ศิษย์หอคุมกฎนำข้อมูลผสานเข้าไปในป้ายหยก ก่อนจะส่งให้หวงฟู่จ้าวเอี้ยนด้วยความนอบน้อม เขารู้ดีว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าจะต้องได้เข้าไปเป็ศิษย์สายในอย่างแน่นอน หากสามารถสร้างความประทับใจที่ดีได้ บางทีต่อไปอาจจะเป็ประโยชน์ต่อเขาก็เป็ได้
ไม่เพียงหวงฟู่จ้าวเอี้ยนเท่านั้น แต่ทุกคนต่างก็ได้รับป้ายหยกเช่นกัน เพียงแต่สีสันจะต่างกันออกไป ชีพจริญญาระดับมนุษย์ขั้นเก้าลงไปจะเป็ป้ายหยกสีขาว ส่วนขั้นเก้าเองแม้จะเป็สีขาวแต่้าจะมีลวดลายหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
ชีพจริญญาระดับดินจะได้รับป้ายหยกสีม่วง ขั้นสามก็จะมีสามลาย ขั้นเก้าก็จะมีเก้าลาย
ส่วนมู่เชียนจิ่วก็ได้รับป้ายสีม่วงเช่นกัน เพียงแต่้าไม่มีลวดลายใด ๆ ส่วนเหตุผลนั้น ศิษย์หอคุมกฎเองก็ไม่ทราบเช่นกัน เพราะนี่เป็คำสั่งที่ท่านผู้าุโส่งกระแสจิตสั่งการลงมา
----------
ยอดเขาชุ่ยจู๋แห่งสำนักชิงอวิ๋น
มู่เทียนเซี่ยดึงศิษย์หญิงผู้หนึ่งเอาไว้ “ศิษย์พี่เ้าคะ เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะ?”
“ดูเหมือนว่าระหว่างการทดสอบ จะมีศิษย์คนใหม่ที่มีพร์สูงส่งปรากฏตัวขึ้น แต่อาจารย์ออกไปดูแล้วละ” ศิษย์หญิงผู้นั้นก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางไม่เคยเห็นอาจารย์ตื่นเต้นถึงเพียงนี้มาก่อน
สีหน้าของมู่เทียนเซี่ยย่ำแย่ลงเล็กน้อย หรือในบรรดาคนที่มาคัดเลือก จะมีผู้ที่มีชีพจริญญาระดับฟ้าอีก?
“ศิษย์พี่เ้าคะ เช่นนั้นท่านทราบหรือไม่ว่าศิษย์พี่จูหยวน ตอนนี้อยู่ที่ไหนหรือเ้าคะ?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ศิษย์พี่จูเป็ศิษย์ของหอคุมกฎ มักจะออกไปด้านนอก การจะหาตัวเขาต้องขึ้นอยู่กับดวงด้วย” ศิษย์หญิงผู้นั้นอธิบายอย่างใจเย็น
ในที่สุดมู่เทียนเซี่ยก็ปล่อยมือออก “ขอบคุณศิษย์พี่มากเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไร ข้ายังมีงานต้องทำ คงต้องขอตัวก่อน” ศิษย์หญิงผู้นั้นยิ้มให้แก่มู่เทียนเซี่ยเล็กน้อย ก่อนจะหมุนกายจากไป
มู่เทียนเซี่ยขบเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ว่าอย่างไรนางต้องเป็ศิษย์สายสืบทอดของท่านเ้าสำนักให้ได้!
แต่ก่อนอื่น นางต้องหาตัวจูหยวนให้พบก่อน
สตรีผู้มีแผนการในใจตัดสินใจทันทีว่าจะไปที่หอคุมกฎด้วยตัวเอง หากจูหยวนจงใจหลบหน้านางละก็ นางไม่ปล่อยให้เขาได้อยู่อย่างสงบสุขแน่!
----------
หอคุมกฎ ยอดเขาเจี้ยนหยา สำนักชิงอวิ๋น
จูหยวนกำลังถือป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่ง และยืนทอดมองมันด้วยแววตาเรียบนิ่ง
“ศิษย์พี่จูขอรับ!”
จูหยวนรีบซ่อนป้ายคำสั่งไว้ทางด้านหลัง เมื่อเห็นว่าคนที่มาเป็ใคร เขาก็ฝืนยิ้มออกมา “ที่แท้ก็ศิษย์น้องเล็กนี่เอง มีเื่อะไรหรือ?”
“ศิษย์พี่จู ด้านนอกมีศิษย์หญิงหน้าตางดงามผู้หนึ่งมาขอพบท่านขอรับ” หวังเจียเดินเข้ามาด้วยท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ “ศิษย์พี่ ท่านไปรู้จักกับศิษย์น้องที่งดงามเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน เก็บเงียบเลยนะขอรับ!”
จูหยวนใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที แต่เขารู้ดีว่าคนที่ต้องมา อย่างไรเสียก็ต้องมาอยู่ดี “นางอยู่ที่ไหน?”
“รออยู่ด้านนอกหอคุมกฎขอรับ” หวังเจียคิดถึงใบหน้างดงามนั้นแล้วก็เกิดความอิจฉา เมื่อไรจะมีศิษย์หญิงมาหาเขาเช่นนี้บ้าง หากเป็เช่นนั้น แม้ยามหลับเขาก็คงยิ้มออกมาเป็แน่
แต่น่าเสียดายที่สำนักชิงอวิ๋นของพวกเขา มีเพียงยอดเขาชุ่ยจู๋เท่านั้นที่มีศิษย์หญิงมากที่สุด อีกทั้งยังมีแต่คนดุดันไม่เป็มิตร ส่วนยอดเขาเจี้ยนหยาของพวกเขา มีเพียงศิษย์พี่ใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่เป็สตรี อีกทั้งนางยังทั้งดุทั้งเคร่งครัด พวกเขาจึงไม่กล้าล่วงเกินแต่อย่างใด
“อืม ข้ารู้แล้ว เ้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ” จูหยวนไล่หวังเจียออกไป แล้วมองดูป้ายคำสั่งในมืออีกครั้ง จากนั้นก็ถอนหายใจหนัก ๆ ออกมา …หวังว่าจะสามารถตบตาได้สำเร็จ!
ด้านนอกหอคุมกฎ
ทันทีที่มู่เทียนเซี่ยเห็นหน้าจูหยวนดวงตาก็เป็ประกาย “ศิษย์พี่จู พวกเราพบกันอีกแล้วนะเ้าคะ!”
จูหยวนฝืนยิ้ม หากเลือกได้ละก็ ชาตินี้เขาจะไม่ขอเจอสตรีนางนี้อีก “นั่นสิ พบกันอีกแล้ว”
“ศิษย์พี่จู เราจะคุยกันตรงนี้จริง ๆ หรือเ้าคะ?” มู่เทียนเซี่ยหัวเราะออกมาเบา ๆ นางรู้จุดอ่อนของจูหยวนดี ขอเพียงเขายังอยากเป็ศิษย์ของหอคุมกฎอยู่ นางก็ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไม่ยอมช่วยนาง!
“ตามข้ามา” จูหยวนเอ่ยจบก็หมุนกายเดินไปอย่างรวดเร็ว
มุมปากของมู่เทียนเซี่ยโค้งขึ้น และรีบเดินตามหลังไปติด ๆ …ขอเพียงได้ ‘ของชิ้นนั้น’ มา อย่างน้อยนางก็มั่นใจถึงเจ็ดส่วนแล้วว่า จะสามารถ ‘ตบตา’ คนอื่นได้
มู่เชียนจิ่วนางสารเลวนั่นคิดหรือ ว่าหากนางไม่มีป้ายชิงอวิ๋นแล้ว นางจะไม่สามารถเป็ศิษย์ของท่านเ้าสำนักได้?
“ของนี่เ้ารับไปซะ” จูหยวนนำป้ายชิงอวิ๋นที่ทำเลียนแบบส่งให้มู่เทียนเซี่ย “ข้าจะรายงานตามความจริง ส่วนเ้าจะสามารถตบตาทุกคนได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเ้า”
มู่เทียนเซี่ยรับป้ายคำสั่งมาด้วยความดีใจ “ขอบคุณศิษย์พี่จูเ้าค่ะ!”
“เ้าไปซะเถอะ” จูหยวนหันหลังให้มู่เทียนเซี่ย ดวงตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยไอสังหาร
เดิมทีเขาตั้งใจจะหาโอกาสสังหารมู่เทียนเซี่ยระหว่างทางกลับมา ทว่าสตรีผู้นี้กลับออกจากเมืองจี่โจวมาก่อน ทั้งยังถูกศิษย์สายในพากลับมายังสำนักชิงอวิ๋น!
ตอนนี้หากจะสังหารมู่เทียนเซี่ย เกรงว่าคงยากเสียยิ่งกว่ายาก
“ศิษย์พี่จู ท่านวางใจเถอะ ‘เื่นั้น’ ข้าจะช่วยท่านเก็บเป็ความลับเองเ้าค่ะ!” มู่เทียนเซี่ยมองแผ่นหลังของจูหยวน ก่อนจะหมุนกายจากไป
ใบหน้าของจูหยวนพลันบิดเบี้ยว …มู่เทียนเซี่ยสตรีชั่วผู้นี้ต้องตายสถานเดียว!
----------
เวลานี้การทดสอบใกล้จะจบลงแล้ว คนสองร้อยคนที่ขึ้นมาถึงยอดเขา มีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่ได้เป็ศิษย์สายใน คนที่เหลือ เจ็ดส่วนเป็ศิษย์สายนอก และอีกสามส่วนต่างถูกคัดออก
เมื่อได้กลับมายังสำนักชิงอวิ๋น สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ มู่เสียวจิ่วในร่างใหม่ก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว ยิ่งคิดถึงภาพของอาจารย์ที่บัดนี้มีผมขาวโพลน ภายในใจก็รู้สึกเ็ปขึ้นมา
คงไม่ใช่เพราะนางดับสูญ อาจารย์ถึงได้…
คิดถึงตรงนี้สตรีผู้กลับชาติมาเกิดอีกครั้งก็ยิ่งนึกตำหนิตัวเอง
แต่ในเมื่อตอนนี้นางกลับมาแล้ว นับั้แ่นี้ไปนางก็จะอยู่ที่สำนักชิงอวิ๋น และเป็ศิษย์ของอาจารย์ต่อไป!
เมื่อคิดถึงป้ายชิงอวิ๋นในแหวนเก็บสมบัติ มู่เชียนจิ่วก็รู้สึกว่า ทุกสิ่งล้วนถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ราวกับมีใครบางคนคอยบงการทุกสิ่งทุกอย่างอยู่เื้ัก็มิปาน
“เข้ามาเถอะ”
โถงของสำนักชิงอวิ๋น ผู้าุโเ้ายอดเขาทั้งเจ็ดปรากฏกายขึ้นพร้อมกัน ท่าทางดุจเซียนลงมาจาก์ ทำให้ศิษย์สายในที่อยู่ในโถงต่างก็มีประกายวาววับในดวงตา
ศิษย์สายในที่เพิ่งเข้ามาใหม่หลายสิบคน ต่างก็ถูกผู้าุโทั้งเจ็ดรับเป็ศิษย์
ศิษย์สายในที่ผ่านเข้ามาครั้งนี้ มีชีพจริญญาระดับมนุษย์ขั้นเก้าสามสิบเอ็ดคน ชีพจริญญาระดับดินสิบสองคน และมีอีกหนึ่งคนที่ไม่ทราบว่าอยู่ในระดับใด
มู่เชียนจิ่วมองใบหน้าที่คุ้นเคยของเหล่าผู้าุโ ขอบตาก็แดงเรื่อ
‘เ้าเด็กพวกนี้โตกันหมดแล้วหรือนี่’
“ศิษย์พี่” หวงฟู่จ้าวเอี้ยนกระซิบเบา ๆ “ท่านคิดเอาไว้หรือยังขอรับว่าจะเป็ศิษย์ของยอดเขาใด?”
มู่เชียนจิ่วพยักหน้าอย่างใจลอย ความสนใจของนางไม่ได้อยู่ที่เ้าเด็กพวกนี้ เพราะตามลำดับาุโ พวกเขาทั้งเจ็ดคนควรเรียกนางว่าบรรพจารย์น้อยด้วยซ้ำไป
ให้นางไปคารวะพวกเขาเป็อาจารย์อย่างนั้นหรือ ไม่เท่ากับคารวะเด็กเป็อาจารย์หรอกหรือ?
ผู้าุโของสำนักชิงอวิ๋นมองสายเืใหม่เหล่านี้ด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็สั่งกับผู้คุมกฎ “ไปพาตัวเด็กคนนั้นมาหน่อย”
“ขอรับ ท่านผู้าุโ” ผู้คุมกฎาุโหมุนกายจากไป
ครั้งนี้สำนักชิงอวิ๋นได้รับศิษย์ที่มีฝีมือมาไม่น้อย แค่ชีพจริญญาระดับดินก็มีถึงสิบสองคนแล้ว ทั้งยังมีชีพจริญญาระดับฟ้าอีกหนึ่งคน และไร้ระดับอีกหนึ่งคน!
ไม่นานร่างอรชรร่างหนึ่งก็ถูกผู้คุมกฎาุโเดินนำเข้ามาภายในโถง
“ศิษย์มู่เทียนเซี่ยคารวะผู้าุโทุกท่านเ้าค่ะ” มู่เทียนเซี่ยสวมชุดศิษย์สีเขียว อมยิ้มน้อย ๆ ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความมั่นใจ
.
.
มู่เทียนเซี่ย!!!
มู่เชียนจิ่วหรี่ตาลง …นางยังไม่ตายจริง ๆ ด้วย ทั้งยังเข้ามาเป็ศิษย์สายในของสำนักชิงอวิ๋นได้อย่างราบรื่น แต่เื่นี้ไม่ได้เกินความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะมู่เทียนเซี่ยชิงชีพจริญญาระดับฟ้าจากเ้าของร่างเดิมไป
นับเวลาดูแล้ว รากปราณนั่นก็คงใกล้ผสานกับร่างของมู่เทียนเซี่ยได้สมบูรณ์แล้ว ถึงเวลานางแค่ต้องใช้เืของตนหล่อเลี้ยงรากปราณอีกไม่กี่เดือน ชีพจริญญาระดับฟ้านี้ก็จะเป็ของนางโดยสมบูรณ์
ส่วนหวงฟู่จ้าวเอี้ยน เมื่อเห็นมู่เทียนเซี่ยก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย พลางพึมพำออกมา “แม่นางมู่!”
“พี่หวงฟู่รู้จักนางอย่างนั้นหรือ?” มู่เชียนจิ่วหันไปมองหวงฟู่จ้าวเอี้ยนด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลง
“อื้ม ตอนที่ข้าเดินทางผ่านป่าบังเอิญพบกับแม่นางมู่ที่รับาเ็ ข้าก็เลยช่วยนางเอาไว้” หวงฟู่จ้าวเอี้ยนไม่ทันสังเกตสีหน้าของมู่เชียนจิ่ว เพียงแค่เล่าเื่ที่เขาช่วยมู่เทียนเซี่ยให้อีกฝ่ายฟังสั้น ๆ โดยไม่คิดอะไร
.
.
.