บุษย์น้ำพราวรีบวิ่งออกมาจากห้องทำงานพยัคฆ์อย่างรวดเร็วทั้งหวาดกลัวอับอายและขยะแขยงกับสิ่งที่ชายหนุ่มได้กระทำขึ้น ตอนนี้เธอรู้เพียงอย่างเดียวทนแต่งงานกับชายหนุ่มไม่ได้ ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงก็จะไม่ยอมแต่งงานกับพยัคฆ์...ผู้ชายเ้าชู้ที่เห็นผู้หญิงเป็เพียงของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น
หญิงสาววิ่งกระหืดกระหอบไปที่รถที่จอดไว้อีกฝั่งหนึ่งของถนนเพราะตอนที่ตกลงเข้าไปที่ออฟฟิศของพยัคฆ์นั้นเธอกับบุษย์น้ำเพชรคิดว่าคงจะใช้เวลาไม่นาน จึงไม่อยากจะพารถเข้าไปจอดยังด้านหลังของตึกนี้ซึ่งทำไว้ให้กับลูกค้าที่มาติดต่อธุรกิจ
บุษย์น้ำพราววิ่งทะเล่อทะล่าออกมาด้วยความรังเกียจจนไม่ทันมองว่าถนนที่เธอกำลังจะข้ามนั้นมีรถคันหนึ่งวิ่งมาอย่างรวดเร็ว
เอี๊ยด!!
เสียงของล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนคอนกรีตและถลำขึ้นไปจอดแน่นิ่งอยู่บนขอบถนนเพียงครู่เดียวก็มีชายหนุ่มสองคนก้าวลงมาจากรถด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว
“อยากตายหรือไงคุณ ถึงวิ่งทะเล่อทะล่าไม่มองรถมองราแบบนี้”หนึ่งในสองคนนั้นเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียตวัดสายตาคมดุมองมายังร่างเล็กบางราวกับเฉือนเนื้อออกเป็ริ้วๆ
บุษย์น้ำพราวยืนกอดกระเป๋าใบเล็กไว้แนบอกสองขาอ่อนแรงและสั่นเทาด้วยความใที่เกือบจะถูกรถชนยังใกับน้ำเสียงราวกับฟ้าผ่าของคนตรงหน้าอีกที่ทำให้ต้องมองด้วยความตกตะลึงในความงามประดุจเทพบุตร
“แล้วนี่มองอะไรอีกห๊า รีบๆ ถอยไปซิคนยิ่งกำลังรีบอยู่”ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่ยังทำตาโตใส่เขาด้วยความไม่สบอารมณ์มือใหญ่ยกขึ้นโบกให้ลูกน้องคนที่สนิทไปจัดการเื่รถให้เรียบร้อยแต่ชายอีกคนที่มาด้วยกลับเดินมากระซิบบางอย่างอย่างที่ข้างหูเขาแทน
“งั้นหรือชาติ”
“ครับนาย”
คนถูกกระซิบมองสาวน้อยตรงหน้าใหม่อีกครั้งพร้อมด้วยรอยยิ้มแบบมีเลศนัย ดวงตากลมโตประกายหวานและตื่นตระหนกจมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่มเต็มสีชมพูระเรื่อ
อืม...ยายคุณหญิงอมราเลือกหลานสะใภ้ให้กับพยัคฆ์ได้หน้าตาน่ารักไม่เลวเลยนี่แต่จะว่าไป ไอ้ท่าทางแบบนี้มันดันไม่ถูกสเปกเ้านั่นเลยนี่น่า เท่าที่เขารู้มาพยัคฆ์จะชอบผู้หญิงจัดจ้านที่สำคัญคือต้องบริการความ้าได้อย่างถึงอกถึงใจเสียมากกว่า
แต่ไม่เป็ไรนะเสือเดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะจัดการเข้าหอแทนนายเอง นายคงไม่ว่าด้วยใช่ไหมถ้าฉันจะเอาผู้หญิงของนายนอนกอดสักเดือนสองเดือน...ไอ้น้องชาย!
“ฉันขอโทษนะคะคุณ ฉันผิดเอง ฉันไม่ทันมอง” บุษย์น้ำพราวพยายามเรียกสติตัวเองคืนมาเอ่ยคำขอโทษเสียงสั่นเธอยังรู้สึกตื่นตระหนกจนตัวสั่น ขณะมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความใ
สีหราชเลิกคิ้วมองสองมือกอดอกด้วยความชอบใจน้ำเสียงหวานนุ่มที่ออกจากปากอิ่มเต็มไพเราะและหวานหูดีถ้ามาดังอยู่ใต้ร่างเขาก็จะกลายเป็เสียงครางหวานหูท่าทางจะน่าฟังดีและคงจะเร้าอารมณ์ให้เขาไปถึงจุดหมายปลายทางเร็วขึ้น
“คุณไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ” หญิงสาวถาม เมื่อแรกเธอใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเสียงของชายหนุ่มแต่พอมาตอนนี้...มองมาด้วยท่าทางและแววตาแปลกๆ ทำเอาเธอเริ่มจะกลัวขึ้นมา
บุษย์น้ำพราวชะเง้อมองไปด้านหลังร่างใหญ่ที่ตอนนี้มีรถFORTUNER สีดำสนิท ได้ลงมาจอดเทียบข้างชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว
“ใช่ ฉันไม่เป็อะไร ว่าแต่เธอล่ะดูท่ายังใอยู่มากนี่ขึ้นรถก่อนซิฉันจะพาไปหาหมอ”
“แต่ฉันว่าเป็นะ ฉันดูว่าเธอยังใมากนะ หน้ายังซีดเผือดเลย เป็แบบนี้ฉันไม่ค่อยดีนะทางที่ดีฉันควรที่จะพาเธอไปหาหมอไม่ใช่หรือ โทษฐานที่คนของฉันสะเพร่าขับรถเกือบจะชนเธอเอานะ”
บุษย์น้ำพราวใจนแทบช็อกตัวเย็นและแข็งทื่อ เมื่อชายหนุ่มเดินเพียงแค่สองสามก้าวก็มาประชิดเขายังช้อนร่างเธอขึ้นจากพื้นราวกับว่าเธอเป็เพียงแค่เด็กน้อยไม่มีน้ำหนัก
“ว้าย! ปล่อยฉันนะคุณ” หญิงสาวรีบยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งด้วยเพราะกลัวจะตก
สีหราชวางร่างบอบบางลงบนเบาะด้านหลังและรีบก้าวตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
“กลับไร่เลยชาติ” ชายหนุ่มบอกลูกน้องคนสนิทพร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้า
พรุ่งนี้จะเป็วันแต่งงานของพยัคฆ์กับสาวน้อยตรงหน้าเขาแล้วแต่ถ้าเ้าสาวดันหายตัวไปก่อนจะถึงวันแต่งงานเพียงแค่วันเดียวน้องชายและคุณหญิงอมราจะทำยังไงนะ แค่คิดมันก็ชักจะสนุกแล้วล่ะซิเสียดายว่าเขาอยู่จนได้เห็นใบหน้าขาวเหลืองหรือซีดหรือว่าจะแดงเหมือนเืของทั้งสองคนไม่ได้
บุษย์น้ำพราวเงยหน้าขึ้นเมื่อครู่เธอคงฟังไม่ผิดใช่ไหม เขาบอกว่ากลับไร่ ไม่ได้บอกว่าจะพาเธอไปหาหมอนี่งั้นตอนนี้...เธอก็กำลังถูกลักพาตัวนะซิ!
ตายแล้ว...!
บุษย์น้ำพราวรีบถอยหนีไปอีกด้านของรถเธอยื่นมือไปหวังจะเปิดประตูรถ แต่กลับถูกชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้วยกระชากตัวกลับมานั่งบนตักหนาโดยมีแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กโอบรัดรอบตัว ทำเอาเอวเล็กคอดแทบจะหักคาแขนใหญ่
“จะไปไหนล่ะสาวน้อย”
“ปล่อยฉันนะคุณ ปล่อย!” หญิงสาวหันมาทุบตีชายหนุ่มเป็การใหญ่แม้จะกลัวสักเพียงไหนแต่บุษย์น้ำพราวก็ต้องข่มกลั้นความกลัวเอาไว้ เพราะตอนนี้ความกลัวช่วยให้เธอหลุดรอดจากน้ำมือชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้นอกจากต้องสู้เท่านั้น
“เสียใจน่ะสาวน้อย ตอนนี้เธออยู่ในกำมือฉันเรียบร้อยแล้ว อย่าหวังว่าจะหนีรอด”สีหราชบอกเสียงแข็งกร้าว ชายหนุ่มก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนด้วยรอยยิ้มประดุจมารร้าย
“คุณทำแบบนี้ทำไม ฉันไปทำอะไรให้คุณ” หญิงสาวถามเสียงสั่นถึงแม้จะบอกกับใจตัวเองว่าอย่ากลัวๆ แต่เธอก็ยังอดที่จะใจสั่นไม่ได้
“ใช่ เธอไม่ได้ทำ แต่ว่าที่เ้าบ่าวของเธอและคุณหญิงอมราเป็คนทำ” ชายหนุ่มตอบกลับสีหน้ายิ้มๆเขากวาดมองหญิงสาวด้วยสายตาแพรวพราว
“ใครทำร้ายคุณ คุณก็ไปเอาคืนกับคนนั้นซิ มาเอาคืนกับฉันทำไมฉันไม่ได้รู้เื่ของพวกคุณสักหน่อย และฉันก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณเสือด้วย”บุษย์น้ำพราวรีบบอกด้วยหวังว่าคำพูดที่ออกไปจะทำให้ชายหนุ่มเปลี่ยนใจปล่อยตัวเธอไป
ชายหนุ่มหัวเราะกลั้วคอ“มาคิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้วล่ะ แล้วก็ไม่ต้องพูดมาก นั่งเงียบๆถ้าไม่อยากโดนมัดเหมือนหมู” สีหราชขู่ด้วยความรำคาญ
“แล้วคุณจะพาฉันไปไหน” หญิงสาวถามด้วยความอยากรู้เมื่อเห็นรถคันใหญ่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนมันกำลังพาเธอออกนอกเมืองใหญ่ ห่างไกลจากบ้านและครอบครัวอันแสนจะอบอุ่นไปเรื่อยๆอย่างที่เธอไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับ
“ไม่ต้องถามมาก เดี๋ยวไปถึงเธอก็จะรู้เอง”ชายหนุ่มดันร่างบอบบางลงนั่งเคียงข้าง
บุษย์น้ำพราวคิดว่าชายหนุ่มเผลอและไม่สนใจเธอเลยรีบถลาไปยังประตูรถหวังจะเปิดมันออกและะโหนีเหมือนที่นางเอกละครบางเื่เคยทำแต่เพียงแค่ขยับตัวเท่านั้น มือใหญ่ก็คว้าเข้าที่แขนและกระชากอย่างแรงจนร่างบอบบางถึงกับกระแทกเข้ากับบางสิ่ง
“ฉันบอกให้อยู่เฉยๆ ไง ไม่ได้ยินหรือไงห๊า” สีหราชตวาดเสียงดังลั่น“ผู้หญิงนี่เหมือนกันหมดเลยหรือไง บอกว่าให้อยู่เฉยๆก็ดันหาเื่เจ็บตัว น่าเบื่อชิบ!”
บุษย์น้ำพราวสะดุ้งเฮือกน้ำตาเอ่อล้นคล้อเบา แต่ก็ไม่ยอมให้มันไหลลงมาแม้จะกลัวชายหนุ่มแต่เธอก็จะต้องหาทางหนีให้จงได้
“อยู่เฉยๆ ให้คุณพาฉันไปต้มยำทำแกงนะหรือ ไม่มีทาง” หญิงสาวส่ายหน้าแรงๆจนผมที่ผูกมัดไว้กระจายออก ส่งให้กลิ่นหอมอ่อนๆของแชมพูที่เธอใช้ลอยเข้าจมูกสีหราช
“อย่างเธอเอาไปต้มยำทำแกงนะเสียดายแย่ ฉันว่าเอาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่ามั้ง”
ชายหนุ่มกวาดมองไปทั่วใบหน้ารูปไข่ยิ้มใส่ตาให้หญิงสาว ก่อนจะละสายตาลงไปมองเรียวปากอิ่มเต็มที่เขาอยากจะรู้นักว่ามันจะหอมและหวานเพียงใดแล้วชายหนุ่มก็ไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าลงไปอย่างที่ใจคิด
ริมฝีปากหนาประทับลงบนเรียวปากอิ่มอย่างแม่นยำชายหนุ่มกดย้ำบนริมฝีปากอิ่มเบาๆ อยู่สองสามครั้งอย่างได้ใจเมื่อเห็นคนในอ้อมแขนไม่ขัดขืน ลิ้นร้อนลากไล้ก่อนจะค่อยๆเปิดปากนุ่มหวังจะได้ล่วงล้ำเข้าไปชิมรสหวานภายในแต่หญิงสาวกลับขบกัดฟันไว้แน่นจนเขาแทรกเข้าไปไม่ได้
“อื้อ...” ชายหนุ่มร้องประท้วงอย่างไม่ชอบใจ
บุษย์น้ำพราวใจสั่นระรัวเธอพยายามแกะมือใหญ่สลับกับผลักร่างหนาออกห่าง แต่กลับโดนกอดรัดเสียจนหายใจติดขัด
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อััร้อนผ่าวลากไล้บนผิวเนื้อและล่วงล้ำเข้าไปกอบกุมปทุมถันเต่งตึงที่ไม่เคยมีใครเคยได้แตะต้องอีกด้วยปากที่ขบกัดไว้เปิดกว้างทันควัน ให้คนที่รออยู่ก็ฉกลิ้นเข้าไปทันที
บุษย์น้ำพราวรีบส่งลิ้นเล็กของตัวเองมาขับไล่สิ่งแปลกปลอบแต่เธอไม่รู้เลยว่านั่นเป็การยั่วยุและกระตุ้นอารมณ์ของชายหนุ่มมากขึ้นกว่าเดิม
สีหราชบดเบียดริมฝีปากหนักหน่วงและรุนแรงมากขึ้นมือก็ฟ้อนเฟ้นเคล้าคลึงปทุมงามเต่งตึงสลับไปมาทั้งสองข้างอย่างไม่ยอมให้น้อยหน้ากันและด้วยความรำคาญกับสิ่งกีดขวาง ชายหนุ่มเคลื่อนมือไปด้านหลัง ทำการปลดตะขอเสื้อชั้นในปลดปล่อยก้อนเนื้อนุ่มให้เป็อิสระเพื่อเขาจะได้แตะต้องจนพอใจก่อนจะยอมถอนจุมพิตออกอย่างเสียดาย “ไม่คิดเลยนะว่าคุณหญิงอมรานี่จะสายตาเฉียบแหลมจริงๆ หาเ้าสาวที่ทั้งหวานหอมและนุ่มลิ้นให้เ้าเสือได้แต่ถ้ามันรู้ว่าฉันดันเป็คนเปิดซิงค์เ้าสาวเสียแล้ว มันจะรู้สึกยังไงนะจะขอบใจที่ฉันที่สอนชั้นเชิงและประสบการณ์บนเตียงให้กับเมีย”
สีหราชยิ้มใส่ดวงตากลมโตที่ยังคงงุนงงแต่ก็มีประกายหวานเชื่อมอย่างไม่รู้ตัวเขาไล้ปลายนิ้วไปบนใบหน้ารูปไข่อย่างพอใจกับความหวานนุ่มที่ได้รับ
“หรือว่ามันจะเสียดายจนอยากจะฆ่าฉันกับเธอทิ้ง...แต่ถ้าให้ฉันเดานะไอ้เสือคงอยากจะหักคอเธอกับฉันทิ้งแน่ๆ ”
คำพูดจากชายตรงหน้าไม่เพียงเรียกสติบุษย์น้ำพราวให้กลับคืนมาหากนำเอาความหวาดกลัวมาสู่เธอด้วย หัวใจสาวน้อยหล่นกองอยู่ที่ปลายเท้า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม
“คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง ฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย ทำไมต้องทำร้ายฉันด้วย”
“เธอดันถูกเลือกให้มาทำหน้าที่...เมียของไอ้เสือ มันก็เลยช่วยไม่ได้ที่จะต้องกลายมาเป็หนึ่งในเกมของฉันกับไอ้เ้านั่น”ชายหนุ่มวางมือบนริมฝีปากอิ่มเต็ม ใบหน้าคมก้มลงไปด้วยอยากจะได้จุมพิตหวานๆอีกสักครั้งแต่หญิงสาวเบือนหน้าหนี ทำให้ริมฝีปากหนาประทับบนแก้มเนียนนุ่มแทน
“เธอต้องเชื่อฟังคำสั่งฉัน เมื่อฉันบอกว่าห้ามหนี ก็ต้องเป็ไปตามนั้นถ้าไม่เชื่อ ฉันอาจจะเปลี่ยนใจนอนกับเธอบนรถนี่ก็ได้”ชายหนุ่มดันร่างบอบบางลงนั่งเคียงข้างอีกครั้ง ชายหนุ่มเหยียดยิ้มกวาด มองบุษย์น้ำพราวดวงตาวาววับเพื่อให้เธอรู้ว่า เขาพูดจริงทำจริงเสมอ
น้ำเสียงที่ออกจากปากหนาทั้งเย็นจัดและแข็งกร้าวทำเอาบุษย์น้ำพราวถึงกับร้องไห้ด้วยความกลัว
‘พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยพราวด้วย พราวกลัวเพชรช่วยพี่ด้วย’
บุษย์น้ำพราวเขยิบไปจนชิดกับประตูรถด้วย้าจะหนีห่างชายหนุ่มใจร้ายให้มากที่สุดรถคันใหญ่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว จนเธอมองไม่ทันว่าตอนนี้เดินทางไปที่ไหน