บทที่ 54
..อีกด้านหนึ่ง ณ สิ้นปราณีลิซซิ่ง..สิ้นปราณีลิซซิ่งเป็นแหล่งให้บริการทางการเงินทั้งใน และนอกระบบ พ่อค้าแม่ขายหลายคนที่ไม่มีเงินเดือนเป็นสลิป หรือการไหลเวียนของเงินตราภายในบัญชีธนาคารก็มักจะเลือกใช้บริการของสิ้นปราณีแห่งนี้เมื่อพวกเขาต้องการเงินสดใช้ยามจำเป็น“เดือนนี้เราสร้างผลกำไรจากการเก็บดอกเบี้ยได้มากถึง 1.5 ล้านบาทขอรับท่าน” ชายคนหนึ่งที่เป็นดั่งผู้จัดการของสิ้นปราณีลิซซิ่งแห่งนี้ทุกอย่าง เขามีชื่อว่า ‘สมหวัง’ และเขากำลังยื่นเอกสารแสดงผลประกอบการให้กับนายทุนที่ออกเงินให้กับเขาทำธุรกิจ“โอ้.. เยี่ยมมากจริงๆ ไม่คิดว่าธุรกิจอย่างนี้จะทำผลกำไรได้เยอะมากมายขนาดนี้.. แล้วมีพวกตำรวจเข้ามายุ่งย่ามหรือเปล่า ถ้ามีก็บอกชื่อของมันมาได้เลย ฉันจะจัดการมันเอง” นายทุนคนนั้นกล่าวออกมา ข้างกายของเขามีสาวสวยบริการถึงสองคนคอยปรนนิบัติชงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนวดไหล่เบาๆ“ไม่มีเลยขอรับท่าน เมื่อพวกมันรู้ว่าเราอยู่ใต้ร่มบารมีของท่าน พวกมันก็ไม่กล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายเลยขอรับ จะมีก็แต่จ่ายเป็นค่าสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆเท่านั้น.. จึงทำให้เรามีผลประกอบการที่ดีเยี่ยมเช่นนี้” สมหวังกล่าวรายงานตามความเป็นจริง นายทุนที่ได้ยินก็หัวเราะอย่างชอบใจ“ฮ่าๆ ให้มันได้อย่างนี้สิ!.. เดือนนี้ผลตอบแทนมันก็ดีอยู่หรอก แต่มันก็ยังน้อยเกินไป ฉันต้องการให้มันได้เยอะกว่านี้.. ขยายเขตปล่อยกู้ออกไปอีก แล้วหาไอ้เจ้าพวกลูกค้าหน้าโง่พวกนั้นมาให้ได้อีกเยอะๆซะ!.”นายทุนกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มือทั้งสองข้างโอบกอดหญิงสาวทั้งสองอย่างชื่นใจ ส่วนสมหวังที่ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มเหงื่อตก แค่ทุกวันนี้ก็เสี่ยงมากพอแล้ว ถึงนายทุนคนนี้จะมีอำนาจ และอิทธิพลมากก็ตาม แต่ก็ไม่แน่ว่าสักวันพวกเขาอาจจะไปเหยียบเท้าของผู้ที่มีอิทธิพลบารมีมากกว่าก็เป็นไปได้“ขอรับท่าน..” สมหวังงกล่าวอย่างไม่แน่ใจนัก เขาจะต้องคิดวางแผนเอาไว้ให้ดีๆ เขตต่างๆก็มักจะมีสิ่งที่เรียกว่าเจ้าถิ่น ถ้าเขาทำอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือชีวิตของเขาก็จะหาไม่เช่นกัน และเท่าที่ดูพฤติกรรมของเจ้านายทุนบ้านี้ มันก็คงจะไม่ช่วยเหลือเขาหากเหตุการณ์มันเกินกว่าที่มันจะควบคุมได้อย่างแน่นอน ในระหว่างที่ตัวของนายทุนกำลังเพลินไปกับสุรา และนารี สมหวังที่ได้แต่นั่งจิบแอลกอฮอล์อย่างเครียดๆอยู่นั้นเอง เสียงดังโวยวายก็ดังมาจากหลังประตูห้องรับแขกแห่งนี้ และเสียงนั้นมันทำให้เจ้านายทุนถึงกับไม่สบอารมณ์ ขมวดคิ้วบึ้งตึงเลยทีเดียว“ขออภัยขอรับท่าน.. ผมจะออกไปสั่งสอนพวกมันด้วยตัวเองขอรับ..” สมหวังกล่าวออกมาเช่นนั้น นายทุนก็พยักหน้าอย่างพอใจ และเพลินไปกับเหล่าอิสตรีของมันต่อ สมหวังที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่ค่อยจะชอบใจสักเท่าไร แต่ก็ต้องทำ ถ้าในวันหนึ่งเขามีเงินมากพอแล้วล่ะก็ คงจะหอบเงินหนีไปจากเมืองแห่งนี้ ไปเริ่มธุรกิจที่เป็นของตัวเองจะดีกว่า ขณะที่สมหวังเดินไปทางประตู และกำลังจะเลื่อนมือบิดลูกบิดนั้นเอง ประตูมันก็ถูกเปิดออกมา แต่มันกลับไม่ใช่เป็นการเปิดแบบธรรมดาเหมือนปกติ แต่มันเป็นการเปิดที่เรียกได้ว่าประตูนั้นหลุดออกมาทั้งบานเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้มันยังมีความเร็ว ความรุนแรงจนกระทั่งตัวของสมหวังที่โดนแรงกระแทกปลิวกระเด็นไปพร้อมประตูหลายเมตรเลยทีเดียว ปังงงงงงง! หลังจากเสียงของลูกถีบประตูของบอดี้การ์ดคนหนึ่งแล้ว ทุกอย่างมันก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่ง แม้แต่นายทุนเองก็ยังติดสตั๊นท์ไปเล็กน้อย ส่วนสองสาวที่ปรนนิบัตินายทุนก็ต่างก้มตัวล้มลงพร้อมกับเสียงกรี๊ดที่น่ารำคาญอยู่ใต้โซฟารับรอง“ใครชื่อว่าไอ้สมหวังวะ.. แกอย่างนั้นเหรอ” บอดี้การ์ดคนที่ถีบประตูเข้ามาเอ่ยถาม ตอนนี้เขาไม่มีเวลามากแล้ว เพราะจะเกินเวลาที่คุณชายของเขากำหนดให้ นายทุนที่ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มโวยวายในทันที“..แกเป็นใครกันวะ! กล้ามากนะที่มาสร้างความรำคาญให้กับ ‘ภาคภูมิ’ ผู้นี้..” ใช่แล้ว เจ้านายทุนที่กำลังพูดอยู่นั้นคือคนเดียวกันกับภาคภูมิที่มีปัญหากับโอ๊ตเมื่อตอนบ่ายที่ภัตตาคารอาหารเจิ้น บอดี้การ์ดที่จำหน้ามันได้เป็นอย่างดีก็ถึงกับยิ้มออกมาเลยทีเดียว“อ่าว แกมันเจ้าหมูตอนเมื่อตอนบ่ายนี่หว่า.. ภาคภูมิ? อ่อ แกคงจะเป็นนายทุนของเจ้าพวกนี้อย่างนั้นสินะ.. ฮ่าๆ ท่านกิตติขอรับ มันคือไอ้หมูตอนที่กล้าไล่คุณชายของพวกเราออกจากภัตตาคารเมื่อตอนบ่ายเองขอรับ” บอดี้การ์ดคนนั้นกล่าว พร้อมๆกับเงาของกิตติที่อยู่หลังประตูปรากฏตัวออกมาให้เจ้าหมูตอนภาคภูมิเห็น และเจ้านั่นก็ถึงกับตาค้างไปเลยทีเดียว“เป็นแกเองนี่เอง เมื่อตอนบ่ายสงสัยว่ายังเจ็บตัวไม่พอ.. อยากจะลองอีกสักหมัดสองหมัดอย่างนั้นสินะ จะว่าไปแกนี่ก็โชคร้ายจังนะที่ทำให้คุณชายของเราไม่พอใจถึงสองครั้งสองครา..” กิตติกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาไม่มีทีท่าว่าจะกังวลกับชายตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ภาคภูมิที่เห็นใบหน้าของกิตติความทรงจำแย่ๆเมื่อตอนบ่ายมันก็กลับมาอย่างช่วยไม่ได้“เออ.. ท่านกิตติขอรับใจเย็นๆลงก่อนนะขอรับ ผมแค่ให้พวกมันยืมเงินทำกิจการเท่านั้น...ผะ..ผม..” ภาคภูมิพยายามยกมือ และกล่าวปฏิเสธกับเรื่องนี้ ชายคนที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่พี่ชายต่างแม่ก็ยังช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย แล้วจะให้เขาเอาอะไรไปต่อกรกับพวกนั้นได้กันล่ะ“เฮ้ยยย!.. พวกแกเป็นพวกไหนวะ..” สมหวังที่โดนอัดไปพร้อมกับประตูนั้นกล่าวออกมา ตอนนี้เขาทั้งเจ็บตัว และเจ็บใจที่จู่ใครก็ไม่รู้กล้ามาสร้างปัญหาในสถานที่ของเขา ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่เขาโดนประตูกระแทกมานั้น หูของเขาก็อื้อไปชั่วคราว เขาจึงไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างกิตติกับเจ้าหมูตอนภาคภูมิ“พวกไหนอย่างนั้นเหรอ... หึหึ เป็นพวกที่แกไม่จำเป็นต้องรู้ยังไงเล่า!.” บอดี้การ์ดอีกคนที่อยู่ใกล้ๆนั้นกล่าวพร้อมกับกระแทกหน้าของสมหวังด้วยบาทาไปหนึ่งดอก สมหวังที่โดนจู่โจมก็ตัวลอยหลายตลบกลางอากาศก่อนที่มันจะตกลงมาบนพื้นพร้อมกับมีเลือดกบปาก“อ๊ากก!.. แกกล้ามากนะเว้ย ไม่รู้หรือยังไงว่าบุคคลท่านนี้คือใคร ท่านคือท่านภาคภูมิเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ภาคภูมิที่โด่งดัง ทั้งยังมีพี่ชายเป็นถึงผู้บังคับบัญชาการทหารบก ภาคเหนือเลยนะเว้ยย พวกแกทุกตัวซวยแน่..” สมหวังพ่นเลือดที่กบปากของมันลงพื้น ก่อนจะกล่าวสรรพคุณของภาคภูมิ เหมือนกับประโยคที่เจ้าตัวหมูตอนชอบกล่าวออกมา แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้ภาคภูมิถึงกับมองบนกันเลยทีเดียว“โอ้ๆๆ แกกำลังหมายถึงเจ้าหมูตอนตัวนี้..เป็นน้องชายของผู้บัญชาการภาคอย่างนั้นเหรอ..” กิตติกล่าวถามกับสมหวัง ภาคภูมิที่ได้ยินคำถามนั้น เขาก็รีบจะแก้ตัวในทันที แต่ทว่ากิตติก็ส่งสัญญาณให้มันเงียบเอาไว้ก่อน ประมาณว่าถ้าพูดมากจะฆ่าทิ้งอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว“ใช่!.. ถ้าพวกแกรู้แล้วก็รีบก้มหัวกับท่านภาคภูมิ และร้องขอชีวิตจากท่านซะ! ไม่แน่ว่าท่านอาจจะใจดีปล่อยพวกแกไปก็ได้..” สมหวังกล่าว พร้อมกับหันหน้ามาที่ภาคภูมิเพื่อรับความดีความชอบ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะตอนนี้ภาคภูมิถึงกับหน้าเสียไปแล้ว“ฮ่าๆๆ มันบอกให้ฉันก้มหัวร้องขอชีวิตกับเจ้าหมูตอนด้วยล่ะ.. พวกแกรู้ไหมว่าฉันต้องแสดงท่าทางยังไงตอนที่มันบอกกันน่ะ..” กิตติหัวเราะ และกล่าวออกมาอย่างติดตลก ก่อนที่กิตติจะหันไปถามกับบอดี้การ์ดที่มาด้วยกันข้างๆถึงท่าทางที่เขาจะต้องทำ“เออ.. น่าจะประมาณนี้หรือเปล่าขอรับท่านกิตติ... ตายแล้ว! ทำไมฉันถึงได้รู้สึกกลัวอย่างนี้กันเนี่ย.. พวกเรากลัวจังเลย.. จากนั้นก็คงต้องคุกเข่าก้มหัวให้กับท่านหมูตอน เออ.. จากที่ผมดูภาพยนตร์หลายๆเรื่องมา พวกเขาก็ทำกันอย่างนี้นะขอรับท่านกิตติ..” บอดี้การ์ดคนนั้นกล่าวพร้อมกับทำท่าทางประกอบ“หืออ นี่ฉันต้องก้มหัวขอร้องด้วยอย่างนั้นเหรอเนี่ย.. แกคิดว่ายังไงล่ะ เจ้าหมูตอนภาคภูมิ” กิตติทำหน้าตาเหมือนกับมันเป็นเรื่องที่น่าสะอิดสะเอียน ก่อนที่เขาจะหันไปถามกับภาคภูมิเพื่อถามหาความเห็น แต่ทว่ามันยังไม่ทันได้กล่าวตอบอะไรเลย เจ้าสมหวังลูกน้องคนสนิทก็เอ่ยออกมาก่อน“ใช่แล้ว! พวกแกต้องทำอย่างนั้นแหละ จงก้มหัวขอร้องท่านหมูตอนภาคภูมิซะ!..”สมหวังกล่าว ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้กับภาคภูมิ ประมาณว่า ‘ทำดีแล้วใช่ไหมขอรับ’ ก่อนที่มันจะยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ ส่วนเจ้าหมูตอนภาคภูมิก็อยากจะลุกไปตบกระบาลมันจริงๆ นอกจากจะหาเรื่องหางานให้กับเขาแล้ว ยังแอบหลอกด่าเขาอีกด้วย“ไอ้บ้าเอ้ย!.. แกคิดจะพูดอะไร ทำไมไม่ดูสถานการณ์ก่อนล่ะวะ.. แล้วเมื่อกี้มันอะไร แกหลอกด่าฉันอย่างนั้นเหรอ..” ภาคภูมิที่ลุกขึ้นมาจากโซฟา เขารีบตรงเข้าไปตบกระบาลของสมหวังตามความคิดก่อนหน้านี้ในทันที สมหวังที่โดนตีก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองผิดอะไร หลังจากที่ภาคภูมิลงมือกับเจ้าลูกน้องไร้หัวคิดแล้ว เขาก็รีบตรงเข้ามาคุกเข่าต่อหน้ากิตติในทันที..“ต้องขออภัยท่านกิตติด้วยขอรับที่ลูกน้องไม่ได้เรื่องของผมสร้างปัญหาให้กับท่าน.. ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรให้กระผมรับใช้อย่างนั้นเหรอครับ ผมยินดีที่จะบุกน้ำลุยไฟไปทุกที่ที่ท่านต้องการเลยขอรับ” ภาคภูมิกล่าว และแน่นอนว่ากิตติที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวกับเจ้าหมูตอนในทันที“บุกน้ำลุยไฟอย่างนั้นเหรอ.. ไม่ต้องเป็นห่วงไป แกได้ทำอย่างที่แกพูดมาแน่นอน..หึหึ!”