ในเวลานี้เองก็มีเสียงเนือยเนิบระคนด้วยแรงดึงดูดบางอย่างดังขึ้นจากนอกวงล้อม
“เหตุใดวันนี้จึงครึกครื้นยิ่งนัก ข้าไม่ได้มาเยือนที่นี่หลายวันดูเหมือนกิจการจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก”
ครั้นได้ยินเสียงนี้ หูของเสิ่นจื่อโยวก็ขยับเล็กน้อยนางมองไปตรงประตู
บุรุษในอาภรณ์ขาวรูปลักษณ์หล่อเหลาสง่างาม ท่วงท่าอ่อนโยน เขาไพล่มือไว้ด้านหลังกำลังก้าวเข้ามา
“เถ้าแก่”หลงจู๊ในร้านรีบเดินออกมาจากหลังตู้แสดงสินค้าปรี่เข้าไปต้อนรับเขา รีบโค้งตัวให้กับบุรุษผู้นั้น
เถ้าแก่?! หรือว่าผู้ที่มาก็คือเถ้าแก่ในตำนานของร้านค้าตระกูลโม่ที่กล่าวกันว่าเป็เทพัเห็นหัวไม่เห็นหางผู้นั้น?!
ความสนใจของคนจำนวนมากถูกบุรุษผู้นี้ดึงดูดไปพวกเขาต่าง้าชื่นชมบารมีของเถ้าแก่ร้านค้าตระกูลโม่
เสิ่นจื่อโยวหรี่ตามองพินิจผู้ที่เข้ามาใหม่
เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าบนร่างของคนผู้นี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างแรงกล้า
“อย่างไรกันเสี่ยวโยวเอ๋อร์มองข้าจนนิ่งอึ้งไปเลยหรือ”
“ก็ใช่ในเมื่อข้ามีรูปโฉมหล่อเหลาถึงเพียงนี้ หากจะจ้องมองจนตะลึงงันไปก็เป็เื่สมควรเพียงแต่ใบหน้านี้ของข้าได้ผ่านการแปลงโฉมมาแล้วรูปลักษณ์ที่แท้จริงของข้างามสง่ากว่านี้มากนัก”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของเสิ่นจื่อโยวโดยไม่คาดคิด
ที่แท้ก็เป็โม่จื่อเซวียนผู้หลงตัวเอง!
มุมปากของเสิ่นจื่อโยวกระตุกคาดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วเ้าคนหลงใหลในตัวเองผู้นี้จะเป็เถ้าแก่ของร้านค้าตระกูลโม่
“บทสนทนา”ระหว่างโม่จื่อเซวียนกับเสิ่นจื่อโยวดำเนินผ่านกระแสจิต ผู้อื่นไม่มีทางได้ยิน
ครั้นได้เห็นโม่จื่อเซวียนทั้งพันไป๋เหอและเสิ่นเชียนซีต่างก็รู้สึกราวกับเห็นทหารช่วยชีวิต!
กระบอกตาของเสิ่นเชียนซีพลันแดงเรื่อนางวิ่งก้าวเล็ก ๆ มาหยุดเบื้องหน้าโม่จื่อเซวียนพร้อมดึงแขนเสื้อของเขาไว้ กล่าวด้วยใบหน้าน่าสงสาร“คุณชาย ท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับพวกเราสองแม่ลูกมีคนคิดรังแกพวกเราในร้านค้าของท่าน”
เสิ่นเชียนซีเชี่ยวชาญในการดึงดูดความรักและความสงสารจากบุรุษนาง้าให้บุรุษเบื้องหน้าผู้นี้ขับไล่เสิ่นจื่อโยวออกไป!
มองจากระยะประชิดเถ้าแก่ของร้านค้าตระกูลโม่ผู้นี้ดูหล่อเหลาจริง ๆ...
ครั้นคิดเช่นนี้ดวงตาของเสิ่นเชียนซีก็ฉายร่องรอยหลงใหลไปครู่หนึ่งบนใบหน้าปรากฏสีแดงเรื่อด้วยความเขินอายอย่างที่ไม่ควรจะเป็
หากองค์ชายสามเซวียนหยวนช่างและองค์ชายหกเซวียนหยวนฉีได้มาเห็นเสิ่นเชียนซีในยามนี้ก็ไม่แน่ว่าหัวใจของพวกเขาคงต้องอ่อนยวบแล้ว
ทว่าคนที่นางพบคือโม่จื่อเซวียน
นางได้ยินเพียงเสียงหัวเราะเบา ๆ เสียงหนึ่งของโม่จื่อเซวียนเพียงออกแรงหนึ่งเขาก็หลุดออกจากมือของเสิ่นเชียนซี
เขาเดินไปยังด้านข้างเลือกเก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วนั่งลง น้ำเสียงสบายอารมณ์ดังขึ้น“เื่ในครอบครัวของผู้อื่นข้ายุ่งได้หรือ พวกท่านสร้างผลกรรมก็จำต้องกล้ำกลืนลงไปด้วยตนเอง”
สำหรับเขานั้นนั่งชมการแสดงอยู่ด้านข้างพอแล้วนานแล้วที่ไม่ได้ชมการแสดงอันน่าตื่นเต้นของเสี่ยวโยวเอ๋อร์
ทั้งพันไป๋เหอและเสิ่นเชียนซีต่างก็คาดไม่ถึงว่าโม่จื่อเซวียนจะกล่าวถ้อยคำเช่นนี้ออกมาสีหน้าจึงประเดี๋ยวเขียวประเดี๋ยวขาว ดูหน้าชมเป็อย่างยิ่ง
เหตุใดการตอบสนองของเถ้าแก่ร้านค้าตระกูลโม่ผู้นี้จึงต่างจากที่พวกนางจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง?!
ในเวลานี้เองเสิ่นจื่อโยวก็เดินมาถึงเบื้องหน้าของพันไป๋เหอ
มุมปากของเสิ่นจื่อโยวยกหยักนางกล่าวกับพันไป๋เหอด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “ฮูหยินเสิ่นข้าจะตบท่านเพียงสามครั้งเท่านั้น สามฝ่ามือนี้ถือเป็สิ่งที่ข้าตอบแทนท่านหลังผ่านพ้นสามฝ่ามือนี้แล้วท่านจะไล่ข้าออกจากตระกูลเสิ่นก็ดี หรือจะให้ข้าอยู่ในตระกูลเสิ่นต่อไปเพื่อคิดหาวิธีการแก้แค้นข้าก็ช่างข้าล้วนไม่ใส่ใจ”
หัวใจของพันไป๋เหอสั่นสะท้านนางลอบเคลื่อนย้ายพลังปราณิญญาในร่างกาย
นางเองก็เป็นักเวทิญญาในเมื่อไม่อาจหลบเลี่ยงสามฝ่ามือนี้เช่นนั้นอย่างน้อยนางก็ไม่ควรพ่ายแพ้ในสภาพน่าสังเวชจนเกินไป
ช้าเร็วต้องมีสักวันที่นางจะนำสามฝ่ามือนี้หวนคืนสู่พวกซูหวั่นเยว่สองแม่ลูก!
ประกายอำมหิตวาบผ่านั์ตาของพันไป๋เหอ
รอยยิ้มของเสิ่นจื่อโยวแปลกพิกลขึ้นหลายส่วนทว่าพันไป๋เหอกลับไม่ทันสังเกตเห็น
เสิ่นจื่อโยวเงื้อมือขึ้นตบไปที่ใบหน้าของพันไป๋เหอ!
ทันใดนั้นร่างของพันไป๋เหอก็พลันลอยไปกระแทกเข้ากับบานประตูอย่างแรงก่อนลื่นไถลลงมา
ซู้ด...สาวน้อยคนนี้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยหรือ? ทุกคนต่างพากันสูดลมเย็น
แน่นอนว่าเสิ่นจื่อโยวไม่ได้มีเรี่ยวแรงมหาศาลถึงขั้นนั้นเพียงแต่นางได้ติดแผ่นยันต์ให้ตนเองไว้ล่วงหน้าแล้ว
เสิ่นจื่อโยวก้าวตามไปหยุดข้างกายพันไป๋เหอน้ำเสียงเนิบช้าดังขึ้น “ฝ่ามือแรกข้าลงมือแทนท่านแม่ขอบคุณที่ในปีนั้นวางยาพิษนาง”
ในหัวของพันไป๋เหอมีแต่เสียงอื้ออึงหูได้ยินเพียงคำว่า ‘ท่านแม่’ สองคำนั้น
ยังไม่ทันรอให้นางได้พักฟื้นเสิ่นจื่อโยวก็ฟาดฝ่ามือที่สองลงไป
เพียะ!
“ฝ่ามือที่สองนี้เพื่อตัวข้าเองขอบคุณสำหรับการขัดเกลาของท่านในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา”
ฝ่ามือที่สองนี้เสิ่นจื่อโยวยิ่งออกแรงมากขึ้นั์ตาฉายประกายสังหาร
เพียะ!
“ฝ่ามือที่สามนี้ข้าให้ท่านแบกรับแทนคนของตระกูลเสิ่นทั้งตระกูลหากไม่ใช่เพราะเสิ่นอี้กวงเห็นแก่ประโยชน์จนลืมคุณธรรมเห็นผู้อื่นตกบ่อกลับปาหินใส่มีหรือที่ตระกูลซูของท่านแม่จะตกอับรวดเร็วถึงเพียงนี้?!”
ฝ่ามือที่ตบลงไปแต่ละครั้งของเสิ่นจื่อโยวโเี้ขึ้นทุกฝ่ามือ
หลังฝ่ามือที่สามพันไป๋เหอที่เดิมคิดว่า ‘อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชจนเกินไป’ กลับกระอักเืออกมาคำโต ในกองเืยังมีฟันปะปนอยู่หลายซี่หัวพลันเอียงลง สลบล้มพับไป
เสิ่นเชียนซีที่ยืนอยู่ด้านข้างก้าวถอยหลังไปหลายก้าวแข้งขาพลันอ่อนยวบ สะดุดล้มลงบนพื้น
เสิ่นจื่อโยว...น่ากลัวเกินไปแล้ว!