เดินกินลมชมวิวมาตามทาง ในที่สุดเด็กทั้งสามคนก็กลับมาถึงบ้านกันอย่างปลอดภัยพร้อมกับของป่าอีกเต็มตระกร้า เด็กๆตื่นเต้นกันมากอยากจะอวดของดีที่พวกเขาหามาได้ด้วยความสามารถของพวกเขา แต่บ้านทั้งหลังกลับมืดมิด เงียบสงบไร้วี่แววของผู้เป็มารดา
"ท่านแม่!พวกเรากลับมาแล้วเ้าค่ะ"
เป็เสี่ยวชิงที่ร้องะโเรียกหามารดาเป็คนแรก
"ท่านแม่ไม่อยู่บ้าน ฟืนไฟก็ไม่ได้จุด"
หลี่ลู่เสียนกล่าวพร้อมกับเดินไปจุดคบไฟที่บริเวณหน้าบ้านและในบ้าน บ้านนี้ยังคงใช้คบเพลิงแทนการใช้ตะเกียงน้ำมัน เหตุเพราะ้าประหยัดเงินที่มีเพียงน้อยนิดนั่นเอง
หลี่ลู่เอินรีบเดินเข้าไปสำรวจภายในบ้านในทันที พบผ้าที่มารดาตนนั่งปักเป็ประจำทุกวันกองอยู่ตรงโต๊ะตัวเก่าตัวประจำของนาง แสดงว่าไม่ได้ไปส่งผ้า แล้วมืดค่ำเช่นนี้แล้วมารดาจะไปที่ไหนได้บ้าง
ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านก็เรียบร้อยดีไม่ได้มีร่องรอยของการถูกรื้อค้นหรือร่องรอยการต่อสู้ฉุดกระชากกันอะไรเทือกนั้น ภายในสมองจึงรีบค้นหาความทรงจำของร่างเดิม ว่ามารดาของพวกเขามีเหตุให้ต้องไปที่ไหนในเวลาเช่นนี้บ้าง
"หรือว่าจะไปที่บ้านท่านปู่ท่านย่ากัน "
บ้านนี้ไม่ได้อยู่โดยไร้ญาติขาดมิตรเลยเสียทีเดียว ยังมีบ้านของปู่ย่าที่ก็แก่ชรามากแล้ว โดยมีลุงใหญ่และป้าสะใภ้คอยดูแล พ่อของเด็กพวกนี้เป็บุตรชายคนที่สอง ในบ้านยังมีน้องสาวคนเล็กที่ยังไม่ออกเรือนอีกคน ท่านลุงใหญ่กับป้าสะใภ้นั้นมีบุตรด้วยกันอีกสองคน ซึ่งเป็บุตรชายทั้งสองคน บุตรชายคนโตอายุได้ 13 รุ่นราคราวเดียวกันกับหลี่ลู่ เสียน ส่วนคนเล็กอายุได้ 10 หนาวเด็กกว่านางอยู่สองปี
เมื่อก่อนครอบครัวใหญ่ก็ไปมาหาสู่กันกับครอบครัวบ้านรองเป็อย่างดี โดยบิดาของบ้านนี้ส่งเงินให้ท่านลุงใหญ่อยู่เป็ประจำทุกเดือน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายค่าหยูกค่ายาของท่านปู่ท่านย่าบ้าง แต่หลังจากที่บิดาของเด็กๆหายตัวไป ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆก็ตกเป็หน้าที่รับผิดชอบของท่านลุงใหญ่แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งก็ถือว่าหนักหนาเอาการที่คนๆเดียวต้องหาเลี้ยงคนทั้งครอบครัว
เพราะเหตุเช่นนี้ ครอบครัวใหญ่จึงไม่ใคร่จะมีเวลามาใส่ใจความเป็อยู่ของบ้านนี้นัก หากแต่วันนี้ที่มารดาของตนต้องไปบ้านใหญ่ คงมีเหตุจำเป็อันใดซักอย่างให้ต้องไปแล้วกระมังคิดได้ดังนั้นหลี่ลู่เอินจึงจัดการนำของที่ได้มาในวันนี้ทั้งหมดจัดเก็บให้เรียบร้อย
"พี่ใหญ่! ท่านรีบนำปลาออกมาแช่น้ำก่อนเถิดเ้าค่ะ ประเดี๋ยวมันจะตายซะก่อนอดได้เงินกันพอดี"
เมื่อได้ยินเื่ที่เกี่ยวกับเงินๆทองๆหลี่ลู่เสียนจึงรีบเร่งทำตามที่น้องสาวของเขาบอกในทันที หากมันตายไปจริงๆ เท่ากับว่า ความพยายามทั้งหมดของพวกเขาสามพี่น้องเท่ากับสูญเปล่าเลยทีเดียว
"พี่ใหญ่! ช่วยข้าจุดไฟที่ครัวด้วยเ้าค่ะ"
เมื่อเก็บของเสร็จแล้วหลี่ลู่เอินจึงคิดที่จะทำอาหารรอมารดากลับมา นางนำปลาหนึ่งตัวมาแร่เอาแต่เนื้อและหมักด้วยเกลือเพียงเล็กน้อย เพื่อนำไปทำข้าวต้มปลา ในตอนนี้คงต้องทนกินเช่นนี้ไปก่อน เอาไว้วันพรุ่งนี้ค่อยเข้าเมืองเอาของไปขาย ได้เงินมาค่อยนำไปซื้อพวกเครื่องปรุง และของใช้ที่จำเป็ นางนำเนื้อที่ตากเอาไว้เมื่อเช้านี้มาเสียบไม้แล้วนำไปย่างบนเตาถ่านร้อนๆ ครู่ต่อมาอาหารทุกอย่างก็แล้วเสร็จส่งกลิ่นหอมตลบอบอวนไปทั้งบ้าน
"โอ้โห! หอมมากเลยเ้าค่ะพี่รอง โตขึ้นข้าก็อยากจะทำอาหารเก่งเหมือนพี่รองบ้างจัง"
เสี่ยวชิงตัวน้อยที่ยืนป้วนเปี้ยนอยู่ข้างกายพี่สาวอยู่ตลอดเวลาร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น
"ยืนมองพี่ทำบ่อยเช่นนี้อีกเดี๋ยวก็ทำได้เองนั่นแหละ"
"เช่นนั้น ข้าจะมายืนดูพี่รองทำอาหารทุกวันเลยเ้าค่ะ"
"ดูอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะเก่งเลยเสียทีเดียว ต้องช่วยเป็ลูกมือด้วยถึงจะดี"
หลี่ลู่เสียนที่นั่งฟังน้องสาวทั้งสองของเขาพูดคุยตอบโต้กันไปมาอยู่นั้นเอ่ยแทรกขึ้นอย่างอดไม่ได้
"เช่นนั้นก็มอบตำแหน่งผู้ช่วยตัวน้อยให้กับเสี่ยวชิงเลยดีหรือไม่เ้าคะ"
"ดียิ่งเ้าค่ะ!เหมาะสมยิ่งนัก ใช่หรือไม่พี่ใหญ่"
"ฮ่าๆๆๆๆ"
หลี่ลู่เอินเสนอ ซึ่งเด็กน้อยก็รีบร้องรับตำแหน่งนั้นมาก่อนที่พี่สาวและพี่ชายของนางจะเปลี่ยนใจไปซะก่อนทำเอาทุกคนหัวเราะออกมาในทีนที
เมื่ออาหารทุกอย่างพร้อมทานเด็กๆเลือกที่จะเฝ้ารอมารดากลับมากินพร้อมกัน จึงพากันมานั่งรอมารดาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน ไม่นานเด็กๆก็เห็นแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันพร้อมกับเสียงของคนกำลังพูดคุยกันมาตามทางเดิน มุ่งหน้ามาที่บ้านหลังน้อยของพวกตน
"ท่านแม่กลับมาแล้ว"
เสี่ยวชิงร้องขึ้นด้วยความดีใจ เมื่อเห็นแสงไฟจากตะเกียงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"ส่งข้าเพียงเท่านี้เถิดเ้าค่ะ พี่ใหญ่! ขอบคุณมากที่อุตส่าห์เดินมาส่งข้าถึงบ้าน"
เมื่อเดินมาถึงบริเวณหน้าบ้านของตน หลี่ลู่หลิน ที่มีนิสัยขี้เกรงใจคนอื่นจึงรีบเอ่ยปากขึ้นในทันที พร้อมกับโค้งตัวลงเล็กน้อย
"น้องสะใภ้เกรงใจเกินไปแล้ว ข้าต่างหากที่ต้องเกรงใจเ้า"
หลี่เลี่ยงรุ่ย ผู้มีสถานะเป็พี่ชายคนโตของบ้านตระกูลหลี่เอ่ยขึ้นด้วยความเกรงใจน้องสะใภ้ของตนเช่นเดียวกัน
"เกรงใจอันใดเ้าคะ! ท่านพี่ไม่อยู่ย่อมเป็หน้าที่ของข้าผู้เป็สะใภ้ที่ต้องกตัญญูต่อท่านพ่อและท่านแม่อยู่แล้วพี่ใหญ่อย่ากล่าวหนักไปเลยเ้าค่ะ รีบพาเลี่ยงหรูกลับไปเถอะเ้าค่ะกว่าจะถึงบ้านคงดึกเอาการอยู่"
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"
หลี่เลี่ยงรุ่ยและหลี่เลี่ยงหรู สองคนพ่อลูกที่เดินมาส่งนางหลี่กล่าวล่ำลาเล็กน้อย จึงเดินกลับไปทางเดิม
นางหลี่มองตามสองคนพ่อลูกเดินห่างออกไปได้พอสมควร จึงถอนหายใจหนักหน่วงครานึง นางเองไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปแล้ว คงต้องแล้วแต่เวรแต่กรรมแล้วกระมัง ถึงตัวนางเองจะทนได้แต่ลูกๆที่กำลังโตของนางจะทนได้อย่างไร