ตอน 2 ปมแค้นแสนร้าย
"เรียนคุณชายข้าหลิวจิ่นเฟยไม่ได้ร่ายรำเพื่อสนองความสำราญใจของผู้ใดต้องขออภัยที่ข้าไม่อาจรับน้ำใจจากท่าน" จิ่นเฟยผู้ถือตน ดันรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าโม่เติ้งถูั้แ่แรกเห็นปฏิเสธคำขอของไท่จื่อน้อย หันไปมองหน้าสือเซียวที่กลัวจนหัวหด
เพื่อปกป้องสหายคนใหม่ให้รู้สึกผ่อนคลาย นางกุมมือสือเซียวแน่นกระชากแขนวิ่งหนีไปจากตรงนั้น
"นี่!!! นี่เ้า!!! ข้าเป็ถึงไท่จื่อเหตุใดกล้าปฏิเสธข้า!!! " ท่าทีโอหังของนางทำเอาไท่จื่ออย่างก๋านลู่เปียนอึ้งจนต้องอ้าปากค้าง
"โม่เติ้งถู ดูสิ!! ดูสตรีของเ้า!!นี่เ้าชมชอบสตรีเช่นนี้เองหรือ " ไท่จื่อทำท่าทีลุกลี้ลุกลน ประมาณว่าโอ้วๆๆๆ เหลือจะเชื่อ ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจแบบนี้มาก่อน
"ข้าไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ ว่าหากเ้าได้แต่งกับนางใครจะเป็ใหญ่ในเรือน " ในเมื่อเป็นางในดวงใจของสหายรัก ไท่จื่ออย่างเขาก็อารมณ์เย็นลง ไม่ถือสาเอาความ
"ก็คงหนีไม่พ้นให้นางได้เป็ใหญ่ในเรือน"เติ้งถูเก็บดอกไม้ดอกนั้นไว้แนบอก พร้อมยิ้มออกมาเล็กน้อยเขาพูดพึมพำออกมาแบบไม่อายปาก
"โอ่ว... ใช้ได้นี่โม่เติ้งถู...ข้าเป็สหายกับเ้ามาหลายวัน กลับไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเ้า"
"แต่กับนาง...เจอเพียงครั้งแรก ก็ขโมยรอยยิ้มคนเ็าอย่างเ้าไปได้... ไม่ธรรมดาจริงๆ"สองหนุ่มหยอกล้อ วิ่งไล่จับสนุกสนาน
*****************************
งานเลี้ยงเริ่มต้นก็ต้องมีวันเลิกรา... สิ้นสุดการเฉลิมฉลอง...คุณหนู-คุณชายน้อยทั้งหลายถูกเรียกตัวกลับไป... ทว่าสือเซียววัยเด็กผู้คลั่งรัก ได้มอบปิ่นหยกให้นาง ถือเป็ของขวัญแรกพบหน้า
"ของสิ่งนี้มอบให้เ้า..."เขาเอื้อมมือปักปิ่นหยกบนหัวนาง
" ท่านแม่เคยบอกว่า...หากข้าชมชอบสตรีนางใดให้มอบมันแกนาง" สือเซียวน้อยรำพึงรำพันถึงคำพูดของมารดาที่ด่วนจากไป
"จิ่นเฟย... รอข้า... ข้าจะเป็บุรุษที่เก่งกาจ คอยปกป้องเ้าในวันข้างหน้า"สือเซียวไม่อยากจากนางแม้แต่ครึ่งก้าว
"หลิวจิ่นเฟย... ข้าจะแต่งกับเ้า..." คุณชายน้อยอย่างเขาะโจนสุดเสียงทั้งที่หรงตือโส่ว(พ่อพระรอง)จูงมือขึ้นรถม้า
ผู้เป็พ่อถอนหายใจเพ่งมองบุตรชายด้วยความละเหี่ยใจ พลางคิดในใจว่า
"ลูกสาม เ้ามิอาจสมหวังกับนางหรอก สกุลหลิวของนางบาดหมาง เป็ก้างกระดูกใหญ่ขัดขวางความมั่งคั่งของสกุลเรามาช้านาน..."
"ข้าไม่มีทางให้เ้าแต่งกับนางเด็ดขาด"ผู้เป็พ่อเร่งจูงมือบุตรชายเดินไว ให้ลับสายตาหลิวจิ่นเฟย
หลิวจิ่นเฟย สตรีที่ไม่เคยแยแสผู้ใดเมื่อได้ััความอ่อนโยน สุภาพ ความไร้เดียงสาของหรงสือเซียว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า...
หรงสือเซียวก็เป็รักแรกวัยเด็กที่นางไม่อาจลืม
ปิ่นหยกที่เขาทิ้งไว้ กับดอกไม้หนึ่งดอก เป็ดั่งสัญญารักผูกใจ ให้นางเฝ้าคะนึงหาทุกวันคืน
**ในยุคนั้นสกุลหรง (สกุลของพระรอง) กับสกุลหลิว(สกุลของนางเอก) มีเื่หมางใจกันหนักหนาสาหัส เนื่องจากสองขุนนางใหญ่อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน คือมหาอัครเสนาบดีผู้บัญชาหน่วยองครักษ์เสื้อแพร**
หรงตือโส่ว(พ่อพระรอง) มหาอัครเสนาบดีผู้บัญชาหน่วยองครักษ์เสื้อแพรฝ่ายซ้าย
หลิวเมิ๋งเจ๋อ(พ่อนางเอก)มหาอัครเสนาบดีผู้บัญชาหน่วยองครักษ์เสื้อแพรฝ่ายขวา
หน่วยองครักษ์เสื้อแพร(มีหน้าที่พิสูจน์หลักฐานให้ราชสำนักและสืบคดีต่างๆ)
อย่างที่ทราบกันดีในสำนวนที่ว่า เสือสองตัวมิอาจอยู่ในถ้ำเดียวกัน
ด้วยนิสัยใจคอของหรงตือโส่ว แม้จะเป็ถึงขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนัก แต่มิอาจลดละทิฐิลงได้
มักใหญ่ใฝ่สูง ทะเยอะทะยานเพื่อความเป็ใหญ่ กระหายความมั่งคั่งอู่ฟู่ไม่มีสิ้นสุด... อำนาจที่มีไม่คณามือมักเสาะหากำลังเสริมเติมแต่งเพื่อหนทางยึดอำนาจ
ด้วยเหตุที่ว่า หลิวเมิ๋งเจ๋อมหาอัครเสนาบดีผู้บัญชาหน่วยองครักษ์เสื้อแพรฝ่ายขวา ยากที่จะกำจัด หรงตือโส่วจึงเบนเข็ม
เล็งกำจัดสกุลโม่เป็สกุลแรก
ไหนเลยจะรู้ว่าหรงตือโส่วจะถลำลึกเกินถอนตัว...
เขาเริ่มแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เข้าหาฮ่องเต้ผู้ปรีชา กล่อมเกลายุยงเอาความกังวลของาามาเป็ตัวชูเล่น
เพราะเขารู้ดีว่าฝ่าาผู้หวงแหนอำนาจ หวาดระแวงทุกสิ่งอย่าง
เพียงระยะเวลาไม่นาน หรงตือโส่ว กลายเป็ผู้ชักใยอยู่เื้ั เชิดหุ่นฝ่าาจนสูญเสียความเป็ตัวเอง
ตือโส่วผู้นี้หวังกำจัดขุนนางใหญ่ที่ภักดีให้มลายล้มหายตายจากไปทีละจวน ทีละจวน
ส่วนตนนั้นค่อยๆทยอยสร้างกองพลอย่างลับๆหวังก่อฏยึดอำนาจ ขึ้นเป็ฮ่องเต้องค์ต่อไปในภายหลัง
************************
ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน... เมื่อฝ่าาผู้ทรงธรรมถูกตือโส่วครอบงำ
ความโกลาหลปั่นป่วนมาเยือนสกุลใหญ่น้อยในลั่วหยาง(ชื่อเมืองหลวง)เริ่มสั่นคลอน
ค่ำคืนที่แสนสงัด... คนในเมืองแร้นแค้นไม่พลุกพล่าน ตกดึกยามใดแม้แต่แมลงสักตัวยังไม่มี...
จุดจบของสกุลโม่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆเมื่อกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายบุกเข้าจวนสังหารเงียบทีละคน ทีละคน ค่ำคืนที่ผู้คนหลับใหลว่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกจวน สาวใช้และบ่าวก็ตายกว่าครึ่งร้อย
นายท่านสกุลโม่ สวมเกราะใหญ่ถือดาบ ปกป้องคนในเรือนยามกลางดึก
"พวกเ้าเป็คนกลุ่มใดกัน เหตุใดสังหารคนของข้าเป็ผักปลา"นายท่านสกุลโม่ไม่เกรงกลัวความตาย กี่ร้อนสนามรบก็ผ่านมาแล้ว
"ข้าไม่เคยบาดหมางกับผู้ใดมาก่อนเื่นี้ต้องเป็การเข้าใจผิดแน่" พูดยังไม่ทันจบประโยคฮูหยินจวนโม่ถูกสังหารด้วยดาบเดียว เหตุเพราะนางกำลังอุ้มโม่เติ้งถูหลบหนี
"ท่านแม่!!!! " หัวใจเด็กน้อยอย่างเขาหักโคร่มเมื่อผู้เป็แม่ถูกดาบยาวเสียบคาทะลุร่าง
จวนจนกว่าจะถึงเฮือกหายใจสุดท้ายฮูหยินค่อยๆทรุดร่างลงพื้นยั้งไว้ด้วยหัวเข่า วางโม่เติ้งถูลงพื้นอย่างเบามือ
"เติ้งถู จวนเราไม่รอดแน่ จงหนีไป หนีไปซะเร็วเข้า.... เร็ว!!! " ฮูหยินใหญ่ สวมิญญาความเป็แม่เอาร่างกำบังถ่วงเวลาให้ลูกน้อยวิ่งหนีได้ทัน
"ท่านแม่ !!! ท่านแม่!!! " สองแม่ลูกยังไม่ทันได้เอ่ยคำลา นางก็สิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา
ตอนนี้ เหลือก็เพียงแต่นายท่านสกุลโม่ผู้เดียว แม้จะเป็ถึงแม่ทัพใหญ่เขาเองไม่สามารถต้านทานกองกำลังกลุ่มคนนิรนามได้มากมายในคราเดียว
สิ้นสุดค่ำคืนที่แสนผวา ด้วยการสังหารแม่ทัพใหญ่โม่ ใต้คมดาบ เด็กน้อยอย่างเติ้งถู น้ำตาไหลอาบแก้ม สะอื้นจุกอกในความเงียบงันเบื้องหน้าเป็กองศพของคนนับร้อย คนในสกุลถูกสังหารจนสิ้น
เมื่อแน่ใจแล้วว่าทุกอย่างสงบลง เติ้งถูจึงวิ่งออกจากที่ซ่อนรอบตัวนองไปด้วยเืสดๆ
"โม่เติ้งถู...ลูกข้า...อย่างน้อยสกุลโม่ของเราก็ยังมีเ้า ความหวังเดียวของสกุล อยู่ที่เ้าแล้ว"ผู้เป็พ่อยังไม่สิ้นลม เปล่งเสียงแ่เบาออกจากลำคอ
"ท่านพ่อ!! ท่านพ่อ!! รอข้าเติ้งถูจะไปเรียกท่านหมอ" เติ้งถูตัวน้อยแม้จะหวาดกลัว แต่ก็ยังใจกล้ากัดฟันพูด
"สกุลโม่สิ้นแล้ว จำเอาไว้เ้าต้องซ่อนตัวจากยุทธภพให้ดี ราชสำนักเต็มไปด้วยขุนนางโฉด วกวนดั่งคลื่นใต้น้ำภายภาคหน้าหากเป็ไปได้ เ้าอย่าได้รับใช้แผ่นดินจงใช้ชีวิตต่อไปให้มีความสุข" คำสั่งเสียก่อนตายของผู้เป็พ่อ
ทว่ากลุ่มคนพวกนั้นหวนคืนกลับมาพร้อมไหน้ำมัน สาดราดทั่วจวน
"เติ้งถู ไปซะ รีบหนีไป ไปให้ไกลอย่าได้เหลียวย้อนกลับ" ผู้เป็พ่อจวนจะสิ้นใจ มือที่เปื้อนเืลูบโอบแก้มน้อยๆของบุตรชายเป็ครั้งสุดท้าย
ก่อนตายเขามอบดาบใหญ่และแหวนหยกสีทองเพื่อแสดงถึงเกียรติยศแขวนคอให้โม่เติ้งถูผู้เป็บุตรผลักไสให้หลบอยู่ในที่ปลอดภัย