“ ช้าก่อน นั่นใช่คุณหนูตระกูลม่อหรือไม่! ”
ยี่ยี่หันมองด้านหลังด้วยท่าทางใ คนกลุ่มใหญ่กำลังกรู่เข้ามาใกล้เธอและคุณหนู แต่ละคนสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดี มองเพียงครู่เดียวเธอก็รู้ว่าคนเหล่านี้คือเหล่าพ่อค้าและผู้ฝึกยุทธ์
เสวี่ยหรงหยุดเท้าแล้วหันมองไปด้านหลัง เธอไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมาเลยสักนิด ทุกอย่างยังคงเป็ไปตามเนื้อเื่ คุณหนูม่อเสวี่ยหรงจะถูกเอาเปรียบจนเธอต้องพึ่งพลังมาร
เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเป็ไปตามเนื้อเื่ ตัวของเธอจึงไม่ได้ตื่นตระหนกเพราะคิดวิธีรับมือโดยที่ตนเองไม่เสียท่ามาแล้ว
“ อะอ้าว นี่มันคุณหนูตระกูลม่อจริงๆหรือเนี่ย ข้านึกว่าเป็คนหน้าละม้ายคล้ายคลึงกัน ”
ชายอ้วนพุงพลุ้ยสวมใส่เสื้อสีแดงประดับไปด้วยพลอยฉีกยิ้มกว้าง ตามแขนและนิ้วมือของเขามีกำไลและแหวนทองสวมใส่เอาไว้หลายสิบวงบ่งบอกถึงฐานะทางการเงินที่ดีกว่าชาวบ้านทั่วไป
ด้านหลังของชายอ้วนมีผู้ฝึกยุทธ์หลายสิบคนเดินตามหลัง ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มเดียวเท่านั้นที่มารวมตัวกัน ยังมีคนที่สวมใส่ชุดต่างกันอีก 2 กลุ่มยืนอยู่กับชายร่างอ้วน
“ มีธุระอันใดกับข้ากัน ” ชายพุงพลุ้ยมองไปยังใบหน้าอันงดงามของคุณหนูตระกูลม่อแล้วมองไปยังเรือนร่างของอีกฝ่ายอย่างหิวกระหาย มันอยากลิ้มลองเรือนร่างนี้แทบใจจะขาด มันกลับต้องล้มเลิกความคิดเพราะไม่อยากนำปัญหามาให้ตนเอง การสังหารหมู่ที่เกิดกับตระกูลม่ออาจจะส่งผลมาถึงพวกมันที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคุณหนูของตระกูลที่เหลือรอด มันจึงขอทำงานให้เสร็จจะได้จากไปโดยเร็ว
“ ข้าไม่มีสิ่งใดมาก ตระกูลซ่งของข้าเพียงแค่มาทวงเงินค่าข้าวเท่านั้น ตระกูลม่อของท่านได้ซื้อข้าวจากเราไปหลายเกวียน เพียงแต่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นก่อน ท่านคงรู้ว่าเหตุการณ์ใด เราไม่สามารถทวงเงินจากผู้อื่นได้ ตอนนี้คุณหนูตระกูลม่อออกมาจากตระกูลแล้ว เราจึงมาทวงถาม ”
“ ข้าเป็คนจากตระกูลจาง ข้ามาทวงเงินค่าผักสดและอาหารแห้งที่ตระกูลม่อซื้อไปเช่นกัน หวังว่าคุณหนูเสวี่ยหรงจะจ่ายให้กับเราโดยเร็ว ”
ชายสวมชุดสีฟ้ายกมือขึ้นมาผสานด้านหน้าเพื่อทำความเคารพอีกฝ่าย
“ คุณหนู ตระกูลหูของเราก็้าให้ท่านจ่ายเงินเช่นเดียวกัน ตระกูลม่อได้ซื้อถ่านไม้และถ่านหินจากเราไปเป็จำนวนมาก หวังว่าท่านจะเห็นใจตระกูลหูของเราเพราะตอนนี้มีเงินไม่พอจะสำรองถ่านไว้ขายให้กับผู้คนภายในเมือง ”
เสวี่ยหลงทำสีหน้าลำบาก การทวงเงินของทั้ง 3 ตระกูลทำให้ความหวังของเธอล่มไม่เป็ท่า ในนิยายสถานการณ์วันนี้เป็เหตุการณ์ที่ทำให้ม่อเสวี่ยหรงจนมุมมากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเธอในตอนนี้กลับเป็เพียงแค่การแกล้งทำเท่านั้น
“ ท่านทั้ง 3 ข้าเป็คุณหนูของตระกูลม่อและเป็เพียงคนเดียวที่เหลือรอดจากการสังหารหมู่ ข้าหวังว่าพวกท่านจะเห็นใจข้าสักเล็กน้อย ตอนนี้ข้ากำลังติดต่อผู้อื่น ถ้าติดต่อได้แล้วข้าจะให้พวกเขานำเงินมาจ่ายพวกท่านให้เร็วที่สุด ”
เสวี่ยหรงนำสมาชิกที่ทิ้งตระกูลมาอ้าง อย่างน้อยตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดรู้ถึงสาเหตุการสังหารหมู่ของตระกูลม่อ การนำสมาชิกที่แยกตัวออกไปมากล่าวอ้าง อย่างน้อยๆพวกเขาเหล่านี้จะกลายเป็โล่ให้เธอได้ กองกำลังของตระกูลม่อเคยเป็หนึ่งในกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด ตระกูลทั้ง 3 ที่กำลังทวงเงินคงไม่คิดกล้าใช้ไม้แข็งกับเธอ
“ คุณหนู เราให้เวลาตระกูลม่อมานานมากแล้ว พวกข้าลำบากมาก อีกไม่นานกิจการของพวกข้าจะต้องล่มเพราะไม่มีเงินไปหมุนเวียน ”
ชายสวมชุดสีฟ้าจากตระกูลจางทำสีหน้าเครียด ราวกับว่าบ้านของเขาจะล่มสลายในวันนี้
ชายพุงพลุ้ยกลับแค่นเสียงกล่าวอย่างเย้ยหยัน มันไม่กลัวตระกูลม่ออีกต่อไปจึงไม่คิดจะไว้หน้าเหมือนที่ตระกูลจางทำ
“ คุณหนู ข้าได้ข่าวว่าท่านขายที่ดินให้กับหอการค้าตระกูลโจว ท่านคงจะมีเงินก้อนหนึ่ง ข้าว่าท่านนำเงินส่วนนั้นมาจ่ายให้ข้าไม่ดีกว่าหรือ หากท่านจะให้เรารอเงินจากคนตระกูลม่อที่ท่านติดต่อ ใยท่านไม่เป็ฝ่ายรอเงินก้อนนั้นเสียเอง ”
“ เป็เช่นนั้นเองหรือ ถ้าเช่นนั้นท่านคงจะจ่ายให้ตระกูลจางของเราได้เช่นกัน ”
“ ตระกูลหูของเราก็คงจะขอส่วนแบ่งนั้น หวังว่าคุณหนูจะเมตตา ”
เสวี่ยหรงถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียเงินก้อนนี้ไปได้ แต่อย่างน้อยขอเพียงแค่เหลือมันติดตัวพอให้ซื้อวัตถุดิบทำน้ำหอมสักชุด เธอคิดว่าสามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้
“ ข้าได้ยินมาว่าท่านขายที่ดินได้ตั้ง 100 เหลียง เงินมากถึงเพียงนี้ท่านน่าจะจ่ายให้เราได้สักส่วน ” ชายพุงพลุ้ยยังคงพูดต่อไป
“ ใช่ๆ ท่านไม่จำเป็ต้องจ่ายเต็มจำนวน ตระกูลหูของเราขอเพียงให้ท่านจ่ายสักส่วนเพื่อให้เราพอมีเงินหมุนเวียนก็พอแล้ว ”
“ ตระกูจางของเราก็เช่นเดียวกัน ขอแค่คุณหนูจ่ายเล็กน้อยเราก็ยินดีแล้ว ”
เสวี่ยหรงสูดลมหายใจเข้าให้ลึกแล้วหันมองรอบๆตัว พ่อค้ามากมายที่ออกมาจากหอการค้าตระกูลโจวให้ความสนใจเธอและพ่อค้าทั้ง 3 กลุ่มไม่น้อย หนี้ที่ตระกูลม่อติดทั้ง 3 ตระกูลไว้นับว่ามหาศาล ก่อนที่ตระกูลม่อจะมีเหตุการณ์สังหารหมู่เกิดขึ้น พวกเขาซื้อสินค้าจากทั้งสามตระกูลเป็จำนวนเงินหลายร้อยเหลียงในทุกๆเดือน มันจึงเป็เหมือนการทิ้งหนี้สินจำนวนมากเอาไว้ให้คุณหนูผู้นี้ชดใช้
“ ข้าขอแก้ความเข้าใจผิดของพวกท่านก่อนก็แล้วกัน ข้าไม่ได้ขายที่ดิน ข้าเพียงจำนำที่ดินเพียงเท่านั้น ”
“ ข้าไม่สนใจหรอก ท่านจะขายหรือจำนำมันเื่ของท่าน ข้าสนใจเพียงแค่ว่าท่านจะจ่ายให้เราได้หรือไม่เท่านั้นเอง แต่ถ้าท่านไม่จ่าย ท่านคงจะรู้นะว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ” ชายพุงพลุ้ยหันมองไปด้านหลังของมัน ผู้ฝึกยุทธ์ที่เดินทางมาด้วยกันเริ่มเลียไปตามใบมีดที่ชักออกมาถือ
“ แล้วจะให้ข้าจ่ายเท่าใด ”
“ ท่านมี 100 เหลียง ข้าว่าท่านควรจะจ่ายให้เราคนละ 30 เหลียงก่อน ที่เหลือท่านค่อยทยอยจ่าย ”
“ ข้าจ่ายให้ได้แค่คนละ 10 เหลียงเท่านั้น ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเ้าที่รอเงินก้อนนี้ ยังมีอีกจำนวนมากที่รอเงินของข้า การจำนำที่ดินครั้งนี้ข้าวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะนำไปจ่ายส่วนแรกให้แก่พวกเขาด้วย ”
“ ไม่ได้ ข้าไม่ยอมหรอก ตระกูลซ่งของข้าจะต้องได้ 30 เหลียงกลับไป ตระกูลอื่นจะเป็เช่นไรข้าไม่สน ” ชายอ้วนพุงพลุ้ยเริ่มร้องะโด้วยความไม่พอใจ ชายสวมชุดสีฟ้าจากตระกูลจางขึ้นเสียงเช่นเดียวกัน ตระกูลหูก็้า 30 เหลียงกลับบ้าน
เสวี่ยหรงรู้จุดประสงค์ที่พวกมันขอให้เธอจ่ายก้อนแรกสูงถึง 30 เหลียง เธอจึงงัดสิ่งที่พวกมัน้าออกมาแลกเปลี่ยนในทันที
“ ข้าให้ได้ตระกูลละ 10 เหลียงเท่านั้น ผู้ใดที่รับ 10 เหลียงจากข้าไปจะได้หนังสือสัญญาฉบับหนึ่ง ถ้าข้าไม่สามารถจ่ายเงินครั้งถัดไปได้ตามกำหนด ข้าจะส่งมอบค่ายกลนาเกลือิญญาให้ตระกูลนั้นทันที ”
ดวงตาของชายพุงพลุ้ยเบิกกว้าง มันได้รับคำสั่งให้มากดดันคุณหนูม่อเสวี่ยหรงจนไม่เหลือเงินติดตัว มันไม่คิดเลยว่าคุณหนูจะนำของล้ำค่าเช่นนี้ออกมาเพื่อแลกเปลี่ยน ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้วมันจึงขอรับโอกาสนั้นไว้ดีกว่าต้องรอรับจากตระกูลโจว
“ ได้ ตระกูลซ่งจะรับมันเอาไว้ แล้วสัญญาของท่านเป็เช่นไร ”
ม่อเสวี่ยหรงนำกระดาษออกมาจากหน้าอกปึกใหญ่ เมื่อเช้าเธอได้ร่างสัญญาฉบับหนึ่งเอาไว้เพราะรู้ว่าตนเองจะถูกไถเงินหลังจากก้าวขาออกมาจากหอการค้าตระกูลโจว
เหตุการณ์ทั้งหมดที่ทำให้ม่อเสวี่ยหรงในนิยายจนมุม เกิดจากตระกูลโจว้าบีบให้คุณหนูม่อเสวี่ยหรงนำค่ายกลของตระกูลออกมาขาย ถ้าพวกมันได้ค่ายกลนี้ไปจะกลายเป็ผู้ควบคุมกิจการเกลือิญญาทั้งหมด แต่ภายหลังตระกูลโจวก็ไม่ได้สิ่งใดเพราะคุณหนูตระกูลม่อไม่มีค่ายกลนาเกลือิญญา
เสวี่ยหรงรู้ถึงแผนการณ์นี้จากนี้ยายจึงนำค่ายกลนาเกลือิญญาออกมาต่อรอง ความจริงแล้วเธอไม่รู้เกี่ยวกับค่ายกลนี้ แต่ถ้ามันใช้ทำสัญญายืดระยะเวลาให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกนิด เธอก็จะใช้มัน
“ คุณหนูเสวี่ยหรง ระยะเวลาที่ท่านร้องขอนานเกินไป เราให้ได้มากที่สุดแค่ 1 เดือนเท่านั้น ท่านจะต้องหาเงินมาคืนเราให้ครบทั้งหมด ”
“ 2 เดือน ข้าขอเวลา 2 เดือน ถ้าให้ไม่ได้ก็เอา 30 เหลียงแล้วไปเสีย ส่วนที่เหลือข้าจะหามาคืนให้เร็วที่สุด ”
เสวี่ยหรงคิดว่าจะขอเวลานานกว่านี้ แต่กลัวว่าพวกมันจะใช้ไม้แข็ง ระยะเวลา 2 เดือนจึงนับว่าเหมาะสมแล้วในการยื่นข้อเสนอ อย่างน้อยมันก็ดีกว่า 1 เดือน
ชายอ้วนพุงพลุ้ยคิดหนัก ถ้าหากมันไม่รับข้อเสนอ คุณหนูตระกูลม่ออาจจะหนีหายไปพร้อมกับค่ายกลนาเกลือิญญา เมื่อลองคิดทบทวนเวลา 2 เดือนไม่นานมาก มันจึงตัดสินใจยอมรับข้อเสนอ
ตระกูลโจววางแผนล้มตระกูลม่อด้วยการละลายเงินให้เร็วที่สุด มันรู้ดีว่าตระกูลโจว้าสิ่งเดียวกัน ตระกูลซ่งของมันจึงถูกขอให้เข้ามาช่วยเหลือโดยมีส่วนแบ่งตามที่ตกลงกันเอาไว้
แต่หากมันมีสัญญากับคุณหนูตระกูลม่อเป็ค่ายกลนาเกลือิญญา ส่วนแบ่งน้อยนิดที่ได้จากตระกูลโจวจะไร้ความหมาย ต่อให้คุณหนูตระกูลม่อจะถูกตัดขาดเส้นทางการเงินเพราะตระกูลโจวจนต้องนำค่ายกลนาเกลือิญญาออกมาขาย อย่างไรมันก็สามารถร้องต่อเ้าเมืองให้ตระกูลโจวแบ่งความรู้เกี่ยวกับค่ายกลนาเกลือิญญามาให้ได้ เพราะมันมีหนังสือสัญญากับคุณหนูตระกูลม่อว่าจะต้องมอบค่ายกลนี้เพื่อชดใช้
“ ข้าตกลง ตระกูลซ่งของข้าให้เวลาคุณหนูเสวี่ยหรง 2 เดือน ส่วนเงิน 10 เหลียงข้าไม่รับ ตระกูลของข้าร่ำรวยพอ ”
ชายสวมชุดฟ้าหันมองคนจากตระกูลหู หากมันรับเงิน 10 เหลียงในตอนนี้อาจจะเป็การลดความน่าเชื่อถือจากพ่อค้ารอบด้านใน การจะทำธุรกิจจะต้องใจใหญ่ แม้มันจะพูดเกี่ยวกับความย่ำแย่ก่อนหน้า แต่เมื่อนึกถึงอนาคตมันจำเป็ต้องกัดลิ้นตนเอง ไม่ขอรับเงิน 10 เหลียงเพราะจะขอรับเต็มจำนวนในอีก 2 เดือนต่อจากนี้เหมือนที่ชายพุงพลุ้ยตระกูลซ่งเอ่ย.