เวลาในกองทัพหมายถึงชีวิต หากระบุเวลานัดรวมตัวกันเมื่อไหร่ก็ต้องมารวมตัวกันในเวลานั้น สายไป 1 นาทีหรือ 1 วินาทีจะต้องถูกลงโทษสถานหนัก ไป๋อวี้เจียวไม่สามารถควบคุมแผนกอื่นได้ แต่ในแผนกรักษาความปลอดภัย เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบทั้งหมดที่เธอตั้งขึ้นอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะผิดวินัยและถือเป็การท้าทายอำนาจของเธอ
ในแผนกรักษาความปลอดภัย ไม่มีใครหน้าไหนกล้าท้าทายอำนาจของหัวหน้าไป๋มาก่อน เซียวเจิ้งคือคนแรก!
และเธอสาบานว่าเขาจะต้องเป็คนสุดท้าย!
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามอันโหดร้ายของไป๋อวี้เจียว ถังิก็หดตัว โค้งตัวลงและอธิบายว่า
“คุณเข้าใจผิดแล้วครับหัวหน้าไป๋ ผมกลัวว่าเซียวเจิ้งจะหาโรงยิมไม่พบ ก็เลยรอเขาอยู่ที่ประตู........”
“นายกระตือรือร้นมากขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ช่วยหางานอื่นให้เขาด้วยเลยล่ะ?”
ไป๋อวี้เจียวกอดอก จ้องมองด้วยสายตาดุดัน
“ผมผิดไปแล้วครับ........”
ถังิก้มหน้าลงด้วยความหดหู่
“ไปทำงานได้แล้ว”
ไป๋อวี้เจียวกล่าวขัดคำพูดเล่นลิ้นของถังิอย่างเ็า
“ครับ!”
ถังิรีบไปทันทีเพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย ก่อนที่เขาจะจากไปก็ยังไม่วายขยิบตาให้เซียวเจิ้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าให้อย่างแเี เป็เชิงบอกว่ารู้แล้ว
ถังิยังเดินจากไปได้ไม่ไกล เซียวเจิ้งก็รีบกล่าวแก้ตัวทันที
“หัวหน้าไป๋ ที่ผมมาสาย ผมมีเหตุผลนะครับ”
หลังจากที่พูดเกริ่นออกมา เซียวเจิ้งก็กล่าวต่อไปว่า
“เป็เพราะว่าได้งานที่มั่นคงมากขนาดนี้ เมื่อคืนผมก็เลยตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ที่จริงผมเตรียมตัวออกจากบ้านไปทำงานั้แ่เจ็ดโมงเช้า แต่ยัยแก่ที่บ้านก็ดันหาเื่ให้ บอกให้ผมไปซื้อเสี่ยวหลงเปาบนถนนฉางเล่อมาให้เธอกิน ในใจผมกังวลเื่งานมากก็เลยเบือนหน้าหนี รีบตรงไปยังป้ายรถประจำทางทันที แต่เดินไปได้ครึ่งทาง ผมก็บังเอิญไปเจอคุณยายพิการวัย 70 เข้าซะก่อน คุณยายคนนั้นสายตาไม่ดี รีบร้อนจะข้ามถนนจนเกือบถูกรถชน ผมก็เลยเข้าไปช่วยเธอด้วยความหวังดี แต่ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ เธอก็ร้อง ‘โอ๊ย!’ ออกมาแล้วล้มลงไปบนพื้น เธอรีบเข้ามากอดขาผม และร้องะโออกมาว่าช่วยด้วย ในตอนนั้นผมใมาก แต่ประสบการณ์ทางสังคมก็บอกกับผมว่าผมมาเจอกับนักต้มตุ๋นเข้าซะแล้ว เมื่อเป็แบบนั้นผมก็เลยแจ้งตำรวจทันที ถึงได้โชคดีรอดพ้นมาได้ แต่มันกลับทำให้เวลางานของผมล่าช้าลง เมื่อเช้าผมรีบร้อนมาที่บริษัทจนยังไม่ได้กินข้าวเช้าสักคำเลยครับ........”
ในขณะที่ไป๋อวี้เจียวฟังคำอธิบายอันเกินจริงของเซียวเจิ้ง ดวงตาคู่สวยก็ดูเ็ามากเป็พิเศษ เธอปรบมือและกล่าวขึ้นมาว่า
“ฝีปากอย่างนาย ไม่น่ามาทำงานเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเลย”
“ในความคิดของผม ไม่ว่าจะทำงานอยู่ในตำแหน่งไหน ขอเพียงแค่ตั้งใจทำงานก็สามารถทำให้กลุ่มบริษัทซินอ้าวเจิดจรัสได้เหมือนกัน”
คำพูดของเซียวเจิ้งฟังดูเหมือนกับหัวหน้าธุรกิจแชร์ลูกโซ่
“นายเข้าใจผิดแล้ว”
ไป๋อวี้เจียวกล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อนใจ
“สิ่งที่ฉันอยากจะบอกนายก็คือ แผนกรักษาความปลอดภัยไม่ต้อนรับนาย นายไปหางานอื่นจะดีกว่า”
“อะไรนะ!?”
สีหน้าของเซียวเจิ้งเปลี่ยนไปครั้งใหญ่ เขาก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วกล่าวออกมาว่า
“แค่เพราะว่าผมช่วยคุณยายข้ามถนน คุณถึงกับจะไล่ผมออกเลยเหรอ? ผมยอมรับไม่ได้หรอก!”
“ฉันไม่สนใจว่านายจะทำอะไรระหว่างพัก แต่ตราบใดที่มันส่งผลต่อการทำงาน ฉันก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะไล่นายออก!” ไป๋อวี้เจียวกล่าวอย่างไม่แยแส
“คุณมีอคติกับผม!”
เซียวเจิ้งกล่าวด้วยความโกรธ ในใจของเขารู้สึกกังวลมากจริง ๆ
หลังจากที่กลับประเทศจีนมาได้ไม่กี่เดือน เงินเก็บของเขาก็ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว การใช้ชีวิตอยู่ว่าง ๆ ในระยะยาวทำให้เขารู้สึกกังวลใจมาก ความว่างเปล่าบุกรุกเข้ามาจู่โจมหัวใจอันเปราะบางของเขา บ่อยครั้งที่เขาตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เขาทั้งหดหู่และหงุดหงิดเป็อย่างยิ่ง
หากยังเป็แบบนี้ต่อไป เซียวเจิ้งรู้สึกว่าตัวเองจะต้องจมอยู่ในสภาวะซึมเศร้าในไม่ช้าก็เร็ว การหางานทำจึงถือเป็เื่ที่สำคัญมากสำหรับเขา
ยากนักที่จะหางานในอุดมคติได้ในตอนนี้ ไม่ว่ายังไงเซียวเจิ้งก็จะไม่ยอมทิ้งมันไปโดยเด็ดขาด
“ใช่ ฉันมีอคติกับนาย!”
ไป๋อวี้เจียวไม่ปฏิเสธ ใบหน้าสวยของเธอเริ่มแข็งเกร็ง
“นายไม่มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน ไม่รักษาระเบียบวินัยขององค์กร ทำงานวันแรกก็มาสายแล้ว คนที่ขาดความรับผิดชอบและไม่ปฏิบัติตามกฎอย่างนายก็เหมือนขยะ ฉันไม่คิดว่านายมีคุณสมบัติที่จะทำงานได้ในตอนนี้!”
จากคำพูดที่เฉียบคมและทัศนคติที่หนักแน่นนี้ แสดงให้เห็นว่าไป๋อวี้เจียวตั้งใจที่จะไล่เซียวเจิ้งออกไปจริง ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับการทิ้งะเิอันรุนแรงของไป๋อวี้เจียว สีหน้ากังวลของเซียวเจิ้งกลับค่อย ๆ หายไป เขาจุดบุหรี่แล้วนำขึ้นมาสูบ ก่อนที่จะพูดว่า
“ผู้จัดการไป๋ ผมจำได้ว่าคุณเป็แค่หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย ถูกต้องไหม?”
เรียกชื่อของไป๋อวี้เจียวตรง ๆ เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเซียวเจิ้งพร้อมที่จะฉีกหน้าเธอแล้ว
“แล้วยังไง? ในฐานะหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย ฉันมีสิทธิ์ที่จะกวาดล้างอึหนูในทีมอยู่แล้ว”
ไป๋อวี้เจียวกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ถูกต้อง ถ้าหากเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฝ่าฝืนกฏข้อบังคับของบริษัทอย่างร้ายแรง คุณก็มีสิทธิ์ที่จะไล่พนักงานออกไปจากทีมจริง ๆ”
เซียวเจิ้งพ่นควันบุหรี่หนาเตอะออกมา แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แต่ผมมาสายแค่ครั้งเดียว อีกทั้งยังมีเหตุผลมารองรับ ไม่ใช่การโดดงาน ถึงคุณจะเป็เ้านายของผม แต่คุณก็คงจะไม่มีอำนาจมากขนาดนั้น”
คนอื่นอาจจะเกรงกลัวหัวหน้าไป๋ผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในซินอ้าว แต่พี่เจิ้งไม่กลัว ขอเพียงแค่สามารถรักษางานเอาไว้ได้ ถึงจะต้องทำให้ไป๋อวี้เจียวขุ่นเคืองใจจนอาจจะหาเื่กลั่นแกล้งเขาทีหลัง เซียวเจิ้งก็จะยอมรับมัน
แน่นอนว่าไป๋อวี้เจียวรู้กฏของบริษัทดีอยู่แล้ว ถ้าอยากไล่เซียวเจิ้งออกไปเพียงเพราะว่าเขามาทำงานสายครั้งเดียว นอกจากบอสใหญ่หลินฮั่วอินแล้ว คนอื่น ๆ ในซินอ้าวย่อมไม่มีอำนาจนั้น ถึงแม้ว่าบริษัทจะไม่เรียกเธอมาตรวจสอบเพราะตำแหน่งของเธอ แต่เธอก็จะตกเป็เป้าของการนินทาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เื่นี้นับว่าไม่สอดคล้องต่อพฤติกรรมของเธอเลย
ยิ่งไปกว่านั้น เซียวเจิ้งยังได้รับการสนับสนุนจากทนายเติ้ง ซึ่งค่อนข้างเป็ที่รู้จักกันในกลุ่มบริษัทซินอ้าว ถึงเธออยากจะไล่เซียวเจิ้งออกไปด้วยสาเหตุนี้ มันก็ไม่ใช่เื่ง่ายอย่างแน่นอน
และที่สำคัญที่สุด ไป๋อวี้เจียวเห็นแล้วว่าเซียวเจิ้งไม่ใช่คนเคี้ยวง่าย ถ้ายังฝืนไล่เขาออกไป ขยะที่ไม่ปฏิบัติตามกฏระเบียบคนนี้จะต้องหาทางทำทุกวิถีทางเพื่อก่อเื่ให้วุ่นวายขึ้นอย่างแน่นอน
หลังจากที่คิดอย่างถี่ถ้วนดูแล้ว ดวงตาคู่สวยของไป๋อวี้เจียวก็เปล่งแสงวาวโรจน์ แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเฉียบคมว่า
“นายพูดถูก จนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะไล่นายออก”
“ต่อไปนี้ผมจะตั้งใจทำงาน และจะไม่ทำให้หัวหน้าไป๋ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ!”
เซียวเจิ้งยืดอกขึ้น ประกาศกร้าวออกมาด้วยความกล้าหาญ
“ความ้าของหัวหน้าไป๋ก็คือเป้าหมายของผม! ความคิดของหัวหน้าไป๋ก็คือความคิดของผม!”
“หุบปากซะ”
ไป๋อวี้เจียวจ้องมองอย่างเ็า และกล่าวอย่างจริงจังว่า
“ตามกฏของซินอ้าว จริงอยู่ที่ฉันไล่นายออกไม่ได้ แต่ตามกฏของแผนกรักษาความปลอดภัย ตอนนี้นายยังไม่ใช่พนักงานอย่างเป็ทางการ”
“แต่ว่าผมใส่เครื่องแบบแล้วนะ...........” เซียวเจิ้งพยายามอธิบาย
“นั่นเป็แค่ฉากหน้าที่แสดงให้เติ้งเจี้ยนเห็นเท่านั้น” ไป๋อวี้เจียวกล่าวอย่างไม่แยแส
“ถ้าอยากจะเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในแผนก นายก็จะต้องผ่านการทดสอบให้ได้ก่อน ถ้านายไม่ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน ฉันก็จะไล่นายออก!”
เซียวเจิ้งประหลาดใจมาก
“การทดสอบอะไร?”
เป็แค่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ใช่เหรอ? วัน ๆ แค่เดินไปเดินมา พูดคุยกัน และรักษากฏระเบียบของบริษัทก็พอแล้วนี่ ยังต้องผ่านการทดสอบอะไรอีก? เล่นเกมออนไลน์เหรอ?
“ตามฉันมา”
แววตาของไป๋อวี้เจียวเปล่งแสงวาบอย่างแปลกประหลาด เธอผลักประตู เดินเข้าไปในโรงยิม
เซียวเจิ้งเดินตามไปอย่างใกล้ชิด แต่ขณะที่กำลังจะก้าวขา เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาพอดี นี่คือข้อความจากถังิ
“ถ้าหัวหน้าไป๋บอกให้นายเข้ารับการทดสอบในโรงยิม ฉันขอแนะนำให้นายลาออกทันที!”