เมื่อพวกเขาอยู่กันตามลำพัง หลี่เยว่ซินมองสำรวจชายหนุ่ม "เฉินอวี้คะ ตอนนี้คุณเป็อย่างไรบ้างคะ ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอีกหรือเปล่า” เธอถามชายหนุ่มด้วยความห่วงใย
“ไม่เลยครับ ร่างกายของผมแข็งแรงขึ้นมาก คราวก่อนที่ล้มป่วย เป็เพราะร่างกายอ่อนล้าและพักผ่อนน้อยเท่านั้นครับ” จางเฉินอวี้กุมมือเธอไว้ พร้อมเอ่ยถามเสียงเบา “เยว่ซินครับ อีกนานเท่าไหร่กว่าที่พวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน”
“เฉินอวี้คะ คุณมั่นใจแล้วหรือคะที่จะใช้ชีวิตร่วมกับฉัน” หลี่เยว่ซินยังไม่ตอบคำถามเขาโดยตรง
“ความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณเวลานี้มันชัดเจนมากครับ ผมคิดถึงคุณ ผมอยากเจอหน้าคุณทุกวัน ผมอยากให้เราอยู่ด้วยกันเร็วๆ” เขากระชับมือเธอแน่นขึ้น “ความรู้สึกที่ผมมีให้คุณนี้ ผมไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อนเลยครับ ไม่ว่าจะภพที่ผ่านมาหรือภพนี้”
หลี่เยว่ซินหัวเราะเสียงเบา “เฉินอวี้คะ คุณไม่ต้องทำท่าทางจริงจังและเป็กังวลขนาดนั้นค่ะ ความรู้สึกที่คุณมีให้ฉัน ฉันรับรู้ได้ ส่วนความรู้สึกที่ฉันมีให้คุณนั้น คุณคงไม่ต้องถามอีกหรอกมั๊งคะ”
“แต่ผมอยากฟังครับ” เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาเปล่งประกาย
“ฉันชอบคุณค่ะ” เธอตอบเขาด้วยท่าทีเขินอาย เธอสบตาเขาด้วยใบหน้าที่แดงเรื่อ
“ขอบคุณครับเยว่ซิน ผมก็ชอบคุณมากเช่นกันครับ” ทั้งสองมองสบตาและยิ้มให้แก่กัน
....................................................……….
หลี่เยว่ซินเล่าแผนการให้จางเฉินอวี้ฟังว่า เธอมีเวลาอยู่ที่หมู่บ้านอีก 4 เดือน ก่อนที่จะมีการสอบเกาเข่า และเธอคงจะยุ่งมาก เพราะต้องช่วยเพื่อนทั้งสองทบทวนตำรา ซึ่งใน่นี้เธออาจจะไม่ได้มาพบเขาบ่อยนัก เธอยังเล่าให้เขาฟังเื่การขายสินค้าในตลาดมืดของเธอด้วย
“เฉินอวี้คะ ่นี้ฉันคงจะยุ่งมากเลยล่ะค่ะ เพราะเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะมีการสอบแล้ว ฉันต้องช่วยมู่ชงกับเสี่ยวเหม่ย ทบทวนตำราสำหรับการสอบน่ะค่ะ ฉันอาจจะไม่ได้มาพบคุณบ่อยนัก” เธอเว้นจังหวะในการพูด “ฉันมีเื่จะบอกคุณด้วยค่ะ คือว่าฉันนำของในมิติออกมาขายเพื่อหาทุนสำหรับการเปิดร้านของเราด้วยนะคะ”
“คุณนำของไปขายที่ไหนหรือครับ” เขาถามเธอด้วยความสงสัย
“ในตลาดมืดค่ะ แต่คุณไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันทำอย่างรอบคอบมาก และนำมาขายให้กับคนคุ้นหน้าเท่านั้นค่ะ” เธอรีบอธิบายเขา
“เยว่ซิน…คุณไม่จำเป็ต้องทำถึงขนาดนี้เลยนะครับ ถึงเราจะ้าเงินเพื่อเป็ทุนสำหรับการเปิดร้านมากขนาดไหน แต่ความปลอดภัยของคุณก็สำคัญมากกว่า อีกอย่างหนึ่งไม่ใช่คุณเคยบอกผมหรือครับว่าของในมิติของคุณ เราสามารถนำออกมาใช้ได้อย่างไม่จำกัด” เขาทำท่าทางไม่เห็นด้วย
“ที่คุณพูดมาก็ถูกค่ะ แต่เฉินอวี้คะ หากเราจะปรับปรุงร้านและบ้านของเรา อย่างไรเสียเราก็ต้องมีเงินอยู่ในมือนะคะ ถ้าเราไม่มีเงิน เราจะไปว่าจ้างคนมาทำงานได้อย่างไร และของในมิติคุณจะนำออกมาใช้ได้อย่างไรโดยไม่ให้คนอื่นสงสัย”
“ถ้าอย่างนั้นคุณต้องระมัดระวังด้วยนะครับ และเมื่อเราปรับปรุงร้านและบ้านของเราเรียบร้อยแล้ว ผมไม่อยากให้คุณกลับไปทำการค้าที่นั่นอีกนะครับ” อันที่จริงเขาอยากให้เธอเลิกทำเสียั้แ่ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อนึกถึงเหตุผลที่เธอบอกกับเขาแล้ว เขาก็ได้แต่ยอมให้เธอทำต่อไปก่อน
“ตกลงค่ะ เมื่อถึงเวลานั้นฉันจะไม่ทำการค้ากับที่นั่นอีก” เธอรีบรับปากเขา เพราะอย่างไรในอนาคตเมื่อการค้าเปิดกว้างและมีเสรีมากขึ้น ตลาดมืดก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็แล้ว
เมื่อได้ยินเธอรับปาก เขาก็มีสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลี่เยว่ซินจึงเปลี่ยนไปปรึกษาเขาเื่อื่นแทน
“เฉินอวี้คะ คุณมีความเห็นอย่างไรหากว่าร้านที่เรากำลังจะปรับปรุงนี้ ฉัันอยากเปิดเป็ร้านขายอาหารเล็กๆ”
“ผมเห็นด้วยครับ เพียงแต่ว่าคุณคิดหรือยังว่าคุณ้าขายอาหารแบบไหน”
“ฉันอยากขายอาหารง่ายๆ อย่างพวกซาลาเปา หมั่นโถว แล้วก็โจ๊กค่ะ และอยากขายของว่างใน่บ่าย เป็ประเภทขนมและเครื่องดื่ม”
“หากเป็อาหารกลางวันง่ายๆ ด้วย คุณคิดว่ามันจะยุ่งยากไปไหมครับ เพราะจากที่ผมสำรวจดูแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่นิยมห่อข้าวหรือกลับไปกินข้าวที่บ้านในมื้อกลางวันกันแล้วครับ”
“ฉันเห็นด้วยนะคะ มันคงจะดี เพราะมื้อกลางวันบางคน้าทานอาหารหนัก บางคนอาจจะ้าทานแค่อาหารว่างเบาๆ เราเปิดร้านใน่เช้าถึงบ่ายแค่นั้น หากเราทำอย่างนี้ เราจะมีเวลาพักใน่เย็น”
เมื่อตกลงกันเรียบร้อย เธอได้นำแบบร้านที่้าตกแต่งใหม่ออกมาให้เขาดู โดยเธออยากปรับปรุงออกมาให้เป็แนวร้านกาแฟอย่างสมัยปัจจุบัน
“ฉันอยากทำร้านให้ดูอบอุ่นสักหน่อยน่ะค่ะ ฉันอยากจะเปลี่ยนผนังหน้าร้านให้เป็กระจก ทำเคาน์เตอร์สำหรับปรุงอาหารและเครื่องดื่มภายในร้าน เฟอร์นิเจอร์เน้นเป็เครื่องไม้ จำนวนโต๊ะไม่ต้องมากนะคะ ฉันไม่อยากให้ร้านดูแออัดเกินไป”
เธอเสนอความคิดต่อ “ในส่วนของที่พักอาศัยด้านหลัง คุณมีความเห็นว่าอย่างไร คุณทำไปได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอความเห็นจากฉันหรอกค่ะ”
“ผมคิดว่าคงไม่ต้องซ่อมแซมอะไรมาก เพราะทุกอย่างยังอยู่ในสภาพดี เพียงแค่ทาสีใหม่ก็เป็อันใช้ได้แล้ว”
เธอเห็นด้วยกับเขา ต้องยอมรับเลยว่าพ่อของชายหนุ่มมองการณ์ไกลมาก ท่านใช้วัสดุอย่างดีทุกอย่างในการสร้างบ้านหลังนี้ เมื่อมีโครงสร้างที่แข็งแรง เขาและเธอก็ประหยัดเงินในส่วนนี้ไปได้มากทีเดียว หลังจากนั้นเธอก็นำเงินมามอบให้เขาไว้จัดการเื่ทั้งหมด หากเขา้าเพิ่มเติมสิ่งใดให้เขาตัดสินใจได้เลยโดยไม่ต้องรอสอบถามเธอ
หลี่เยว่ซินคิดว่าใน่เวลา 4 เดือนนี้จะให้เขาปรับปรุงร้านและตัวบ้านให้เสร็จ เมื่อเธอย้ายเข้ามาและจัดพิธีแต่งงานเรียบร้อย เธอก็อยากเปิดร้านอาหารทันที
....................................................……….
จางเฉินอวี้ เริ่มติดต่อช่างเพื่อทำการปรับปรุงร้านและที่พักตามแบบที่หลี่เยว่ซินทิ้งไว้ให้ งานเป็รูปเป็ร่างเร็วมาก ผ่านไป 2 เดือนงานปรับปรุงซ่อมแซมก็เสร็จเรียบร้อย รอเพียงแค่ให้สีแห้งและระบายกลิ่นออกไป หลังจากนั้นก็จะให้ช่างเข้ามาทำเฟอร์นิเจอร์ทันที
ด้านของหลี่เยว่ซินก็งานหนักไม่แพ้กัน นอกจากงานในไร่ที่ต้องเร่งเก็บเกี่ยวเพราะเป็่เก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เธอยังต้องทบทวนตำราให้กับเพื่อนรักทั้งสองอย่างจริงจัง เพราะเธอหวังว่าทั้งคู่จะต้องสอบคัดเลือกให้ผ่านในการสอบครั้งนี้ เนื่องจากเป็ปีแรก การสอบจะยังไม่ยาก หากรอให้ถึงการสอบรอบหน้าคาดว่าระดับความยากของข้อสอบคงเพิ่มมากขึ้น เธอจึงตั้งใจทบทวนและถ่ายทอดความรู้ให้แก่เพื่อนทั้งสองจนไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ทั้งสามคนถือคติว่าเหนื่อยวันนี้ย่อมสบายในวันหน้า