เถ้าแก่เห็นสีหน้าของหมิงเป่าจูก็รู้ว่านางพึงพอใจอย่างยิ่งเขารู้ว่าหากการค้าครั้งนี้สัมฤทธิ์ผล เงินก้อนโตก็จะมาถึงมือ
“ถ้าท่านถูกใจข้าจะสั่งให้คนไปส่งให้ถึงจวน ท่านโปรดวางใจ ค่าแรงคนงานที่ไปส่งของ ข้าจะยกให้ ถือเป็นของขวัญแสดงความยินดีที่ท่านย้ายเข้าเรือนใหม่ก็แล้วกัน!”
ไม่ต้องคิดอะไรมากของที่สั่งซื้อเป็นเครื่องเรือนครบชุด ต้องเป็นขึ้นการย้ายเข้าเรือนหลังใหม่อย่างแน่นอนซ้ำยังมีตู้ยาอีกชุด น่าจะเป็นร้านยาสมุนไพรอีกด้วย
“เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณเถ้าแก่ข้าจะจ่ายเงินให้ท่าน”
หมิงเป่าจูปลดกระบุงสะพายหลังเตรียมล้วงเงินออกมาเถ้าแก่แอบลูบมืออย่างลับๆ ท่าทีโลภโมโทสันถูกหลี่ไหวฺอวี้มองเห็นจนหมดสิ้น
แต่รออยู่นานเงินก็มาไม่ถึงเสียทีที่แท้มือของหมิงเป่าจูถูกหลี่ไหวฺอวี้กดมือไว้
“ท่านจะทำอะไร”หมิงเป่าจูขมวดคิ้ว
“หึ เถ้าแก่ท่านทราบหรือไม่ว่าว่าราชสำนักมีคำสั่งห้ามประชาชนซื้อขาย แม้กระทั่งลอบใช้ไม้จื่อถาน[1] โดยพลการ” หลี่ไหวฺอวี้ไม่ได้ตอบหมิงเป่าจูแต่กลับถามเถ้าแก่แทน
ไม้จื่อถานก็เป็นไม้ชนิดหนึ่งเช่นกันเติบโตได้เฉพาะในป่าลึกที่คนธรรมดาทั่วไปยากจะเข้าถึง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูงจึงเติบโตได้ในบางท้องที่เท่านั้น
วงจรการเติบโตของมันช้ามากกว่าวงปีจะเพิ่มขึ้นมาสักวงใช้เวลากว่าห้าปี ใช้เวลาถึงแปดร้อยปีกว่าจะเป็นไม้ที่สมบูรณ์มูลค่าสูงยิ่งกว่าทองคำเสียอีก
ว่าแต่เหตุใดเขาถึงเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาซ้ำยังไม่ยอมให้ตนเองจ่ายเงิน
หมิงเป่าจูยังคงเชื่อมั่นในตัวหลี่ไหวฺอวี้เชื่อว่าเขาต้องมีเหตุผลแน่ ดังนั้นจึงชักมือกลับแล้วสะพายกระบุงขึ้นหลังตามเดิม
รู้กาลเทศะดียิ่งเมื่อได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจโดยไม่ลังเลของหมิงเป่าจู หลี่ไหวฺอวี้ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ไม่ยับยั้งนางอีก
“เจ้าหมายความว่าอย่างไรข้าฟังไม่เข้าใจ!”
เถ้าแก่สะบัดแขนเสื้อเก็บมือไว้ด้านหลัง รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและหวาดระแวง
“ไม่เข้าใจอย่างนั้นรึ”หลี่ไหวฺอวี้แค่นเสียงหัวเราะ “เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าเข้าใจเอง!”
จังหวะเพียงชั่วพริบตาขณะที่ทั้งสองคนยังไม่ทันตั้งตัว หลี่ไหวฺอวี้ก็เคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าแลบ มาอยู่ข้างกายเถ้าแก่แล้วบีบข้อมือเขาอย่างแรง บังคับให้ยกมือขึ้น
แขนเสื้อร่นลงไปเผยให้เห็นเม็ดประคำไม้ที่ข้อมือ ซึ่งทั้งสองคนเห็นเข้าโดยมิได้ตั้งใจเมื่อครู่ แต่เวลานี้กลับเห็นชัดยิ่งกว่าเดิม
“ไม้จื่อถานนอกจากจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวแล้ว ความแข็งของมันยังเหนือกว่าไม้ทั้งปวงเครื่องใช้ไม้สอยที่ทำจากไม้จื่อถาน กล่าวได้ว่าทนทานยิ่งกว่าเครื่องเงินและเครื่องทองเสียอีกไม้จื่อถานที่โตเต็มที่มีสีม่วงดำ มีลวดลายงดงามและเป็นมันเงา นอกจากนี้ยังเป็นตัวเลือกชั้นเลิศสำหรับการรักษาแผลพุพองอีกด้วย”
หลี่ไหวฺอวี้บรรยายอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำสอดคล้องกับลักษณะเด่นของเม็ดประคำที่ข้อมือเถ้าแก่ไม่มีผิดเพี้ยน หากเข้าไปใกล้ๆ จะได้กลิ่นหอมจางๆของมัน
สิ้นคำกล่าว ก็มีมืออีกข้างหนึ่งเพิ่มขึ้นมาบนข้อมือของเถ้าแก่
เป็นหมิงเป่าจูนั่นเอง
ปลายนิ้วเรียวแตะอยู่บนข้อมือของอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้หลี่ไหวฺอวี้
เป็นดังคาด ชีพจรเต้นเร็วมีไฟร้าย[2] สะสมในร่างกาย แน่นอนว่าต้องเป็นแผลพุพอง
“พวกเจ้าทำอะไร!พวกเจ้าสองคนตั้งใจจะมาหาเรื่องกันใช่หรือไม่ คนอยู่ไหน รีบมาที่นี่เร็วเข้า!”
สีหน้าของเถ้าแก่เขียวคล้ำรีบชักมือกลับลนลานตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ตวาดลั่นออกมา เริ่มเรียกหาลูกน้อง
ช่างไม้ที่ทำงานอยู่ในเรือนชั้นในได้ยินเสียงก็กรูกันเข้ามาขวางอยู่หน้าประตูเต็มไปหมดจนเข้าออกไม่ได้
“นายท่าน เจ้าสองคนนี้กล้ามาก่อเรื่องหรือ”
ชายกำยำล่ำสันผู้เป็นหัวหน้าในมือถือเลื่อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง
“ไล่พวกเขาออกไปให้พ้นการค้านี้ข้าไม่ทำแล้ว!”
น้ำเสียงและสีหน้าของเถ้าแก่แปรเปลี่ยนเป็นร้ายกาจไม่อยากจะเห็นหน้าคนทั้งสองอีกต่อไปแม้แต่ชั่วครู่เดียว
“ช้าก่อน!ท่านจะไล่พวกเราไปจริงหรือ คิดให้ดีๆ ก่อนนะ”
ผู้ที่เอ่ยไม่ใช่หลี่ไหวฺอวี้แต่เป็นหมิงเป่าจู
เข้าใจความหมายของเขาแล้วสินะหลี่ไหวฺอวี้ยินดีปรีดายิ่งกว่าที่เห็นหมิงเป่าจูเชื่อใจตนเอง ราวกับดอกไม้บานในหัวใจเฉลียวฉลาดจริงๆ
“นี่มันร้านของข้าอยากไล่ผู้ใดออกไป จะตัดสินใจเองมิได้หรือ”
เถ้าแก่เบิกตาโพลงรูจมูกขยายเล็กน้อย ลมหายใจแรงและถี่กระชั้นด้วยความโมโห แต่หัวใจกลับเต้นแรงมาก พอคาดคะเนความหมายของทั้งสองคนได้รางๆ
“ท่านตัดสินใจได้อยู่แล้วเช่นนั้นพวกเรากลับก็ได้ อ้อ จริงสิเถ้าแก่ ขอถามอีกสักข้อ ข้าเพิ่งย้ายเข้ามาในเมืองไม่ทราบว่าศาลาว่าการต้องไปทางใด”
หมิงเป่าจูฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอกน้อยดวงตาสุกใส ดูไร้เดียงสาไม่รู้ความอันใดทั้งสิ้น
เหมือนแค่ถามทางธรรมดาๆเท่านั้น แต่กลับทำให้เถ้าแก่รู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง เหงื่อผุดขึ้นมาหนึ่งชั้น
“พวกเจ้าจะไปศาลาว่าการทำไม”เถ้าแก่ถามเสียงต่ำ
“แน่นอนว่าต้องไปแจ้งความจับคนที่ลักลอบขนไม้จื่อถานน่ะซีเพียงแต่ไม่รู้ว่าหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความจริง จะได้รับโทษทัณฑ์สถานใด”
หางเสียงลากยาว ฟังดูประชดเสียดสีอย่างบอกไม่ถูก
หลี่ไหวฺอวี้เหยียดมุมปาก“ตัดหัวกลางตลาดต่อหน้าสาธารณชน!”
เนื่องจากในรัชสมัยก่อนมีการใช้ไม้จื่อถานจำนวนมากในการทำเครื่องเรือนและต่อเรือจนเกือบจะทำให้ไม้จื่อถานถูกใช้หมดสิ้น
ประกอบกับการเติบโตที่เชื่องช้าปัจจุบันนี้ไม้จื่อถานจึงเหลืออยู่น้อยมาก ต้องจ่ายในราคาสูงลิบถึงจะซื้อจากมือของพ่อค้าเถื่อนได้
ดังนั้นฮ่องเต้จึงกำหนดให้ไม้ชนิดนี้ใช้ได้เฉพาะราชวงศ์เท่านั้นและสั่งห้ามการลักลอบค้าขายทุกรูปแบบ
แม้แต่ประชาชนทั่วไปหากพบว่าใช้ไม้ชนิดนี้ จะถูกมองว่ามีจิตคิดไม่ซื่อ มีโทษถึงประหารชีวิต
และเนื่องจากใช้ได้เฉพาะราชวงศ์ไม้จื่อถานจึงได้ชื่อว่าเป็นไม้จักรพรรดิ
“พวกเจ้าต้องการอะไรกันแน่”
ร่างของเถ้าแก่สั่นเทาจ้องมองหมิงเป่าจูกับหลี่ไหวฺอวี้อย่างเคียดแค้น คนทั้งสองร่วมมือกันแสดงละครได้อย่างแนบเนียน!
“นายท่าน จะคุยอะไรกับพวกเขามากมายข้าช่วยขับไล่ให้ท่านเอง!”
พูดจบก็ตรงเข้าไปหมายกระชากเสื้อของคนทั้งสองแต่ถูกเถ้าแก่รั้งตัวเอาไว้
“ไม่ต้อง พวกเจ้าออกไปก่อนข้ามีเรื่องต้องคุยกับพวกเขา”
สองคนนี้ช่างน่ากลัวเสียจริงก่อนหน้านี้ไม่รู้ก็แล้วไป ตอนนี้รู้แล้วว่าพวกเขามีเนตรอัคคีตาทองคำ[3] ความรู้กว้างขวาง ไหนเลยจะกล้าล่วงเกิน
“ท่านทั้งสองมีจุดประสงค์อันใดก็บอกมาตามตรงได้เลยข้าแค่ซื้อเม็ดประคำเส้นนี้มาเพื่อรักษาโรคเท่านั้น ไม่ได้ลักลอบค้าขายอะไรทั้งสิ้นท่านปล่อยข้าไปเถอะ”
รอจนคนอื่นๆ ออกไปหมดแล้วเถ้าแก่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที ค้อมกายคุกเข่า พยักหน้ารับปากทุกคำ ใช้น้ำเสียงสุภาพระมัดระวังเป็นพิเศษ
“ว่ามาเถอะ”
หมิงเป่าจูหันไปมองหลี่ไหวฺอวี้แม้จะร่วมมือเล่นละครกับเขา แต่ก็มีความสงสัยใคร่รู้ว่าเขาต้องลำบากลำบนถึงเพียงนี้เพื่ออะไรกันแน่
“เถ้าแก่ การค้าขายต้องยึดถือความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้งท่านกลับเอาไม้สนหอม[4]ราคาถูกแอบอ้างเป็นไม้การบูรแดงราคาแพงมาหลอกลวงพวกเราเช่นนี้ไม่น่าเกลียดเกินไปหน่อยหรือ”
หลี่ไหวฺอวี้หรี่ตามองเถ้าแก่นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนตู้เตี้ยข้างตัวเบาๆ
“น้องชายท่านนี้ข้าวกินส่งเดชได้ แต่วาจาไม่อาจพูดส่งเดช ข้าซื้อไม้จื่อถานมาก็จริง แต่ท่านจะเอาเรื่องนี้มาทำให้ข้าเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่ได้”
เถ้าแก่ถูกหลี่ไหวฺอวี้ยั่วโมโหจนทนไม่ไหวเอ่ยเสียงดังออกมา
“เป็นไม้สนหอมจริงหรือ”
หมิงเป่าจูกลับตื่นเต้นเมื่อได้ยินเช่นนั้นมิได้โกรธเคืองเหมือนคนที่ถูกหลอก ยังลูบไล้ไปตามลายไม้บนตู้เบาๆ
“อยากได้?” หลี่ไหวฺอวี้เดาความคิดของนางออก
เป็นไปตามคาด หมิงเป่าจูพยักหน้ารัวๆหลังจากนั้นก็หันไปคุยกับเถ้าแก่ “หากท่านพูดความจริง ข้ารักษาโรคแผลพุพองให้ท่านได้”
[1] ไม้จื่อถาน(紫檀) ชื่อไทยเรียกไม้จันทน์แดงเป็นต้นไม้เขตร้อนเนื้อแน่น หนัก มีโทนม่วงดำ หรือดำแดง ลายละเอียดเหมือนเส้นผม มีราคาแพงสมัยราชวงศ์ชิงนิยมนำไปทำเป็นเครื่องเรือน
[2] ไฟร้าย(邪火) ในทางการแพทย์แผนจีนโบราณคือปัจจัยในการเกิดโรค ยังอาจหมายถึงการพร่องธาตุไฟทำให้ร่างกายอ่อนแอได้อีกด้วย
[3] เนตรอัคคีตาทองคำ(火眼金睛)ใช้อุปมาถึงผู้มีสายตาเฉียบคมสามารถมองสถานการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เหมือนเนตรอัคคีของซุนหงอคงที่สามารถมองเห็นร่างแท้ของพญามาร
[4] ไม้สนหอม(柏木) หรือไซเปรสเป็นไม้เนื้ออ่อนมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ตระกูลเดียวกับต้นสน มีถิ่นกำเนิดในตะวันตกเฉียงใต้และตอนกลางของจีน