บทที่0002 ทรมานร้อยรูปแบบ
โทรศัพท์ส่งเสียงดังตู๊ดไปได้สักประมาณครึ่งนาทีมันก็โดนตัดสายทิ้งทันที
ลั่วหว่านเหยียนรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยเธอจึงต้องส่งข้อความไปหาเขาบอกความสำคัญของงานวันพรุ่งนี้
ผ่านไปชั่วโมงครึ่งหนิงจื้อหย่วนก็ตอบกลับเธอมา
“ไม่ได้”
สองคำที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
ลั่วหว่านเหยียนวางโทรศัพท์ลงอย่างหมดแรงเธอหลับตาลงก่อนจะฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง
เวลาเครื่องบินออกคือตอนเที่ยงวันถ้าหากตอนเช้าเธอทำเวลาหน่อยล่ะก็ทุกอย่างก็น่าจะทันอยู่
พอคิดได้แบบนี้เธอจึงหามรุ่งหามค่ำรีบเอาข้อมูลที่ต้องใช้ในการทำงานนั้นออกมาจัดการก่อนครึ่งหนึ่งจากนั้นก็หลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงตื่นมาตอนเช้าตรู่ เก็บสัมภาระเรียบร้อย ก็เดินออกจากห้องไป
พอเธอรับมือกับไป๋เวยอีเสร็จเธอก็จะรีบไปสนามบิน ถ้าหากโชคดีล่ะก็ เธอก็น่าจะพอมีเวลาอยู่
เพราะเธอออกเช้ามากตอนที่ไปถึงคฤหาสน์ของไป๋เวยอีนั้นพวกคนรับใช้เพิ่งจะตื่นนอนกันพอพวกเขาเห็นลั่วหว่านเหยียนต่างก็ทำหน้าใเล็กน้อย
ลั่วหว่านเหยียนไม่มีเวลาพูดไร้สาระเธอเดินเข้าไปถาม “เธอไม่สบายตรงไหน”
คนใช้ต่างทำหน้าลำบากใจได้เพียงแต่ส่ายศีรษะพร้อมกับกล่าวคลุมเครือ“คุณรอถามเธอเองตอนเธอตื่นนอนแล้วเถอะค่ะ”
แต่ลั่วหว่านเหยียนจะมีเวลาเยอะขนาดนั้นได้ยังไงกันเธอต้องเตรียมพวกยาที่อาจจะได้ใช้ไว้ก่อนล่วงหน้า
“เป็หวัด เจ็บขา หรือว่าประจำเดือนมา” เธอเดาอย่างไม่ยอม
คนรับใช้ก็ยังคงส่ายศีรษะ“่นี้คุณหนูตื่นเช้า เดี๋ยวไว้คุณรออีกสักหน่อยเถอะนะคะ” เธอพูดเพียงแค่นี้
ลั่วหว่านเหยียนจึงได้แต่ยอมรอเธอรอไปพลางพร้อมเตรียมข้อมูลการทำงานต่อ
หลังจากผ่านไปสามชั่วโมงห้องของไป๋เวยอีก็มีความเคลื่อนไหวขึ้นมาลั่วหว่านเหยียนรีบวางคอมพิวเตอร์ลงเรียกคนรับใช้ ก่อนที่เธอจะผลักประตูเข้าไป
ไป๋เวยอีนอนตะแคงข้างเธอพูดขึ้นมาโดยที่ไม่ได้หันหน้ามาด้วยซ้ำ“เทน้ำให้ฉันหน่อยสิ”
ลั่วหว่านเหยียนก็รินให้เธอและยื่นแก้วน้ำไปให้ด้วยมือทั้งสองข้าง
ไป๋เวยอีหันไปเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือลั่วหว่านเหยียนใบหน้าที่งดงามของเธอ ทำให้ไป๋เวยอีเกิดความชั่วร้ายขึ้นมา
“ลั่วหว่านเหยียน เป็เธอนี่เอง” เธอพูดพร้อมยิ้มยื่นมือออกไปรับแก้วน้ำ จากนั้นไป๋เวยอีก็สาดน้ำในแห้วใส่หน้าเธอก่อนจะทำหน้าไม่รู้สึกอะไร พร้อมพูดว่า “น้ำเย็นไป ไปเปลี่ยนมาใหม่ให้ฉันเดี๋ยวนี้”
น้ำค่อยๆไหลลงมาตามเส้นผมและใบหน้าของเธอ
ลั่วหว่านเหยียนเองก็ไม่ได้โกรธอะไรเธอเช็ดน้ำที่เลอะหน้าอยู่อย่างหมดความอดทนแต่ก็แอบปลอบตัวเองในใจ ดีนะที่เธอเอาน้ำอุ่นมา ถ้าเป็น้ำร้อนล่ะก็ หน้าของเธอคงได้โดนทำลายไปแน่
เธอพูดเสียงนิ่ง“เธอไม่สบายตรงไหน เดี๋ยวฉันจะไปซื้อยามาให้”
ไป๋เวยอีหัวเราะ“ฉันไม่สบายใจ”
เห็นได้ชัดว่าเธอจงใจหาเื่ชัดๆ
ลั่วหว่านเหยียนทำหน้านิ่งพร้อมพูดเสียงเบา “ดูเหมือนเธอจะไม่มีปัญหาอะไรนะ งั้นฉันไปล่ะ”
“เดี๋ยวก่อน ใครบอกว่าฉันไม่เป็อะไร ฉันหิวแล้ว เธออุ้มฉันไปนั่งที่รถเข็นเลยนะ” ไป๋เวยอีเลิกผ้าห่มออก เห็นขาสองข้างที่หดเล็กน้อยเพราะเป็อัมพาต
ลั่วหว่านเหยียนพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลงก็แค่พาเธอไปกินข้าว คงไม่เสียเวลาอะไรมาก
เธอย่อตัวออกแรงอุ้มไป๋เวยอี
ไป๋เวยอีทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดไปที่ลั่วหว่านเหยียนเธอจับมือข้อมือลั่วหว่านเหยียนที่มีเสื้อปิดไว้จากนั้นก็ใช้เล็บจิกเธออย่างแรง
ลั่วหว่านเหยียนเจ็บจนมือสั่นไป๋เวยอีกลับพูดเสียงแหลมขึ้นมา“ลั่วหว่านเหยียน เธออุ้มฉันให้ดีๆ ล่ะ ถ้าหากทำฉันล้มล่ะก็ พี่จื้อหย่วนจะต้องโมโหแน่ๆ”
ลั่วหว่านเหยียนกัดฟันแน่น ในที่สุดเธอก็วางไป๋เวยอีลงที่รถเข็นได้อย่างดีจากนั้นก็เข็นเธอมาที่ห้องรับแขก
คอมพิวเตอร์ที่เธอทำงานค้างอยู่ยังวางอยู่บนโซฟาไป๋เวยอีเห็นก็ทำสายตาเ้าเล่ห์ขึ้นมา“ตอนที่เธอรอฉันยังทำงานอีกหรือเนี่ย...”เธอถามพร้อมยิ้ม
ลั่วหว่านเหยียนไม่อยากตอบเธอแค่รบกวนคนรับใช้อย่างมีมารยาทว่าให้ยกอาหารเช้าเข้ามา
แต่ไป๋เวยอีกลับพูดว่า“อย่าใช้คนรับใช้ เธอไปยกมาให้ฉัน”
ลั่วหว่านเหยียนกัดฟันทนเธอเดินไปห้องครัวอย่างเงียบๆ
พอเธอไปไป๋เวยอีก็เข็นรถเข็นมาตรงคอมพิวเตอร์ของเธอ
หน้าจอยังคงเปิดค้างอยู่มันคือรายงานกับสรุปที่เธอเพิ่งทำได้ครึ่งหนึ่ง
ไป๋เวยอียิ้มอย่างเ้าเล่ห์เธอหยิบน้ำชาที่อยู่ข้างๆ สาดไปที่หน้าจอคอมของเธอ
น้ำร้อนพอสาดโดนตัวเครื่องหน้าจอก็กะพริบอยู่สองสามครั้งก่อนจะดับไป
ตอนที่ลั่วหว่านเหยียนยกอาหารเช้าออกมานั้นเธอก็เห็นภาพนั้นพอดี
“ไป๋เวยอี นี่เธอทำอะไรน่ะ” ลั่วหว่านเหยียนรีบวางอาหารเช้าลงแล้วพุ่งเข้ามาดูคอมพิวเตอร์ตัวเอง
เครื่องค้างไปเรียบร้อยแล้วเอกสารที่เมื่อคืนเธอทำมาตลอดไม่รู้เลยว่าจะเอากลับมาได้หรือไม่
“ฉันก็แค่ราดน้ำไปเฉยๆ ทำไม เธอไม่พอใจงั้นหรือ?” ไป๋เวยอีกลับทำท่าทางไม่สนใจแถมยังสะใจซะด้วยซ้ำ “ฉันหิวแล้ว ลั่วหว่านเหยียน ป้อนข้าวฉันเดี๋ยวนี้”