วันนี้ในปลายเดือนของพฤษภาคมก็ยังเป็วันที่ฝนตกหนักเหมือนเดิม สายฝนพวกนั้นยังร่ำไห้ตลอดทั้งเช้าจนถึงตอนนี้
ผมกำลังเหม่อมองท้องฟ้าสีอึมครึมพวกนั้น ก่อนจะหันมาหาฟุโตชิที่นั่งอยู่ข้างหน้าผม
"ว่าไง ฟุโตชิ"
"หวัดดี ๆ ไม่ได้เจอกันสักพักเลยั้แ่โรงเรียนจัดค่ายนั่น นายเป็ไงบ้าง"
"ก็เหมือนเดิม"
"หยุดยาวหลังจากค่ายทั้งที ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลยเหรอ"
อยู่ ๆ ภาพที่ผมอยู่ในห้องตัวเองตลอดทั้งวันก็ฉายวาบเข้ามาที่สมอง
"อืม ไม่มีอารมณ์อยากออกไปไหนเท่าไหร่"
"เฮ้อ ระวังจะเหี่ยวเฉาเอานะ"
"ฉันไม่เป็ไรหรอก"
เหมือนฟุโตชิจะหัวเราะ และเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย
"จะว่าไงดี"
"หืม"
"ดูเหมือน่นี้นายดูจะโอเคขึ้นนะ"
คำพูดนั้นทำให้ผมรู้สึกแปลก และเลิกคิ้วขึ้นมา
อาจเป็เพราะฟุโตชิสังเกตเห็นใบหน้าอันสับสนของผม และจับบรรยากาศน่าอึดอัดได้ เขาจึงหยิบกระดาษเเผ่นหนึ่งจากในกระเป๋าสะพายไหล่สำหรับนักกีฬา แล้วเปลี่ยนเื่คุยทันที ปล่อยให้ภาพฉายเบลอ ๆ ของผู้หญิงคนนั้นแทรกเข้ามาในห้วงความคิดของผมเป็ระยะ ๆ ระหว่างที่พูดคุย
"ว่าแต่ เ้านี้ล่ะ นายทำรึยัง"
ผมหยับหน้าลงให้เห็นตัวอักษรที่ถูกพิมพ์มาเป็ระเบียบเ่าั้
"แบบสำรวจอนาคต"
ผมเปล่งเสียงออกมาตามตัวอักษรที่ใหญ่ที่สุดบนหัวกระดาษ
"ก็ใช่ไง อย่าบอกนะว่าลืมไปแล้ว"
คราวนี้เหมือนความร้อนที่บรรจุอยู่ในตัวผมปะทุขึ้นมา จนััได้ว่าขึ้นมาถึงบริเวณลำคอของผม
"ฉันลืมไปเลย แล้ววันนี้ต้องคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาอีก"
"ลืมจริงด้วย แต่เหลือเวลาอีกตั้งเยอะคงทำทันแหละ ลองทำในคาบประวัติศาสตร์ตอนบ่ายก็ได้"
ประเด็นที่ลืมไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกวูบวาบแบบนี้ แต่เป็เพราะผมไม่อาจหาคำตอบเ่าั้เจอ หรือตอบคำถามอาจารย์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่พึงพอใจได้ ผมเกลียดคำถามยุ่งยากน่ารำคาญเ่าั้ หรือคำตอบที่จะต้องไปถึงหูของพวกนั้นอีก แค่ััความรู้สึกนั้น ผมก็รู้สึกหน่วงเหมือนมีใครเอาก้อนหินหนัก ๆ มาถ่วงไว้
'เอาอีกแล้ว สุดท้ายก็เป็แบบนี้'
'เื่แค่นี้คิดเองไม่ได้หรือไง'
เสียงน่ารังเกียจเ่าั้ดังขึ้นแว่ว ๆ อยู่ในโสตประสาทของผม เพราะเสียงอึกทึกในห้องเรียนนี้คอยช่วยกลบพวกมันไว้
"อืม ฉันจะลองทำดู"
ผมตอบฟุโตชิไป ก่อนที่เสียงออดของโรงเรียนจะดังขึ้น ซึ่งประกาศต้อนให้นักเรียนทุกชั้นเข้าเรียนในคาบบ่าย
.
'ถ้าหากแม้แต่ตัวผมที่ไร้ความสามารถ อยากจะฝันเป็อะไรสักอย่าง ผมอยากเป็อะไร'
ผมเข้าใจว่าตัวผมเองนั้นน่าสมเพชขนาดไหน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองอยากเป็อะไรเสียสักอย่าง แต่ผมในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากร่างกายหยาบที่ปราศจากิญญา ไม่สิ แม้แต่ิญญา ผมก็อาจจะปราศจากมันก็ได้
'ขอให้เธออยู่ต่อไปอีกสักหน่อยได้มั้ย'
เสียงของผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมตั้งสติได้อีกครั้ง และรู้ว่าตัวเองยืนอยู่หน้าห้องดนตรีสากล สถานที่ที่อาจารย์ริโกะ อาจารย์ที่ปรึกษาในชั้นเรียนของผมรออยู่
'ถ้าเจอเธออีกครั้ง วันนั้นอาจเป็วันที่เหมาะก็ได้'
ผมรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง จึงเคาะประตูสามครั้ง แล้วพูดขออนุญาตเข้าไปห้อง
ข้างในตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของเครื่องดนตรีที่ถูกทำความสะอาดด้วยน้ำยาอะไรสักอย่าง ดูเหมือนเครื่องดนตรีทั้งหลายจะถูกโยกย้ายไปอัดกันไว้ที่มุมห้อง และจัดโต๊ะกับเก้าอี้ไว้ตรงที่กลางห้อง
ที่โต๊ะนั่นมีอาจารย์ริโกะ อาจารย์วัย 50 ปี ถึงจะดูมีอายุแต่ก็ดูกระฉับเฉง ใบหน้าก็ไม่ได้ดูเหี่ยวย่นไปตามวัย ยังคงทิ้งความสะสวยไว้ที่ใบหน้าครบถ้วน ผมของเธอถูกมวยไปข้างหลังอย่างเรียบร้อย และสวมชุดทางการสีเบจทั่วไป
"มานี่สิ มิสึอากิ"
"ครับ"
ผมรีบจ่ำเท้าไปที่เก้าอี้ตรงหน้า และนั่งลงทันทีที่เดินถึง
"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้"
"อ...เอ่อ ครับ"
"เอาละ เข้าเื่เลยนะ ครูมีประชุมหลังจากนี้อีก เธอกรอกแบบสำรวจอนาคตแล้วใช่มั้ย"
ผมพยักหน้า และหยิบแบบสำรวจออกมาจากกระเป๋า แล้ววางมันลงบนโต๊ะ
"งั้นครูขออนุญาตอ่านก่อนนะ"
ผมพยักหน้ารับอีกครั้ง
เธอหยิบแบบสำรวจของผมไปอ่านสักราว ๆ 5 นาที เธอก็วางลง และจ้องเขม็งมาที่ตาผม
"มิสึอากิ โรงเรียนเราเป็ถึงโรงเรียนภูมิภาคชูบุ และเป็อันดับต้น ๆ ของโรงเรียนนะ"
ผมนิ่งเงียบไป
"ผลการเรียนของเธอก็อยู่ในระดับที่พอว่าได้ กีฬาก็ไม่โดดเด่น"
"ครับ"
"โรงเรียนเราก็มีรุ่นพี่ที่น่าภาคภูมิใจอยู่เยอะ แต่...เอาเถอะ ครูรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจเขียนมาเเบบนี้หรอก"
ผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นถี่เเรงขึ้น เหงื่อที่ััผิวกายมากขึ้น และอารมณ์ของตัวเองที่เดือดผุดเหมือนอยู่ในกระทะ ผมอยากให้ตัวเองหายไปจากตรงนี้ หายไปจากความทรมานนี้
'แกจะอยู่ไปเพื่ออะไร'
'อยู่ไปก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรสักอย่าง'
เสียงพวกนั้นกลับมา กลับมาอีกครั้ง เพราะที่นี่มันเงียบเกินไป
'ตายซะก็ดี' 'ตายไปก็ดี' 'ตายไปเหอะ' 'อยู่ไปทำไม'
'ขอให้เธออยู่ต่อไปอีกสักหน่อยได้มั้ย'
เสียงน่ารังเกียจพวกนั้นพลันหายไป และผมกลับมาััถึงเหงื่อรอบกายที่กำลังแห้งชื้นได้
"มิสึอากิ ครูอาจจะต้องรายงานผลพวกนี้ เพื่อปรึกษาหารือกับครอบครัวเธออีกครั้งนะ"
"ครับ"
"ครูเข้าใจนะว่าเธอมีปัญหาอะไรสักอย่าง แต่ที่เธอเขียนมาว่าแค่อยากเรียนต่อ หรือทำอะไรสักอย่าง มันฟังดูแปลกพิกล เหมือนกับว่าเธอไม่มีเป้าหมายอะไรเลย"
"เอ่อ"
ผมยังคงรู้สึกถึงอุณหภูมิที่ปะทุอยู่ในตัวผม ผมยังััความร้อนที่พร้อมะเินั้นได้ ผมจึงลุกยืนขึ้นทันทีทันใด
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ"
"นี่ อย่าเพิ่งรีบไป ครูต้องรับผิดชอบอนาคตของเธอ รู้มั้ย"
"ผมไม่้ามันครับ"
ผมหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย และลังเลอยู่ชั่วครู่ว่าจะหยิบแบบสำรวจนั่นคืนดีไหม แต่ก็ปฏิเสธที่จะหยิบมันคืน แล้วรีบเดินออกไป
"นี่"
เสียงเย็นเฉียบที่ไล่หลังมา ทำให้เท้าของผมเย็นติดอยู่กับพื้นห้อง
"ปี 6 เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ถ้าเธอไม่รีบเอาตอนนี้จะยุ่งยากเอานะ"
ผมสลัดความเย็นที่สกัดเท้าผมไว้ได้แล้ว แล้วรีบจ้ำออกจากห้องนั้นให้ไวที่สุด ก่อนที่คำพูดใดของอาจารย์ริโกะจะทำให้ผมน่าสมเพชไปมากกว่านี้
'ขอให้เธออยู่ต่อไปอีกสักหน่อยได้มั้ย'
คำพูดของเธอคนนั้นปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ผมเดินออกมาจากห้องดนตรีสากลได้เพียงไม่กี่ก้าว
ผมหยุดยืนนิ่งค้างอยู่ที่กระจกบานใหญ่ของโรงเรียนที่ส่องให้เห็นแปลงดอกไม้หย่อม ๆ ที่เปียกไปด้วยความชื้น และกำลังแย้มบานต้อนรับแสงสุดท้ายของวันอยู่
'ถ้าได้เจอเธอคนนั้นอีกสักครั้ง...'
ผมมองไปที่ดอกอะจิไซที่มีสีเหมือนท้องฟ้ายามแจ่มใสอยู่เพียงครู่ แล้วเริ่มเดินออกจากตรงนั้นไปที่ประตูทางออกของโรงเรียน