เข้าวันที่ 2 ของการอยู่ภายในวังหลวง วันนี้ฮุ่ยิก็ยังคงว่าง อันตัวเขาจึงเลือกไปเดินเล่นยังตลาดและแน่นอนว่าเขาได้ไปชิมซาลาเปานั่นแล้ว กลิ่นหอมของหมูที่เป็เอกลักษณ์ความหอมกรุ่นที่พอได้ลองลิ้มรสที่อยู่ด้านในยังคงติดตราตรึงอยู่เลย
มันอร่อยมาก! ต้องลองนะ
อีกอย่างหนึ่งเมื่อวานเขาได้เพื่อนใหม่ด้วย ชื่ออ้ายฉิง เราพักอยู่ที่เดียว อ้ายฉิงน่ารักมากแล้วก็พูดเก่งมากด้วย ขนาดที่เขาว่าพูดเก่งแล้วยังเอ่ยไม่ทันอ้ายฉิง
ฮุ่ยิเดินลัดเลาะไปตามสวนหย่อมฝั่งตะวันตกซึ่งอยู่ใกล้กับที่พัก พลางมองไปรอบๆเพื่อชมความงดงามของทิวทัศน์
“ฮ่า!!”
เสียงดังจากไม่ไกลทำให้เขาละสนใจจากวิวรอบด้านให้หันไปมอง เหมือนว่าเสียงนั่นจะมาจากฝั่งทางตอนใต้ของวัง ฮุ่ยิค่อยๆเดินย่องอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงและใครได้ยิน ตัวเขาซุ่มมองอยู่หลังแผ่นไม้โชคดีที่มีรูเล็กๆพอที่จะเห็นด้านในได้ อีกฟากของแผ่นไม้เป็สนามกว้างมีผู้คนใส่ชุดเกราะมากมายที่ถือดาบกำลังร่ายรำ คาดว่าน่าจะเป็ทหารที่กำลังฝึกฝน ฮุ่ยิที่ยืนมองดูเขารู้สึกว่ามันสนุก ดูไปแล้วลองทำตามอยู่อีกฟากพลางออกเสียงเบาๆก่อนจะหันตัวไปเจออีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ฮ่า!…ฮะ”
อ้ายฉิงยืนเท้าสะเอวมองเพื่อนชายด้วยความสงสัย ตนหาฮุ่ยิอยู่ตั้งนานที่แท้มาเล่นพิเรนทร์อยู่แถวนี้นี่เอง
“เ้าทำอะไรน่ะฮุ่ยิ”
“ข้ากำลังฝึกวิทยายุทธอยู่ ฮ่อ!”
ฮุ่ยิเอ่ยตอบไปพลางทำท่าใส่ อ้ายฉิงปัดมือน้อยๆนั่นก่อนจะดุเล็กน้อย
“เ้านี่เล่นอะไรพิเรนทร์ หากมีคนในวังหลวงมาพบตัวเ้าจะทำอย่างไร”
“ข้าขอโทษ”
ฮุ่ยิเอ่ยขอโทษอีกคนด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด เขาลืมคิดเื่นี้เสียซะได้ อีกใจนึกก็คิดว่าไหนๆวันนี้เขาก็ว่างกว่าจะเริ่มทดสอบก็พรุ่งนี้เสียขอเดินเล่นบ้างจะเป็ไรไป
“แล้วเ้าจะไปไหนล่ะ”
“ข้าจะไปตลาด เ้าจะไปด้วยหรือไม่”
“อืม…ไม่ล่ะ”
“งั้นก็เ้าอย่าไปเดินเพ่นพ่านอีก ไว้ข้าจะรีบกลับ”
ฮุ่ยิพยักน้ารับอ้ายฉิงเดินละจากไป เขาหันกลับมาสอดส่องต่อก่อนจะร่ายรำตาม
“ฮ่า!”
ฮุ่ยิเดินลัดเลาะกลับมายังสวนหย่อมคราวนี้เขาเลือกเล่นกับเ้านกสีฟ้าสองตัวบนต้นไม้แทน
“พวกเ้าน่ะ รู้หรือไม่ว่าข้าสามารถอ่านใจสัตว์ได้”
เ้านกสองตัวมองฮุ่ยิก่อนจะหันมองหน้ากันเอง มิใช่ว่าพวกมันฟังภาษามนุษย์ไม่ออกแต่พวกมันแค่สงสัยว่ามนุษย์ผู้นี้ไม่มีเพื่อนเล่นหรืออย่างไรถึงมาเล่นกับพวกมัน
“พวกเ้าสงสัยใช่หรือไม่ เดี๋ยวข้าจะแสดงให้ดู อย่างตอนนี้…พวกเ้ากำลังสงสัยว่าทำไมข้าถึงมาเล่นกับพวกเ้า”
มิอยากเชื่อที่ฮุ่ยินั้นพูดถูก เ้านกเริ่มสนอกสนใจพากันบินมายังกิ่งไม้ด้านล่าง
“จิ๊บๆ”
“ข้าพูดถูกใช่หรือไม่ บอกแล้วว่าข้าน่ะ พูดจริงแล้วก็ทำได้จริง”
ฮุ่ยิยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ เขาสามารถทำมันได้จริง จะเรียกว่าเป็พร์ส่วนตัวก็ได้เพราะครั้นั้แ่เล็กเขาสามารถอ่านใจสัตว์น้อยใหญ่ได้หมด ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแต่มันก็สามารถทำให้เขารู้ถึงจิตใจอันลึกของพวกมันได้
ฮุ่ยิและเ้านกสองตัวยังคงพูดคุยเล่นกันไปเรื่อย เ้านกสองตัวยังคงจดจ้องไปที่ฮุ่ยิ สายตาของมันเหลือบไปเห็นบุคคลหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของเขา เมื่อเห็น เมื่อเ้านกสองตัวเห็นพวกมันรีบบินหนีไปทันที ฮุ่ยิที่กำลังยืนสาธยายอยู่ต้องหยุดพูดแล้วเรียกพวกมัน
“พวกเ้าจะไปไหน ข้ายังไม่เอ่ยไม่จบเลย!” ฮุ่ยิถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะหมุนตัวกลับแต่ยังมิทันได้ก้าวใบหน้าของเขาก็ชนกับอะไรบางอย่าง
ถอยตัวออกมาเล็กน้อยมองดูสิ่งตรงหน้า หน้าอกแกร่งที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ มือเล็กเอื้อมัั
แข็งมาก อีกอย่างกลิ่นนี้กลิ่นของบุรุษเป็แน่!
ฮุ่ยค่อยๆเงยหน้าขึ้นจนเริ่มเห็นใบหน้าอย่างชัดเจน คางมนรีฝีปากเรียบนิ่งและดวงตาอันคมกริบที่กำลังมองมาที่เขา เมื่อเห็นอย่างชัดเจนฮุ่ยิถอยหลังก่อนจะก้มคำนับเพื่อกล่าวขอโทษ
“ข-ขอโทษ คือข้า…”
“เ้าเป็ใครทำไมถึงมาเดินเพ่นพ่านในวังหลวง”
“คือ…”
อีกฝ่ายเอ่ยถามฮุ่ยิกำลังจะเค้นตอบแต่ด้วยเพราะสายตาอันดุดันและแรงกดดันจาดอีกฝ่ายทำให้เขาไม่สามารถจะเอ่ยออกไปได้
“เฉิงหาน เ้าจะรีบเดินไปไหน…หือ?”
เหมือนจะมีบุรุษชายอีกคนหนึ่งเพิ่มมา บุรุษผู้นี้มีขนาดร่างกายที่ต่างกันไม่น้อยใบหน้าของเขาดุมีความสงสัยในตัวฮุ่ยิเหมือนจะช่วยบรรยากาศไม่อึดอัดแต่กลับทำให้กดดันมากขึ้นไปอีก
“เ้าเป็ใคร”
“คือข้า…”
“เ้านี่ 可愛 (เข่ออ้าย-น่ารัก)” บุรุษกล่าวเอ่ยชมจนทำให้ฮุ่ยิเขินแก้มแดงก้มหน้างุดหนี
“เ้าชื่ออะไร”
“ฮ-ฮุ่ยิ”
ฮุ่ยิใช้แขนปิดบังใบหน้าตัวเองด้วยความเขิน บุรุษผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับจิ้มไปที่แก้มกลมของเขาอย่างสนุกสนาน เฉิงหานเอ่ยเตือนเพื่อน
“ซิงเยียน”
“อะไรของเ้า”
บุรุษจอมสนุกเย้ยต่อกรกับอีกคนด้วยความไม่เกรงกลัว ฮุ่ยิก้มคำนับเล็กน้อยก่อนจะขอละออกไปเสียดีกว่า
“ข้าขอตัวก่อน”
คนตัวเล็กวิ่งหายไปพลางสะดุดเล็กน้อย การกระทำอันเงอะงะอยู่ในสายตาของทั้ง ซิงเยียนหันไปมองเพื่อนชายที่ยังมองตามหลังอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ
“สนใจเ้าผู้นั้นรึ”
เฉิงหานหันมองด้วยสีหน้านิ่งเฉยทิ้งคำพูดก่อนจะเดินหนีไป
“ไร้สาระ”
“หึ”
ซิงเยียนมองเพื่อนชายจนเดินทิ้งห่างไป เขารู้จักเฉิงหานดี สายนิ่งเรียบแบบนี้แหละที่เรียกว่าสนใจ