ฝึกฝนเคล็ดวิชา
‘ดีที่เราศึกษาเคล็ดวิชาสยบอัสนีเมฆาและเคล็ดวิชาย่างก้าวทะยานหมื่นลี้ซึ่งวิชาระดับเซียนได้อย่างถูกต้องและเข้าใจในรูปแบบการวางวงเวทย์...ดังนั้นน่าจะสามารถนำมาปรับในการร่ายบทเวทย์ในทุกแขนงได้...โดยนำมาจัดเรียงใหม่ตามรูปแบบของบทเวทย์ระดับเซียนสำหรับผู้ฝึกตนอื่นอาจเริ่มศึกษาบทเวทย์ระดับต่ำก่อนแล้วค่อยไต่ระดับไปในระดับสูงด้วยบทเวทย์ที่เขาฝึกบทแรกนั้นเป็บทเวทย์ระดับเซียนพอได้มาศึกษาบทเวทย์ป้องกันระดับต่ำนี้เลยเข้าใจได้โดยง่ายยิ่งนัก...’
พรึบ! พรึบ!
หนิงอ้ายทำการปล่อยพลังธาตุของตนออกมารวมกันที่ฝ่ามือทั้งสองด้านหลังปรากฏเป็วงแหวนแสงสีน้ำเงินซ้อนกันสองวงแสดงระดับฝึกตนขุนนางขั้นสูง่ปลายในตอนนี้ ด้วยความพยายามอย่างหนักในการฝึกฝนวิชาใน่ที่ผ่านมาทำให้ระดับฝึกตนของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งขั้น...
ในที่สุดเขานึกถึงรูปแบบของวงเวทย์และตำแหน่งของสัญลักษณ์ธาตุในห้วงความคิดของและสูดลมหายใจลึกๆ รวบรวมสมาธิพร้อมกับดึงพลังลมปราณออกมา ซึ่งนอกจากผู้ฝึกตนนั้นจำเป็จะต้องมีการเพิ่มระดับฝึกตนให้ก้าวหน้าอยู่เสมอแล้ว ผู้ฝึกตนจำเป็จะต้องจดจำรูปแบบของวงเวทย์และตำแหน่งของสัญลักษณ์ธาตุของแต่ละบทเวทย์ให้ถูกต้องแม่นยำเพราะพลังของการใช้บทเวทย์ของแต่ละรูปแบบนั้นจะมากหรือน้อยนั้น จะขึ้นอยู่ดับความถูกต้องของตำแหน่งในบทเวทย์นั้นเอง
อัญเชิญบทเวทย์ป้องกันปราการวารีอหังการ!
วูบ!วูบ!
หนิงอ้ายเมื่อจดจำรูปแบบของวงเวทย์และตำแหน่งของสัญลักษณ์ธาตุของเวทย์ป้องกันได้แล้ว จึงเอ่ยเวทย์ป้องกันออกมาพร้อมกางมือออกทันที ทันใดนั้นวงแหวนสีน้ำเงินด้านหลังของเขาได้แปรเปลี่ยน เป็เกราะป้องกันสีฟ้าเงินครอบคลุมตัวหนิงอ้ายเอาไว้และโดยรอบของตัวเกาะป้องกันนั้นปรากฏเป็คลื่นน้ำพริ้วไหวหมุนวนโดยรอบคล้ายกับการระบำสายน้ำที่งดงาม
“สำเร็จแล้ว!!!”หนิงอ้ายร้องะโออกมาด้วยความดีใจ
“เป็การร่ายบทเวทย์ป้องกันครั้งแรกที่สมบูรณ์แบบมากขอรับ...แต่ข้าสังเกตเห็นว่ารัศมีในขณะที่ใช้บทเวทย์จะมีพลังบางอย่างออกมาแสดงถึงความแข็งแกร่งเกินที่จะเป็บทเวทย์ป้องกันพื้นฐาได้...น”ลู่ซีในตอนแรกนั้นก็ดีใจอย่างมากที่คุณชายของตนสามารถสร้างเกาะป้องกันออกมาได้อย่างไร้ที่ติแต่ที่เขาแปลกใจคือโดยปกติแล้วบทเวทย์ป้องกันระดับต่ำนั้นจะไม่มีรัศมีแสงเป็ประกายขนาดนี้ในการเรียกใช้งาน
“เ้าช่างสังเกตนัก...จริงอยู่ว่าหยกวิชาที่ข้าซื้อมานั้นจะเป็บทเวทย์ป้องกันระดับต่ำเพียงแต่ว่าข้าได้ทำการอ้างอิงการสลับตำแหน่งรูปแบบของวงเวทย์และตำแหน่งของสัญลักษณ์ธาตุเลียนแบบมาจากเคล็ดวิชาสยบเมฆาซึ่งเป็บทเวทย์ระดับเซียน เมื่อนำสัญลักษณ์และรูปแบบของบทเวทย์ป้องกันพื้นฐานมาเรียบเรียงกันใหม่ตามบทเวทย์ระดับเซียนผลลัพธ์ออกมาก็ตามที่เ้าเห็นความจริงแล้วข้าคิดว่าจะไม่สำเร็จด้วยซ้ำ...”
“คุณชายช่างมีพร์ยิ่ง...เพียงแค่เข้าใจตำแหน่งรูปแบบของวงเวทย์และตำแหน่งของสัญลักษณ์ธาตุของบทเวทย์ระดับเซียนก็สามารถนำบทเวทย์ระดับต่ำเข้ามาเรียบเรียงอย่างถูกตำแหน่งจึงเกิดเป็บทเวทย์ใหม่ที่แข็งแกร่งยิ่งนักขอรับ...”ลู่ซีได้ยินดังนั้นจึงกล่าวชมด้วยความยินดี
“เ้าชมข้าเกินไป...ข้าคิดเพียงแต่ว่าบทเวทย์แต่ละระดับนั้นจะมีพื้นฐานที่เป็เอกลักษณ์เฉพาะอยู่แล้วดังนั้นหากนำบทเวทย์ที่ไม่มีระดับสูงมาจัดวางตำแหน่งใหม่ตามรูปแบบของบทเวทย์ระดับเซียนก็สามารถยกระดับพลังเวทย์นั้นให้ทรงพลังมากกว่าเดิมได้...”
“เเล้วข้าจะเลิกใช้บทเวทย์อย่างไรเล่า??”หนิงอ้ายถามออกมาด้วยความอยากรู้
“สามารถสั่งให้สลายไปด้วยความคิดหรือเอ่ยออกมาได้เช่นกันขอรับ...”ลู่ซีตอบกลับไปพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย
“สลาย!!!”หนิงอ้ายเอ่ยและพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
พรึบ!
ทันใดนั้นบทเวทย์ป้องกันก็ได้สลายไปด้านหลังปรากฏวงแหวนสีน้ำเงินซ้อนสองวงเช่นเดิมและหายไปในทันที...
“ยินดีด้วยอีกครั้งในความสำเร็จนะขอรับคุณชายใหญ่...”ลู่ซีเอ่ยออกมาด้วยความยินดี
“ต้องขอบคุณเ้าลู่ซีที่คอยให้คำแนะนำแก่ข้า...”หนิงอ้ายเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
ในทุกวันที่ผ่านมานั้นหนิงอ้ายคอยเอาใจใส่เจียวซิ่นเฉกเช่นลูกน้อยของตนก็คงไม่เกินจริงไปนัก...ทั้งคอยสรรหาผลึกธาตุรวมไปถึงเนื้อสัตรอสูรหมุนเวียนกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เจียวซิ่นได้เลื่อนเป็ระดับกลางได้อย่างมั่นคง ซึ่งในตอนนี้หนิงอ้ายสามารถสื่อสารทางจิตกับเจียวซิ่นได้แล้วและหนิงอ้ายได้สอนให้เจียวซิ่นพูดภาษามนุษย์อีกด้วยถึงแม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่สามารถพูดเป็คำได้ก็ตาม เเละด้วยพันธะที่พันผูกกันนั้นทำให้หนิงอ้ายได้รับรู้เพิ่มเติมว่าเเท้ที่จริงเเล้วเจียวซิ่นเป็สัตว์อสูรมายาที่สามารถพัฒนาไปถึงสัตว์อสูรเซียนได้นั่นเอง...
หลังจากที่หนิงอ้ายนั้นได้ทำการฝึกเคล็ดวิชาย่างก้าวทะยานหมื่นลี้นี้ได้เชี่ยวชาญแล้ว ไม่ว่าจะเป็เคล็ดวิชาสยบอัสนีเมฆาที่เป็วิชาดูดซับปราณฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายเพื่อบ่มเพาะรากฐานให้มั่นคงและเคล็ดวิชาย่างก้าวทะยานหมื่นลี้ที่เป็วิชาตัวเบาระดับเซียนของตระกูลหวังที่เขามองว่าค่อนข้างจำเป็ในการเป็ผู้ฝึกตน ไม่ว่าจะใช้ในการเดินทางรวมไปถึงประสานเคล็ดวิชาตัวเบากับการต่อสู้ บทเวทย์ป้องกันปราการวารีอหังการที่เอาไว้สำหรับป้องกันการโจมตีและยังมีอีกหลายบทเวทย์ที่หนิงอ้ายได้ทำการซื้อมาจากหอประมูลพยัคฆ์คำรามแต่เขาได้มาคิดค้นปรับเปลี่ยนการวางรูปแบบตามบทเวทย์ระดับเซียน ดังนั้นในแต่ละบทเวทย์ที่เขานั้นจึงมีพลังมากกว่าเดิมหลายเท่านัก...
.............................
''คุณชายวันนี้ถือว่าพักสักวันดีหรือไม่ขอรับ??''ลู่ซีเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง เพราะว่าหนิงอ้ายนั้นนอกจากที่จะมุ่งมั่นในการปรับเปลี่ยนบทเวทย์ใหม่ๆเพื่อใช้ในการประลองแคว้นที่ใกล้จะถึงนี้เแล้วยังฝึกฝนวิชาแทบไม่มีเวลาพักยิ่งเห็นว่าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วก็ยิ่งหักโหมกว่าเดิมจนมารดาของคุณชายเป็ห่วงไม่น้อยจึงแนะนำให้ลู่ซีพาหนิงอ้ายออกไปพักผ่อนเสียบ้าง
''ก็ได้...อย่างไรพักเสียสักวันคงไม่เป็ไร''หนิงอ้ายนั้นยอมทำตามที่ลู่ซีแนะนำในที่สุดเมื่อคิดว่า่นี้ตนฝึกหนักเกินไปจริงๆอีกทั้งร่างกายของหนิงอ้ายพื้นฐานก็ไม่ได้แข็งแรงเหมือนร่างเดิมของเขาเพราะก่อนหน้านี้เ้าตัวก็ป่วยอยู่บ่อยๆต่อให้่นี้เขาจะควบคุมการกินอาหารและออกกำลังกายอย่างเคร่งครัดแล้วก็ไม่อาจที่จะทำให้ร่างกายของหนิงอ้ายมีกล้ามเนื้อสวยงามเฉกเช่นบุรุษทั่วไปได้แต่ในแง่ของความแข็งแรงนั้นนับว่าเขาภูมิใจมากเลยทีเดียว
หนิงอ้ายนั้นโดนปลูกฝังั้แ่โลกเดิมมาแล้ว...ว่าผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะเป็ผู้ที่ชนะที่แท้จริงสามารถควบคุมได้ทุกอย่างได้ดั่งใจ ดังนั้นหากจะเอาชนะได้มีทางเดียวคือต้องฝึกและฝึกเท่านั้นยิ่งตอนนี้เขาได้วางเป้าหมายถึงอนาคตข้างหน้าไม่ว่าจะเป็การเป็ผู้ชนะอันดับหนึ่งในงานประลองของแคว้นที่ใกล้จะถึงนี้เพื่อให้คนจดจำว่าหนิงอ้ายนั้นหาใช่เศษสวะของตระกูลอย่างที่เคยโดนกล่าวหาไม่ไหนจะการกลับตระกูลเดิมของมารดาของตนอีกทั้งยังต้องเข้าสำนักศึกษาอีกดังนั้นทุกอย่างเขาต้องวางแผนอย่างรอบคอบให้มากที่สุด
''ข้าว่าวันนี้คุณชายออกไปเที่ยวที่ตลาดดีหรือไม่ขอรับ...นอกจากจะได้ผ่อนคลายแล้วเผื่อจะได้สืบข่าวการประลองของแคว้นที่ใกล้จะถึงนี้ด้วยว่ามีอะไรที่เป็ประโยชน์เพิ่มเติมด้วย...''ลู่ซีเมื่อได้ยินคำตอบตกลงของคุณชายของตนจึงรีบแนะนำทันที
''เห็นด้วยกับเ้า...อีกอย่างข้าจะไปหาซื้อปิ่นปักผมให้ท่านแม่ด้วย''หนิงอ้ายนั้นเมื่อคิดว่าจะซื้ออะไรบ้างจากนั้นจึงให้ลู่ซีไปแจ้งท่านแม่ว่าตนจะออกไปตลาดและจะกลับมาให้ทันมื้อเย็น หลังจากลู่ซีกลับมาสองนายบ่าวจึงออกไปตรงทางลับท้ายจวนที่เดิม
...............................
''ถังหูลู่ไหมเ้าคะ พึ่งทำเสร็จเมื่อครู่เลยเ้าค่ะ....''
''ผัก ผลไม้สดๆ จากสวน กรอบ หวาน ราคาถูกๆ ทางนี้จ้า....''
''ข้าวสาร...ของแห้งราคาไม่แพงทางนี้ได้ขอรับ....''
เมื่อหนิงอ้ายและลู่ซีเข้ามาถึงในตลาดเเล้วนั้น บรรดาร้านค้าต่างๆก็พากันเรียกลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าของตนหนิงอ้ายสังเกตว่าตอนนี้ไม่ว่าจะเป็แผงร้านค้า เหลาอาหารน้อยใหญ่ รวมไปถึงโรงเตี๊ยมต่างๆ ตอนนี้ได้มีผู้คนเข้าใช้บริการอย่างคึกคักตอนเเรกเขาคิดว่าจะไปหาซื้อของเพิ่มเติมจากหอประมูลเสียด้วยซ้ำแต่เมื่อเห็นจำนวนคนในตลาดแม้จะเป็เเค่ส่วนหนึ่งแต่เขาผู้ที่ไม่ชอบความวุ่นวายก็ได้แต่ถอนหายใจและคิดว่าเมื่อถึง่วันประลองของแคว้นผู้คนจากหลากหลายที่คงจะผ่านทางและจะทำให้ยิ่งคึกคักกว่าเดิมเป็แน่
เมื่อไม่ซื้อของอย่างอื่นแล้วนอกจากปิ่นปักผมที่ตั้งใจให้ท่านเเม่ เขาจึงตัดสินใจตรงไปที่แผงร้านเครื่องประดับที่อยู่ด้านข้างของโรงเตี๊ยมเล็กๆ ตรงหัวมุมตลาดเพราะเขาเห็นว่านอกจากจะมีปิ่นปักผมที่หลากหลายรูปแบบแล้วจากลวดลายที่เป็เอกลัษณ์ของสินค้าแต่ละชิ้นนั้นช่างโดดเด่นสวยงามแปลกตาซึ่งมีความเป็ไปได้ว่าจะเป็งานฝีมือที่มีเพียงเเค่ชิ้นเดียวเท่านั้น
''ท่านลุงปิ่นในร้านท่านงดงามยิ่งไม่ทราบว่าราคาชิ้นเท่าใดขอรับ??''หนิงอ้ายถามขึ้นพร้อมกับหยิบปิ่นปักผมลวดลายเหมยกุ้ยขึ้นมาพินิจดูเมื่อเห็นเป็ลวดลายที่งดงามแปลกตาก็ยิ่งถูกใจ
''ปิ่นทุกชิ้นในร้านข้าราคาเพียงแค่ชิ้นละหนึ่งตำลึงเงินเท่านั้นขอรับ...''เมื่อตอบเสร็จชายวัยกลางคนเ้าของแผงได้แต่ลอบมองคุณชายที่อยู่ด้านหน้าของตนพลางขบคิดเพราะด้วยรูปลักษณ์ที่ดูบอบบางกลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาถึงแม้ว่าเสื้อผ้าที่สวมจะเป็ผ้าเนื้อดีแม้ดูเก่าซีดแต่ก็ไม่อาจปกปิดชาติตระกูลได้ราวกับบุตรของขุนนางสักคนที่แอบหนีเที่ยวออกจากจวน แม้คราเเรกตนคิดว่าคงเป็สตรีหรือคุณหนูแต่ด้วยคำลงท้ายเป็บุรุษ แต่ก็สามารถคาดเดาได้ว่าใบหน้าที่ถูกปิดด้วยการสวมหมวกคลุมปีกกว้างคงจะเป็คุณชายรูปงามอย่างแน่นอนอีกทั้งนิ้วเรียวยาวเรียบดั่งหยกเนื้อดีที่หยิบจับนั่นอีกช่างดูเพลินตายิ่งนัก
''ปิ่นร้านท่านงดงามแปลกตาเช่นนี้...ข้าเดาว่าน่าจะเป็งานฝีมือที่ทำขึ้นชิ้นทั้งหมดซึ่งแต่ละชิ้นคงใช้เวลาสลักลายไปไม่น้อยเหตุใดจึงราคาถูกยิ่ง??''หนิงอ้ายเมื่อได้ยินราคาของปิ่นก็พลันใไม่น้อยปิ่นปักผมทุกชิ้นในร้านต่างมีลวดลายที่งดงามเช่นนี้เหตุใดจึงถูกยิ่งนักหากว่าขโมยมาขายก็คงไม่ทำในที่แจ้งเปิดเผยเช่นนี้หรือว่ามีเหตุผลอื่นกันเเน่
''เรียนคุณชายตามตรงข้าเป็พ่อค้าจากเมืองอื่นที่บังเอิญผ่านมาแคว้นเมืองนี้...ด้วยเห็นว่าอีกไม่นานจะมีงานประลองของแคว้นใกล้เคียงกันนี้ข้าจึงตั้งใจมาขายสินค้าแต่ด้วยฮูหยินของข้าป่วยหนักอีกทั้งข้าไม่มีใบรับรองว่าเป็คนในเเคว้นนี้จึงไม่สามารถให้หมอไปรักษาจึงทำได้เพียงซื้อยาที่โรงโอสถเพื่อบรรเทาอาการผ่านไปหลายหม้อแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น..."
"เมื่อเงินที่ได้ก่อนหน้าถูกนำมาใช้ในการซื้อยาหลายครั้งจนเกือบหมด ข้าจึงตัดใจนำปิ่นปักผมที่มีอยู่นำมาขายในราคาไม่เเพงเพื่อนำเงินไปรักษาฮูหยินข้าก่อนขอรับ...''เ้าของแผงเล่าด้วยดวงตาที่แดงกล่ำเมื่อคิดถึงอาการของฮูหยินของตนที่ป่วยในตอนนี้ด้วยนางนั้นยอมออกจากตระกูลเดิมของนางเพราะถูกบังคับให้ถูกแต่งเข้าไปเป็อนุของขุนนางผู้หนึ่งนางจึงตัดสินใจออกเดินทางหนีมาอยู่กับเขาที่นางรักแม้จะพบเจอความยากลำบากเพียงใดนางไม่เคยบ่นสักนิดเมื่อนางป่วยและอาการไม่ดีขึ้นเขาจึงไม่เสียดายเงินทองที่มีสักนิดหากว่ามันจะทำให้ภรรยาของตนหายได้
''ข้าจะให้บ่าวของข้าไปเชิญหมอไปรักษาฮูหยินของท่านแล้วกันอีกทั้งปิ่นปักผมทั้งหมดนี้ข้าเหมาทั้งหมดรบกวนท่านช่วยคิดราคาจริงๆ ไม่ต้องคิดราคาพิเศษให้แก่ข้า...''หนิงอ้ายเมื่อฟังคำตอบแล้วจึงใช้พลังจิตของตนที่มีอยู่จากโลกเดิมมาตรวจสอบว่าคนผู้นี้โกหกหรือไม่เมื่อเห็นว่าทุกสิ่งที่เล่ามานั้นเป็ความจริงทั้งหมดคนผู้นี้ความเป็มาหาใช่พ่อค้าธรรมดาอย่างที่เข้าใจเเละสามารถเชื่อใจได้อีกทั้งตนถูกใจในงานฝีมือของสามีภรรยาคู่นี้ยิ่งนักในอนาคตเขาอยากจะเปิดกิจการที่คล้ายๆกับห้างสรรพสินค้าในโลกเดิมของเขาหากว่าได้คนที่มีความสามารถเช่นนี้ก็คงดีไม่น้อยดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
''ข้าจางปินขอบคุณท่านบุญคุณในครั้งนี้...หากว่าฮูหยินข้าหายดีแล้วจักขอติดตามรับใช้คุณชายไปตลอดขอรับ...''เมื่อได้ยินดังนั้นเ้าของแผงหรือจางปินจึงคุกเข่าและกล่าวเสียงดังและหมายมาดเอาไว้ว่าตนจะรับใช้คุณชายท่านนี้จนกว่าชีวิตตนจะหาไม่ถึงแม้อาจจะดูว่าความช่วยเหลือที่ได้รับเป็เพียงเื่เล็กน้อยเท่านั้นแต่สำหรับตนแล้วท่ามกลางความมืดมิดสิ้นหวังกลับมีคุณชายท่านนี้มาเป็แสงสว่างนำทางช่วยเหลือฮูหยินของตนหากต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ไม่เสียดาย
''ข้าให้เงินท่านสิบตำลึงทองแล้วกันสำหรับค่าปิ่นปักผมทั้งหมดนี้และเผื่อสำหรับค่าหมอที่จะไปรักษาฮูหยินท่านไม่ต้องกังวลสิ่งใดข้าจะให้บ่าวของข้าพาท่านไปแล้วกัน...''
''ลู่ซีเ้าพาท่านลุงจางปินไปยังโรงหมอที่ดีที่สุดและซื้อยาที่จำเป็ข้าฝากทางนี้ด้วยเ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้าจะกลับจวนเลยอย่างไรเสร็จธุระเเล้วเ้าก็รีบกลับจวนด้วยนะ''แม้ว่าลู่ซีจะไม่ค่อยเข้าใจว่าคุณชายของตนเหตุใดจึงกระตือรือร้นในการช่วยเหลือพ่อค้าคนนี้แต่ตนไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดออกไปเพราะเชื่อมั่นในการตัดสินใจว่าหนิงอ้ายนั้นคิดทุกอย่างมาอย่างดีแล้วเมื่อตกลงกันเรียบร้อยหนิงอ้ายจึงเดินแยกออกมาเพื่อกลับไปยังจวนเพราะท่านแม่กำลังรออยู่ส่วนลู่ซีก็เดินนำจางปินไปยังโรงหมอและจัดการตามที่หนิงอ้ายได้ฝากตนไว้...
......................................
อัญเชิญบทเวทย์โจมตีมหาบุปผชาติเหมันต์จำเเลงลักษณ์!
ตู้ม! ตู้ม!
อัญเชิญบทเวทย์โจมตีวสันตพิชิตธารา!
ตู้ม! ตู้ม!
อัญเชิญบทเวทย์โจมตีพสุธะปฐีมายา!
ตู้ม! ตู้ม!
''คุณชายบ่าวเตรียมน้ำเสร็จเเล้ว...กว่าจะแต่งตัวเสร็จเดี๋ยวจะไม่ทันนะขอรับ''ลู่ซีร้องเตือนอีกครั้งเมื่อเห็นว่าหนิงอ้ายใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการฝึกตนแม้จะภูมิใจที่คุณชายนั้นเปรียบดั่งอัจฉริยะในรอบหลายร้อยปี แม้จะพึ่งปลุกพลังิญญาและฝึกฝนได้เพียงแค่ไม่กี่เดือนแต่ตอนนี้ระดับพลังคุณชายนั้นเลื่อนเป็ระดับจักรพรรดิขั้นต้นเสียเเล้ว อีกทั้งฝีมือในการต่อสู่นั้นไม่เหมือนผู้ใดในแคว้นนี้ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็การตั้งรับที่แข็งแกร่งและการโจมตีที่หนักหน่วงแม้จะดูอ่อนช้อยแต่ช่างเฉียบขาดยิ่งนักนับวันฝีมือช่างเก่งกาจและความเข้าใจในการใช้งานบทเวทย์นั้นที่มีอยู่กล่าวได้ว่าคุณชายนั้นสามารถใช้บทเวทย์ได้ทุกธาตุเสียด้วยซ้ำ
ต้องบอกว่าโดยปกติแล้วการใช้บทเวทย์ต่างๆของผู้ฝึกตนนั้นจำเป็จะต้องศึกษาและเลือกใช้ตามปราณธาตุประจำตัวเท่านั้นเพื่อป้องกันธาตุไฟเข้าแทรกซึ่งจะส่งผลเสียต่อผู้ฝึกตนดังกล่าวไม่มากก็น้อย แต่ไม่ใช่กับหนิงอ้ายที่มีความเข้าใจและเชี่ยวชาญในบทเวทย์นอกจากจะสามารถยกระดับบทเวทย์ขั้นต่ำมาเป็บทเวทย์ขั้นเซียนแล้วซึ่งจะทำให้ให้บทเวทย์นั้นๆยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นหลากหลายเท่าบทเวทย์ของปราณธาตุต่างๆหนิงอ้ายก็นำมาจัดเรียงบทเวทย์ใหม่โดยที่ว่าแม้จะมีธาตุที่ไม่ตรงกันก็สามารถใช้งานได้...