บทที่ 45 ตรวจสอบดูว่าพ่อนายตายอย่างไรกันแน่
ถึงเจียงหนานจะโดนลู่ฮ่าวแหย่ เธอก็ยังตื่นเต้น “คุณพูดถูก สมุนไพรในหมู่บ้านจะไม่มีไปสักพัก พรุ่งนี้ฉันจะเวียนไปหมู่บ้านต้าวานและหมู่บ้านรอบ ๆ”
บางหมู่บ้านสามารถตั้งจุดรับซื้อได้ ส่วนหมู่บ้านที่ใกล้กับหมู่บ้านจินสุ่ย แค่ขอให้หัวหน้าหมู่บ้านประกาศทางลำโพงสักสองครั้ง จะต้องมีชาวบ้านแบกสมุนไพรมาขายที่หมู่บ้านจินสุ่ยแน่นอน
สมัยก่อนตอนไม่มีพ่อค้าเข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านล้วนแบกไปขายถึงในตัวเมืองอำเภอทั้งนั้น
ลู่ฮ่าวมองเธอ ถามขึ้นว่า “จะไปหมู่บ้านเดิมเธอหรือ?”
เจียงหนานพยักหน้า “อืม มีคนในหมู่บ้านขุดสมุนไพรกันหลายคน”
เธอสามารถตั้งจุดรับซื้อสมุนไพรที่บ้านของอาเนี่ยได้ เก็บเสร็จจะได้ตรงเอาไปให้เถ้าแก่เนี้ยหยางดึงยาทันที
ลู่ฮ่าววางหนังสือไว้บนหน้าตัก ชำเลืองมองเด็กสาวที่เอียงศีรษะครุ่นคิด เอ่ยเสียงเรียบว่า “สมองเธอปราดเปรื่องขนาดนี้ น่าเสียดายที่โดนคนแลกเปลี่ยนเป็นเงินสินสอด”
“ใช่ไหมล่ะ คุณก็คิดว่าสมองของฉันปราดเปรื่องใช่ไหม?” เจียงหนานจงใจให้เขามองเธอด้วยความชื่นชม
“อันที่จริงเธอลองคุยสื่อสารกับครอบครัวดี ๆ ก็ได้ ทำธุรกิจด้วยกันกับพวกเขา ให้พวกเขาเห็นศักยภาพของเธอ”
ลู่ฮ่าวมองเธอด้วยดวงตาลุ่มลึก พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “พรุ่งนี้ลองไปคุยกับครอบครัวดี ๆ”
เจียงหนานเข้าใจจุดประสงค์ของเขา
เขาอยากให้เธอแสดงความสามารถและความเฉียบแหลมทางธุรกิจต่อหน้าครอบครัว หวังว่าคนตระกูลเจียงจะเห็นคุณค่าของเธอ เปลี่ยนใจรับเธอกลับบ้าน
“ถ้าไม่เคยพบเจอความทุกข์แบบคนอื่น ก็ไม่ควรเกลี้ยกล่อมให้คนอื่นใจกว้าง”
เจียงหนานลุกขึ้นพร้อมกับสมุดบัญชี น้ำเสียงเจือความเย็นชา “ลู่ฮ่าว ฉันมีแผนชีวิตของฉัน คุณไม่ต้องกังวลว่าฉันจะทุบมือคุณหรอก”
ผู้ชายโอหังคนนี้ กลัวว่าหล่อนจะทำร้ายเขา
ลู่ฮ่าวยักไหล่ แบสองมือ “แล้วแต่เธอ ฉันอาจจะพาคุณปู่ออกไปจากที่นี่เร็ว ๆ นี้ เธอเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วกัน”
เจียงหนานตอบกลับอย่างขุ่นเคือง “ขอบคุณที่เตือน”
กลับเข้าเมืองเร็ว ๆ นี้? สภาพเขาเป็นแบบนั้น กลับไปจะทำอะไรได้?
เจียงหนานกลับห้อง หยิบกระจกทรงกลมบนโต๊ะขึ้นมาส่องเข้าหาตัวเอง
ในกระจกสะท้อนใบหน้าอิ่มเอิบเล็กน้อย
ดวงตาเรียว สันจมูกโด่ง ปากแดงเข้ม ดูดีกว่าในคืนที่ย้อนกลับมาเกิดใหม่มากโข
ร่างกายก็กระชับและบางลงกว่าเดิม เพียงแต่ว่าเสื้อผ้าบนร่างนี้เหมือนจะสกปรกมอมแมมอยู่บ้าง แต่ภาพรวมถือว่าลดลง
รอสมุนไพรชุดนี้ปล่อยออกไป เธอจะได้ซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองสักที
เจียงหนานวางกระจกลง นั่งบนขอบเตียง นับเงินมัดจำที่เหลือในกระเป๋า เมื่อวานเงินที่สั่งยาสมุนไพรให้ชายชราเป็นเงินห้าสิบหยวนที่เขามอบให้ เธอจ่ายทดแทนไปสามหยวน
ส่วนยาสมุนไพรของอาเนี่ยกว่าเก้าสิบหยวนยังไม่ได้ให้
รวมเก้าสิบหยวนนี้ เธอมีเงินเหลือในกระเป๋ารวมสองร้อยหยวน
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหมู่บ้านอื่นเพื่อเก็บสมุนไพรคงไม่เพียงพอ
อย่างไรเสียฤดูกาลไม่เคยคอยใคร สมุนไพรก็เช่นกัน ถ้าไม่รีบเก็บรวบรวม ถ้าเหล่าหวังมาก็จะเสียส่วนของเธอแล้ว
เธอต้องขอให้เถ้าแก่หยางนำสมุนไพรพวกนี้ไปก่อน จ่ายเงินให้เสร็จสิ้นแล้วค่อยดำเนินการต่อ
เจียงหนานวิ่งไปที่ร้านของชำของหัวหน้าหมู่บ้าน โทรติดต่อหาเถ้าแก่หยาง
อีกฝ่ายได้ยินว่าเธอเก็บผูกงอิงได้กว่าสองร้อยกิโลกรัมและอยากให้พวกเขามารับไป จึงถามกลับมาว่าเธอเก็บรวมสมุนไพรได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร
[เสี่ยวเจียง พรุ่งนี้เช้าเราต้องไปส่งยาสมุนไพรในเมือง ไม่มีเวลาไปหรอก อีกอย่างสมุนไพรแค่นั้นมันไม่คุ้มกับการเดินทาง เธอช่วยเก็บมากอีกหน่อยได้ไหม? เป็นคนบ้านเดียวกันทั้งนั้นนี่นา จดบัญชีไว้ก่อน วันมะรืนฉันค่อยไปรับสมุนไพร]
“ค่ะป้าหยาง ถ้าอย่างนั้นฉันจะคิดหาวิธีก็แล้วกัน”
เธอสามารถหารถสี่ล้อในหมู่บ้านได้ แต่จะเป็นการเปิดเผยที่อยู่ของร้านยาสมุนไพร
เกรงว่าธุรกิจนี้จะโดนช่วงชิงไปเสียสิ้น
เจียงหนานวางสายโทรศัพท์ ถือโอกาสจ่ายเงินซื้อขนมหมาล่า*[1] ที่ร้านของชำ ฉีกแล้วส่งเข้าปาก จากนั้นคิดว่าต่อไปควรทำอะไร
พรุ่งนี้ตั้งจุดรับซื้อที่หมู่บ้านต้าวานก่อน แต่เธอเงินทุนไม่เพียงพอ เกรงว่าหนี้ค้างชำระจะไม่ผ่าน แถมไม่มีที่ไหนให้ยืมเงินอีก
ถ้าไม่ได้จริง ๆ เจียงหนานจะไปหาอาเนี่ยก่อนแล้วให้เขาเบิกเงินล่วงหน้าให้
ทันใดนั้นก็มีเสียงเบรกล้อจักรยานเสียดหูดังขึ้นทางข้างหน้า เธอเงยหน้าขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว
สวี่เจิงกำลังนั่งอยู่บนจักรยาน เท้าข้างหนึ่งยันพื้น พิศมองเธอด้วยสายตาขบคิด
“อ้าว เธอยังไม่หนีอีกหรือ?”
“ฉันจะหนีไปไหนล่ะ?” เจียงหนานกินขนมหมาล่าอย่างสบาย ๆ พลางกลอกตา
ทั้ง ๆ ที่ใบหน้าสวี่เจิงเปื้อนรอยยิ้ม แต่กลับดูมืดทะมึนพิลึก “ยอมรับชะตากรรมแล้วจริง ๆ สินะ?”
“จะสนทำไมว่าฉันยอมรับชะตากรรมหรือเปล่าน่ะ?”
เจียงหนานไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขา จึงเดินอ้อมไป
“ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ เธอแต่งงานกับเขาเพราะอะไร?”
ชายที่ขี่จักรยานส่งเสียงเยาะเย้ย “ลองนึกภาพใบหน้าเสียโฉม บ้านที่ทรุดโทรม หรือนิสัยประเภทที่หวดสามไม้ก็ยังไม่เปล่งเสียงของเขาดูสิ?”
“มีงานการทำอยู่ในเมืองไม่ใช่หรือ? จะได้กลับไปหรือเปล่ายังยากจะพูดเลย วัน ๆ เจอแต่หน้าแบบนั้นของเขา เธอไม่รำคาญหรือไง?”
เจียงหนานเดินมาถึงข้างกายสวี่เจิงแล้วหยุดฝีเท้าลง เธอมองสวี่เจิง หัวร่อเสียงเบาทีหนึ่ง
“สวี่เจิง นายมีอคติกับลู่ฮ่าวและคนตระกูลลู่มากเลยนะเนี่ย”
สวี่เจิงไม่ได้ตอบเธอ แค่คิดว่าตัวเองหล่อเหลาเลยเชิดหน้าขึ้น “เธอดูหน้าฉันสิ หล่อกว่าลู่ฮ่าวมากใช่หรือเปล่า?”
“ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ”
เจียงหนานไม่อยากฟังเขาโอ้อวดเลยมองเขาแล้วแสยะยิ้ม “ก็เพราะพ่อนายช่วยคุณครูลู่จากการจมน้ำ นายเลยกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อ ในใจจึงคิดแค้นคุณครูลู่ รังเกียจว่าลู่ฮ่าวมีพ่อ อิจฉาที่เขาได้ดีกว่า ความเกลียดชังเต็มหัวใจ นายเลยกลายเป็นคนมีพฤติกรรมน่ารังเกียจอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ อะไรที่เป็นของลู่ฮ่าว นายอยากจะแย่งชิง อยากให้เขาขายหน้าให้ได้ใช่หรือเปล่า?”
พอถูกคนสืบเสาะถึงความคิดอันสกปรกโสมมที่สุดภายในส่วนลึกของหัวใจ สีหน้าของสวี่เจิงก็บิดเบี้ยวชั่วครู่ จากนั้นก็กลับมาแสดงท่าทีสบาย ๆ อีกครั้ง เขาถามกลับว่า “ฉันไม่ควรเกลียดชังหรือ? ฉันควรซาบซึ้งในบุญคุณงั้นสิ?”
“นายควรจะซาบซึ้งในบุญคุณจริง ๆ นั่นแหละ”
ดวงตาเรียวยาวของเจียงหนานแฝงความเยือกเย็นเอาไว้ “รบกวนนายไปตรวจสอบดูดี ๆ ว่าตอนนั้นพ่อนายตายอย่างไรกันแน่?”
“เธอหมายความว่าอย่างไร?” สวี่เจิงหน้าเปลี่ยนสี
เจียงหนานไม่ตอบเขา กล่าวต่อว่า “อีกอย่าง ฉันคิดว่านายควรมองให้เห็นถึงปัญหา คนที่ควรเกลียดชังและเป็นปรปักษ์คือคนตระกูลเดียวกันที่ยึดครองบ้านและที่ดินของพวกนายต่างหาก ไม่ใช่ตระกูลลู่ที่เลี้ยงนายจนเติบใหญ่”
แววตาของเธอราวกับมองคนปัญญาทึบ “เข้าใจกฎหมายหรือเปล่า? รู้จักสิทธิในการรับมรดกไหม? นายควรเป็นผู้สืบทอดที่ดินและเขตลานบ้านของพ่อนาย ไม่ใช่ถูกลุงถูกอาฮุบแบ่งเอาไป เข้าใจไหม?”
เจียงหนานพ่นถ้อยคำระรัว จากนั้นยัดขนมหมาล่าชิ้นสุดท้ายเข้าปากของเขาแล้วหมุนตัวกลับอย่างสง่าผ่าเผย
เหลือเพียงสวี่เจิงที่กำลังเข็นรถจักรยาน กลายเป็นก้อนหินกลางสายลม
สวี่เจิงเจ้าคนโง่เง่า ถ้ายังไม่ตื่นรู้ คงหมดหนทางช่วยแล้วจริง ๆ
เรื่องราวระหว่างพ่อของสวี่เจิงกับลู่เซิ่งหมิน เธอไม่ได้รู้ละเอียดนัก พูดให้ถูกคือ ทุกคนต่างไม่รู้ความจริง ยกเว้นอาของสวี่เจิง
ชาติก่อน เธอรู้เพียงว่าสวี่เจิงจิตใจบิดเบี้ยว เกลียดชังทุกคนในตระกูลลู่อยู่เต็มอก จนทำให้ลู่เซิ่งหมินเข้าโรงพยาบาล เดือดร้อนในบ้านเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย
จนกระทั่งอาของเขาป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิต ถึงนำเอาพินัยกรรมจากพ่อของสวี่เจิงออกมา เขาถึงสำนึกได้เลยมาคุกเข่าขอขมาลงหน้าเตียงผู้ป่วย
แถมยังมาหาลู่ฮ่าวเพื่อขอโทษอีกต่างหาก
*[1] หมาล่า คือ เครื่องเทศจีนชนิดหนึ่งที่ให้รสชาติเผ็ดชา ซึ่งเกิดจากฮวาเจียวหรือพริกไทยเสฉวน