แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องทำงานของพ่อ ฉันนั่งขดตัวอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ กำลังวาดรูปอะไรบางอย่างลงบนกระดาษแผ่นใหญ่ ดินสอสีหลากสีเรียงรายอยู่ข้างกาย
ฉันชอบมาที่นี่ที่สุดแล้ว ห้องทำงานของพ่อเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เสียงดนตรีคลาสสิกแ่เบา ทำให้ฉันรู้สึกสงบและผ่อนคลาย
“ณัฐรินีย์ลูก มาดูสิ พ่อทำอะไรให้ดู” เสียงพ่อดังขึ้นจากด้านหลัง
ฉันรีบหันไปมอง พ่อกำลังวาดภาพร่างชุดเดรสลายดอกไม้สวยงาม ฉันตื่นเต้นมาก รีบวิ่งไปดูใกล้ๆ
“สวยจังค่ะพ่อ” ฉันพูดพลางชี้ไปที่ภาพร่าง
“พ่อว่าลูกวาดสวยกว่าพ่ออีกนะ” พ่อชมฉัน ทำให้ฉันยิ้มแก้มปริ
พ่อมักจะชมเชยผลงานของฉันเสมอ และให้คำแนะนำต่างๆ นานา ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันชอบเวลาที่ได้อยู่กับพ่อ พ่อจะเล่าเื่ราวต่างๆ ให้ฉันฟัง ทั้งเื่ราวในวัยเด็กของพ่อ เื่ราวของการออกแบบ และเื่ราวเกี่ยวกับแม่
แม่... ฉันแทบจะจำหน้าแม่ไม่ได้แล้ว รู้แค่ว่าแม่สวยมาก และรักฉันมาก ฉันเคยถามพ่อว่าแม่ไปไหน พ่อจะตอบว่าแม่ไปอยู่บน์แล้ว และแม่กำลังดูแลฉันอยู่เสมอ คำตอบของพ่อทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจ
ในวันหนึ่ง
"ณัฐ พ่อมีเื่อยากจะเล่าให้ลูกฟังนะ" พ่อของณัฐรินีย์เอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มอ่อนโยน
"เื่อะไรคะพ่อ?" ฉันถามด้วยความอยากรู้
"เื่แม่ของลูกน่ะ" พ่อลูบศีรษะฉันเบาๆ
"แม่ของลูกเป็ลูกสาวคนเดียวของเศรษฐีชื่อดังในเมืองนี้ แม่มีความสวยและเรียนสูง แต่แม่กลับมาหลงรักพ่อที่เป็เพียงช่างออกแบบธรรมดาคนหนึ่ง"
ฉันฟังด้วยความสนใจ พ่อเล่าต่อว่าแม่ของฉันเป็คนที่มีความคิดเป็ของตัวเองมาก เธอไม่สนใจความแตกต่างทางฐานะระหว่างเธอกับพ่อ เธอรักพ่อด้วยใจจริง และพร้อมที่จะสละทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับพ่อ
"ตอนที่แม่และพ่อคบกัน ครอบครัวของแม่ไม่เห็นด้วยเป็อย่างมาก พวกเขาพยายามขัดขวางความรักของเรา แต่เราก็ไม่ยอมแพ้ เราหนีไปแต่งงานกันที่ต่างจังหวัด และเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันที่นั่น" พ่อเล่าด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"แล้วทำไมแม่ถึงจากไปคะพ่อ?" ฉันถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เป็อุบัติเหตุรถชนตอนที่ลูกเพิ่งอายุได้เพียงแค่สิบขวบ แม่พยายามปกป้องลูกสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถรอดมาได้" พ่อยิ้มเศร้า
"พ่อเสียใจมากที่ต้องสูญเสียแม่ของลูกไป แต่พ่อก็ภูมิใจในตัวแม่ของลูกมาก ที่เป็ผู้หญิงที่เข้มแข็งและกล้าหาญ"
"แล้วทำไมพ่อไม่เคยพาลูกไปที่บ้านของยายคะ?" ฉันถาม
"พ่อไม่อยากให้ลูกต้องเจอกับความรู้สึกที่ไม่ดี พ่อไม่อยากให้ลูกต้องเจอกับคำพูดที่ไม่น่าฟัง" พ่อตอบ
"แต่พ่ออยากให้ลูกรู้ว่า แม่ของลูกเป็คนดีมาก และพ่อรักแม่ของลูกมากแค่ไหน"
ฉันกอดพ่อแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม ฉันรู้สึกเสียใจที่ไม่เคยได้เจอแม่ แต่ฉันก็รู้สึกภูมิใจในตัวแม่ของฉันมาก ฉันจะพยายามเป็เด็กดีและทำให้พ่อภูมิใจเสมอ
"พ่อจะเล่าเื่ของแม่ให้ลูกฟังอีกนะลูก" พ่อกระซิบข้างหูฉัน
จากนั้นเป็ต้นมา พ่อก็มักจะเล่าเื่ราวเกี่ยวกับแม่ให้ฉันฟังอยู่เสมอ ทำให้ฉันรู้สึกใกล้ชิดกับแม่มากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันก็ตาม
"พ่อ...ทำไมพ่อไม่แต่งงานใหม่ล่ะคะ?" ฉันถามคำถามนี้กับพ่อบ่อยครั้ง
"เพราะในใจพ่อมีแต่แม่ของลูกคนเดียว" พ่อจะยิ้มเศร้าแล้วลูบหัวฉันเบาๆ
พ่อบอกว่าหลังจากที่แม่จากไป พ่อรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง พ่อเสียใจมากที่ต้องสูญเสียแม่ของฉันไป พ่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการทำงานและการเลี้ยงดูฉัน พ่ออยากให้ฉันเติบโตมาอย่างมีความสุข
"พ่อรู้ว่าแม่ของลูกอยากให้ลูกมีความสุข พ่อจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อลูก" พ่อพูดเสียงแ่เบา
พ่อทำงานหนักมาก ด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นของพ่อ ทำให้ชื่อเสียงของพ่อโด่งดังไปทั่วประเทศ ผลงานการออกแบบของพ่อได้รับความนิยมอย่างมาก มีคนรู้จักพ่อกันทั่วไป
พ่อมีเงินทองมากมาย แต่พ่อก็ยังคงเป็คนเดิม ไม่เคยหยิ่งผยอง หรือโอ้อวด และพ่อก็ไม่เคยลืมที่จะใช้เวลากับฉัน พ่อพาฉันไปเที่ยว ไปดูหนัง ไปทานอาหารอร่อยๆ รวมถึงสอนฉันทุกอย่างที่พ่อรู้
พ่อสอนให้ฉันรู้จักการให้ความสำคัญกับครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้าง พ่อสอนให้ฉันรู้จักการทำงานหนัก และสอนให้ฉันรู้จักการให้เกียรติผู้อื่น ฉันรู้สึกขอบคุณพ่อมากที่ให้ทุกอย่างกับฉัน
ฉันมักจะเห็นพ่อหยิบรูปของแม่มาดูบ่อยๆ พ่อจะเล่าเื่ราวของแม่ให้ฉันฟัง และบอกว่าแม่ภูมิใจในตัวฉันเสมอ ฉันสัญญากับพ่อว่าจะตั้งใจเรียนและเป็เด็กดี เพื่อไม่ให้พ่อต้องเสียใจ
ฉันรู้ว่าพ่อรักฉันมาก และฉันก็รักพ่อมากเช่นกัน ฉันจะดูแลพ่อให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้
ฉันเคยคิดว่า ถ้าฉันมีคนรัก ฉันอยากมีคนรักที่ดีแบบพ่อ
--------------------------------------
มหาวิทยาลัย...โลกใบใหม่ของฉัน
ห้องสมุดของคณะศิลปกรรมศาสตร์เป็เหมือนโลกใบใหม่สำหรับฉัน ห้องเรียนขนาดใหญ่ที่มีชั้นหนังสือสูงตระหง่านเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับศิลปะ การออกแบบ และแฟชั่น
ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่หลังเลิกเรียนที่นี่ แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสี ทำให้บรรยากาศภายในห้องสมุดดูอบอุ่นและเงียบสงบ เสียงการพลิกหน้าหนังสือเบาๆ และเสียงนาฬิกาเดินก๊อกแก๊กเป็เหมือนทำนองเพลงที่ช่วยให้ฉันจดจ่อกับการเรียนรู้
ห้องสมุดแห่งนี้คือ์ของฉันเลยก็ว่าได้ หนังสือเกี่ยวกับการออกแบบมากมายวางเรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือ ฉันชอบที่จะใช้เวลาอยู่ที่นี่ ค่อยๆ เปิดหนังสือเล่มโปรด แล้วจดบันทึกสิ่งที่น่าสนใจ ฉันรู้สึกเหมือนได้เดินทางไปยังโลกอีกใบหนึ่ง โลกที่เต็มไปด้วยสีสันและจินตนาการ
ฉันจำได้ตอนแรกที่เข้ามาเรียนใหม่ๆ ทุกอย่างดูใหม่และแปลกตาไปหมด ฉันต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ทั้งทฤษฎีการออกแบบ โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับงานออกแบบ และเทคนิคการวาดภาพ ฉันรู้สึกกดดันบ้าง แต่ก็พยายามตั้งใจเรียนให้มากที่สุด
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันต้องทำโปรเจคออกแบบชุดราตรีสำหรับงานประกวด ฉันนั่งคิดไอเดียอยู่นานสองนาน แต่ก็ยังหาไอเดียดีๆ ไม่ได้ ฉันรู้สึกท้อแท้มาก ฉันเดินเข้าไปในห้องสมุด หยิบหนังสือเกี่ยวกับแฟชั่นมาอ่าน แล้วลองมองหาแรงบันดาลใจจากภาพวาดและรูปถ่ายต่างๆ
ในที่สุด ฉันก็ได้ไอเดียจากภาพวาดของศิลปินคนหนึ่งที่ฉันชื่นชอบ ฉันนำเอาแิของภาพวาดนั้นมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบชุดของฉัน ผลงานของฉันได้รับคำชมจากอาจารย์และเพื่อนๆ เป็อย่างมาก ฉันรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองมาก
ฉันรู้ว่าเส้นทางของนักออกแบบนั้นไม่ง่าย แต่ฉันก็จะไม่ยอมแพ้ ฉันจะพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้ได้เป็นักออกแบบที่มีชื่อเสียงเหมือนกับพ่อ ฉันอยากจะสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงามและเป็ประโยชน์ต่อสังคม
ฉันชอบนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง มองออกไปเห็นวิวสวนหย่อมสีเขียวขจี ความรู้สึกสงบทำให้จินตนาการของฉันโลดแล่นไปได้ไกล ฉันชอบที่จะนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ จิบกาแฟร้อนๆ แล้วจดบันทึกความคิดของตัวเองลงในสมุดโน้ต
ฉันจดบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ ลองวาดภาพร่างลงบนกระดาษ และรวบรวมไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานออกแบบของฉัน
แล้ววันหนึ่ง ฉันก็ได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่ดูสวยงามและลึกลับ....
----------------------------------------------------
เด็กสาวผู้ลึกลับที่มากับหญิงสาวสวยงามสง่า
ทุกครั้งที่ฉันมาห้องสมุด ฉันมักจะเห็นเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมเดิมเสมอ เด็กสาวคนนั้นมีความงามแบบธรรมชาติ ผมยาวสีน้ำตาลเข้มที่มักจะปล่อยสยาย ไว้หน้าม้าบางๆ ปกปิดดวงตาคู่งามที่ดูลึกล้ำ ผิวขาวเนียนของเธอตัดกับผมยาวสีน้ำตาลเข้ม ดูงดงามอย่างไม่มีที่ติ
ฉันชอบแอบมองเธอจากมุมที่เธอไม่เห็น เธอเป็คนอ่านหนังสือเก่งมาก ฉันเห็นเธอจดบันทึกอะไรบางอย่างลงในสมุดบ่อยครั้ง ฉันอยากรู้จังว่าเธออ่านหนังสือเกี่ยวกับอะไรนะ
วันหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่า เด็กสาวคนนั้นคงรู้ตัวว่าฉันกำลังแอบมองเธออยู่
วันนั้นเป็วันที่แดดจ้ามาก ฉันมานั่งที่โต๊ะประจำเหมือนเช่นเคย และแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กสาวคนนั้น กำลังนั่งคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
หญิงสาวคนนั้นสวยมาก ผมยาวสีขาวที่สวยงาม ราวกับเส้นไหมที่สะท้อนแสงไฟในห้องสมุด ดวงตาของเธอถูกปิดไว้ด้วยแว่นกันแดดสีดำ ริมฝีปากสีแดงสดที่ดูโดด เธอสวมชุดสีดำที่ดูงดงามและสง่า การแต่งตัวของเธอทำให้เธอดูเป็ผู้หญิงที่มีอำนาจและความลึกลับในตัว
ขณะที่พวกเธอกำลังพูดคุยกัน หญิงสาวคนนั้นก็กระซิบที่ข้างหูของเด็กสาวคนนั้น ทำให้เด็กสาวคนนั้นหันมามองทางฉัน พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็มิตร ฉันส่งยิ้มกลับไป แต่ทว่า...ฉันก็ยังคงไม่กล้าเข้าไปทักทายพวกเธอ เพราะพวกเธอดูราวกับอยู่คนละโลกกับฉันเลย

ในขณะที่ทุกวันของฉันดำเนินไปอย่างราบรื่น และพบเจอเด็กสาวคนนั้นเกือบทุกครั้งที่ไปห้องสมุด ฉันไม่เคยคิดเลยว่า จะมี่เวลาที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับตัวฉัน
ั้แ่วันนั้นที่ฉันได้พบกับเขา ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไปตลอดกาล......
---------------------------------------------------
ความรักที่นำมาซึ่งความตาย
ใน่ปีสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัย ขณะที่ชีวิตของฉันเต็มไปด้วยความสนุกสนานและการทำโปรเจกต์ที่ท้าทาย มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะเข้ามาในชีวิตฉัน
เขาชื่อว่า "ภูมิ" เป็นักศึกษาปีสุดท้ายเช่นกัน ภูมิเป็ชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ หล่อเหลา มีเสน่ห์ในทุกการเคลื่อนไหว และเป็ที่หมายปองของสาว ๆ ในมหาวิทยาลัย
ภูมิเริ่มเข้ามาตีสนิทกับฉันใน่ที่เราต้องทำโปรเจกต์ร่วมกัน เขามักจะมาช่วยเหลือฉันในเื่ต่าง ๆ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ฉันรู้สึกว่าเขาเป็คนที่ใจดีและมีน้ำใจ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะสนใจฉันมากถึงขนาดนี้
เขาค่อย ๆ เข้ามาใกล้ชิดฉันมากขึ้นเรื่อยๆ จนฉันเริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับความรู้สึกของตัวเอง
“ณัฐรินีย์ ผมชอบคุณนะ” เขาเอ่ยออกมาตรงๆ ในวันหนึ่ง ขณะที่เรานั่งอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ในมหาวิทยาลัย ใจของฉันเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมาจากอก ฉันรู้สึกดีใจมากที่เขาคิดกับฉันแบบนี้
แต่ความสุขของฉันก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า “น้ำหวาน” เธอเป็นักศึกษาปีเดียวกัน เธอเป็คนสวยและมีความมั่นใจในตัวเองสูง
เมื่อเธอเริ่มสังเกตเห็นว่า ภูมิเริ่มสนใจฉันมากขึ้น ความมั่นใจของเธอก็เริ่มสั่นคลอน น้ำหวานเริ่มมาตามดูพฤติกรรมของภูมิและฉัน เธอเริ่มแสดงความหึงหวงอย่างรุนแรง
วันหนึ่ง น้ำหวานเข้ามาหาฉันในห้องสมุด เธอพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความโกรธ
เธอบอกว่าฉันเป็คนที่ทำให้ภูมิเปลี่ยนไป และขอร้องให้ฉันเลิกยุ่งกับเขา
ฉันรู้สึกช็อกและเสียใจมาก ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว ฉันรีบไปบอกให้ภูมิเลิกยุ่งกับฉัน แต่เขากลับบอกว่าเขารักฉันมากกว่าแฟนของเขา
ไม่กี่วันต่อมา ข่าวร้ายก็เกิดขึ้น น้ำหวานฆ่าตัวตาย
หลังจากเหตุการณ์นั้น ฉันรู้สึกผิดมาก ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็คนผิดที่ทำให้เธอต้องตาย ฉันนอนไม่หลับ ฝันร้ายทุกคืน ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างตามติดฉันอยู่ตลอดเวลา
คืนหนึ่ง ฉันตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะรู้สึกหนาวสั่น ฉันมองไปรอบๆ ห้องแต่ก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ ฉันพยายามจะหลับตาลงใหม่ แต่ก็ทำไม่ได้ ฉันรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองฉันอยู่
"เธอต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เธอทำ" เเสียงกระซิบแ่เบาที่ข้างหูของฉัน เสียงนั้นเย็นะเืและน่ากลัว
หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น ฉันรู้สึกเหมือนมีคนตามมองฉันอยู่ตลอดเวลา ฉันฝันร้ายบ่อยครั้ง และบางครั้งก็ได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญอยู่ข้างหูในยามค่ำคืน ฉันเห็นเงาประหลาดเดินวนเวียนอยู่รอบๆ ห้องฉัน
ฉันอยากจะหนีให้พ้นจากสภาพแบบนี้ ฉันรู้ดีว่าไม่มีใครสามารถช่วยฉันได้
แต่แล้ววันหนึ่ง วันที่เด็กสาวคนนั้น...ทำให้โลกทัศน์ของฉันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
-----------------------------------------------------------------------------
เงาอาฆาต
ในค่ำคืนหนึ่งที่ฉันต้องกลับจากการทำงานโปรเจกต์ที่ห้องสมุด ฉันรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติ ราวกับว่ามีคนหรืออะไรบางอย่างกำลังตามฉันอยู่ ทุกย่างก้าวของฉันรู้สึกหนักอึ้ง และหัวใจของฉันเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ
“เธอ....เป็เพราะเธอ...”
เสียงแ่เบาดังมาจากด้านหลัง ฉันหันกลับไปดู แต่ก็ไม่เห็นอะไร นอกจากความมืดและความเงียบสงบที่น่ากลัว
ทันใดนั้น ฉันรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ไหลลงสู่กระดูก ร่างของฉันแข็งทื่อและขาไม่ยอมขยับ ฉันพยายามจะวิ่ง แต่ก็ไม่สามารถขยับได้ เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากทุกทิศทาง ฉันรู้ได้ทันที มันเป็เสียงของน้ำหวาน
“เธอทำให้ฉันต้องเป็แบบนี้!”
เสียงของเธอดังขึ้นด้วยความอาฆาต ิญญาของน้ำหวานปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโกรธและความเ็ปที่ฉันไม่สามารถลืมได้
น้ำหวานยื่นมือออกมา และทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงแรงบีบที่รอบคอ ฉันหายใจไม่ออก และมองไปรอบ ๆ ด้วยความสิ้นหวัง ไม่มีใครอยู่ที่นี่เพื่อช่วยฉัน
“หยุดนะ!!!”
เสียงของคนหนึ่งตวาดดังลั่น พร้อมกับแสงสว่างแวบหนึ่งปรากฎขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับเด็กสาวคนนั้นที่วิ่งตรงมาหาฉัน
“ปล่อยเธอไป” เด็กสาวคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ช่างกล้านักนะ” หญิงสาวสวยผมยาวสีขาวคนนั้นก็อยู่ด้วย เธอกำลังพึมพำอะไรบางอย่าง พร้อมกับลูกไฟสีดำขนาดเล็ก ปรากฎขึ้นบนฝ่ามือของเธอ
น้ำหวานกรีดร้องเสียงดัง และถอยหนีเมื่อเห็นหญิงสาวคนนั้น ฉันรู้สึกถึงแรงบีบที่รอบคอคลายลง และฉันก็หายใจได้อีกครั้ง
“เป็ไงมั่ง?” เด็กสาวคนนั้นก้มหน้าลงมาถามฉันที่เข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
“ทำไมเธอ...” น้ำตาของฉันไหลออกมา ฉันรู้สึกขอบคุณและโล่งใจอย่างที่สุด
“ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว” เด็กสาวคนนั้นยิ้มบางๆ
ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ หญิงสาวสวยผมยาวสีขาว ยกมือขึ้นพร้อมกับพึมพำอะไรสักอย่างเป็ภาษาที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ิญญาอย่างเ้าไม่สมควรอยู่บนโลกนี้ เ้าจะไปดีๆ หรือให้ข้าบังคับ”
“ไม่!! ฉันไม่ไป!” เสียงของน้ำหวานตวาดดังลั่น
“หึหึ ช่วยไม่ได้นะ ข้าจะส่งเ้าไปนรกเอง”
หญิงสาวคนนั้นยิ้มอย่างเยือกเย็นและเหี้ยมโหด คำพูดที่เลวร้ายออกจากปากของหญิงสาวสวย เธอยกมือขึ้น ลูกไฟสีดำที่อยู่บนมือของเธอก็ลอยเข้าไปสู่ิญญาของน้ำหวาน
ทันใดนั้น ลูกไฟสีดำขนาดเล็ก ก็ลุกเป็เพลิงสีดำท่วมร่างิญญาของน้ำหวาน เปลวไฟสีดำลุกลามไปทั่วร่าง
“กรี๊ดดดดดดดดดด ไม่!!!”
น้ำหวานกรีดร้องโหยหวนอย่างเ็ป เปลวไฟสีดำกำลังเผาไหม้ร่างิญญาของน้ำหวานจนเริ่มบิดเบี้ยวและหายไปทีละน้อย ไม่นานนักร่างของน้ำหวานก็เริ่มสลายหายไปในอากาศ จนสุดท้ายก็หายไปโดยสมบูรณ์
ฉันได้แต่นั่งอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็วมาก เื่เหลือเชื่อแบบนี้ใครจะเชื่อกัน
“เรากลับกันเถอะ” เด็กสาวคนนั้นยิ้มและยื่นมือมาให้ฉัน
“อื้อ” ฉันทำได้แค่จับมือของเธอเท่านั้น
