เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูแววในดวงตาของเขาในยามนี้มิได้แฝงแววล้อเลียนอย่างตอนที่ก้าวเข้ามาครั้งแรกแต่มันกร้าวกระด้างเ็าอย่างน่ากลัว ใบหน้าบึ้งตึงเครียดเคร่ง
“ไม่ใช่หรอกพริสซิลล่า เด็กหนุ่มที่ชื่อบั้บบ้าน่ะ ตายไปนานแล้ว”
ความโกรธเคืองของพริสซิลล่าดูจะเลือนหายไปในทันทีแววตาเครียดเขม็งเมื่อมองหน้าเขาอยู่
“ฉันกำลังจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าถึงยังไงคุณก็ยัง้าฉันอยู่ และนั่นก็คือความจริงอย่างที่สุดสักวันหนึ่งคุณจะต้องนึกถึงเมื่อครั้งยังเด็กของเราได้ เด็กหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนแทบจะเป็จะตายเสียให้ได้ถ้าไม่ได้นอนกัน และมันจะต้องเป็แบบนั้นอีกอย่างแน่นอน”หล่อนเชิดหน้าขึ้น วางมือลงบนแผงอกเขา “สักวันหนึ่งฉันจะได้คุณกลับคืนมาจำไว้ให้ดีก็แล้วกันเจค”
เจคจำได้ว่าครั้งแรกที่อยู่ด้วยกันนั้นมันเป็อย่างไรภาพแห่งความทรงจำของบ่ายวันนั้น ยังจำหลักอยู่ในใจเขาอย่างแแ่แต่ขณะนี้เขากำลังปลดมือหล่อนออก
“อย่าเชื่อมั่นอะไรให้มันมากเกินไปนักก็แล้วกันพริสซิลล่า”
เขาปิดประตูห้องส่วนตัวของหล่อนลงและยังยืนสงบใจอยู่เบื้องหน้าประตูบานนั้นอีกเป็ครู่ขณะนี้ธุรกิจยามราตรีของพริสซิลล่าได้เริ่มขึ้นแล้ว บรรยากาศกำลังสุดเหวี่ยงบรรดาสาว ๆ ที่เป็เด็กของพริสซิลล่าแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นกำลังเดินวนเวียนกันอยู่รอบ ๆ ห้องพยายามใช้เสน่ห์ของตนยวนยั่วผู้ชายทั้งหนุ่มและแก่ในห้องนั้นเพื่อล้วงเงินออกจากกระเป๋าของพวกเขาหลายคนมองมาที่เจค แววในดวงตาบอกความอาวรณ์ และมาดหมาย
เขาเพียงแต่ยิ้มให้แต่ไม่ได้แสดงท่าว่าจะสนใจใครเป็พิเศษ มันมิได้เป็เพราะเขาไม่มีอารมณ์เพราะหลายอาทิตย์มาแล้วที่เขาไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้หญิงและเขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน เพียงแต่เขาไม่้าพริสซิลล่าเท่านั้น
เขากำลังถามตัวเองอยู่ว่าควรจะดื่มเหล้าอีกสักแก้ว...เล่นไพ่อีกสักเกม...หรือว่าจะใช้เวลาอีกสักชั่วโมงขึ้นห้องกับสาวน้อยนางใดนางหนึ่งดีอย่างน้อยเขาก็อยากจะลืมอะไรบางอย่างที่ควรจะลืมเสียบ้าง
“เฮ้...เจค” สาวสวยนางหนึ่งกระแซะเข้ามาใกล้
“ไฮ ชูการ์” ชูการ์ ดัลตัน ทำงานกับพริสซิลล่ามานานมากและค่อนข้างจะรู้จักเขาดีกว่าใคร “ธุรกิจเป็ยังไงมั่งล่ะ”เขาถามอย่างเสียไม่ได้
“ก็ดีอยู่หรอก...”หล่อนฝืนยิ้มมันเป็รอยยิ้มที่บอกให้รู้ว่าหล่อนเอือมระอากับชีวิตแบบนี้มากเพียงไรและเจคก็อดที่จะเสียใจแทนหล่อนไม่ได้ “แต่รับรองว่าคืนนี้ฉันทำให้คุณมีความสุขได้นะ”น้ำเสียงของหล่อนเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ด้วยความเห็นใจที่ผ่านแว่บเข้ามาเจคเกือบจะจูงมือหล่อนขึ้นห้องในนาทีนั้น แต่สิ่งที่เขาทำคือสั่นศีรษะปฏิเสธ
“อย่าเลยตอนนี้ช่วยไปหยิบหมวกกับถุงอานให้ผมดีกว่า เอ้า...นี่ตั๋ว” เขาล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรใบหนึ่งออกมาส่งให้และชูการ์ก็กระวีกระวาดออกไปทำตามคำสั่ง เมื่อหล่อนกลับมาเขาก็ยังทิปให้อีกห้าสิบเซ็นต์ เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของชูการ์เจคก็รู้ว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
“ขอบใจมากนะชูการ์”
“ไม่เป็ไรเจคไม่ต้องเกรงใจเลย” สายตาของหล่อนเชื้อเชิญอย่างเปิดเผย
เขาควรจะทำตามความ้าที่เร่งเร้าอยู่ในใจหรือไม่ในเมื่อร่างกายของเขาเองก็เรียกร้องอยู่ขนาดนี้
ไม่ได้...ก่อนที่จะเปลี่ยนใจเขารีบรุดเดินดิ่งไปยังประตูหน้าคืนนี้เขาจะต้องขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายให้ทันจะต้องไปถึงลาร์เซนพรุ่งนี้เช้า
เพราะแบนเนอร์โคลแมน จะแต่งงานพรุ่งนี้...
วันนี้เป็วันแต่งงานของแบนเนอร์โคลแมน...
ขณะยืนอยู่ด้านหลังของห้องประชุมนมัสการที่กว้างใหญ่นั้นเื้ัฉากกั้นที่ประดับด้วยช่อดอกไม้สวยงามมองลอดออกไปยังผู้คนที่มาชุมนุมกันอยู่ในโบสถ์ตอนบ่ายวันเสาร์เพื่อร่วมอวยพรในพิธีแต่งงานอันสมเกียรติระหว่างเธอกับแกรดี้ เชลดอน อยู่นั้นทุกอณูในเรือนกายของแบนเนอร์ โคลแมน คือความเป็เ้าสาว
น่าจะกล่าวได้ว่าทุกคนในเมืองลาร์เซนได้รับเชิญให้มาร่วมในงานวันนี้และถ้าจะพิจารณาลงไปให้ลึกซึ้งกว่านั้นจะเห็นว่าทุกคนต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดดีที่สุดเพื่อจะมาร่วมเป็ประจักษ์พยานงานสมรสอันเกริกเกียรติครั้งนี้ด้วย
แบนเนอร์ขยับตัวเบาๆ หลงใหลเสียงส่ายเสียดของแพรไหมที่แนบอยู่กับ่ขา กระโปรงยาวนั้นค่อนข้างแคบด้านหลังจับระบายช้อนถ่วงลงให้เห็นแผ่นหลังขาวสะอ้านส่วนด้านหน้านั้นจับจีบระบายขึ้นมาจากรอยต่อที่คว้านลึกจนจรดปลายคางราวกลีบดอกลิลลี่ซึ่งส่วนนี้จะปักประดับด้วยมุกเม็ดเล็กสวยงามตัวเสื้อที่ตัดอย่างได้รูปทรงแนบเน้นสัดส่วนของวัยสาวบ่งบอกความงามของสาววัยรุ่นที่ยังบริสุทธิ์สดใส
นอกจากนั้นก็ยังมีเวลลูกไม้ที่อำพรางเรือนผมสีเข้มกับเสี้ยวหน้า้าไว้ มันเป็ชุดที่ช่างตัดเสื้อผู้มีชื่อเสียงแห่งลาร์เซนสั่งตรงมาให้จากนิยอร์ก
ปกติแล้วแบนเนอร์ชอบเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสแต่ในโอกาสอันสำคัญเช่นนี้ เสื้อวิวาห์สีงาช้างดูจะเหมาะสมกับเธออย่างที่สุดมันตัดกับเรือนผมสีดำสนิทราวสีแห่งความมืดดำของราตรีสีผิวผ่องนวลเปล่งปลั่งด้วยวัยสาว
เธอได้รับมรดกจุดกระเล็กๆ ที่แต่งแต้มสันจมูกมาจากมารดาซึ่งเื่นี้ทำให้เธอได้รับการวิจารณ์จากช่างตัดเสื้อที่บ่นอย่างเสียดายว่า
“หน้าตาสะสวยน่ารักเหลือเกินถ้าจะระวังไม่ให้ใบหน้าถูกแดดสักหน่อยจะสวยกว่านี้อีกหลายเท่าทีเดียว”
ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะแบนเนอร์ชอบไปอยู่ในที่โล่งแจ้งโดยไม่มีทั้งหมวกและร่มช่วยกำบังแสงแดดให้เท่านั้น
แต่แบนเนอร์ก็คุ้นชินกับใบหน้าแบบนี้ของตนเองมานานมากแม้จะไม่สวยแบบคลาสสิคแต่ความงามของเธอก็มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้หญิงที่ได้รับการกล่าวขานว่าสวยที่สุดในลาร์เซนอย่างใดเลยดังนั้นเธอจึงไม่เคยกังวลกับการที่ใบหน้าจะมีจุดกระแต่งแต้มอยู่บ้างยิ่งกว่านั้นมันก็เป็สิ่งที่มาม่ามีอยู่และมาม่าก็ได้ชื่อว่าเป็ผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง
เธอได้รับมรดกสีของดวงตามาจากทั้งพ่อและแม่พ่อนั้นมีดวงตาสีเขียว ส่วนมาม่ามีดวงตาสีวิสกี้ดังนั้นดวงตาของเธอจึงเป็สีทองที่มีสีเขียวเรื่อเรืองแกมอยู่หลายคนที่เห็นดวงตาของเธอจะกล่าวเป็เสียงเดียวกันว่า “เหมือนตาแมว”
ขณะนี้แเื่ที่ได้รับเชิญมาต่างขยับตัวด้วยใกล้จะถึงเวลาเริ่มพิธีแล้วนักดนตรีเริ่มบรรเลงออร์แกนด้วยเสียงเบา ๆ ความปลาบปลื้มยินดีที่เกิดขึ้นกับแบนเนอร์ในยามนี้ทำให้นวลแก้มเป็สีชมพูเรื่อขึ้นเธอรู้ว่าตัวเองเป็คนสวย รู้ว่าเป็คนโชคดีที่สุดที่ได้รับความรักอย่างมากมายและวันนี้ เธอคือเ้าสาว...
ม้ายาวที่ตั้งรายเรียงอยู่ในโบสถ์เต็มแน่นทุกแถวและยังมีคนที่เข้ามายืนอัดกันอยู่ ตรงช่องทางเดินตรงกลางอีกด้วยยังโชคดีอยู่บ้างที่มีสายลมอ่อนจากทิศใต้โบยโบกผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างฝรั่งเศสด้านข้างช่วยให้ผู้คนคลายความร้อนลงได้ไม่น้อย
กลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่เพิ่งตัดมาใหม่ๆ เมื่อตอนเช้ากระจายอยู่ในอากาศ หยาดน้ำค้างยังเกาะอยู่บนกลีบอ่อนนุ่ม แบนเนอร์มิได้เลือกใช้สีใดสีหนึ่งโดยเฉพาะแต่สั่งมาหมดทุกสีั้แ่แดงทับทิมจนถึงขาวหิมะ
ขณะนี้เพื่อนเ้าสาวสามคนต่างยืนเกาะกลุ่มกันเยื้องไปข้างหน้าเพียงเล็กน้อยทุกคนต่างแต่งกายเสื้อผ้าสีสันสวยงามสดใสอ่อนโยนราวดอกไม้ที่นำมาตกแต่งประดับประดาไว้ทั่วทั้งโบสถ์ในยามนี้
“พร้อมหรือยังเ้าหญิงของพ่อ”
แบนเนอร์หันไปมองทางเสียงนั้นออกจะแปลกใจอยู่บ้างที่ไม่ได้ยินเสียงของความเคลื่อนไหวตอนที่บิดาขยับเข้ามายืนอยู่ข้างตัว
“ปาป้า...วันนี้ปาป้าหล่อจังเลยค่ะ”
รอสส์ โคลแมนยิ้มให้ลูกสาว ยิ้มที่เคยผูกพันหญิงสาวนับไม่ถ้วนมาแล้ว เมื่อครั้งที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มและเมื่อวันวัยผ่านมาจนถึง่กลางคนบุคลิกของเขาก็ดูจะยิ่งเพิ่มความงามสง่าขึ้นอีกหลายเท่า
โดยเฉพาะไรสีเทาเงินที่แซมอยู่ตรงขมับและบนแผงหนวดวันนี้รอสส์ โคลแมน อายุห้าสิบสองแล้ว เรือนร่างสูงใหญ่ ่ไหล่กว้างการทำงานหนักทำให้เขาสามารถรักษารูปทรงของเรือนร่างไว้ได้อย่างดียิ่งเขาอยู่ในชุดเสื้อนอกสีเข้ม เสื้อเชิ้ตตัวในสีขาวประดับโบว์หูกระต่ายตรงคอเ้าสาวทุกคนย่อมอยากเห็นผู้เป็บิดามีความงามสง่าเช่นนี้ด้วยกันทั้งนั้น
“ขอบใจมาก” เขาโค้งคำนับอย่างล้อเลียน
“เมื่อมาถึงวันนี้หนูไม่สงสัยแล้วละค่ะว่าทำไมมาม่าถึงเลือกแต่งงานกับปาป้าว่าแต่วันแต่งงานปาป้าหล่อจัดขนาดนี้หรือเปล่าล่ะคะ”
เขาเลื่อนสายตาจากใบหน้าของลูกสาวแว่บหนึ่งก่อนจะตอบว่า
“ก็ดีที่สุดเท่าที่พ่อจะหาได้นั่นแหละ”
แต่เขายังจำได้ดีว่าวันนั้นเป็วันที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก ผู้คนที่มาร่วมเป็ประจักษ์พยานต่างยืนกรำฝนกันอยู่รอบเกวียนและลีเดียผู้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นก็มีทีท่าราวพร้อมจะกระโจนหนีอยู่ทุกขณะตัวเขาเองก็เต็มไปด้วยความเคืองขุ่นในอารมณ์ ทั้งนี้เพราะมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าถูกจับให้แต่งงานกับเธอ ตอนนั้นเขาไม่เคยตระหนักเลย ว่านั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาได้ทำในชีวิตนี้เขาเริ่มมาเปลี่ยนใจตอนที่ได้ยินเสียงพระผู้ประกอบพิธีกล่าวว่า
“เ้าบ่าวจูบเ้าสาวได้แล้ว”นั่นแหละที่เขาได้จูบลีเดียเป็ครั้งแรก
“หนูจำได้ปาป้าเคยเล่าว่าแต่งงานกับมาม่าในกองคาราวานเกวียน”
“ใช่ลูก”
“หนูกล้าท้าพนันได้เลยว่ามาม่าไม่รังเกียจหรอกที่วันนั้นปาป้าไม่ได้แต่งตัวหรูอย่างนี้”
“คงจะไม่ละมั้ง”เขาตอบเสียงเบา
เขากวาดสายตาไปตามแถวที่นั่งด้านหน้าไปหยุดอยู่ที่ร่างของสตรี ผู้ซึ่งเขาได้พาไปนั่งอยู่แถวหน้านั้นเมื่อครู่ก่อน
“วันนี้มาม่าสวยมากเลยละค่ะ”แบนเนอร์ผู้มองตามสายตาบิดาเอ่ยต่อลีเดียอยู่ในชุดสีน้ำผึ้งปักประดับด้วยลูกปัดสวยงามแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่างกระจกสีส่องต้องเรือนผมเน้นสีแดงเข้มให้โดดเด่นขึ้น
“ใช่ สวยมากทีเดียว”
แบนเนอร์เอาศอกกระทุ้งสีข้างบิดาอย่างหยอกล้อ
“แหม...ปาป้าก็ต้องเห็นมาม่าสวยเสมออยู่แล้ว”
“และพ่อก็รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าลูกสาวพ่อสวยมากเหมือนกัน” รอสส์พิจารณานวลหน้าของลูกสาวอยู่ทั้งชุดวิวาห์และเวลที่คลุมเสี้ยวหน้าอยู่นั้นทำให้เธอกลายเป็ใครอีกคนหนึ่งที่เขาไม่มีสิทธิ์จะแตะต้องได้และอีกไม่นานเธอก็จะต้องเป็สมบัติของผู้ชายอีกคนหนึ่งแล้วด้วยเขาจะมิได้อยู่ในตำแหน่งผู้ชายที่มีความสำคัญที่สุดในชีวิตของเธออีกต่อไป