“ ท่านพ่อ ขอให้ข้าเป็คนทำเื่นี้ด้วย ข้า้าพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าข้าสามารถช่วยงานพวกท่านได้แล้ว ”
ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ เหล่าผู้าุโหลายสิบคนหันไปให้ความสนใจเด็กหนุ่มสวมใส่เสื้อสีแดง ด้านหลังปักด้วยรูปหงส์เพลิงสยายปีก
“ ลองให้เขาทำงานนี้ดู ข้าคิดว่าหยางกังโตพอจะทำเื่นี้ ตระกูลม่อไม่ใช่สถานที่น่ากลัวอีกต่อไป เขาน่าจะทำมันได้ ”
ผู้าุโพยักหน้าพร้อมกัน ด้วยฝีมือของหยางกังมากพอจะทำงานนี้เสียด้วยซ้ำ พวกเขา้าแบบแปลนค่ายกลตระกูลม่อเช่นเดียวกัน หากตระกูลซ่ง ตระกูลหูและตระกูลจางทำได้ พวกเขาก็ต้องได้ข้อเสนอนั้น
“ ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปตอนนี้เลย ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน หากรอให้ถึงพรุ่งนี้อาจจะมีตระกูลอื่นตัดหน้าข้าไปอีก ”
“ ดีดี ”
เหล่าผู้าุโยิ้มด้วยท่าทางพอใจพลางมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มร่างใหญ่ เขาได้เดินออกจากห้องโถงบรรพชนไปเรียบร้อยแล้ว
“ คุณหนูเ้าคะ อย่ามาใกล้นะเ้าคะมันร้อน ”
ยี่ยี่ใช้ผ้าขาวปิดใบหน้า ไม้พายในมือของเธอกำลังกวนเสื้อผ้าที่ต้มในอ่างทองเหลือง ชุดของคุณหนูที่สวมในวันนี้จำเป็ต้องได้รับการต้มเพื่อขจัดเชื้อตามที่คุณหนูแนะนำ ลำดับต่อไปจะเป็การต้มชุดของเธอและลุงหาน เพื่อไม่ให้คนในบ้านป่วยจากโรคร้ายที่ได้รับจากตรอกซิ่นฮวา
การต้มชุดฆ่าเชื้อทำให้การทดลองกลิ่นน้ำหอมต้องล้มเลิก ยังดีที่แม่นมหลิงไม่ได้ออกจากบ้านไปที่ใด หน้าที่จ่ายตลาดพ่อบ้านหวางเป็คนทำแทนทั้งหมด เธอจึงหวังพึ่งแม่นมหลิงทดสอบน้ำหอมเพื่อดูว่ามันจะติดทนนานกี่วัน
“ ข้าขอใช้เตาสักหน่อยก็แล้วกัน ”
“ คุณหนูจะทำสิ่งใดหรือเ้าคะ ”
“ ข้าอยากจะลองทำบางสิ่ง ”
“ ถ้าเช่นนั้นให้ข้าช่วยนะเ้าคะ ” แม่นมหลิงเริ่มจุดเตาไฟจนไม้ที่ใส่เข้าไปมีแสงแดงส้ม
เสวี่ยหรงจึงตั้งหม้อทองเหลืองตามด้วยเติมน้ำลงไปในหม้อแล้วใช้ไม้คนเป็วงกลม จากนั้นเธอจึงโยนสมุนไพรลงไปในหม้อตามสัดส่วนที่เหมาะสมแล้วพยายามต้มด้วยไฟปานกลางคอยเคี่ยวมันจนกว่าจะครบตามที่เสียงภายในหัวบอก
การส่งสมุนไพรให้กับผู้ป่วยจากตรอกซิ่นฮวา เธอรู้ดีว่าผู้คนเหล่านี้ไม่มีปัญญาพอจะต้มมันได้ สิ่งที่ทำได้จึงเป็การกัดกินเข้าไปทั้งต้น
ต่อให้สมุนไพรจะแข็งพวกเขาล้วนแล้วฝืนทนกัดแทะเข้าไป ซึ่งมันอันตรายต่อกระเพาะอาหาร เธอจึงลองต้มมันเป็ยาน้ำเพื่อลดความยุ่งยากในการใช้ เสวี่ยหรงอยากจะทดสอบสกิลสมุนไพรโดยกำเนิดเช่นเดียวกัน การทำน้ำหอมมันช่วยให้เธอผลิตน้ำหอมได้สำเร็จ เธอจึงอยากรู้ว่าหาก้าต้มยาน้ำ สกิลนี้จะช่วยเธอให้ทำสำเร็จอย่างที่คิดได้หรือไม่
ยี่ยี่ต้มชุดคุณหนูเสร็จแล้วเธอจึงนำชุดของตนเองลงต้ม ในระหว่างใช้ไม้พายคนหม้อเธอก็หันไปมองคุณหนูที่กำลังใช้ไม้คนหม้อต้มสมุนไพร แม้จะแปลกใจที่คุณหนูรู้วิธีต้มยา เธอกลับไม่คิดถามเพราะรู้สึกชินชากับความสามารถแปลกๆของคุณหนูไปเสียแล้ว
ชุดของลุงหานโยนลงไปในหม้อทองเหลืองจนคิดว่าโรคที่ติดมาตายไปหมดแล้วจึงตักเสื้อขึ้นมาตาก จากนั้นเธอจึงนำชุดคุณหนูไปสักแล้วตากให้แห้ง
“ เอ เกิดสิ่งใดขึ้นที่หน้าตระกูลกันนะ ”
ยี่ยี่กำลังตากเสื้อผ้า เธอได้ยินเสียงทุบประตูดังปังปัง มันเป็เสียงดังมาจากประตูหน้าบ้าน ไม่ได้มีแค่เสียงเคาะประตูเท่านั้น เธอได้ยินเสียงร้องะโและมองเห็นแสงจากคบเพลิงกำลังส่องสว่างมาจากประตูทางเข้าตระกูล ด้วยความอยากรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นจึงเดินไปดูจนพบเข้ากับลุงหานกำลังถูกผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากลากออกไปทุบตี
“ แย่แล้ว! ” สองเท้าวิ่งสุดกำลังไปยังห้องครัว ยี่ยี่ไม่ได้สนใจเลยว่าคุณหนูกำลังตักน้ำต้มยาใส่เข้าไปในขวด เธอรู้เพียงแค่ว่าจะต้องบอกคุณหนูให้เร็วที่สุดเกี่ยวกับสิ่งที่เห็น
“ คุณหนูเ้าคะ แย่แล้วค่ะ ลุงหานกำลังถูกผู้ฝึกยุทธ์ทุบตีที่หน้าตระกูล พวกเขาทำลายประตูแล้วลากลุงหานออกไปทุบตีเ้าค่ะคุณหนู! ”
เสวี่ยหรงปิดฝายาต้ม การทำยาครั้งแรกของเธอสำเร็จจากสูตรโกงของสกิล ทุกขั้นตอนในการต้มจะมีเสียงกระซิบบอก ร่างกายของเธอสามารถตอบสนองต่อเสียงกระซิบนั้นได้ดีจนไม่มีข้อบกพร่องจนได้ยาต้มมาหนึ่งหม้อ
ท่าทางของยี่ยี่ทำให้วางขวดยาต้มแล้วรีบวิ่งไปหน้าตระกูล เธอรู้ได้ในทันทีเลยว่าตระกูลที่เป็เ้าหนี้ตระกูลม่อกำลังก่อปัญหา
“ พวกเ้ากำลังทำสิ่งใดกัน! ” เสวี่ยหรงมองไปยังลุงหานที่กำลังนอนจมกองเืบนพื้นดิน เธอรู้สึกโกรธเป็อย่างมาก การที่ลุงหานถอดชุดเกราะออกไปต้มทำให้เขาไร้ซึ่งเกราะป้องกัน าแที่เกิดขึ้นจากการทุบตีจึงชัดเจนมากจนเธอโกรธให้กับผู้คนหน้าตระกูล
“ คุณหนูเสวี่ยหรง เป็หนี้ก็ต้องจ่าย คนเฝ้ายามของเ้าไม่ยอมให้ข้าพบสมาชิกตระกูลม่อ ข้าก็เลยสั่งสอนเพราะเขาไม่รู้ว่าสิ่งใดสำคัญไม่สำคัญ ”
“ เ้า้าให้ข้าจ่ายหนี้ใช่หรือไม่ มากเพียงใดกัน ” เสวี่ยหรงพูดตรงเข้าประเด็น คนกลุ่มนี้คงจะมาเพราะค่ายกลตระกูลม่ออย่างแน่นอน ในระหว่างมองท่าทีของอีกฝ่ายที่กำลังยิ้มให้และดูเหมือนจะพยายามหาประโยชน์จากเธอให้ได้มากที่สุด เสวี่ยหรงพบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังถือคบเพลิงเดินตรงมาทางตระกูลของเธอด้วยความเร็ว
ชายร่างสูงเห็นสายตาของคุณหนูเสวี่ยหรงมันจึงมองตามไปพบว่าตระกูลไป๋หลงกำลังมา มันจึงตัดเข้าเื่สำคัญเพราะกลัวว่าจะไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้
“ คุณหนูเสวี่ยหรง ตระกูลม่อติดค่าขนสัตว์ตระกูลหยางของเรา 40 เหลียง ข้า้าให้ท่านจ่ายให้ข้าเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่จ่ายข้าจะทำให้ท่านรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ”
“ ช้าก่อน! ” เสียงร้องมาแต่ไกลทำให้ชายร่างสูงกัดฟัน ชายผิวขาวซีดใบหน้าราวกับหญิงสาวที่กำลังเดินมาใกล้เรื่อยๆเป็ผู้สั่งห้ามไม่ให้มีการพูดจาใดๆเกิดขึ้น
“ ข้าขอโทษที่รบกวนการสนทนาระหว่างตระกูลหยางและตระกูลม่อ ข้าเป็ตัวแทนจากตระกูลไป๋หลง ข้ามาเพราะ้าให้ตระกูลม่อจ่ายค่าม้าที่ตระกูลม่อติดค้างไว้เช่นกัน รวมทั้งสิ้นเป็เงิน 500 เหลียง ”
จำนวนเงินที่ตระกูลม่อติดตระกูลไป๋หลงนับว่ามากไม่น้อย มันเยอะยิ่งกว่าตระกูลซ่ง ตระกูลหูและตระกูลจาง 3 ตระกูลรวมกัน ต่อให้จะรวมตระกูลหยางเข้าไปด้วยก็ไม่เทียบเท่าเงินที่ตระกูลม่อติดค้างตระกูลไป๋หลง
“ ข้า้าหนังสือสัญญาซื้อขาย พวกเ้ามีมันหรือไม่ ”
“ เหตุใดข้าจะไม่มีมันเล่า ” นายน้อยตระกูลไป๋หลงนำสัญญาออกมาเปิด ท้ายกระดาษมีตราประทับตระกูลม่อชัดเจน ทางฝั่งตระกูลหยางเปิดสัญญาซื้อขายเช่นเดียวกัน จนเสวี่ยหรงต้องรีบสงบสติเพื่อหาทางแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้
“ ตระกูลม่อซื้อม้าจากพวกเ้าเมื่อใด ”
“ ในวันที่ตระกูลม่อถูกสังหารหมู่ คนจากตระกูลม่อได้มาซื้อม้าจำนวนมากจนพวกข้าขายม้าออกไปมากกว่า 8 ใน 10 ส่วน ”
เสวี่ยหรงกัดฟัน ผู้ทรยศตระกูลม่อทิ้งหายนะเอาไว้มหาศาล ดูท่าพวกมันจะวางแผนตัดเส้นทางการฟื้นฟูตระกูลม่อทุกวิถีทาง ต่อให้เธอจะอ้างว่าพวกเขาเ่าั้เป็ผู้ทรยศและไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลม่อ ตราประทับที่อยู่บนสัญญาไม่สามารถลอกเลียนแบบได้
เสวี่ยหรงคิดหาทางรอดเพราะในนิยายไม่มีการพูดถึงวิธีแก้ปัญหา ต่อให้เธอจะรู้ว่ามีตระกูลจำนวนมากที่ตระกูลม่อติดค้างจะมาทวงหนี้ก็ตาม เธอกลับไม่คิดว่ามูลค่าของมันจะมากมายเช่นนี้ ในนิยายบอกเพียงแค่ว่าเสวี่ยหรงไม่สามารถจ่ายไหว ตัวเลขจริงที่เธอเห็นกลับสูงเกินกว่าที่เธอจะขายน้ำหอมมาจ่ายได้ในระยะเวลา 1 เดือนเช่นเดียวกัน
แต่ไม่ว่าเช่นไรเธอก็มองไม่เห็นทางออก เสวี่ยหรงจึงคิดจะนำค่ายกลตระกูลม่อมาใช้หลอกคนเหล่านี้อีกเช่นเคย ไม่แน่เธออาจจะหาวิธีจ่ายหนี้ได้ทั้งหมดในภายหลัง
“ คุณหนู ถ้าท่านไม่จ่าย เราอยากให้ท่าน.. ” นายน้อยตระกูลหยางเงียบเสียงแล้วหันมองไปยังขวามือ บนถนนมืดไร้แสงไฟผู้ฝึกยุทธ์ที่มาด้วยกันััได้ถึงคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเท้าเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า เขาจึงให้คนวิ่งไปส่องไฟก่อนจะพบว่าผู้คนจำนวนมากที่กำลังเดินทางมาสวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น แต่ละคนราวกับศพเดินได้
เสวี่ยหรงฉีกยิ้มกว้าง ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างแตกต่างไปจากนิยาย การทวงหนี้ในวันนี้ดูเหมือนจะต้องจบลงไปเพราะนายน้อยทั้งสองตระกูลกำลังแสดงท่าทางหวาดกลัวผู้ที่กำลังเข้ามาใกล้
กลุ่มขอทานและผู้อดอยากหิวโหยหรือแม้แต่ผู้ที่ป่วยรักษาไม่หายกำลังมุ่งหน้ามายังตระกูลม่อตามคำเชื้อเชิญของคุณหนูม่อเสวี่ยหรง
“ เสวี่ยหรง รีบๆจ่ายมาเสีย ไม่เช่นนั้นเราจะทำลายตระกูลม่อ ”
นายน้อยตระกูลหยางร้องะโด้วยเสียงหนักแน่น มัน้าให้ทำสัญญาโดยเร็ว เพียงแต่ว่าคุณหนูตระกูลม่อกลับค่อยๆก้าวเท้าถอยหลังเข้าไปในตระกูล ปล่อยให้พวกมันยืนร้องะโอยู่ด้านนอก
คนจากตรอกซิ่นฮวากลับเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มันกลับต้องขยับหนีออกจากหน้าประตู ต่อให้ความคิดหนึ่งที่บอกให้วิ่งเข้าไปในตระกูลม่อจะผุดขึ้นมาในหัว มันกลับกลัวว่าภายในตระกูลม่อจะมีกับดักหลงเหลืออยู่จึงถอยห่างออกไปแทน
“ ไว้พวกท่านมาใหม่ในภายหลังเถอะ วันนี้ข้าไม่รับแขก ”
เสวี่ยหรงโค้งคำนับนายน้อยทั้งสองตระกูลแล้วพยุงลุงหานเข้าไปในบ้าน พลางสั่งให้ยี่ยี่ยืนรอคนจากตรอกซิ่นฮวา เธอ้าให้พวกเขานั่งรออยู่หน้าตระกูลม่อห้ามส่งเสียงหรือสร้างความวุ่นวายรบกวนทั้งสิ้น
การมีคนจากตรอกซิ่นฮวานั่งหน้าประตูสามารถขับไล่ตระกูลน้อยใหญ่ที่คิดจะเข้ามาทวงหนี้ออกไปได้ อย่างน้อยถ้าเธอไม่ออกจากตระกูล คนจากตรอกซิ่นฮวาจะเป็เหมือนกำแพงป้องกันอันตรายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นกับตัวของเธอ เพราะผู้คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าตระกูลม่อล้วนแล้วถูกตราหน้าว่าติดเชื้อระบาดที่สามารถทำให้ผู้ใกล้ชิดตายได้ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ก็ไม่อาจต้านทาน.