จันทร์ทอแสงรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกครั้งในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น เพราะเธอมองเห็นว่าพระอาทิตย์เพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาได้ไม่นาน แต่พอมองเห็นผู้คนเดินไปมาทำงานกันอยู่ด้านนอกบ้านบ้างแล้ว และยังเห็นหญิงชราที่ช่วยเธอเอาไว้ กำลังให้อาหารไก่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านอีกด้วย
ด้วยรู้สึกว่าเนื้อตัวไม่มีอาการเ็ปอย่างเมื่อวานอีกแล้ว จันทร์จึงลุกขึ้นเปลี่ยนผ้านุ่งที่หญิงชราหามาให้ เพราะเมื่อวานเธอไร้เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นจึงตัดสินใจนอนไปทั้งแบบนั้น โชคดีที่ชุดที่สวมอยู่แห้งสนิทดีแล้วั้แ่ตอนที่เริ่มออกเดินมาที่นี่ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะได้ป่วยเพิ่มไปแล้ว
ต้องยอมรับว่าเธอเองก็เป็ลูกคุณหนูคนหนึ่ง มีคนรับใช้คอยทำสิ่งต่างๆ ให้อยู่ตลอด มีแค่เื่ทำอาหารที่เธอสนใจเป็การส่วนตัวจึงได้ฝึกทำด้วยตนเองมาบ้าง แต่งานบ้านงานเรือนอื่นๆ เธอแทบไม่เคยต้องลงมือทำด้วยตนเองเลย เพราะฉะนั้นการมาอยู่ที่นี่เธอคงไม่สามารถช่วยอะไรเ้าของบ้านได้ นอกจากอาสาช่วยทำอาหารเป็การตอบแทนบ้างเท่านั้น
"เฮ้อ ชีวิตฉันอยู่ดีๆ มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ มาได้ยังไงก็ไม่รู้ แถมยังเป็เมื่อยุคสองร้อยกว่าปีก่อนอีก ไฟฟ้าน้ำประปาก็ไม่มี อินเทอร์เน็ตก็ไม่มี ห้างสรรพสินค้าก็ไม่มี แล้วฉันจะอยู่ได้ยังไงล่ะเนี่ย…เฮ้ย!!" จันทร์มองไปรอบๆ บริเวณบ้านก็นึกถึงชีวิตต่อจากนี้ไปของตนเองขึ้นมา เธอไม่รู้จักใคร ข้าวของที่ติดตัวมาก็มีแค่สไบผ้านุ่งกับเครื่องประดับอีกไม่กี่ชิ้น แล้วเธอจะเอาตัวรอดในที่แห่งนี้ได้ยังไง แต่อยู่ๆ ในขณะที่จันทร์กำลังรำพึงรำพันถึงชีวิตของตนเองอยู่นั้น ก็ปรากฏหน้าจออะไรบางอย่างขึ้นมาบนอากาศ ทำให้เธอใจนต้องส่งเสียงร้องออกมา
ตอนนี้ตรงหน้าของจันทร์ปรากฏหน้าจอสี่เหลี่ยมขนาดประมาณสิบหกนิ้วลอยอยู่กลางอากาศ และในฐานะนักอ่านนิยายแฟนตาซีตัวยง เธอก็รู้ได้ทันทีว่าหน้าจอนี้ต้องเป็อะไรบางอย่างที่เธอสามารถใช้งานมันได้อย่างแน่นอน
ไม่รอช้าจันทร์ยื่นมือไปแตะที่หน้าจอนั้น ซึ่งเธอก็รู้สึกว่าตนเองสามารถััหน้าจอนี้ได้ จึงทำการลากให้มาอยู่ในระยะที่เธอสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ซึ่งภาพที่เห็นอยู่บนหน้าจอดูคล้ายกับแอปพลิเคชันชอปปิงที่เธอเคยใช้งาน ซึ่งเ้าหน้าจอนี้ได้ตั้งชื่อเรียกตนเองไว้ว่า ระบบร้านค้าวิเศษ และในระบบร้านค้าวิเศษจะประกอบไปด้วยหมวดหมู่สินค้า มีช่องสำหรับค้นหา มีรายการสินค้าใน่ลดราคาหรือที่ถูกเรียกว่าแฟลชเซลล์ (FLASH SALE)
ส่วนในช่องเครดิตหรือเงินที่สำหรับไว้ใช้ซื้อสินค้า ก็มียอดเงินที่ถ้าจันทร์จำไม่ผิดน่าจะเป็ยอดเงินคงเหลือรวมกับเงินที่เธอเพิ่งจะทำการเติมเข้าไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก็เป็จำนวนเงินที่มากอยู่เหมือนกัน เพราะเธอจะเติมเข้าไปไว้ทุกเดือน ใช้ไม่หมดยอดเงินก็จะทบเพิ่มไปเรื่อยๆ ส่วนราคาสินค้ากับการเติมเงินเข้าระบบก็มีบอกเอาไว้ว่าหน่วยเป็บาททั้งหมด
เมื่อเห็นว่าตนเองมีนิ้วทองคำเหมือนเหล่านางเอกนิยายทั้งหลาย ไม่ได้มาแบบตัวเปล่าเล่าเปลือยก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นอีกเล็กน้อย การเรียกใช้งานก็ง่ายดายแค่คิดหรือพูดว่า เปิดระบบ ส่วนการปิดก็ใช้คำว่า ปิดระบบ เท่านั้น
และจันทร์ยังมองเห็นว่าระบบร้านค้าวิเศษสามารถทำการซื้อพื้นที่จัดเก็บเพิ่มได้ ซึ่งพื้นที่ที่ซื้อเพิ่มนี้จะสามารถเก็บสิ่งของที่อยู่ด้านนอกเข้าไปได้ ส่วนสินค้าที่ซื้อจากระบบร้านค้าจะมีคลังเก็บของของระบบทำการจัดเก็บให้
โดยตอนนี้เธอมีช่องเก็บสินค้าของระบบอยู่ที่ 20 ช่อง แต่ละช่องสามารถเก็บสินค้าอย่างเดียวกันได้ไม่จำกัด แต่ถ้าอยากจะซื้อช่องเก็บของเพิ่มก็ทำได้ ราคาจะอยู่ที่ช่องละ 4 บาท จันทร์จึงไม่รอช้าทำการกดซื้อเพิ่มไปอีก 30 ช่องทั้งหมดจึงเป็ 50 ช่อง
และยังซื้อพื้นที่จัดเก็บขนาด 10 คูณ 10 เมตรในราคา 100 บาทไปอีกด้วย ในส่วนพื้นที่จัดเก็บสามารถเอาอะไรที่อยู่ด้านนอกใส่เข้าไปได้จนกว่าพื้นที่จะเต็ม และยังช่วยคงสภาพสิ่งของ ยกเว้นสัตว์และคนที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่สามารถเก็บเข้าไปได้ หลังจากกดสั่งซื้อเสร็จแล้ว จันทร์ยังได้ลองเอาห่อผ้าที่ซ่อนเครื่องประดับเอาไว้เข้าเก็บซึ่งก็สามารถใช้งานได้จริง
ของที่กดซื้อไปทั้งหมดนี้ดูเหมือนว่าจะมีราคาไม่แพง เพราะค่าเงินที่ระบบคิดเป็บาท แต่ต้องคำนวณด้วยว่าในยุคอยุธยานี้เงินหนึ่งบาทมีค่ามาก เพราะว่า 1 บาท เท่ากับ 4 สลึง หรือเท่ากับ 8 เฟือง เท่ากับ 32 ไพ หรือ 3200 เบี้ย ซึ่งเงินนับพันเบี้ยในยุคนี้ย่อมไม่ใช่เงินจำนวนน้อยอย่างแน่นอน
ถึงแม้จันทร์จะใกับจำนวนเงินในยุคนี้ที่ตนเองเพิ่งจ่ายออกไป แต่อย่างไรเธอก็ยังเลือกที่จ่ายเหมือนเดิม เพราะการมีพื้นที่เก็บของย่อมสะดวกสบาย และปลอดภัยเป็อย่างมากเสียดายที่เธอไม่สามารถเข้าไปอยู่ในนั้นได้ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็หลุมหลบภัยชั้นดีเลย
"แม่หญิงตื่นแล้วรึ วันนี้เป็เยี่ยงไรบ้าง ยังเ็ปกงที่ใดอีกรึไม่" นางปริกที่ตั้งใจมาดูแม่หญิงที่ตนช่วยเอาไว้ว่าตื่นหรือยัง ก็เห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ก็เอ่ยเรียก
"คุณป้า ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกเ็ปที่ตรงไหนแล้วค่ะ" จันทร์ได้ยินเสียงเรียกก็สั่งปิดระบบในใจ แล้วเอ่ยตอบหญิงชรากลับไป แต่พอมาพิจารณาใหม่ในวันนี้ตอนแรกเธอคิดว่าอีกฝ่ายเป็หญิงชราแล้ว แต่ที่จริงกลับไม่ได้ชราถึงขนาดนั้นน่าจะอายุประมาณ 40-50 ปีเท่านั้น แต่ชาวบ้านในยุคนี้ต้องทำงานตากแดดตากฝน และไม่ได้ดูแลตัวเองจึงทำให้ดูแก่ชรากว่าความเป็จริงไปอยู่บ้าง
"งั้นก็ดี ว่าแต่คำพูดคำจาของแม่หญิงช่างฟังประหลาดหูนัก เสียดายที่ออเ้าจำกระไรมิได้ ข้าละอยากรู้เสียจริงว่าแม่หญิงมาจากเมืองใดกัน" นางปริกได้ยินว่าอีกฝ่ายสบายเนื้อตัวแล้วก็ให้วางใจ แต่ก็ยังอดเอ่ยถึงคำพูดคำจาที่ฟังประหลาดหูของอีกฝ่ายไม่ได้
"คำพูดของฉันมันฟังดูแปลกหรือคะ" จันทร์ได้ยินที่หญิงชราบอกก็เอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัย แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในยุคใด คำพูดในยุคสมัยของตนเองจึงทำให้ฟังแล้วแปลกหูสำหรับคนที่นี่ ดีที่อีกฝ่ายไม่คิดว่าเธอเป็หญิงวิปราสไปเสียก่อน
"ใช่สิ คำแทนตัวก็แปลก คำลงท้ายก็แปลก แต่ก็ยังพอฟังเข้าใจได้อยู่บ้าง ถ้าตื่นแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ จะได้มากินข้าวพร้อมกัน อ้อ อีกอย่างแม่หญิงบอกว่าจำชื่อตนเองได้ ถ้าเยี่ยงนั้นแม่หญิงมีชื่อว่ากระไรล่ะ ประเดี๋ยวข้าจะให้ไอ้พุดมันไปแจ้งที่ตำรวจพระนครบาลเอาไว้ เผื่อพ่อแม่ญาติพี่น้องของแม่หญิงออกตามหา" นางปริกได้ฟังคำถามของหญิงสาวก็ถึงกับต้องถอนหายใจ และแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนอยุธยาอย่างแน่นอน
"ฉัน…เออ…ข้าชื่อจันทร์เ้าค่ะ แต่คิดว่าคงไม่มีใครออกมาตามหาหรอกเ้าค่ะคุณป้า" จันทร์เมื่อรู้ตัวแล้วว่าคำพูดของตนเองผิดแปลกไป จึงต้องปรับเปลี่ยนให้เหมือนกับคนที่นี่ ส่วนเื่คนที่บ้านจะออกตามหา เธอคิดว่าถ้าเธอยังอยู่ที่ยุคนี้คงไม่มีใครในครอบครัวตามหาเธอเจออย่างแน่นอน
"คิดกระไรเยี่ยงนั้น ลูกหลานหายไปทั้งคน ผู้ใดจะมิคิดตามหากัน ออเ้าทำใจให้สบายเถอะ แต่ถ้าไม่มีใครมาตามหาจริงๆ จะอยู่เสียที่นี่ก็ได้ ที่ดินเปล่ามีอยู่อีกมากโข จริงสิ แม่หญิงเรียกข้าว่ายายปริกเถอะ เรียกคุณป้าฟังแล้วกระดากหูนัก" นางปริกเอ่ยปลอบหญิงสาวที่พอพูดถึงเื่ที่ครอบครัวจะตามหาก็ดูเศร้าสร้อยลง สุดท้ายยังไม่ลืมบอกให้อีกฝ่ายเปลี่ยนคำเรียกตนเอง เกิดแม่หญิงผู้นี้เป็บุตรสาวขุนนางใหญ่โต ตนเองจะเหาขึ้นกระบาลเอาได้
"ขอบคุณ เออ…ขอบพระคุณยายปริกที่เมตตาข้าเ้าค่ะ" จันทร์ยกมือไหว้อีกฝ่ายหลังจากได้ยินคำปลอบโยนก็ซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก เพราะดูท่าแล้วเธอคงต้องอาศัยยายปริกในเื่ที่อยู่อาศัยจริงๆ
"ไม่เป็กระไร เจอคนเดือดร้อนมาช่วยกระไรได้ก็ช่วยกันไป เออ…พอออเ้าพูดแบบคนอยุธยาแล้วก็ฟังเสนาะหูนัก มาเถอะ ไปล้างหน้าล้างตาเสีย จะได้ออกไปกินข้าวกินปลากัน" นางปริกเอ่ยตอบกลับไปตามจริง เจอคนเดือดร้อนมาช่วยกระไรได้ก็ช่วยกันไป ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงกระไร และยังไม่ลืมเอ่ยชมคำพูดของอีกฝ่ายที่ปรับให้เหมือนคนอยุธยาแล้ว
"เ้าค่ะ" จันทร์เอ่ยรับคำยายปริก แล้วก็ลุกเดินออกจากห้องตามอีกฝ่าย และไปยังทิศทางตามที่ยายปริกชี้บอกว่าให้ไปล้างหน้าล้างตาที่ไหน
"ว่าไงป้าปริก ได้ถามชื่อแม่หญิงมารึยัง" ไอ้พุดที่มานั่งรอยายปริกเพื่อจะไปยังนครบาลเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินออกมาที่ลานบ้าน
"ข้าถามมาแล้ว นางบอกว่าชื่อจัน เอ็งก็อย่าลืมบอกลักษณะของนางให้พวกตำรวจฟังไปด้วยล่ะ" นางปริกเอ่ยตอบไอ้พุดกลับไป และไม่ลืมเตือนให้อีกฝ่ายบอกรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มไปด้วย
"จะให้บอกว่ากระไรล่ะป้า ข้ายังไม่เคยเห็นหน้าแม่หญิงเลย" ไอ้พุดเอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัย
"งั้นเอ็งก็บอกไปตามนี้ว่า หน้าตางดงาม ผิวพรรณขาวผ่อง สไบผ้านุ่งก็เป็ผ้าอย่างดีดูมีราคา" นางปริกเอ่ยบอกจุดเด่นที่นางพอจะนึกออกไปให้ไอ้พุดฟัง
"ได้จ้ะ แม่หญิงชื่อจัน หน้าตางดงาม ผิวพรรณขาวผ่อง ผ้านุ่งที่สวมใส่ก็ดูมีราคา" ไอ้พุดเอ่ยทวนคำตามที่นางปริกเอ่ยบอก
"เออ ตามนั้นแหละ อย่าลืมบอกด้วยละว่าเพิ่งเจอเมื่อวานตอนเพลาชาย เห็นว่าผลัดตกน้ำมา" นางปริกพยักหน้าพอใจกับคำบอกของไอ้พุด และยังกำชับเื่เวลาที่เจอเพิ่มไปอีกอย่าง (เพลาชาย=บ่ายโมง)
"จ้ะ งั้นข้าไปก่อน ประเดี๋ยวจะรีบกลับมา" ไอ้พุดรับคำยายปริก แล้วก็รีบออกเดินทางไปยังนครบาล ซึ่งต้องพายเรือไปเกือบสิบบาทกว่าจะถึง (สิบบาท=หนึ่งชั่วโมง)
จันทร์ทอแสงที่ตอนนี้กำลังทำใจแปรงฟันด้วยกิ่งข่อยกับเกลือที่นางปริกเตรียมไว้ให้ด้วยกลัวว่ามันจะไม่สะอาด แต่พอคิดได้ว่าตนเองมีระบบร้านค้าก็รีบเรียกภายในใจขึ้นมา แล้วกดสั่งซื้อแปรงสีฟันกับยาสีฟันแบบสมุนไพร และยังมีสบู่ล้างหน้า สบู่อาบน้ำ ยาสระผม และข้าวของอื่นๆ ที่เธอต้องใช้เพิ่มอีกด้วย
แต่เป็เพราะราคาสินค้าเป็บาท สินค้าที่เธอซื้ออย่างแปรงสีฟันหนึ่งบาทได้มาถึง 5 อัน, ยาสีฟันหนึ่งบาทได้มา 2 กระปุก, สบู่ล้างหน้าหนึ่งบาทได้มา 3 ก้อน, สบู่อาบน้ำหนึ่งบาท ได้มา 4 ก้อน, ยาสระผมหนึ่งบาทได้มา 2 ขวด ยังมีผ้าเช็ดตัว แปรงหวีผม ครีมทาหน้า ครีมทาตัว ซึ่งรวมๆ แล้วหมดไปเกือบสิบบาทได้
จันทร์เอาของที่ซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในช่องเก็บของของระบบ แล้วเอาแค่ของที่จะใช้ออกมา พอใช้เสร็จก็เก็บทั้งหมดเข้าไปไว้ในพื้นที่เก็บของ เพราะของที่เอาออกมาจากระบบร้านค้าแล้วจะไม่สามารถเก็บเข้าไปในช่องเก็บของได้อีก
เมื่อล้างหน้าล้างตาตนเองเรียบร้อยแล้วก็จัดการตรวจดูความเรียบร้อยของตนเองอีกครั้ง แล้วถึงเดินไปยังด้านหน้าเรือน เพราะยายปริกบอกว่าจะนั่งกินอาหารกันที่ใต้ต้นไม้ข้างเรือนครัว
*********
ไรต์ : นิยายเื่นี้เราวางพล็อตไว้แบบเรื่อยๆ เรียบๆ ง่ายๆ สบายๆ ให้นางเอกใช้ชีวิตไปวันๆ แบบนั้นเลย ไม่ได้มีปมหรือปัญหาอะไรใหญ่โตให้ต้องมาทำ ใครชอบแนวนางเอกเก่งสู้ชีวิตคงต้องขออภัยด้วย นางเอกของเราเื่นี้เน้นสบายและเรียบง่าย แต่จะว่าไปถ้าราคาของใช้เท่ากับในระบบก็คงดีนะ เราอยู่ได้สบายเป็ปีเลย ฮ่าๆ
ปล. ตั้งใจว่าจะลงทุกวัน วันละตอนเวลา 18.00 น. และตั้งใจไว้ที่ประมาณ 40 ตอนเท่านั้น ได้แต่หวังว่าจะไม่งอกตอนเพิ่มนะ...รัก