ทะลุมิติทั้งทีข้าคนนี้จะต้องรอด

    บทที่ 6 ครอบครัว

            ฝ่ายจ้าวเสวี่ยหรงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่อีกด้าน เขาได้เห็นท่าทีคุกคามของเสียนอ๋องที่มีต่อน้องสาวของตนแล้ว แต่เมื่อได้เห็นว่านางไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวอีกทั้งไม่ได้หันมาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเขาจึงไม่ได้คิดจะเข้าไปข้องเกี่ยว แต่เมื่อได้เห็นว่ายามนี้องค์ไท่จื่อฉู่เฟยหลงกำลังยืนอยู่กับน้องสาวของเขาจ้าวเสวี่ยหรงก็รีบเดินตรงไปหาน้องสาวในทันที

            “คารวะองค์ไท่จื่อคิดไม่ถึงว่าจะได้พบพระองค์ที่นี่นะพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวเสวี่ยหรงเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มโดยพยายามเก็บงำความไม่พอใจของตนเองเอาไว้อย่างเต็มที่ แล้วจึงได้หันไปหาน้องสาวของตนเองเพื่อเอ่ยชักชวนนางกลับจวน

            “หรูเอ๋อ เ๽้าออกมานานเช่นนี้ท่านพ่อกับท่านแม่จะต้องเป็๲ห่วงเ๽้ามากเป็๲แน่ มิสู้พวกเรารีบกลับจวนไม่ดีกว่าหรือ” เมื่อได้ยินพี่ชายเอ่ยเช่นนี้จ้าวเสวี่ยหรูก็รีบพยักหน้าตอบกลับพี่ชายในทันที

            “นั่นสิเ๯้าคะ พวกเราควรจะรีบกลับจวนกันได้แล้ว ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวกลับก่อนนะเพคะ เ๹ื่๪๫ที่พวกเราคุยกันเมื่อครู่นี้เอาไว้วันหน้าค่อยมาคุยกันใหม่” จ้าเสวี่ยหรูหันไปเอ่ยอำลาเสียนอ๋องด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความนอบน้อมแล้วจึงได้หันไปเอ่ยกับองค์ไท่จื่อเสียงเบา

            “หม่อมฉันขอทูลลานะเพคะ” เอ่ยจบก็ย่อกายคารวะแล้วจึงได้หันไปพยักหน้าให้กับพี่ชายแล้วสองพี่น้องสกุลจ้าวก็รีบทาน้ำมันใต้ฝ่าเท้าก็รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเสียงเรียกของฉู่เฟยหลงที่เอ่ยเรียกพวกเขาเลยสักนิด ฉู่เฟยหลงจึงทำได้แค่เพียงมองตามหลังพวกเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ส่วนฉู่เฮ่าเทียนผู้เป็๲อากลับมองตามแผ่นหลังของจ้าวเสวี่ยหรูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด

            “เ๯้าพูดคุยอันใดกับเสียนอ๋องหรือ” เมื่อนั่งในรถม้าแล้วจ้าวเสวี่ยหรงก็ถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็๞ห่วงในทันที

            “เป็๲เพียงเ๱ื่๵๹ทั่วไปเท่านั้นเ๽้าค่ะ พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวลนะเ๽้าคะ ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เกิดเ๱ื่๵๹ไม่งามอย่างแน่นอนเ๽้าค่ะ” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มพลางครุ่นคิดถึงเ๱ื่๵๹ที่ตนได้คุยไปกับเสียนอ๋องก่อนหน้านี้ คิดไม่ถึงว่าเขาจะชักจูงได้ยากเย็นเป็๲อย่างยิ่ง แต่ก็นั่นแหละก็นางเป็๲คนเขียนให้เสียนอ๋องเป็๲คนละเอียดรอบคอบและเป็๲คนขี้หวาดระแวงนี่นา เพราะฉะนั้นก็ต้องทนรับกรรมจากผลของการกระทำของตนเองให้ได้

            เมื่อลงจากรถม้าแล้วกุ้ยมามาซึ่งเป็๞มามาข้างกายของเผยซื่อมายืนรอนางที่หน้าประตูจวนด้วยตนเอง ทั้งจ้าวเสวี่ยหรงและจ้าวเสวี่ยหรูก็ต่างหันไปมองหน้ากัน จวบจนเมื่อกุ้ยมามาเดินเข้ามาแจ้งข่าวคนทั้งสองจึงได้พากันยิ้มออกมา

            “คุณชายรองกลับมาถึงเรือนแล้วเ๽้าค่ะ ต่งอี๋เหนียงเห็นว่าการที่ทั้งคุณชายรองกลับมาและการที่คุณหนูใหญ่หายป่วยล้วนเป็๲เ๱ื่๵๹ดี จึงได้เสนอให้เย็นนี้กินมื้อเย็นร่วมกันเพื่อเป็๲การต้อนรับคุณชายรองและเลี้ยงฉลองที่คุณหนูใหญ่หายป่วย ฮูหยินเองก็เห็นดีด้วยจึงให้บ่าวมารอแจ้งให้คุณชายใหญ่และคุณหนูใหญ่ทราบด้วยตนเองเ๽้าค่ะ ว่าเมื่อกลับมาถึงจวนแล้วให้รีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปรอกินมื้อเย็นร่วมกันที่จวนหลักเ๽้าค่ะ”

            “ข้าทราบแล้ว เ๯้ากลับไปแจ้งท่านแม่เถิดว่าอีกสักครู่ข้ากับน้องหญิงจะไปที่เรือนหลัก” เมื่อจ้าวเสวี่ยหรงเอ่ยเช่นนี้กุ้ยมามาก็รับคำแล้วเดินจากไปด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

            “เ๽้าไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ อีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็น” จ้าวเสวี่ยหรงหันมาเอ่ยกับน้องสาวด้วยสีหน้าอ่อนโยน วันนี้น้องสาวของเขาต้องเจอะเจอกับผู้คนที่ไม่น่าพบมา อาจจะทำให้น้องสาวของเขาพลอยรู้สึกไม่ได้ไปด้วยก้ได้

            “ไม่เป็๞อันใดหรอกเ๯้าค่ะ พี่รองกลับมาจากสถานศึกษาทั้งอีก อีกทั้งวันนี้อี๋เหนียงน่าจะเป็๞คนเข้าครัวด้วยตนเองเป็๞แน่ ข้าทนรอที่จะชิมรสมือของนางไม่ได้แล้ว” เมื่อจ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยเช่นนี้จ้าวเสวี่ยหรงก็หัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างโล่งใจ

            “เช่นนั้นก็รีบไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด ยามนี้ทั้งพี่รองและน้องเล็กของเ๽้าคงจะกำลังทำคะแนนออดอ้อนท่านแม่นำเ๽้าไปแล้วเป็๲แน่” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้จ้าวเสวี่ยหรูก็พลันยิ้มออกมา

            “นั่นสิเ๯้าข้า ถ้าเป็๞เช่นนั้นข้าคงต้องรีบเสียหน่อยแล้ว”

            เรือนหลักของจวนสกุลจ้าวในวันนี้มีความครึกครื้นมากเป็๲พิเศษ บรรยากาศแตกต่างจากเมื่อหลายวันก่อนยิ่งนัก อาหารที่ต่งอี๋เหนียงทำขึ้นโต๊ะล้วนแล้วแต่เป็๲อาหารเลิศรส ถึงแม้ว่านางจะเป็๲บุตรสาวคนโตของคหบดีต่ง แต่สิ่งที่นางเชี่ยวชาญมากที่สุดก็คือฝีมือการทำอาหาร ต่งอี๋เหนียงผู้นี้แม้ว่าจะมีความงดงามสู้เผยซื่อผู้เป็๲ฮูหยินไม่ได้ แต่สิ่งที่นางใช้มัดใจจ้าวหยางและลูกๆ ของเขาได้ก็คืออาหารของนางนี่แหละ

            “รสมือของอี๋เหนียงยังคงล้ำเลิศอยู่เช่นเดิมไม่เสียที่ข้าเก็บท้องรอกินมาทั้งวัน” จ้าวเสวี่ยฉีเอ่ยชื่นชมพลางใช้มือลูบไปที่น้องท้องของเขาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมอย่างเต็มที่

            “ถ้าเช่นนั้นคุณชายรองก็รีบกลับมาอยู่ที่จวนสิเ๽้าคะ ถึงยามนั้นข้าจะเข้าครัวปรุงอาหารให้คุณชายรองทุกวันเลย” ต่งอี๋เหนียงเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

            “ข้าก็อยากจะกลับมาอยู่หรอก แต่ท่านพ่อไม่อนุญาตนี่น่า” จ้าวเสวี่ยฉีเอ่ยพลางหันไปมองจ้าวหยางที่ยามนี้กำลังมองเขาด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มอยู่

            “ที่อี๋เหนียงของข้าเอ่ยว่าให้รีบกลับ นางหมายถึงให้พี่รองรีบเรียนให้จบแล้วกลับมาต่างหากเล่าเ๽้าคะ หากท่านเรียนจบมีหรือที่ท่านพ่อจะไม่อนุญาตให้ท่านกลับมา” จ้าวเสวี่ยอิงเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้ากระเง้ากระงอด ส่วนเ๽้าเสวี่ยฉีก็ทำเสียงโอดครวญใส่นางในทันที

            “โถน้องเล็ก ข้าก็อยากรีบเรียนให้จบอยู่หรอก แต่มันไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้นน่ะสิ” เขาเอ่ยเช่นนี้ก็ถูกน้องสาวคนเล็กส่งค้อนไปให้

            “ตัวตะกละเช่นเ๽้าหากรักเรียนเหมือนรักกินก็คงจบไปนานแล้ว ท่านพ่อของเ๽้าก็คงไม่ต้องลำบากลำบนเคี่ยวเข็ญเ๽้าเช่นนี้หรอก เป็๲ถึงบุตรชายคนรองของเสนาบดีแต่กลับไม่สามารถสอบผ่านเกณฑ์สำหรับบัณฑิตที่จบการศึกษาได้เสียที อย่าว่าแต่เข้ารับราชการในราชสำนักเลย แค่คิดจะเข้าสำนักราชบัณฑิตก็คงยากแล้ว” เผยซื้อเอ่ยพลางคีบกับข้าววางไว้บนชามข้าวของจ้าวเสวี่ยหรู แล้วจึงได้หันไปกำชับลูกเลี้ยงที่นั่งอยู่ถัดไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเมตตา

            “เ๯้าเองก็รีบกินเข้าเถิดอิงเอ๋อ ดูสิว่าพี่รองของเ๯้ากินของโปรดของเ๯้าจนเกือบหมดแล้ว”

            “ท่านแม่ไม่ต้อกังวลเ๽้าค่ะ ตอนที่ข้าช่วยอี๋เหนียงทำอาหารข้าก็แอบกินไปกว่าครึ่งแล้ว ต่อให้พี่รองกินจนหมดข้าก้ไม่กลัวเ๽้าค่ะ” จ้าวเสวี่ยอิงเอ่ยกับเผยซื่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            “เ๯้าไม่กลัวแต่ข้ากลัว หมูน้ำแดงของอี๋เหนียงอร่อยเสียยิ่งกว่าที่ขายบนภัตตาคารหย่งเล่อเสียอีก อี๋เหนียงลำเอียงทำแต่เฉพาะตอนที่เ๯้ารองมา ทั้งที่ข้ากับอิงเอ๋อก็อาหารจานนี้เช่นเดียวกัน” จ้าวเสวี่ยหรงเอ่ยพลางคีบหมูน้ำแดงไปวางบนชามของตน

            “คุณชายใหญ่กับอิงเอ๋ออยู่ที่จวนอยากจะกินวันไหนก็แค่บอกข้า แต่คุณชายรองนานๆ จะได้กลับมานี่เ๽้าคะ” ต่งอี๋เหนียงเอ่ยด้วยสีหน้าปลาบปลื้มใจ ส่วนจ้าวเสวี่ยหรูที่ยื่นตะเกียบไปคีบหมูน้ำแดงขึ้นมากินบ้างถึงกับตาลุกวาวในทันที เนื่องจากรสชาตินี้คือรสชาติอาหารที่นางชอบกินจึงได้ยื่นตะเกียบไปคีบอีกครั้ง

            “อ๊ะ ปกติพี่หญิงไม่ชอบกินเนื้อสัตว์ไม่ใช่หรือเ๯้าคะ” จ้าวเสวี่ยอิงหันมาเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าวันนี้พี่สาวของตนกินอาหารจานเนื้อมากขึ้นจนผิดตา

            “เป็๲เพราะ๰่๥๹ที่ล้มป่วยต้องกินแต่โจ๊กจืดๆ พอได้เห็นอาหารจานเนื้อเหล่านี้เข้าข้าก็อดอยากกินไม่ได้” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยแก้ตัวให้แก่ตนเองด้วยสีหน้าจืดเจื่อนพลางคิดในใจว่า

            ‘สมแล้วที่เป็๲นางเอก แค่นี้ก็สังเกตเห็นแล้ว อืม ที่จริงแล้วการได้อยู่ในร่างของจ้าวเสวี่ยหรูก็ไม่แย่เท่าใดนัก มีน้องสาวที่เฉลียวฉลาดเช่นนี้ชีวิตขอข้าอาจจะไม่ย่ำแย่อย่างที่ข้ากำลังกังวลอยู่ก็เป็๲ได้’ จ้าวเสวี่ยหรูได้แต่คิดอยู่ในใจ พลางมองจ้าวหยางที่นั่งจิบน้ำชาด้วยสีหน้าอ่อนโยน เผยซื่อที่ในยามนี้กำลังคุยกับต่งซื่อเ๱ื่๵๹ผ้าปักที่พวกนางกำลังช่วยกันทำค้างเอาไว้ พี่ชายทั้งสองและน้องสาวอีกหนึ่ง ครอบครัวนี้อบอุ่นเอาไว้อย่างที่นางเคยเขียนเอาไว้ในนิยาย เพียงแต่ความอบอุ่นเหล่านี้จะจางหายไปเมื่อนางตาย แต่ยามนี้นางไม่ตายความอบอุ่นเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ อีกทั้งนางอยากให้ความอบอุ่นของครอบครัวนี้ยังคงอยู่เช่นนี้ไปอีกนานๆ เพราะว่านางเริ่มจะรู้สึกชอบครอบครัวนี้จริงๆ เข้าแล้ว