่เช้า เปิดเรียนมาเป็วิชาคณิตศาสตร์ อาจารย์ 'หวัง' หญิงสูงวัยเ้าระเบียบเดินเข้ามาในห้อง บรรยากาศเงียบกริบทันที
"เอาล่ะ นั่งที่ให้เรียบร้อย! วันนี้เราจะมาต่อ เื่ฟังก์ชันตรีโกณมิติประยุกต์... หลิงซูเหยา! เธอกลับมาแล้วเหรอ? นึกว่าจะลาออกไปนอนรักษาตัวยาวๆ ซะอีก" อาจารย์หวังทักทายด้วยถ้อยคำเหน็บแนมตามประสาครูเ้าระเบียบ
ซูเหยา นั่งนิ่งไม่โต้ตอบ อาจารย์หวังหันไปเขียนโจทย์คณิตศาสตร์ข้อยากลงบนกระดานดำ เป็โจทย์ประยุกต์ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน "ข้อนี้... ใครตอบได้บ้าง?"
ห้องเรียนเงียบกริบ แม้แต่ต้วนิที่ว่าเก่งยังขมวดคิ้วคำนวณในกระดาษทดยิ๊กๆ หลินเสวี่ยก้มหน้าคิดหนัก
"ไม่มีใครตอบได้เลยรึ? ห้อง 6 น่าผิดหวังจริงๆ ฉันสอนไปหมดแล้วนะ" อาจารย์หวังบ่นเสียงเขียว ก่อนจะหันมาเห็นซูเหยาที่กำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ‘จริงๆ กำลังคุยกับ AI ในหัว’
"หลิงซูเหยา เธอใจลอยอีกแล้วนะ! เพิ่งกลับมาเรียนแท้ๆ แทนที่จะตั้งใจ... "
ซูเหยาถอนหายใจเบาๆ ลุกขึ้นยืนท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ "ขอโทษค่ะอาจารย์ ต่อไปหนูจะตั้งใจค่ะ”
“รู้ตัวแล้วสำนึกผิดก็ดีแล้ว คราวหลังอย่าเหม่อในเวลาเรียนอีก” อาจารย์สำทับ
“เข้าใจแล้วค่ะ อาจารย์” หลิงซูเหยาตอบรับ
“ไหนๆ ก็ไม่ยอมตอบกัน งั้นทุกคนในชั้นวันนี้ ต้องเทสย่อยวันนี้ เดียวฉันจะแจกกระดาษสำหรับทำเทสย่อย จัดโต๊ะเรียนกันใหม่ แยกเป็แถวนั่งคนเดียว วันนี้ฉันจะเทสย่อยพวกเธอทุกคนทำโจทย์บนกระดาน ใครทำเสร็จแล้วเอามาส่งแล้วออกไปพักรอเรียนวิชาถัดไปได้เลย”
เมื่อรับกระดาษทดสอบมา ซูเหยา กวาดตามองโจทย์แวบเดียว หลิงอวี้ส่งคำตอบให้ทันที วิธีทำมี 2 แบบ แบบแรกตามตำราเรียน แบบที่สองใช้สูตรลัด ลดขั้นตอนได้ 50% เธอจะตอบทั้ง 2 วิธี
เธอจรดปากกา เขียนวิธีทำลงบนกระดาษอย่างช้าๆ ค่อยๆ เขียนอย่างเป็ระเบียบ พักมือ...ทำเป็คิดเล็กน้อย ก่อนค่อยเขียนลงไป คุยกับหลิงอวี้ฆ่าเวลาไปด้วย รอจนกว่ามีคนส่งกระดาษ ค่อยส่งตาม
พักเที่ยง เสียงออดดังปุ๊บ นักเรียนทั้งโรงเรียนต่างวิ่งกรูกันไปที่โรงอาหารเพื่อแย่ง คิวอาหารฟรี
"วิ่งเร็วพวกเรา… วันนี้มีน่องไก่นะ ช้าหมดอดกิน!" เหมยอิงะโสั่งการ วิ่งนำหน้าเพื่อนๆ ไปจองโต๊ะด้วยความเร็วแสง ทั้งที่ขาสั้นนิดเดียว
กลุ่มของซูเหยาได้โต๊ะประจำ และไปต่อแถวรับถาดหลุมอาหารกลางวัน แม้อาหารโรงเรียนจะรสชาติจืดชืด แต่กลุ่มของซูเหยาเลือกที่จะกินเป็เพื่อนเธอ โดยไม่มีใครเอาปิ่นโตมากินเอง เพราะกลัวเพื่อนจะรู้สึกไม่ดี
"เฮ้อ... กับข้าววันนี้ิญญาไก่ชัดๆ" จูจูบ่นพลางเขี่ยผักในจาน "เมื่อไหร่จะได้กินของอร่อยๆ บ้างเนี่ย"
"เอาน่า... กินกันตาย" ต้วนิตักข้าวเข้าปาก "อย่างน้อยก็ฟรี เก็บตังค์ค่าขนมไว้เติมเกมดีกว่า"
"ซูเหยา เธอกินเยอะๆ นะ ผอมไปหมดแล้วเนี่ย" เหมยอิงตักหมูชิ้นเล็กๆ ในจานตัวเองแบ่งให้ซูเหยา "กินเข้าไป จะได้หายไวๆ”
ทันใดนั้น มีเด็กนักเรียนชาย 3 คนจากห้องอื่น เดินถือถาดอาหารเข้ามาหยุดที่ โต๊ะ พวกเขาดูประหม่าเล็กน้อย
"เอ่อ... ขอโทษนะ ขอนั่งด้วยคนได้ไหม? โต๊ะอื่นเต็มหมดแล้ว" หนึ่งในนั้นเป็เด็กหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาว ดูเรียบร้อย เอ่ยถามอย่างเกรงใจ สายตาแอบมองไปที่ซูเหยาแล้วหน้าแดง
ต้วนิมองหน้าเพื่อนๆ เชิงถาม "นั่งได้ ว่างอยู่" เหม่ยอิงตอบแทนเพื่อนๆ
ทั้งสามคนรีบนั่งลงด้วยความดีใจ "ขอบคุณนะ... เอ่อ หลิงซูเหยา เธอหายดีแล้วเหรอ? ฉันได้ข่าวเื่อุบัติเหตุ เห็นสภาพเธอเมื่อเช้าแล้วเป็ห่วงนะ" เด็กหนุ่มพูดตะกุกตะกัก
"พวกเราอยู่ห้อง 8 เห็นกลุ่มเธอเดินผ่านบ่อยๆ" เพื่อนอีกคนเสริม "โชคดีนะที่ไม่เป็อะไรมาก เจ็บขนาดนี้ยังมาโรงเรียน นับถือจริงๆ เลย"
"ขอบคุณ พวกนายนะ ฉันไม่เป็ไรมากแล้วล่ะ แค่แผลภายนอก" ซูเหยาตอบ
"พวกนายชื่ออะไรกันบ้างเนี่ย?" จูจูถามแทรกขึ้นมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
"ผมชื่อ 'ต้าเว่ย' นี่ 'อาเฉิง' กับ 'เสี่ยวป่อ'”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารครึกครื้นขึ้นทันที เมื่อมีเด็กหนุ่มทั้งสามคนเพิ่มเข้ามา ทั้ง 3 ดูสุภาพ และคุยสนุก พวกเขาชวนคุยเื่เกม เื่เรียน และให้กำลังใจซูเหยาอย่างจริงใจ ไม่มีความรังเกียจในสภาพที่บอบช้ำของเธอเลยแม้แต่น้อย
"ไว้่ก่อนสอบ พวกเรามาตั้งกลุ่มติวหนังสือร่วมกันก็ได้ หรือถ้าซูเหยาไม่เข้าใจถามพวกเราติวให้ได้นะ" อาเฉิงเสนอตัว
"ขอบใจนะ”หลิงซูเหยายิ้มตอบ
มื้อเที่ยงที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็่เวลาที่เต็มไปด้วยมิตรภาพและความอบอุ่น หลิงซูเหยารู้สึกได้ว่า การมีเพื่อนที่ดี... มันดีแบบนี้นี่เอง
……………………………
แสงแดดยามเย็นทอดตัวลงบนอาคารเรียนเป็สีส้มทอง เสียงออดหมดเวลาดังขึ้น พร้อมกับเหล่านักเรียนที่ทยอยเดินออกจากห้องเรียน หลิงซูเหยาเก็บของลงกระเป๋าอย่างไม่รีบร้อน
วันแรกของการกลับมาเรียนผ่านไปได้ดีกว่าที่คิด แม้จะมีคลื่นลมเล็กน้อย แต่เธอก็จัดการมันได้อยู่หมัดที่หน้าประตูโรงเรียน ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมต้นยืนชะเง้อคอรออย่างใจจดใจจ่อ
หลิงซูอิ๋วมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย สายตาของเขากวาดมองหาพี่สาวในฝูงชน ทันทีที่เห็นร่างบอบบางที่คุ้นเคยเดินออกมา
"พี่! ทางนี้" หลิงซูอิ๋วะโเรียกพร้อมโบกมือเรียกเสร็จ
เขาพึงสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง... นักเรียนชายกลุ่มหนึ่งจากต่าง ห้องกำลังจับกลุ่มกระซิบกระซาบพลางมองไปที่พี่สาวของเขาด้วยสายตาหวานเชื่อม บ้างก็ทำท่ากระมิดกระเมี้ยนเหมือนอยากจะเดินเข้าไปขอเบอร์
"เฮ้ย แกดูคนนั้นดิ สวยชะมัด เด็กใหม่เหรอวะ?"
"บ้า นั่นหลิงซูเหยาห้อง 6 ไง แต่ ทำไมวันนี้ดูเปลี่ยนไปจังวะ น่ารักขึ้นเป็กองเลย"
คิ้วของซูอิ๋วกระตุกยิก สัญชาตญาณน้องชายผู้หวงพี่สาวทำงานเต็มพิกัด เขาเดินอาดๆ เข้าไปขวางหน้าพี่สาวไว้ แล้วหันขวับไปจ้องกลุ่มหนุ่มๆ พวกนั้นด้วยสายตาอำมหิต ทำหน้าั์ขมูขีใส่จนตาแทบถลน พร้อมกับแผ่รังสีสังหารว่า 'ใครกล้าเข้ามาจีบพี่สาวข้า... ตาย!'
พวกหนุ่มๆ ที่เห็นเด็กโข่งทำหน้าั์ใส่ก็พากันสะดุ้ง รีบหลบสายตาแล้วเดินหนีไป คนละทิศละทาง
"อาอิ๋ว? ทำหน้าตาประหลาดอะไรของนาย" หลิงซูเหยาเดินมาถึงพอดี เอียงคอถาม ด้วยความงุนงง
ซูอิ๋วรีบปรับสีหน้ากลับมาเป็น้องชายผู้ร่าเริงทันที "เปล่าพี่ แค่ไล่แมลงหวี่ แมลงวันน่ะ ปะ กลับบ้านกันเถอะ ย่าคงรอแย่แล้ว"
..................…………
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน สองพี่น้องเดินสวนกับเพื่อนบ้านหลายคนที่กำลังเลิกงาน
"อ้าว อาเหยา อาอิ๋ว เพิ่งกลับจากโรงเรียนเหรอลูก? อาเหยา หายดีแล้วเหรอ?" ย่าหวัง เพื่อนบ้านจากชั้น 2 ทักทายอย่างเป็กันเอง
"ดีขึ้นแล้วค่ะย่าหวัง" ซูเหยาตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส
"ดีแล้วๆ ต่อไปต้องระมัดระวังมากๆ นะ รีบเข้าบ้านเถอะ" ย่าหวังยิ้มแย้มอย่างเอ็นดู
"ค่ะ/ครับย่า" สองพี่น้องตอบรับพร้อมกัน
ตลอดทางกลับบ้าน ซูเหยาแจกรอยยิ้มทักทายเพื่อนบ้านทุกคนที่เดินผ่านอย่างเป็ธรรมชาติ บรรยากาศรอบตัวเธอเปลี่ยนไป จากเด็กสาวที่ชอบทำหน้างอและเก็บตัวคนเดิมอย่างสิ้นเชิง ทำให้หลิงซูอิ๋วที่เดินตามหลังอดทึ่งในความเปลี่ยนแปลงของพี่สาวไม่ได้
เมื่อกลับถึงบ้าน กลิ่นของอาหารก็ลอยมาแตะจมูก ปู่หลิงกำลังง่วนอยู่หน้าเตา วันนี้ปู่กลับมาเร็ว จึงขอแสดงฝีมือทำเมนูโปรดของหลานๆ รอไว้แล้ว ทั้งหมูผัดเปรี้ยวหวาน แกงจืดเต้าหู้ และผัดผักคะน้าน้ำมันหอย
จริงๆ แล้วปู่หลิงรักการทำอาหารมาก แต่รสชาติที่ทำออกมานั้น... พูดตามตรงคือ 'พอกินได้' บางอย่างก็อร่อย แต่บางอย่างก็รสชาติแปร่งๆ เพราะปู่ไม่มีพร์ด้านการ ‘ปรุงรส’
แต่อาศัยความขยันจนไต่เต้าจากคนล้างจานในภัตตาคารขึ้นมาเป็ผู้ช่วยเชฟได้ ถึงอย่างนั้นทุกคนในครอบครัวก็เต็มใจทานอาหารฝีมือปู่เสมอ เพราะรู้ว่าปู่ทำด้วยความรักและมีความสุข
บรรยากาศมื้อเย็นวันนี้อบอุ่นเป็พิเศษ พ่อกับแม่กลับมาจากที่ทำงานด้วยความเหนื่อยล้า แต่พอเห็นปู่หลิง ย่าจู และลูกๆ นั่งรอทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ความเหนื่อยก็หายไปเป็ปลิดทิ้ง
"พ่อแม่ ทำอาหารน่าอร่อยจังครับ" พ่อเอ่ยทักทายเอาใจผู้เฒ่าทั้งสอง
"ไปล้างมือล้างหน้าให้สบายก่อนเถอะ แล้วมากินข้าวกันได้แล้ว" ย่าจูบอก "ครับ/ค่ะ แม่"
หลังจากพ่อแม่ล้างมือและมานั่งร่วมโต๊ะ บทสนทนาก็เริ่มขึ้น
"ที่โรงเรียนเป็ยังไงบ้างลูก เพื่อนๆ โอเคไหม?" แม่ถามด้วยความเป็ห่วง
ซูเหยาวางตะเกียบลง ยิ้มตอบอย่างมั่นใจเพื่อความสบายใจของทุกคน "ดีมากเลยค่ะแม่ หนูตามบทเรียนทันหมด แล้วเพื่อนๆ ก็... ดีใจ ต้อนรับกันใหญ่เลยค่ะ"
"ดีแล้วๆ พ่อก็กลัวว่าเราจะเครียดเื่เรียนไม่ทัน ถ้ามีอะไรก็มาปรึกษานะลูก" พ่อตักหมูผัดเปรี้ยวหวานใส่ชามให้ลูกสาว