“ปล้นชิงละนะ!”
ตู้เซ่าฝู่อมยิ้มเริ่มตั้งฝ่ามือรวบรวมพลังราวกับมีคลื่นพลังแห่งพื้นดินและสรวง์จำนวนมากเคลื่อนโดยรอบท่าฝ่ามือนี้ก่อให้เกิดรัศมีพลังเอ่อล้นมาห่อหุ้มรอบตัวของตู้เซ่าฝู่พลังปราณในร่างกายไหลเวียนผ่านจุดและเส้นลมปราณที่ควบคุมไว้อย่างรวดเร็วเสร็จหนึ่งกระบวนท่า ภายในลมหายใจหนึ่งเฮือก สุดท้ายพลังทั้งหมดก็ไปรวบรวมรอบๆฝ่ามือบริเวณโดยรอบราวกับมีพื้นผิวน้ำที่เดือดพล่านร้อนระอุขยับเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่ง
ตู้เซ่าฝู่ดูกลายเป็คนที่ดูองอาจและทรงพลังในทันใดราวกับอสูรร้ายที่เพิ่งฟื้นจากการหลับใหล
ในชั่วเวลาเพียงพริบตาตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนก็แสดงสีหน้าใกันก่อนใครเพื่อน
“หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”
ตู้เซ่าฝู่ปล่อยหมัดออกไปมีพลังปราณทะยานปล่อยออกมาจากหมัด เกิดเป็เสียงคำรามดังโครมราวกับสายฟ้าฟาดจากนั้นที่ฝ่ามือของเขา ก็มีคลื่นพายุซัดที่เห็นออกมาเป็รูปร่างพุ่งออกไปหมัดคลื่นซัดสะท้านที่พลังร้ายกาจดั่งคลื่นพายุซัด พุ่งไปกระแทกสามหนุ่มตู้เฮ่าตู้ชง ตู้เหยียนรัวๆ
“ปึงๆ!ปึงๆ! ปึงๆ!”
ตู้เฮ่าตู้ชง ตู้เหยียนหัวโจกสามคนที่ยืนอยู่ด้านหน้ายังไม่ทันตั้งตัวพอรู้สึกตัวก็กระอักเืพ่นออกมาจากปากสุดท้ายร่างของทั้งสามคนก็ถูกกระแทกลอยห่างจากพื้นดินไปหลายเมตร เืสดไหลนองสีหน้าซีดเผือด พวกเขาพยายามขยับตัวลุกแต่ก็ไม่ไหวได้แต่คลานอยู่ที่พื้น
“โครมๆๆ!”
คลื่นพายุแห่งพลังหมัดคลื่นซัดสะท้านถูกปล่อยออกไปเป็ดั่งเงาก้อนหินไหลแว็บผ่านตัวออกไป มีเสียงดังสะท้อนกลับมาไม่หยุดพวกเด็กหนุ่มที่หัวเราะจนกุมท้อง และเด็กสาวที่ปิดปากหัวเราะคิกคักกันเมื่อสักครู่ไม่ทันได้เก็บสีหน้าและเสียงหัวเราะเยาะเย้ย สุดท้ายก็ถูกพลังคลื่นซัดกระเด็นไปกองบนพื้นเด้งกระจายไปคนละทิศคนละทางไป
ใน่เวลาอันสั้นทุกคนที่ดูถูกเยาะเย้ยตู้เซ่าฝู่ก็ถูกโจมตีกระจายกันไปหมด
ทุกอย่างนิ่งจนเกิดความเงียบสงัดบนพื้นบริเวณประตูใหญ่ของสนามประลองดูระเกะระกะวุ่นวายไปหมด
จู่ๆก็มีเสียงดังรุนแรงเกิดขึ้น ทำให้คนของบ้านสกุลตู้ทุกคนที่อยู่ในสนามสนใจทุกคนหันขวับไปทิศทางประตูสนามประลอง และตกตะลึงอ้าปากค้างจนทำอะไรไม่ถูก
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าไม่เปลี่ยนเท่าไรเขาเดินตรงไปหยุดอยู่ข้างหน้าตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียน จ้องมองดูรอบๆจากนั้นยื่นมือออกไปล้วงกล่องผ้าฝ้ายที่บรรจุยาสร้างรากฐานปราณ และขวดหยกที่บรรจุโลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือของทั้งสามคนนั้นไปนำไปใส่ไว้ในสาบเสื้อของตัวเองด้วยท่าทางอย่างเป็ธรรมชาติ
“ให้เวลาพวกเ้าเอายาลูกกลอนที่เคยแย่งไปจากข้าทั้งหมดมาคืนภายในสามวันมิเช่นนั้นต่อไปทุกครั้งที่เจอพวกเ้า ข้าก็จะปล้นชิงของพวกเ้าข้าพูดจริงทำจริงแน่นอน”
เมื่อเอ่ยจบตู้เซ่าฝู่ก็เอามือตบก้น จากนั้นก็เชิดหน้าเดินจากไปโดยไม่สนใจ
คนของบ้านสกุลตู้ที่ยังอยู่ในสนามประลองที่ยืนอยู่ห่างจากตรงนั้นไม่ไกลเห็นลมปลิวว่อนสภาพยุ่งเหยิง ก็ทำหน้าใราวกับเจอผี
เมื่อเงาด้านหลังของตู้เซ่าฝู่หายลับไปจากสายตาของผู้คนที่มองกันอย่างตะลึงตาค้างไปแล้วคนในสนามประลองถึงมีคนได้สติและตระหนักได้ว่าตู้เซ่าฝู่ที่เพิ่งถูกทุกคนดูถูกหัวเราะเยาะใส่เพิ่งปล้นชิงของไปจากผู้ชนะสามอันดับแรกจากการประลองฝีมือในรุ่นเดียวกันไป
“ผู้ชนะสามอันดับแรกรุ่นเดียวกัน...”
จากนั้นสายตาของคนในสนามประลองก็จับจ้องไปที่ตู้เฮ่าตู้ฮง ตู้เหยียนสามคนที่คลานอยู่บนพื้นลุกขึ้นไม่ไหว
คนที่เมื่อสักครู่แสดงท่าทางเหยียดหยามและรังเกียจใส่ตู้เซ่าฝู่พอนึกย้อนถึงคำพูดเยาะเย้ยเ่าั้ ก็รู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้าเหมือนโดนตบบ้องหู...
พระอาทิตย์อัสดงลาลับโลกในทิศประจิมปรากฏแสงสวยงามแต้มหลากสีบนห้วงนภายามสายัณห์
“น้องรอง่นี้พวกเรือนนั้นไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไรใช่หรือไม่?”
ณพื้นที่ในจวนของบ้านสกุลตู้ มีบุรุษท่าทางองอาจอายุราวๆ สี่สิบกว่าปีนั่งอยู่บุรุษอีกคนที่อยู่ตรงข้ามคือตู้จื้อสยง พวกเขากำลังสนทนากัน
ตู้จื้อสยงส่ายศีรษะกล่าวว่า “่นี้พวกเรือนนั้นไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวอะไรนักทว่าวันนี้ในตระกูลเกิดเื่น่าสนใจเื่หนึ่ง ไม่ทราบว่าพี่ใหญ่สนใจฟังหรือไม่”
“อืม วันนี้น่าจะเป็วันประลองฝีมือของเหล่าทายาทในตระกูลใช่หรือไม่หรือว่าในบรรดาเด็กๆ พวกนั้นมีคนที่ฝีมือโดดเด่นมากหรือ?”
บุรุษท่าทางองอาจผู้นั้นเกิดความสนใจขึ้นมาในฐานะที่เป็เ้าบ้านของบ้านสกุลตู้ ต้องให้ความสำคัญ
กับเหล่าทายาทในบ้านสกุลตู้เป็พิเศษ เขาคนนี้คือตู้เจิ้นอู่เ้าบ้านของบ้านสกุลตู้ เป็บุรุษที่มีชื่อเสียงเรียงนามไปทั่วเมืองสือเฉิง
ตู้จื้อสยงเผยรอยยิ้มชวนพิศวงออกมาเขาไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี จากนั้นเอ่ยว่า “พวกเด็กๆ แสดงฝีมือได้ไม่เลวทว่าที่น่าสนใจหมายถึงเ้าหนุ่มเซ่าฝู่จากบ้านสาม”
“เซ่าฝู่...”
เมื่อได้ยินตู้เจิ้นอู่ก็ถอนหายใจเบาๆ สีหน้าและแววตาของเขาที่แสดงออกมาคือความรู้สึกเสียดายและดูซับซ้อนเขามองไปที่บุรุษที่ร่างกายกำยำคนนั้นว่า “หรือว่าอาการป่วยของเขากำเริบหนักเขาช่างน่าสงสาร หากเป็ไปได้ ไม่ว่าจะต้องทุ่มเทอะไรไปมากแค่ไหนข้าก็อยากเชิญหมอเทวดามาช่วยดูอาการเขา”
“พี่ใหญ่ข้าว่าคงไม่ต้องแล้วล่ะ”
ั์ตาของตู้จื้อสยงสั่นเบาๆเขาบอกตู้เจิ้นอู่ว่า “ในการประลองฝีมือวันนี้ ตู้เฮ่า ตู้ชงตู้เหยียนคว้าสามอันดับแรกไป แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไร น้องรอง เ้ากลายเป็คนพูดจาตะกุกตะกักั้แ่เมื่อไร”ตู้เจิ้นอู่จ้องหน้าตู้จื้อสยง ท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ เช่นนี้ไม่ใช่นิสัยตามปกติของตู้จื้อสยง
“ตู้เฮ่า ตู้ชงตู้เหยียนสามคนนี้ได้รับโลหิตสกัดของอสูรหมาป่าเป้าสือและยาสร้างรากฐานปราณไปแต่ขณะที่กำลังจะออกจากประตูใหญ่ของสนามประลอง ก็ถูกเซ่าฝู่แย่งชิงไป”
ตู้จื้อสยงมองหน้าตู้เจิ้นอู่พยายามควบคุมอารมณ์หวั่นไหวที่เป็มานานแล้วไว้ เขาหายใจเข้าลึกๆ กล่าวว่า
“แค่เพียงกระบวนท่าเดียว ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนสามคนนั้นก็ถูกโจมตีจนลอยกระเด็นเด็กๆ คนอื่นสิบกว่าคนก็ได้รับาเ็ วิชาที่เซ่าฝู่ใช้ คือหมัดคลื่นซัดสะท้าน”
“หมัดคลื่นซัดสะท้านหรือน้องรอง เ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่!” ตู้เจิ้นอู่ใจนสะดุ้งยืนขึ้นในทันทีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องหน้าตู้จื้อสยง ั์ตาเป็ประกาย
ตู้จื้อสยงแสดงสีหน้าจริงจังพยักหน้า และกล่าวว่า “คือกระบวนท่าหมัดคลื่นซัดสะท้านไม่ผิดแน่นอนข้าเห็นเองกับตา!”
“เร็ว รีบไปตามเซ่าฝู่มา ข้าอยากพบเขา ต้องพบเขาเดี๋ยวนี้เลย”ั์ตาของตู้เจิ้นอู่สั่นไหวเบาๆ สีหน้าที่เคร่งเครียด กลับกลายเป็รอยยิ้ม
เมื่อการประลองฝีมือประจำปีของบรรดาลูกหลานบ้านสกุลตู้สิ้นสุดผลลัพธ์สุดท้ายทำให้คนทั้งบ้านสกุลตู้ตกตะลึงกันสุดๆ
หนุ่มน้อยสามคนตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนที่เป็ผู้ชนะสามอันดับแรกสามคนนี้คือวัยรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกันในบ้านสกุลตู้สุดท้ายกลับถูกกระบวนท่าเดียวของตู้เซ่าฝู่ที่ใครๆ ก็เรียกเขาว่าเ้าทึ่มเอาชนะได้คุณชายน้อยจอมทึ่มคนนี้ยังจะทึ่มจริงๆ อีกหรือ?
คนทั้งบ้านสกุลตู้ล้วนตื่นเต้นใกันไปหมดและข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเข้าไปถึงหูบรรดาผู้มีอิทธิพลของเมืองสือเฉิงใน่เวลาอันสั้นที่สุด
แน่นอนว่าขณะนี้ตู้เซ่าฝู่ยังไม่ทราบว่ามีผู้มีอิทธิพลในเมืองสือเฉิงมากมายแค่ไหนที่ใและเริ่มระแวงในตัวเขากัน
“ยังไม่ฝึกวิชาลมปราณเลย ของพวกนี้เอาอย่างไรดีนะ?”
ตกกลางดึกในห้องส่วนตัวตู้เซ่าฝู่มองไปที่ขวดหยกและกล่องผ้าฝ้ายสองกล่องที่ปล้นชิงมาที่วางอยู่บนโต๊ะแม้มีโลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือและยาสร้างรากฐานปราณไว้ในแต่ตู้เซ่าฝู่กลับแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ หากเป็คนอื่นมีของพวกนี้อยู่ในมือคงดีใจแทบะโโลดเต้นพวกมันถึงขนาดสามารถทำให้พลังในการฝึกของผู้ที่ใช้พัฒนาขึ้นไปได้เลยอีกขั้น
แต่ตู้เซ่าฝู่ทราบดีว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่นของเหล่านี้คือของชั้นเลิศ ทว่าจนถึงขนาดนี้เขาก็ยังไม่ได้ฝึกวิชาลมปราณและลมปราณในตัวเขาก็อยู่ในจุดที่สูงมากพอตัวแล้วไม่ว่าจะเป็โลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือหรือยาสร้างรากฐานปราณขณะนี้เขาก็ไม่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้
“ไม่ได้ ข้าต้องรีบหาคัมภีร์จื่อชี่เฉาหยังให้พบให้ได้โดยเร็ว”
ตู้เซ่าฝู่สร้างความตั้งใจไว้กับตัวเองขณะนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฝึกวิชาลมปราณเป้าหมายคือคัมภีร์จื่อชี่เฉาหยังที่เป็วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของบ้านสกุลตู้