สิบวันผ่านไป หลังจากที่นางตั้งหน้าตั้งตาศึกษาบัญชีของจวนอย่างละเอียดก็ได้ตัดสินใจแล้ว่าถึงเวลาเริ่มต้นสร้างเส้นทางหาเงินได้แล้ว ว่าแต่นางจะผ่านด่านท่านพ่อที่ออกอาการเห่อ หวง ห่วงนางไปซะทุกอย่างได้อย่างไร
“เยว่เอ๋อร์ เ้าเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของพ่อ เ้าอายุน้อยยังมิปักปิ่นมีสิ่งใดที่เ้าอยากทำ อยากเรียนหรืออยากได้ขอเพียงเ้า้าพ่อจะพยายามสรรหามาให้เ้า ดีหรือไม่” ทั้งๆที่ท่านพ่อมีเงินในคลังเพียงน้อยนิดนางรู้ได้จากตัวเลขในบัญชีที่ผ่านตานางในหลายวันที่ผ่านมา นางมองดูแววตาของอีกฝ่ายมีแววเอ็นดูรักใคร่ตามใจให้นางอย่างจริงใจ นางรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกสนิทสนิมด้วยมากกว่าเดิม
“ท่านพ่อ หากข้าบอกว่าเื่ร่ำเรียนข้าสามารถอ่าน เขียน ได้ วาดรูปข้าก็วาดได้ เย็บปักถักร่้อยข้าก็ได้ร่ำเรียนจากท่านแม่บุญธรรมมาอย่างหนัก ท่านทราบหรือไม่ว่าข้าเล่นพิณได้ไพเราะยิ่งนักหากวันใดท่านมีเวลาว่างข้าสามารถเล่นให้ท่านฟังได้ ท่านแม่เคยกล่าวไว้ว่าแม้จะอยู่ในหุบเขาห่างไกลผู้คนแต่มิอาจละเลยศาสตร์เหล่านี้ได้ นางทำสิ่งใดได้ข้าก็ทำได้เช่นกัน ส่วนท่านพ่อของข้าเขาเชีี่ยวชาญด้านโอสถและการรักษาโรค ทั้งยังเขียนอักษรได้งดงามยิ่งนัก ยามว่างมีงานอดิเรกทำอาหารคาวหวานให้ข้าและท่านแม่ทาน ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าล้วนได้รับการเคี่ยวเข็ญมาด้วยความยากลำบาก ข้าใช้กระบี่และพิษได้ดีมากพอๆกับทานข้าวเลยเชียวนะเ้าคะ ท่านเชื่อหรือไม่”
“พ่อเชื่อ เ้าเก่งกาจทุกเื่”
"ท่านพ่อ จากนี้ไปข้าคือคุณหนูจวนแม่ทัพเฉิน ถูกต้องไหมเ้าคะ"
“ใช่ ต่อจากนี้ไปเ้าคือเฉิน ิเยว่ คุณหนูเฉินจวนแม่ทัพ”
“เ้าค่ะ หากข้า้าออกไปเที่ยวชมในเมืองได้หรือไม่เ้าคะ” นางเริ่มส่งสายตาอ้อนวอนไปหาท่านพ่อของนาง
“เ้ารอพ่อว่าง ออกไปเป็เพื่อนเ้าดีหรือไม่”น้ำเสียงติดจะห้วนไม่พึงใจ ออกอาการคนหวงลูกสาวออกมาแล้วพ่อบ้านที่ยืนด้านข้างแอบยิ้มจางๆ ในความเป็พ่อมือใหม่ของเ้านายตน
“ท่านพ่อออออ ข้าให้พ่อบ้านฉินไปกับข้าเอาบ่าวชาย องค์รักษ์ของจวนไปด้วยก็ได้นะเ้าคะ นะ นะ ท่านพ่อ” นางใช้การอ้อนที่ฝึกมาทั้งคืน โดยมีสาวใช้ข้างกายเป็ผู้ฝึกสอนให้นาง เพื่อให้พวกนางนาย/บ่าว ได้ออกไปเดินเที่ยวนอกจวน
“ได้ๆ เ้าเอาคนไปด้วยเยอะหน่อย พ่อเป็ห่วงหากวันนี้มิได้มีงานสำคัญข้าจะหยุดงานไปกับเ้าด้วย”
การออกไปนอกจวนของคุณหนูเช่นนางแม้มิได้เป็ดั่งที่นาง้านัก แต่ก็ยังดีกว่ามิได้ออกไปเดิมที่พ่อบ้านฉินจัดเตรียมรถม้า บ่าวรับใช้ สาวใช้ องค์รักษ์ไว้นางแค่เห็นก็อึดอัดเหมือนโดนกักขังด้วยเมื่อตอนที่นางอยู่ที่กระท่อมหุบเขากว้างใหญ่แต่นางสามารถท่องเที่ยวเพียงลำพังกับม้าคู่ใจ เม่ื่อเป็คุณหนูกับทำมิได้สักอย่างแค่ออกจากจวนมีคนดักหน้าดักหลังล้อมรอบไม่น่าสบายใจสบายกาย นางจะหาช่องทางทำเงินได้อย่างไรหากไปแบบนี้นางต้องคิดหาวิธีแยกออกจากขบวนนี้ให้จงได้ ตลาดห่างออกไปจากจวนสาม่ถนน ไม่ใกล้และไม่ไกลมากนักมีผู้คนเดินไปมาตามทางตลอดเส้นที่รถม้าเคลื่อนผ่าน
“พ่อบ้านฉิน ข้าอยากไปร้านขายหนังสือและกระดาษ นำทางข้าไปที”
“ได้ขอรับ”
เมื่อนางก้าวเท้าลงมาจากรถม้าเรียบร้อย ก็เริ่มดำเนินการแยกพวกเขาให้ออกห่างจากนางทันที
“พวกท่านไปจอดรอที่เพิงน้ำชาที่อยู่เลยไป”
ส่วนสาวใช้สองคนเป็พี่น้องฝาแฝดที่นางเลือกมารับใช้ใกล้ชิดเพราะมีลักษณะกระชับกระเฉง ใบหน้าหมดจดแม้มิใช่คนสวยนัก นางมิชอบเอาสิ่งอัปลักษณ์ฺไม่เจริญหูเจริญตาไว้ใกล้ๆ ตัวจึงเลือกทั้งสองคน นางตั้งชื่อตามธรรมเนียมเมื่อรับสาวใช้มา คนพี่ชื่อหลิวหลี่ ส่วนคนน้องชื่อหลิวิ่ นาง้าแยกสาวใช้ทั้งสองให้ไปจากนางโดยสั่งให้ไปร้านขนมซื้อขนมหวานที่ดีที่สุดกลับจวนไปสามสี่กล่องกำชับให้เลือกที่รสชาติไม่หวานจนเกินไปนัก สองพี่น้องเชื่อฟังนายหญิงคนใหม่อย่างสนิทใจ
ภายในร้านหนังสือ มีสตรีและบุรุษที่มีอายุมากกว่านางทั้งสิ้นยืนอยู่ภายในร้านหลายคน เสียงพูดคุยกันไปมามีหลงจู๊ที่ดูแลร้านและพนักงานในร้านดูแลอยู่เพียงสองคน ชั้นวางม้วนหนังสือที่ทำจากไม้ไผ่อยู่ด้านหนึ่ง ถัดมาเป็ชั้นวางพู่กัน หมึก แท่นฝนหมึก สำหรับหนังสือที่ทำจากกระดาษวางในจุดที่เด่นและได้รับการระมัดระวังด้วยเป็ของที่มีราคาสูง การที่เด็กสาวอายุน้อยเพียงสิบเอ็ดสิบสองเช่นนางก้าวเข้ามาภายในร้านจึงไม่มีคนสนใจ ปล่อยให้นางเดินชมด้วยตนเองเป็เช่นนี้ดียิ่งนางมั่นใจว่าไม่ใช่เื่ยากที่จะแอบหลบออกไปนางเดินไปรอบๆร้านอย่างช้าๆ นางสังเกตเห็นประตูด้านหลังมีเพียงผ้าปิดเป็ม่านไว้เท่านั้น
ตรอกเซิ่นจู เต็มไปด้วยผู้คนและร้านรวงมากมายทั้งสองฝั่ง มีของขายมากมายหลายชนิด ด้วยฝีเท้าที่ว่องไวระดับนางทำให้มาถึงอย่างรวดเร็ว นางรีบเดินอย่างว่องไวสายตานางกวาดมองไปทั่วจนสุดทางเดินนางจึงแวะข้างทางเป็หญิงชราขายผักที่มองดูไม่ค่อยสดนัก หญิงชราเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวเบื้องหน้าที่แต่งกายเรียบง่ายทว่าเนื้อผ้าดูมีราคา ท่าทางเป็เด็กที่มีสง่าราศี ดวงตากลมโตปากน้อยๆ ดูเป็เด็กที่สวยงามและแข็งแรงจึงยิ้มซื่อๆให้นางก่อนจะเอ่ยปากถามนาง
“แม่หนู หลงทางหรือ”
“มิใช่เ้าค่ะท่านยาย ท่านขายผักพวกนี้หรือเ้าคะ”
“ใช่ ยายปลูกเองแต่ที่ในตลาดราคาแพงยายต้องมาขายตรงนี้
เพราะอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยมีร้านค้าผู้คนจึงมิได้สนใจนัก ผักของนางจึงขายมิค่อยได้ อีกไม่นานตลาดก็จะไม่มีผู้คนแล้ว ผักที่เริ่มเฉาพวกนี้คงได้แต่ต้องนำกลับแล้ว สีหน้าของหญิงชราที่ยิ้มด้วยความจริงใจให้นางในครั้งแรกทำให้นางมีใจอยากช่วยเหลือ
“ท่านยาย ท่านขายผักเหล่านี้ราคาเท่าไหร่”
"หัวไฉ่เท้า หัวละสองอีแปะ
กะหล่ำปลี สามอีแปะ
ผักกาดขาว ห้าอีแปะ"
“ท่านยายท่านนับดูทั้งหมดรวมเป็เงินจำนวนเท่าใด ข้า้าทั้งหมดที่บ้านข้าคนเยอะ หากท่านยายสามารถตอบคำถามข้าได้ว่าเมืองนี้มีร้านขายโอสถกี่ร้าน ต่อไปท่านไม่ต้องมานั่งขายที่นี่แต่ให้เอาผักจำนวนเท่ากันนี้ไปขายให้ที่บ้านข้าโดยตรงดีหรือไม่”
“แม่หนู หากข้าตอบคำถามเ้า เ้าจะซื้อผักพวกนี้จากข้าจริงๆ หรือ"
“ท่านยายจะตอบคำถามข้าหรือไม่”
หญิงชราแม้ยากจนหากแต่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงมาหลายสิบปี ไม่เคยได้เข้าร้านขายโอสถทุกร้านแต่ก็มีโอกาสได้เห็นได้ผ่าน นางรีบเล่าให้เด็กสาวเบื้องหน้าฟังน้ำเสียงไม่ดังไม่เบาจนเกินไปด้วยความตั้งใจ ระหว่างที่ทั้งสองกำลังยืนคุยกันนั้นฝั่งพ่อบ้านฉินกำลังกระวนกระวายใจพาบ่าวชายและสาวใช้รีบเร่งเดินตามหานางมาั้แ่ร้านหนังสือเรื่อยมาจนถึงตรอกเซิ่นจู นางได้ยินเสียงแว่วมาก่อนที่บรรดาข้ารับใช้จะมาถึงนางมากกว่าห้าสิบก้าวด้วยซ้ำ จึงกล่าวกับหญิงชรา
“ขอบคุณท่านยาย ผักจำนวนนี้ท่านมัดรวมกันคนของข้าจะมาถึงแล้ว”
“คุณหนู อยู่ตรงนั้นท่านพ่อบ้านฉิน”
“คุณหนูใยท่านออกจากร้านหนังสือมาเดินเล่นอยู่แถวนี้ได้เล่าขอรับ พวกข้ากังวลใจมากตามหาท่านมาตลอดทาง หากเจอคนไม่ดีจะเป็อันตรายได้นะขอรับ” เขาเข้าใจว่าคุณหนูยังเด็กคงแอบออกมาเที่ยวเล่นตามประสาเด็กจึงกล่าวเตือนด้วยความเป็ห่วง นางเข้าใจดีจึงยิ้มบางรับคำ(พวกเ้ายังไม่รู้ดีว่าหากข้าไม่ทำร้ายคนก็ถือว่าดีแล้ว ใครจะสามารถทำร้ายข้าได้)
“ข้าเดินมาเรื่อยๆ ไม่เป็ไรๆ พ่อบ้านฉินข้าซื้อผักจากท่านยายทั้งหมด ต่อไปจวนเราซื้อจากนางท่านจัดการให้ข้าด้วย”
พูดจบนางก็เดินย้อนกลับระหว่างทางเจอสิ่งใดน่าสนใจนางก็เลือกซื้อติดมือกลับมาบ้างเล็กน้อย ส่วนพ่อบ้านฉินกำชับบ่าวชายให้ยกผักทั้งหมดติดมือกลับมาก่อนจะจ่ายเงินให้หญิงชราแล้ววิ่งตามเด็กสาวไป หญิงชรายิ้มกว้างเป็คราวโชคดีของนางที่ได้เจอคุณหนูจวนแม่ทัพ ที่คุณหนูหันมาทักนาง จากนี้ครอบครัวหญิงชราสามารถขายผักที่ปลูกได้ทุกวันทั้งมิต้องเหนื่อยยากหาที่ขายในตลาดที่มีราคาแสนแพง นางกำเงินในมือแน่นรีบเดินกลับบ้านด้วยความดีใจ
“คุณหนู หากพวกข้าทำท่านหายไปหรือท่านได้รับอันตรายแม้เพียงนิด พวกบ่าวรับใช้เหล่านี้ไม่แคล้วต้องถูกเฆี่ยนหลังจนตายทั้งหมดแน่นอนขอรับ”
“ขอโทษพวกท่านด้วย ข้ามิได้ตั้งใจให้กลายเป็เื่วุ่นวายเช่นนี้"
ท่านพ่อบ้านฉินวางใจได้ข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแน่นอน เพราะว่านางจะแอบออกจากจวนโดยมิให้ใครรู้ต่างหาก พวกเ้าทั้งจวนยังมีฝีมือไม่เข้าขั้น วันนี้ข้าเดินสำรวจจำเส้นทางไว้ได้ทั้งหมดแล้ว นี่เป็ความคิดของนางที่ี้เีพูดออกมา
มุมหนึ่งที่ห่างไกลออกไป มีคนกำลังลอบมองขบวนของจวนแม่ทัพที่กำลังวุ่นวายอยู่ในตัวตลาด พวกเขาจับตามองมาั้แ่หน้าจวน เด็กสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มคาดว่าคงจะเป็บุตรสาว(คนใหม่) ที่เฉินอวี้อันแม่ทัพคนสนิทของฝ่าาแน่นอนจนคนทั้งหมดจากไปคนที่ลอบติดตามมาก็หายตัวไปจากจุดที่ยืน
“ใคร” ติดตามนาง แต่ช่างเถอะฝีมือกระจอกระดับนี้ยังกล้ามาลอบตามนาง หากไม่รำคาญนักข้าจะปล่อยไปก่อน