วยเอาไว้เช่นกัน ว่ามาแล้ว ข้ายังเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของคุณชายซูอยู่ ใช่หรือไม่?” หลิงมู่เอ๋อร์ช้อนตาขึ้นมองไปที่เขา

            “ใช่ ข้าก็โชคดีมากเช่นกัน” ซูเช่อยิ้มเบาๆ

            "ในเมื่อคุณชายซูรับปากแล้ว เรื่องนี้ก็รบกวนเจ้าด้วย ขอให้คุณชายซูจัดการปัญหาทั้งหมดหลังจากนี้ที และถือว่าบนโลกนี้ไม่มีโจวฉี่เยี่ยนคนผู้นี้ก็แล้วกัน!" หลิงมู่เอ๋อร์มองออกไปนอกหน้าต่าง “พวกเขาพี่น้องได้รับความทุกข์ทรมานมามากแล้ว หวังว่าสวรรค์จะเมตตาต่อพวกเขาสักหน่อย อย่าได้ทรมานพวกเขาอีกเลย”

            “ในเมื่อสัญญากับแม่นางแล้ว ข้าย่อมจัดการอย่างดี แม่นางวางใจให้สบายเถิด พี่น้องตระกูลโจวได้ตายไปแล้วในคดีนี้” ซูเช่อให้สัญญาอย่างจริงจัง

            หลิงมู่เอ๋อร์นึกถึงเจ้าสำนักถังผู้นั้นที่ท่าทีภายนอกดูเย็นชาแต่แท้จริงแล้วเป็นคนที่เปี่ยมไปด้วยความรักและเมตตาเป็นอย่างยิ่ง โจวฉี่เยี่ยนสูญเสียบิดามารดาและญาติพี่น้อง นอกจากน้องชายแล้ว คนที่ห่วงใยเขามากที่สุดก็คืออาจารย์ท่านนี้ แต่บัดนี้เขาตายไปแล้ว อีกทั้งยังตายเพราะตนเองอีก เกรงว่าความโกรธแค้นในใจของเขาจะยิ่งรุนแรงขึ้น หลิงมู่เอ๋อร์รู้มาเสมอว่าโจวฉี่เยี่ยนต้องการจะล้างแค้นให้กับตระกูล

            ดั่งเช่นในตอนนี้ที่ความเกลียดชังระลอกใหม่ผสานรวมเข้ากับความโกรธแค้นในอดีต ความแค้นในใจของโจวฉี่เยี่ยนยิ่งสลักลึกลงไปยิ่งขึ้น และก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำเรื่องราวอันใดออกมาหลังจากนี้

            นางดูแลอนาคตหลังจากนี้ของเขาไม่ได้ ทำได้เพียงแต่เป็นห่วงเขาในตอนนี้เท่านั้น ในเมื่อได้พบพานกันแล้ว คงไม่อาจเห็นคนตายแล้วไม่ช่วยได้ ในขอบเขตความสามารถของนาง นางก็ช่วยเขาเท่าที่สามารถช่วยได้

            การตายของเจ้าสำนักถัง นางไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะทุกคนทราบดีแก่ใจอยู่แล้ว ตอนนี้หากอยากช่วยโจวฉี่เยี่ยนออกมา ก็ทำได้แค่ดูสามารถในการปิดบังเรื่องราวของซูเช่อเท่านั้นแล้ว

            ซูเช่อช่วยนางแล้ว น้ำใจในครั้งนี้เป็นโจวฉี่เยี่ยนที่ติดค้างนาง แต่ที่ซูเช่อออกหน้าช่วยนั้นเป็นเพราะนาง ดังนั้นแท้จริงแล้ว เป็นนางที่ติดค้างน้ำใจเขา ในคราวก่อนที่ช่วยชีวิตเขา เรื่องราวของครั้งนี้ก็ถือเป็นการตอบแทนที่ตนเองได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ หลังจากนี้หากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นอีก นางก็จะยากที่จะมาขอความช่วยเหลือจากเขาอีกแล้ว

            เป็นเวลาหลายวันที่หลิงมู่เอ๋อร์ไม่ได้ตรวจโรคอีก นางกำลังรอข่าวอยู่ที่โรงเตี๊ยม ในวันที่สิบ จื่อถงก็ได้กลับมาแล้ว

            "แม่นาง เก็บของให้เรียบร้อย พวกเราจะออกจากเมืองเฟิ่งทันที" จื่อถงกล่าวกับหลิงมู่เอ๋อร์

            หลิงมู่เอ๋อร์ได้เก็บของเสร็จเรียบร้อยตั้งนานแล้ว ข้าวของของนางมีไม่มากนัก สิ่งของสำคัญล้วนเก็บไว้ในมิติ

            “ตกลง” หลิงมู่เอ๋อร์ตอบรับ

            ผ่านไปไม่นาน เสียงผิวปากก็ดังมาจากด้านนอก จื่อถงบอกกับนางไว้ว่า ขอเพียงแค่ได้ยินเสียงผิวปากก็ให้ออกมาทันที หลังจากนั้นให้ขึ้นไปนั่งบนรถม้าด้านนอกก็เป็นอันใช้ได้แล้ว

            “ท่านหมอเทวดาจะไปแล้วหรือ?” ครั้นเถ้าแก่เนี๊ยเห็นว่าหลิงมู่เอ๋อร์กำลังจะจากไป ก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย นี่คือเทพเจ้าแห่งโชคลาภเชียวนะ เป็นเพราะว่านาง โรงเตี๊ยมของตนถึงได้มีลูกค้าเต็มทุกวัน

            ผู้คนเหล่านั้นที่ต้องการพบหมอเทวดาเพื่อตรวจโรคมักจะยัดเงินให้กับนาง ขอให้นางช่วยพูดถ้อยคำดีๆ กับหมอเทวดาแทนตน หมอเทวดาท่านนี้ก็ยังไว้หน้านาง ในสิบครั้งมีเก้าครั้งที่สามารถทำให้นางยอมรักษาให้ได้

            เถ้าแก่เนี๊ยผู้นี้ก็เป็นคนที่พอเห็นเงินดวงตาก็ลุกวาว แต่ว่าหลังจากผ่านการอยู่รวมกันมาในช่วงระยะเวลานี้ นางเลื่อมใสการวางตัวของท่านหมอเทวดาจริงๆ แต่น่าเสียดาย เทพเจ้าแห่งโชคลาภกำลังจะจากไปแล้ว

            “เถ้าแก่เนี๊ย นี่คือใบเทียบยาที่ข้าสั่งให้ท่าน” หลิงมู่เอ๋อร์ยื่นใบเทียบยาหนึ่งใบให้แก่นาง “กินติดต่อกันเป็นเวลาสามเดือน จะต้องทำให้ท่านให้กำเนิดเด็กตัวอ้วนได้อย่างแน่นอน”

            เถ้าแก่เนี๊ยชะงักงัน รอยยิ้มที่เดิมทีมีเพียงสามส่วนพลันอ้ากว้าง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "จริงหรือ? เป็นไปได้จริงๆ หรือ? ข้าจะยังสามารถให้กำเนิดบุตรได้หรือ?"

            เถ้าแก่เนี๊ยอายุสามสิบกว่าปี นางแท้งบุตรตั้งแต่ยังอายุน้อย และนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยตั้งครรภ์อีกเลย ถ้าหากไม่ใช่เพราะนางรู้จักวิธีหาเงิน แม่สามีก็คงไล่นางออกไปตั้งนานแล้ว

            “แน่นอน ข้ากล่าวว่าได้ก็คือได้” หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวพลางยิ้มบางๆ “แต่ต้องกินอย่างต่อเนื่อง อย่าได้ขาดช่วงเชียว”

            “เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ” นิ้วมือของเถ้าแก่เนี๊ยที่ถือใบเทียบยากำลังสั่นระริก แท้จริงแล้ว นางก็เคยคิดที่จะขอให้หลิงมู่เอ๋อร์ช่วยดูอาการป่วยบนร่างกายของนาง แต่พอนึกถึงสภาพร่างกายของตนเอง นางก็สิ้นหวังแล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ได้หาหมอมาไม่น้อย หมอทุกคนล้วนกล่าวว่านางไม่อาจมีบุตรได้ สมแล้วกับที่เป็นหมอเทวดา สามารถรักษาโรคที่ไม่อาจมีบุตรของนางให้หายดีได้


    เชิงอรรถ

            [1] คนยืนพูดย่อมไม่ปวดเอว มีคงามหมายแฝงว่า หากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็ไม่มีทางเข้าใจ



    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786