เมื่อเ้าสำนักเอ่ยจบก็พาทุกคนกลับออกไปมุ่งหน้ากลับสำนักฟ้าครามทันที เหล่าสัตว์ในพันธสัญญาก็ต่างกลับเข้าไปในมิติจิตเชื่อมของเ้านายตน เพื่อกันไม่ให้ผู้คนตื่นใ
ก่อนที่จะถึงที่ตั้งของสำนัก จู้กู่ชิงเ้าสำนักยังสาวสวยตัดสินใจบอกแก่ทุกคนว่าจะรับพวกเขาทั้งห้าเป็ศิษย์สายในทันทีให้เตรียมตัวเอาไว้และก็ให้ผู้าุโมู่ซงอวิ๋นพาไปส่งออกจากค่ายกลทั้งหมดก็มาโผล่ในเมือง ตรงที่ทุกคนมาต่อแถวเพื่อเข้าทดสอบในวันแรก
เื่ที่ได้ฟังจากเ้าสำนักจู้กู่ชิง ทำให้ทุกคนตกตะลึงต่างคาดไม่ถึงและดีใจกันถ้วนหน้า ยกเว้นก็แต่อวิ๋นเฟยเฟิ่งที่รู้สึกว่าเื่มันเริ่มจะยุ่งยากขึ้นจากตอนแรกที่อยากอยู่แบบไร้ตัวตนไม่เป็ที่สนใจ แต่ตอนนี้กลับได้เป็ศิษย์สายในั้แ่วันแรกโดยไม่ได้ผ่านการทดสอบใดๆ แค่คิดก็มีเื่ปวดหัวมากแน่ๆ
"พวกเ้าส่งแผ่นป้ายมาให้ข้า"มู่ซงอวิ๋นเอ่ยขอแผ่นป้ายเพื่อจะนำไปจัดเรียงอันดับของแต่ละคน
"พรุ่งนี้ยามซื่อ(09.00-19.59 น.)เข้าสำนักเพื่อรับฟังประกาศต่างๆจากทางสำนัก วันนี้พวกเ้าก็กลับบ้านไปพักผ่อนได้"มู่ซงอวิ๋นรับป้ายของแต่ละคนมาและทำการติดชื่อเอาไว้ว่าของใครเป็ของใครก่อนจะจากไปทันที
"เราคงแยกย้ายกันตรงนี้ เจอกันวันพรุ่งนี้"โจวจื่อซินเอ่ยพลางยิ้มอย่างสดชื่นที่ได้กลับออกจากป่าเสียที
"พวกเ้าพักอยู่ที่ใดกันบ้างหรือ?"หลิงซวงถามไถ่เพราะนางคงจะต้องไปเยี่ยมเยือนสหายทั้งสามบ่อยๆแน่
"นั้นสิ! หากพวกเ้าไม่มีที่พักก็บอกข้า ข้าจะจัดการให้"ฟางเจี้ยนิเองก็รู้ใจหาย เขาไม่อยากจากสหายไปเลยและเป็ห่วงพวกเขาทั้งสามเพราะไม่ใช่คนเมืองหลวงคงจะยังไม่มีที่พัก
"ไม่ต้องห่วงหรอก พวกข้าพักอยู่ด้วยกันในจวนของเฟยเฟิ่ง ทางด้านทิศตะวันออกหากพวกเ้าอยากเจอพวกเราก็ไปที่นั่นได้"อู๋เหล่ยเอ่ย
"ได้ เช่นนั้นวันพรุ่งข้าจะไปรับพวกเ้าและไปสำนักยุทธ์พร้อมกัน"หลิงซวงเอ่ยเพราะที่ตั้งของสำนักต้องเดินทางออกจากเมืองห่างไปประมาณห้าสิบลี้
เมื่อตกลงกันได้ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ และการออกมาของอวิ๋นเฟยเฟิ่งและสหายต่างก็มีผู้พบเห็นกันมากมาย คนเ่าั้ก็คือพ่อแม่พี่น้อง ญาติๆของเหล่าผู้เยาว์ที่มาสมัครเข้าทดสอบนั้นเอง
ทำให้ทุกคนเกิดความคิดมากมาย ว่าพวกเขาเป็ใครเหตุใดจึงมีผู้าุโของสำนักยุทธ์ฟ้าครามออกมาส่งด้วยตัวเอง จะบอกว่าเป็คนใหญ่คนโต มีฐานะสูงส่งก็ไม่ใช่ เพราะขนาดเป็เชื้อพระวงศ์สำนักยุทธ์ฟ้าครามก็ปฏิบัติเฉกเช่นเดียวกันกับทุกคน
หนึ่งในนั้นรวมไปถึงบุรุษชุดดำที่ปกปิดใบหน้าและร่างกายของเขาดูพลางเลือนแทบจะมองไม่เห็นตัวตน จากนั้นก็หายวับไป เพื่อไปรายงานเ้านายของตนทันที
เมื่อกลับมาถึงจวนอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็แยกตัวเข้าห้องนอนทันที เพราะรู้สึกเพลียเล็กน้อยอยากนอนให้หนำใจ โจวจื่อซินกับอู๋เหล่ยก็เช่นกันต่างก็เข้าห้องพักผ่อนอย่างเต็มที่เช่นกัน
จวนตระกูลหลิง
ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนยามนี้มีเหล่าผู้าุโทั้งหลายมารวมตัวกัน เมื่อได้รับข่าวจากผู้นำตระกูล 'หลิงปู๋อี้'ให้มารวมตัวกันที่นี่
"ที่ข้าเรียกทุกคนมาในตอนนี้ เพราะข้าจะจัดงานเลี้ยงเล็กๆกับความสำเร็จของซวงเอ๋อร์ ที่สามารถเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามได้สำเร็จ"หลิงปู๋อี้บิดาของหลิงซวง เอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มดีใจเขามีความสุขมากจริงๆที่ได้รู้เื่ราว
หลิงซวงหลังจากกลับมาถึงจวนก็ตรงเข้าไปพบบิดาทันทีจากนั้นก็เล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง และทุกครั้งที่เอ่ยถึงอวิ๋นเฟยเฟิ่งดวงตาก็เปล่งประกายด้วยความชื่นชม
แต่นางไม่ได้บอกว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งมีพลังิญญายุทธ์ขั้นเทวะบอกแค่ว่าที่นางสามารถสยบสัตว์ิญญาได้จนเรียกได้ว่าชำนาญแล้วเป็เพราะอวิ๋นเฟยเฟิ่ง และได้เลื่อนระดับพลังิญญายุทธ์ก็เพราะอวิ๋นเฟยเฟิ่ง ทุกคำพูดล้วนแต่ยกย่องชื่นชมสหายคนสวยที่มากด้วยความสามารถ
เมื่อหลิงปู๋อี้ได้ฟังก็ทั้งดีใจ ทั้งตกตะลึงและเหลือเชื่อมากที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งจะเก่งกาจด้วยอายุเท่านี้ เขาดีใจที่ลูกสาวคนโตจากภรรยาเอกได้เข้าสำนักยุทธ์ฟ้าคราม และดีใจที่หลิงซวงได้เลื่อนระดับพลังิญญายุทธ์ และยังตกตะลึงกับความสามารถของสาวน้อยนามว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่ง เขารู้สึกโชคดีที่หลิงซวงได้พบเจอกับสหายที่ดีและเก่งเช่นนี้
"ก็แค่ได้เข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามต้องดีใจขนาดนี้เชียวหรือ? ลูกจิ่วของข้าเองก็เก่งกาจมากเหมือนกัน เขาเข้าสำนักยุทธ์เพลิงนิล! ยิ่งใหญ่ไม่ด้อยไปกว่าสำนักยุทธ์ฟ้าครามเช่นกัน"หลิงโหรยโหร่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดัดแหลมเล็กพลางยกมือขึ้นป้องปากอย่างจริตจะก้าน
หลิงโหรยโหร่ยนางเป็สะใภ้บ้านรองที่แต่งกับ 'หลิงฉางจิ่ง' และได้มีลูกด้วยกันหนึ่งคนคือ 'หลิงเซี่ยจิ่ว' ซึ่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็สามารถเข้าสำนักยุทธ์เพลิงนิล หนึ่งในสี่สำนักยุทธ์ในเมืองหลักชิงเหลียนแห่งนี้
"ท่านแม่ท่านก็กล่าวหนักเกินไปแล้วข้าไม่ได้เก่งกาจอันใดมากหรอกขอรับ"หลิงเซี่ยจิ่วที่ยืนข้างโหรยโหร่ยมารดาเอ่ยถึงปากจะเอ่ยแบบถ่อมตัวแต่ใบหน้าและดวงตาเชิดสูงอย่างอวดตัว
"แหม~ พี่สะใภ้รองละก็หลิงเซี่ยจิ่วจะสู้ซวงเอ๋อร์ได้อย่างไร ข้าได้ทราบมาว่าตอนนี้เ้าสำนักจู้กู่ชิงได้รับซวงเอ๋อร์เข้าเป็ศิษย์สายในแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ขอแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วย"หลิงชิ่งสะใภ้สามเอ่ยขัด ด้วยความจริงที่อยากหักหน้าสะใภ้รอง นางเองก็มีบุตรชายบุตรสาวแต่ยังเล็กนักจึงยังไม่สามารถเข้าสำนักยุทธ์ได้
อันที่จริงแล้วเหล่าสะใภ้ของตระกูลหลิงก็ไม่ได้กลมเกลียวกันมากนักแต่ก็ไม่ถึงกับเกลียดกันจนอยากจะฆ่าแกงกันเพียงแค่กระทบกระทั่งกันบ่อยครั้งเท่านั้น
"ฮ่าๆ แน่นอนว่าข้าก็ยินดีกับเซี่ยจิ่วด้วย แต่ที่ข้าดีใจจนต้องฉลองหาใช่เพราะซวงเอ๋อร์เข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามได้เพียงอย่างเดียวไม่"หลิงปู๋อี้ไม่ใส่ใจกับคำกล่าวของสะใภ้รองโหรยโหร่ย เพราะการต่อปากต่อคำกับสตรีย่อมไม่ใช่นิสัยเขา
"แล้วท่านผู้นำฉลองด้วยเหตุใดหรือเ้าคะ"โหรยโหร่ยถามอย่างสงสัย ยังมีเหตุผลใดอีกที่ต้องดีใจ
"ท่านพี่ ข้าพาซวงเอ๋อร์มาแล้วเ้าคะ"น้ำเสียงอ่อนนุ่มเย็นสบายเอ่ยขึ้นเมื่อมองไปทางกลางโถงก็เห็นสตรีสองนางที่หน้าตาคล้ายกัน นั้นก็คือ'หลิงหงอวี๋'ภรรยาของหลิงปู๋อี้และเป็มารดาของหลิงซวง
"ฮูหยินมาได้จังหวะ"หลิงปู๋อี้เอ่ยพลางลุกขึ้น
"ข้าในวันนี้จัดงานฉลองเื่ให้กับซวงเอ๋อร์ หนึ่งคือนางเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามได้ดังที่ทุกคนทราบมาแล้ว ทั้งยังได้เป็ศิษย์สายในทันที! สองคือตอนนี้ซวงเอ๋อร์ได้เลื่อนระดับขั้นจากแก่นแท้ขั้นสูงเป็นักรบ!ขั้นต่ำ จนทำให้ข้ายินดีเป็หนักหนา"อันที่จริงยังมีเื่ที่สามให้ฉลองแต่ลูกสาวของเขาให้ปิดเป็ความลับ
นั้นคือหลิงซวงมีสัตว์ในพันธสัญญา!แล้วนั้นเอง ทั้งยังเป็หมาป่าเหมันต์สามหาง! มีอายุหกหมื่นปี! จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไรและที่สำคัญลูกสาวคนนี้ยังสามารถสยบสัตว์ิญญาได้!จนชำนาญแล้ว
เมื่อหลิงปู๋อี้กล่าวจบก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอย่างมากบางคนก็ยินดีจากใจจริง บางคนก็ใบ้างก็ไม่อยากเชื่อและบ้างก็ไม่ยินยอม โดยเฉพาะบ้านสะใภ้รอง
จวนตระกูลฟาง
ฟางเจี้ยนินั่งอยู่ต่อหน้าบิดาของตนซึ่งเป็ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน 'ฟางฉางเล่อ' และผู้าุโใหญ่ 'ฟางเจ๋อฮั่น' ซึ่งแตกต่างจากตระกูลหลิงเป็อย่างมาก
ภายในห้องหนังสือแห่งนี้ฟางเจี้ยนินั่งนิ่งหลังตรงไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใดสงบนิ่ง หากเป็เมื่อก่อนเขาคงกลัวและไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาผู้เป็บิดา แต่ยามนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว
"ิเอ๋อร์ เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่ บอกพ่อมาเถิดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เ้าผ่านการสอบคัดเลือกหรือไม่"ฟางฉางเล่อถามเสียงขรึม เขานึกแปลกใจกับท่าทางของบุตรชายคนนี้ที่ดูเปลี่ยนไปเป็คนละคน
ดูจะองอาจ มีความกล้ามากขึ้นเมื่อก่อนลูกชายคนโตคนนี้ของเขาเป็คนขี้อายเก็บตัวไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ต่างก็ถูกคนในตระกูลรังแกไม่เห็นหัว แต่มาตอนนี้เขารู้ว่ารอบๆตัวของฟางเจี้ยนิมีกลิ่นอายบางอย่าง ดูน่าเกรงขาม แข็งแกร่ง และยังมีความมั่นใจตัวเองเต็มเปี่ยม
"ขอรับ แต่ว่าเมื่อข้าเล่าจบขอท่านพ่อและผู้าุโใหญ่อย่างพึ่งบอกคนในตระกูล เพราะข้าอยากอยู่อย่างสงบเช่นเดิม"ฟางเจี้ยนิเอ่ยเพราะตอนนี้มีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้นในห้องหนังสือ
"อืม เ้าลองว่ามาได้เลย"ผู้าุโใหญ่ฟางเจ๋อฮั่นรับปาก เขาเองก็แปลกใจกับท่าทีของคุณชายใหญ่ฟาง เพียงแค่เดือนเดียวที่เข้าไปทดสอบในสำนักยุทธ์ฟ้าครามถึงกับเปลี่ยนไปเป็คนละคนได้ขนาดนี้ ฟางเจี้ยนิไปเจอสิ่งใดมากันแน่
"เฮยหู่ออกมา!"ฟางเจี้ยนิเรียกเ้าเสือดำออกมาให้บิดาและผู้าุโใหญ่ฟางเจ๋อฮั่นได้เห็น เพราะกลัวว่าพวกเขาจะไม่เชื่อในเื่ต่อไปนี้ที่กำลังจะบอกเล่า
พรึบ!!
เสือดำตัวใหญ่อายุหกหมื่นปีปรากฏออกมากลางห้องหนังสือ การปรากฏตัวของสัตว์ิญญาตัวใหญ่ทำให้ฟางฉางเล่อ และฟางเจ๋อฮั่นใแตกตื่นจนร่างกายไม่ขยับ
"สะ...สัตว์ิญญา!"ฟางฉางเล่อขาสั่นเทาทรงตัวไม่อยู่
"สะ..เสือดำ!อายุหกหมื่นปี!"ฟางเจ๋อฮั่นตัวแข็งทื่อ
ในดินแดนมนุษย์น้อยคนนักที่จะมีสัตว์ิญญาในพันธสัญญาหากจะมีก็ต้องเป็ศิษย์ในสำนักแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในสำนักจะมีได้ แม้แต่เหล่าตระกูลใหญ่ก็มีเพียงผู้นำตระกูลและผู้าุโบางคนเท่านั้น และถึงมีก็เป็เพียงสัตว์ิญญาอายุไม่เกินร้อยปีด้วยซ้ำ ตัวของฟางฉางเล่อเองยังมีสัตว์ิญญาอายุแค่เจ็ดสิบปีเท่านั้น แต่นี่ฟางเจี้ยนิมีเสือดำเป็สัตว์ในพันธสัญญา!แถมมีอายุตั้งหกหมื่นปี!
ฟางเจี้ยนิเริ่มบอกเล่าเพราะเขาอยากพักผ่อนเต็มที จึงเริ่มั้แ่ได้พบเจอกับเหล่าสหายรวมถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิงและที่สำคัญอวิ๋นเฟยเฟิ่งนางคือคนที่ช่วยขัดเกลาทุกคน และที่ทุกคนมีสัตว์ในพันธสัญญาก็เพราะนาง การเลื่อนระดับพลังิญญายุทธ์ก็เป็เพราะอวิ๋นเฟยเฟิ่งที่ช่วยเหลือ ตบท้ายด้วยการบอกกับบิดาว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่ใช่บุคคลที่จะสามารถยั่วยุได้
หลังจากได้ฟังบุตรชายคนโตกล่าวออกมาแต่ละคำหนักแน่นมั่นคง ไม่ใช่คำโกหกแน่นอนอีกทั้งยังมีสัตว์ิญญาอายุหกหมื่นปีตัวเป็ๆยืนอยู่ตรงหน้า มีหรือที่พวกเขาจะไม่เชื่อ
การที่คนหนุ่มสาวอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปดมีพลังระดับนักรบได้นั้นแทบจะไม่มีเลยในดินแดนมนุษย์ หากจะเลื่อนระดับพลังแต่ละครั้งอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเป็สิบปี!
แม้แต่ในสำนักทั้งสี่ที่ยิ่งใหญ่ศิษย์สายในของแต่ละสำนักก็ยังมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีขึ้นไปทั้งนั้น เื่นี้มันช่างเหลือเชื่อมากเกินไปแล้วจนฟางฉางเล่อ และฟางเจ๋อฮั่นสติหลุดลอย
"เช่นนั้นลูกขอตัวไปพักผ่อนก่อนขอรับ อ้อ..ยังมีอีกเื่ที่ลืมบอก เ้าสำนักจู้กู่ชิงรับพวกข้าทั้งห้าคนเป็ศิษย์สายในทันทีโดยไม่ต้องเข้าทดสอบใดๆ"กล่าวจบก็เดินกลับเรือนนอนตัวเองไป
ฟางฉางเล่อและผู้าุโฟางเจ๋อฮั่นได้แต่สูดหายใจลึกรับไอเย็น ั้แ่ต้นจนจบพวกเขายังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเลยสักคำเพราะพูดไม่ออกสักคำ!
ในค่ำคืนที่สงบเงียบในจวนของอวิ๋นเฟยเฟิ่งลมหนาวพัดผ่านใบไม้ปลิวตามแรงลม เงาร่างสีดำร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบและมุ้งตรงไปยังห้องนอนทางทิศเหนือ